ตอนที่130 สีน้ำเงินขั้นกลาง
ผ่านไปสองสัปดาห์สถานการณ์ภายในเมืองย่อย 101นั้นเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่หลายอย่าง โดยเฉพาะเรื่องที่สมาพันธ์นักล่าประกาศรับสมัครผู้คนจำนวนมากเข้าร่วมการสมัครครั้งนี้ไม่ใช่สมาชิกอะไรแบบนั้น แต่กลับกลายเป็นกองกำลังส่วนตัว
เมื่อหลายคนทราบทางรัฐบาลและกองทัพถึงกับนั่งก้นไม่ติดพาลเมอร์ถึงกับส่งจดหมายเชิญไนเรลเข้าไปหากันเลยทีเดียวแต่แน่นอนว่าคนที่ไปแทนก็คือเอวา เพราะไนเรลปฏิเสธงานทั้งหมดไม่คิดจะเข้าพบใครหรือให้ใครเข้าพบทั้งนั้น
เอวาที่นั่งอยู่หน้าของรัฐมลตรีพาลเมอร์ด้วยสีหน้าราบเรียบด้วยสถานะรองประธานสมาคมนักล่าที่มีสมาชิกมากกว่า5 แสนคนแล้ว
“สวัสดีค่ะท่านรัฐมลตรีฉันเอวารองประธานสมาพันธ์นักล่า เนื่องจากประธานไนเรลไม่สะดวกที่จะมาพบฉันจึงมาเข้าพบแทน” เอวาพูดด้วยน้ำเสียงที่สุภาพ
“สวัสดีคุณเอวาฉันว่าเราคงไม่ต้องมากพิธีแล้วก็ได้ มาเข้าเรื่องกันเลยดีกว่าทำไมสมาพันธ์นักล่าถึงต้องประกาศรับสมัครผู้คนมากมายขนาดนั้นต้องการที่จะซ่องสุมกองกำลังคิดเป็นกบฏกับรัฐบาลกลางอย่างนั้นหรือ!!!”รัฐมลตรีพาลเมอร์เปิดฉากพูดด้วยน้ำเสียงที่กดดัน
เอวายกกาแฟที่นำมาเสิร์ฟดื่มอย่างช้า ๆจากนั้นก็วางลงและกล่าว“เรื่องนั้น...ทางเราแค่เพียงแค่เตรียมบุคคลากรเพื่อส่งไปทำหน้าที่ตามสำนักงานต่างๆ ก็แค่นั้น”
“คิดว่าพวกเราจะเชื่ออย่างนั้นหรือ”เสียงดังมาจากทางด้านข้าง ซึ่งนั่งอยู่ที่โซฟารับรองและเป็นใครไปไม่ได้นอกจากพลตรีวินเซนต์เพียงแค่เอวามองด้วยสายตาก็รู้สึกได้ถึงความเป็นปฏิปักษ์แล้ว
“ถ้าคุณคิดเช่นนั้นทางเราก็ไม่สามารถจะไปเปลี่ยนความคิดคุณได้แต่แน่นอนว่าทางเรายังยืนยันคำเดิม เพื่อรับสมัครบุคลากรทำหน้าที่ในสำนักงานย่อยไม่ได้มีความคิดอย่างอื่นอย่างแน่นอน”เอวายังคงยิ้มแย้มและอธิบาย
“เธอ...” พลตรีวินเซนต์คิดนิ้วไปที่เอวา
“พวกคุณมีเรื่องอะไรอีกหรือไม่คือฉันติดประชุมในตอนบ่ายถ้าไม่มีอะไรแล้วคงต้องขอตัวกลับก่อน” เอวายืมคำพูดของพวกนักธุรกิจมาใช้ในทันที
“ขอบคุณสำหรับคำตอบ เชิญตามสบาย”รัฐมลตรีพาลเมอร์กล่าว
หลังจากที่เอวาจากไปรัฐมลตรีพาลเมอร์และวินเซนต์ก็ปรึกษากันสองคนด้วยความเคร่งเครียดสุดท้ายทั้งสองจึงตกลงกันว่าจะใช้โอกาสนี้ส่งคนของตัวเองเข้าไปร่วมในการรับสมัครนี้
ซึ่งแน่นอนว่าไม่ใช่เพียงแค่ทั้งสองคนใช้โอกาสนี้แทรกแซงแต่กลุ่มอำนาจอื่น ๆ เองก็เช่นกันรวมถึงพาราซัสครั้งนี้เมื่อพวกเขาได้ข่าวต่างก็ส่งสายลับไปมากกว่า10 คนเลยทีเดียว
คลื่นใต้น้ำค่อย ๆ ก่อตัวขึ้นภายในเมืองย่อย 101อย่างช้า ๆ โดยที่หลาย ๆ คนก็สังเกตเป็นเช่นกัน
......
