“ความคิดอะไรของเ้าอย่างนั้นหรือคลูส?”ดยุคหนุ่มเ้าของใบหน้าที่ถูกปิดบังใบด้วยหน้ากากเหล็กครึ่งนึงถามอย่างหวาดๆ
“นั่นสิครับ...หวังว่ามันจะดีนะครับ...”ผมเองก็ไม่ค่อยอยากจะคาดหวังกับไอเดียของคลูสมากนัก...กลัวมันจะเละเทะจนกู้กลับมาลำบากน่ะครับ...
“โว๊ะ!พวกนายนี่ก็! หัดเชื่อใจกันมั่งสิฟะ!” อีกฝ่ายพูดอย่างไม่พอใจกับท่าทีของพวกผมทั้งสองเท่าไหร่นัก
“ไม่ล่ะครับ...”
“เหมือนกัน...”พวกผมสองคนเบ้ปากโบกมือปฏิเสธอย่างไม่ต้องเสียเวลาคิด จนบรรณารักษ์หนุ่มเดาะลิ้นอีกรอบรอบที่แล้วที่เชื่อใจหมอนี่ไป...เล่นเอาซะผมกับเฟอร์เสียวหัวจะหลุดออกจากบ่า...ถึงจะไม่เกิดอะไรขึ้นก็จริง...แต่ก็ทำเอาพวกผมสองคนประสาทจะกินไปรอบแล้วเหมือนกัน...
“เอ่อ...ทำไมถึงดูไม่เชื่อใจกันขนาดนั้นล่ะคะ?”ด้านสาวผมแดงที่เห็นปฏิกิริยาของพวกผมก็หันมาถามทันทีทำเอาผมกับเฟอร์ตอบไม่ถูกเช่นเดียวกัน...เพราะมันไม่ใช่เื่ที่น่าพูดให้ใครฟังเท่าไหร่นัก...
“จะว่ายังไงดีล่ะครับ...คลูสเขาเคยเสนอเื่ๆหนึ่งขึ้นมาน่ะครับ...ส่วนผลลัพธ์ก็...”ผมเอ่ยเว้น่เหมือนไม่ค่อยอยากจะพูดถึงมันนัก แต่คลูสก็โพล่งออกมาแทนซะอย่างงั้น
“อย่างน้อยผลลัพธ์ก็ออกมาดูดีไม่ใช่หรือไงเล่า!”
“มันดูดีแค่ผลลัพธ์ยังไงเล่า...อย่านึกว่าเราจะจำวิธีการของเ้าไม่ได้นะคลูส...”ฝ่ายเฟอร์เองก็ตอกกลับพลางแยกเขี้ยวใส่บรรณารักษ์หนุ่มจนอีกฝ่ายสะดุ้งแล้วฉีกยิ้มแห้งๆยกมือยอมแพ้ในทันใด
“ยอมแล้วจ้า...ไม่เถียงละจ้า...แต่ไอเดียของชั้นรอบนี้ไม่มีปัญหาหรอกน่า...เชื่อชั้นหน่อยเถอะน่า~”เ้าตัวเอ่ยออกมาพร้อมกับกลับไปยิ้มระรื่นอีกครั้ง...พอเห็นท่าทีทีเล่นทีจริงแบบนี้...ผมก็อดคิดขึ้นมาไม่ได้ว่าจะเชื่อได้จริงๆน่ะหรอครับ...
“ไม่ลองเชื่อใจดูหน่อยล่ะคะ?”สิ้นเสียงหวาน ผมกับเฟอร์ก็หันไปมองหน้าสาวผู้พูดอย่างมึนงงถึงจะมีคลูสที่ทำท่าทางจมูกยื่นอยู่ด้านหลังก็ตามที
“แต่ว่านะครับ...”
“ลองดูหน่อยเถอะค่ะถ้าเสนอมาแล้วไม่ดี ก็ค่อยคิดกันใหม่ก็ได้นี่คะ?” คำเอ่ยท้วงของผมถูกปัดตกไปทันทีจากเหตุผลที่หญิงสาวยกขึ้นมาสุดท้ายผมกับเฟอร์ก็หันไปพยักหน้าให้คลูสเพื่อเป็การบอกว่าพูดไอเดียของเ้าตัวออกมาเลย...หวังว่าจะเวิร์คนะ...