ไนเรลที่นั่งอยู่ภายในที่พักทุก ๆเช้าเขาจะต้องตื่นขึ้นมาเพื่อรับแสงแดดเพื่อใช้ความสามารถ [โลหิตแห่งชีวิต A] ขวดข้างหน้าเรียงรายสีแดงสดปลดปล่อยพลังชีวิตออกมาจำนวนมาก
เรื่องของโลหิตแห่งชีวิตไนเรลยังคงปกปิดเป็นความลับในขณะนั้นเองอยู่ๆ ซีโร่แจ้งเตือนเขา
“ท่านไนเรลขณะนี้ผมได้ถอดข้อมูลภาษายักษ์เถื่อนเป็นภาษาไทกีล่าเรียบร้อยแล้ว”
“อืมสำรองข้อมูลไว้ที่สมาพันธ์นักล่าด้วยวิเคราะห์ข้อมูลในนั้นมีเรื่องที่ฉันควรจะรู้หรือเปล่า”
“มีอยู่เรื่องหนึ่งนั้นก็คือ แร่ฝุ่นดวงดาวพวกมันมีความสามารถในการสลายกำแพงโดม และตามที่ในข้อมูลบอกมันจะใช้เวลาอีก 1ปีกำแพงโดมชั้นกลางจะพัง” ซีโร่พูดด้วยโทนเสียงที่ต่ำ
ไนเรลเองก็เงียบลงเช่นกันและกล่าวเสริมในใจ‘ระดับ 6 ก็จะออกมาได้’
“ซีโร่ติดต่อจูเรียทีจากนั้นเรียกเซนมาพบฉันด้วย”
หลังจากนั้นไนเรลก็พูดคุยกับจูเรียเขากำลังจะให้เซนนำของที่เคยสัญญาไว้ไปให้ตอนแรกจูเรียก็งงว่าอะไรคือของที่สัญญาไว้ แต่เมื่อเธอรู้ว่ามันคือสิ่งที่ใช้รักษาตัวเองให้สามารถเดินกลับมาได้เธอก็ดีใจจนแทบจะวิ่งมาที่นี่เองด้วยซ้ำ
หลังจากนั้นไนเรลก็สั่งให้เซนนำขวดที่มีโลหิตแห่งชีวิตไปให้กับจูเรียและก็นำบางส่วนที่ไนเรลเตรียมให้กับสมาชิกหลักของสมาพันธ์นักล่าคนละขวดอย่างน้อยมันก็สามารถเป็นเครื่องรับประกันได้ว่าพวกเขาจะมีชีวิตเพิ่มขึ้นมาอีกหนึ่ง
หลังจากนั้นไนเรลก็หันไปตั้งหน้าตั้งตากินแก่นพลังงานแทนข้าวต่ออย่างตั้งใจเขาจะต้องผ่านระดับกลางไปให้ได้
......
หลังจากผ่านไป 3วันพลังในร่างกายของไนเรลก็มาถึงระดับ 30,000 หน่วยแล้ว มันยังคงเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆทันใดนั้นเมื่อพลังของเขาก้าวผ่านที่ระดับ 30,001ก็มีเสียงดังเหมือนฟ้าผ่าดังอยู่ภายในร่างกายดังก้อง
ไนเรลก็รู้ได้ทันทีว่าตอนนี้เขาขึ้นมาที่ขั้นกลางแล้วตอนนี้เขาเป็นระดับสีน้ำเงินขั้นกลางแล้ว แต่ไนเรลยังไม่ได้หยุดแค่นั้นด้วยพลังแค่นี้มันยังไม่พอตีเหล็กต้องตีตอนร้อน ๆไนเรลหยิบแก่นพลังงานที่เหลือทั้งหมดโดนเข้ามาก
พลังงานจำนวนมากปะทะในร่างกายอย่างต่อเนื่องเหงื่อในร่างกายของไนเรลไหลออกมาราวกับสายน้ำแต่ไนเรลยังไม่หยุดเขายังคงยัดแก่นพลังงานเข้าไปอย่างต่อเนื่อง
ถ้ามีคนมาเห็นไนเรลตอนนี้พวกเขาจะต้องตกตะลึงอย่างแน่นอนเมล็ดพันธุ์แห่งวิวัฒนาการที่หน้าอกของเขามันราวกับมีชีวิต รอยสักกิ่งไม้เต้นตุบ ๆราวกับมันมีชีวิตขึ้นมา เพียงแต่รอยสักพวกนี้ไม่ได้ดูดซับพลังงานจากไนเรลแต่มันกำลังจะส่งพลังงานที่ย่อยได้ให้กับไนเรล
สีทองของรอยสักเริ่มเด่นชัดแสงสีทองเริ่มทอประกายแต่แล้วเมื่อแก่นพลังงานหมดลงผ่านไปสักพักแสงสีทองพวกนี้ก็เริ่มอ่อนแรงลงพร้อมกับที่ไนเรลลืมตาขึ้นมา
ภายในแววตาของไนเรลมีแสงสีทองที่เหมือนกับรอยสักสีทองวิ่งผ่านไปมาและหายไปอย่างไร้ร่องรอย
“เมื่อกี้มัน...”ไนเรลเหมือนว่าจะติดต่อกับเมล็ดพันธุ์แห่งวิวัฒนาการได้อย่างไรอย่างนั้นแต่ทุกอย่างก็หายไปก่อน
ชายหนุ่มนิ่งเงียบไปสักพักจากนั้นก็ยกเครื่องวัดพลังงานขึ้นมาดู“45,000 หน่วย ยังคงไม่เพียงพอ”
ถึงเขาจะพูดแบบนั้นแต่ตอนนี้แก่นพลังงานหมดไปแล้วไนเรลจึงได้แต่ต้องปล่อยมันผ่านไปก่อน
เขาลุกขึ้นมาบิดขี้เกรียจจากนั้นก็เดินออกจากห้องไปมุ่งหน้าไปที่สวนต้องห้ามจากนั้นก็ไปเร่งให้ต้นคริสตัลวิวัฒนาการออกผลอีกรอบ
ขณะนั้นเซนที่ไม่รู้ว่าเดินมาโผล่อยู่ด้านหลังตอนไหนเขายืนนิ่งคอยรอรับคำสั่งของไนเรลอย่างเงียบ ๆ
“ตอนนี้รวบรวมคนได้เท่าไหร่แล้ว”
“ตอนนี้ได้มีคนสมัครประมาณ 4,000 คน มีทั้งหมด3,800 คนเป็นคนธรรมดาและอีก 200คนเป็นมนุษย์ชั้นสูงตั้งแต่สีขาวจนถึงสีเทามีสีน้ำตาลอยู่ 4 คน”เซนตอบคำถามของไนเรลอย่างครบถ้วนไม่มีตกหล่น
“อืมแล้วฝูงซอมบี้ที่ฉันให้ไปค้นหานะเจอหรือยัง”
“เจอแล้วครับ มีอยู่ประมาณ 8,000ตัว อยู่ห่างไป600 กิโลเมตรพวกมันติดอยู่ในหลุมที่เกิดการยุบตัวตามธรรมชาติส่วนใหญ่จึงเป็นแค่พวกซอมบี้ธรรมดา”ขณะที่เซนกำลังอธิบายในตอนนั้นเองซีโร่ก็แจ้งเตือนเขา
“ท่านไนเรลเจอกลุ่มคนที่ท่านให้ตามหาแล้วครับ”เสียงของซีโร่ดังขึ้น
“แจ้งให้ดามินออกภารกิจระดับสูงพาพวกเขากลับมาอย่างปลอดภัยโดยด่วน”ในขณะที่เขาพูดไนเรลก็มองดูรูปกลุ่มหญิงสาวและชายตาบอดซึ่งพวกเขานั้นยังคงเหมือนกับตอนที่แยกกันไม่มีผิด