“กว่าจะยอมฟังชั้นพูดนะเ้าพวกบ้าเอ๊ย...ที่ชั้นจะเสนอก็คือคาราเมลมัคคิอาโต้ร้อนยังไงเล่า”ทันทีที่คลูสเอ่ยจบ...ก็เหมือนกับว่าสมองของผมจะลัดวงจรกะทันหัน...พวกผมสองคนหันมามองหน้ากันด้วยสีหน้าเหวอๆ...ผมเองก็คิดว่าเฟอร์ก็น่าจะรู้สึกเหมือนผมเช่นกันโดยมีลูกค้าสาวเ้าของหน้ากากแฟนซีสีทองเอียงหัวมองพฤติกรรมของพวกผมอย่างไม่เข้าใจเป็ฉากหลัง...พวกเราดันมองข้ามเมนูแบบนั้นไปได้ยังไงฟ่ะครับ!?!?!?!?
“ดูท่าพวกนายจะลืมนึกถึงเมนูนี้กันล่ะสิท่าแต่ชั้นจำได้ดีเลยล่ะ ก็เ้านี่มันเมนูกาแฟที่ชั้นชอบเป็อันดับสองเลยนี่ เนี่ยถ้าฟังชั้นั้แ่แรกก็คงไม่ต้องมาเสียเวลาเถียงกันั้แ่แรกแล้วแท้ๆ” บรรณารักษ์หนุ่มตอกพวกผมกลับพร้อมกับแสยะยิ้มมีชัยเหนือกว่าอย่างเห็นได้ชัดรอบนี้ต้องยอมหมอนี่จริงๆแฮะ...
“เฮ้อ...ไม่น่าเชื่อนะครับว่าคนแบบคลูสจะคิดอะไรที่พวกเราลืมคิดได้สองรอบในวันเดียวนะครับเนี่ย...”ผมบ่นกับตัวเองขณะที่หันไปพยักหน้าให้เหล่าเด็กเสิร์ฟไปแจ้งกับลูกค้าภายในร้านว่าจะให้ลองเทสชิมได้
“คนแบบชั้นมันทำไมเล่า!”
“ฮ่ะๆ...ไม่มีอะไรหรอกครับเดี๋ยวผมแถมขนมให้คุณหนึ่งชิ้นละกันนะครับคลูส อยากได้เค้กอะไรล่ะครับ?” ผมหันไปถามขณะที่เริ่มเตรียมอุปกรณ์
“บอกไม่มีอะไรใครจะไปเชื่อฟ่ะ...เอาเหอะ...ชั้นขอพายสัปปะรสละกัน”คำขอของเพื่อนสนิทผู้สวมแว่นตาทำเอาผมชะงักงัน ก่อนที่ผมจะค่อยๆเงยหน้าขึ้นมามองหน้าเพื่อนของผมที่กำลังแสยะยิ้มเหมือนรู้ทัน
“ไม่มีอยู่เมนูใช่ไหมล่ะ~ แต่ชั้นรู้นะว่านายทำเตรียมเอาไว้เป็ของทานเล่นของตัวเองน่ะคุณเพื่อน~เอามาเซ่นชั้นซะดีๆ~ นี่ดีแค่ไหนแล้วที่ชั้นไม่ขอกาแฟนายเพิ่มอีกถุงน่ะ~”
“ก็ได้ครับ...เฟอร์จะเอาอะไรด้วยไหมครับ?”ผมถอนหายใจอย่างยินยอม แล้วหันไปถามดยุคหนุ่ม ต่อแต่เ้าตัวก็โบกมือปฏิเสธ ผมจึงเบนสายตาไปหาลูกค้าสาวผมแดงแทน
“แล้วคุณผู้หญิงจะรับอะไรเพิ่มไหมครับ?ถือซะว่าผมเลี้ยงขอบคุณที่ช่วยเตือนสติพวกผมน่ะครับ”
“ดิชั้นไม่รับอะไรเพิ่มแล้วล่ะค่ะแค่คุกกี้ที่ให้เมื่อครู่แค่นั้นก็มากพอแล้ว” เธอกล่าวปฏิเสธทันทีผมจึงกุมคางใช้ความคิดอยู่ชั่วครู่ ก่อนจะเสนอบางอย่างแทน
“ถ้าอย่างงั้นค่าขนมกับกาแฟ แล้วก็น้ำชา ผมถือว่าผมเลี้ยงคุณละกันนะครับ”
“อย่างนั้นมันมากเกินไปนะคะ”สาวผมแดงหันมาเอ่ยเสียงแข็ง แถมยังจ้องเขม็งอีกสุดท้ายผมจึงเลือกใช้วิธีประนีประนอมแทน