“ติดต่อพวกเขาไปว่าพรุ่งนี้ให้มารวมตัวกันที่ลานกว้างก็แล้วกัน”
เช้าวันต่อมาคนทั้ง 4 พันคนต่างมายืนรอกันอยู่ที่ลานกว้างที่ทางสมาพันธ์นักล่าจัดไว้ให้รอบด้านมีเหล่าผู้พิทักษ์ยืนเข้าแถวอยู่รอบด้านด้วยท่าทีองอาจ
พวกเขาต่างจับกลุ่มซุบซิบกันอย่างเงียบ ๆ
“เงียบหน่อย ทุกคนเงียบหน่อย”เสียงของดามินตะโกนผ่านโทรโข่งทำเอาทุกคนพากันแสบหูไปหมด
เมื่อทุกคนเงียบกันหมดแล้วดามินถึงได้เข้าเรื่อง “เอาละในเมื่อทุกคนมารวมตัวกันแล้วงั้นก็รับกระดาษไปนี่คือกฎที่ทุกคนต้องยอมรับ ถ้าใครไม่ยอมรับก็เดินกลับไปได้เลยแล้วให้ลืมซะว่าเคยมาที่นี่”
เจ้าหน้าที่ของสมาพันธ์จำนวนหลายสิบต่างวิ่งแจกกระดับให้ทุกคนอย่างหัวหมุนเมื่อทุกคนได้รับกระดาษแล้วต่างก็อึ้งไปกับข้อความที่อยู่ภายในกระดาษ
“บ้าเอ๊ยนี่มันกฎอะไร”
“นี่มันไม่ใช่กฎแล้วพวกสมาพันธ์นักล่าบ้าไปแล้วหรือ”
“นี่มันเรื่องอะไรกันอธิบายมาหน่อยพวกคุณพิมพ์ผิดหรือเปล่า”
เสียงของผู้สมัครส่งเสียงไม่พอใจกันทันทีแต่ก็มีแค่ไม่กี่คนเท่านั้น ส่วนคนที่เงียบได้แต่มองคนที่โวยวายด้วยสายตาดูถูกโดยเฉพาะมนุษย์ชั้นสูงทั้ง 200 คนที่เป็นผู้สมัคร
“เงียบ...ข้อความในกระดาษไม่ผิดหรอกพวกนายอ่านถูกแล้วกฎเพียงข้อเดียวก็คือ [ตาย]พวกนายทั้งหมดจงระลึกไว้ถ้าไม่ถอนตัวหลังจากนี้เกิดตายขึ้นมาพวกเราจะไม่รับผิดชอบอะไรทั้งนั้นใครปอดแหกก็วิ่งกลับไปกินนมซะ” ดามินตะโกนออกมาเสียงดังไม่เหมือนกับเด็กหนุ่มอายุ15 เลยแม้แต่น้อย จากนั้นก็หันหลังเดินจากไป
“พี่ไนเรลคนพวกนั้นน่าจะพร้อมกันแล้ว”ดามินที่เดินออกมาหยุดอยู่หน้าไนเรล
“ขอบใจมาก ไปทำงานเถอะ”ไนเรลเดินไปลานกว้างทันที
ตอนนี้คนหายไปเกือบครึ่งแล้วเหลืออยู่เพียงแค่2,400 กว่าคน ทุกคนต่างรอด้วยความเงียบเมื่อไนเรลเดนมาถึงก็ดึงดูดสายตาของทุกคน
“เอาละคนในเมื่อพวกนายยังรอกันอยู่ที่นี่ก็หมายความว่าตัดสินใจไว้แล้วก็คงไม่ต้องพูดมากแล้วก่อนอื่นคงต้องออกเรื่องรางวัลก่อนก็แล้วกันคนที่ผ่านจะได้ผลคริสตัลวิวัฒนาการเป็นของตอบแทนและเข้าร่วมกับสมาพันธ์นักล่าส่วนมนุษย์ชั้นสูงที่ผ่านก็จะได้เข้าร่วมกับสมาพันธ์นักล่าและแก่นพลังงานจำนวนมาก”
“ส่วนเรื่องการทดสอบไว้พวกนายไปถึงในจุดที่กำหนดก็จะรู้เอง”ทันทีที่ไนเรลพูดจบเสียงแจ้งเตือนก็ดังขึ้นในอุปกรณ์สื่อสารของทุกคนซึ่งก็เป็นซีโร่ที่ส่งแผนที่ให้กับพวกเขา
“มีเวลา 5วันส่วนอาวุธนั้นมีพวกนายเลือกเอาตามใจชอบก็แล้วกัน โชคดี” ทันทีที่ไนเรลพูดจบก็บินขึ้นท้องฟ้าหายไปในทันทีทิ้งให้คนกว่า 2,400 คนยืนงงกันอยู่สักพักแต่ในตอนนั้นเองที่ตัวนับเวลาถอยหลังก็เริ่มขึ้น
ทำให้ทุกคนตื่นจากภวังค์รีบวิ่งไปหยิบอาวุธพากันวิ่งไปยังจุดหมายปลายทางทันที
ซึ่งจุดหมายปลายทางก็คือ 600กิโลเมตรหลุมลึกที่มีซอมบี้อยู่