“งั้น...เอางี้ไหมครับ?ถือซะว่ากาแฟสองแก้วนั้นผมเลี้ยงละกันนะครับ รวมถึงแก้วต่อไปที่ผมทำด้วยคุณจ่ายแค่ค่าเค้กส้มกับชาเอิร์ลเกรย์ก็พอ อันนี้ผมไม่ให้ปฏิเสธนะครับ” ผมกล่าวพร้อมกับยกนิ้วชี้ขึ้นมาแตะริมฝีปากเชิงว่าห้ามโต้แย้งจนสาวเ้ายู่หน้าทำเอาผมอดไม่ได้ที่จะหัวเราะเบาๆอย่างเอ็นดู
“ลิเบอต้าเราว่าเ้ารีบจัดการเครื่องดื่มที่จะไปให้ลูกค้าลองเถอะ เดี๋ยวจะไม่ทันการเอานะ”แต่ยังไม่ทันที่ผมจะได้ทำอะไรต่อเฟอร์ก็พูดออกมาพร้อมกับท้าวคางมองมาที่ผมอย่างเบื่อๆผมเองก็ไม่เข้าใจท่าทางของเฟอร์เหมือนกันว่าทำไมทำหน้าเหม็นเบื่อแบบนั้น แต่ก็ยอมทำตามคำแนะนำของอีกฝ่ายแต่โดยดี
ผมหันไปหยิบแก้วเปล่าจำนวนหลายใบออกมาวางไว้ตรงหน้าพร้อมกับทำการต้มกาแฟเพิ่มในทันทีขณะที่รอกาแฟต้มเสร็จ ผมก็เดินกลับเข้าไปในห้องครัวเพื่อนำนมออกมาเพิ่มอีกหลายขวดตามมาด้วยไหสีน้ำตาลอีกหนึ่งใบ และหม้ออีกใบที่ส่งกลิ่นหอมหวานออกมา
“ไหนั่นคืออะไรหรอคะ?”ดูเหมือนว่าการที่ผมนำไหใบนี้ออกมาจากห้องครัวด้วยจะทำให้สาวผมแดงที่นั่งมองผมอยู่แปลกใจ
“เ้านี่น่ะหรอครับ?เมเปิ้ลไซรัปยังไงล่ะครับ” ผมฉีกยิ้มเอ่ยตอบออกไปเ้านี่น่ะเป็ของดีเลยล่ะครับ ที่โลกเราขวดนึงราคาแพงมาก แต่กลับที่ประเทศนี้มันกลับมีราคาถูกกว่ากันเยอะจนเป็น้ำเชื่อมที่ใช้กันแพร่หลายไปทั่วเลยล่ะครับ
“แล้วหม้อนั่นล่ะคะ?”
“คาราเมลยังไงล่ะครับ”สิ้นคำตอบของผมทางด้านสาวเ้าก็พยักหน้ารับพลางชะโงกหัวดูสิ่งที่ผมกำลังจะทำอยู่อย่างสนใจ
ทันทีที่กาแฟถูกต้มจนเสร็จผมก็ทำการตักเมเปิ้ลไซรัปลงไปที่ก้นแก้วของแต่ละใบตามด้วยเทนมสดลงไปประมาณครึ่งแก้วก่อนจะหันไปหยิบกามาเทกาแฟสีดำขลับลงไปประมาณหนึ่งในสี่ของแก้วฟองนมถูกทำขึ้นมาใหม่อีกครั้งแล้วตักลงไปบนผิวหน้าของกาแฟ แล้วจึงปิดท้ายด้วยการนำคาราเมลมาตกแต่งเป็ลายบนฟองนม
“คาราเมลมัคคิอาโต้ร้อนพร้อมเสิร์ฟแล้วครับ”ผมเอ่ยออกมาด้วยรอยยิ้มแล้ววางแก้วกาแฟลงตรงหน้าของคนทั้งสามก่อนจะส่งที่เหลือไปให้กับเหล่าเด็กเสิร์ฟเพื่อยกไปให้ลูกค้าสาวๆในร้านได้ลองทานดู
“ว๊าว!น่าทานจังเลยนะคะเนี่ย~” หล่อนเอ่ยพลางยิ้มร่าขณะยื่นมืออกมารับแก้วกาแฟกลิ่นหอมจากกาแฟและคาราเมลกระจายไปทั่วร้านช่วยทำให้บรรยากาศในร้านดูสงบและดูสบายๆมากยิ่งขึ้น ด้านคลูสที่รับแก้วคาราเมลมัคคิอาโต้ร้อนมาก็การจิบมันทันทีแบบไร้ความปราณีตผิดกับเฟอร์ที่สูดกลิ่นของมันก่อนแล้วจึงค่อยจิบ
“ฮ่า! นี่ล่ะเมนูโปรดอันดับสองของชั้น! คิดถึงมันจริงๆล่ะน้า~”
“อร่อยมากลิเบอต้ารสชาติของแก้วนี้ลงตัวอย่างไม่มีปัญหาเลยล่ะ”
“ถ้าชอบก็ดีแล้วล่ะครับ”ผมพยักหน้าอย่างยินดีโดยที่กวาดสายตาไปมองเหล่าลูกค้าคนอื่นๆด้วยเช่นกันปฏิกิริยาของลูกค้าสาวๆภายในร้านแต่ละคนแตกต่างกันพอสมควรเพราะบางคนดูเหมือนจะถูกปากกับรสชาติของมันบางคนก็ดูเหมือนจะไม่ชอบเท่าไหร่แต่ก็พอทานได้อย่างไม่มีปัญหา ซึ่งพอมองรวมๆแล้วจำนวนคนที่ชอบเมนูนี้มีอยู่พอสมควร ถือว่าเมนูนี้ผ่านล่ะนะ~
“ถึงตาคุณแล้วล่ะครับคุณผู้หญิง”ผมหันมาพูดแล้วฉีกยิ้มบางๆกับลูกค้าสาวผมแดงที่ยังคงยกแก้วสูดดมกลิ่นกาแฟผสมคาราเมลอย่างสบายใจปฏิกิริยาของหล่อนต่อเมนูกาแฟแก้วนี้เป็สิ่งที่ผมสนใจเป็อย่างยิ่งอยากรู้มากๆเลยล่ะครับว่าเ้าตัวจะชอบมันหรือไม่
“ถ้าเช่นนั้นดิชั้นทานแล้วนะคะ” เธอเงยหน้าขึ้นมาบอกผมพลางฉีกยิ้มขี้เล่นชวนน่าเอ็นดูก่อนจะจรดริมฝีปากลงไปที่ปากแก้วแล้วยกมันขึ้นจิบ ผ่านไปชั่วครู่เธอก็วางแก้วลงแล้วเลียริมฝีปากปาดคราบครีมสีขาว หันมาฉีกยิ้มให้ผมอย่างน่ารัก
“มันอร่อยมากเลยล่ะค่ะรสชาติไม่หวานไม่ขมจนเกินไป กำลังดีจนสามารถทานได้เรื่อยๆเลยค่ะ”
“ถ้าอย่างนั้นเ้านี่ก็ถือว่าสอบผ่านฉลุยเลยสินะครับเนี่ย”ผมเอ่ยด้วยน้ำเสียงสบายๆแล้วก้มตัวท้าวคางยิ้มให้กับอีกฝ่ายฝ่ายสาวเ้าก็หัวเราะออกมาเมื่อเข้าใจสิ่งที่ผมจะสื่อไปให้
“แต่เื่จะเอาเข้ามาในเมนูนี่สุดแล้วแต่คุณจะตัดสินใจไม่ใช่หรอคะ?ชั้นพูดอะไรได้เสียที่ไหนล่ะ~” หล่อนตอบกลับมาแล้วปิดปากหัวเราะเบาๆ
“ใครว่าล่ะครับ~ คำติชมของคุณลูกค้าถือว่ามีประโยชน์ต่อร้านของเรามากเลยต่างหากครับ~ซึ่งจากปฏิกิริยาของคุณและลูกค้าคนอื่นๆเมื่อครู่คงทำให้กาแฟแก้วนี้เข้ามาอยู่ในใบเมนูเร็วๆนี้แน่นอนครับ”
“แต่ว่าแก้วโปรดของดิชั้นอย่างคาปูชิโน่ร้อนคงจะยากสินะคะเนี่ยน่าเสียดายจัง~”
“แก้วนั้นสำหรับคนไม่เคยดื่มมันถือว่าขมเลยนะครับผมล่ะแปลกใจจริงๆที่คุณดื่มแก้วนั้นรวมถึงเอสเปรสโซ่ก่อนหน้านี้ได้น่ะ”
“อันนี้ดิชั้นเองก็ไม่ทราบเหมือนกันค่ะ~”
“อ้อสำหรับคาปูชิโน่ร้อน คุณผู้หญิงไม่ต้องห่วงหรอกครับ ถ้าคุณมาที่ร้านล่ะก็สามารถสั่งพิเศษจากผมได้เลยนะครับ”
“เห~ ไม่คิดเงินสินะคะ~” เธอเปรยออกมาแล้วประสานมือรองคางของเธอพลางฉีกยิ้มกรุ่มกริ่ม
“สามแก้ววันนี้ไม่คิดครับแต่แก้วหลังจากนี้ผมคิดครับคุณผู้หญิง” ผมตอบกลับอย่างรู้ทัน
“ดิชั้นอุตส่าห์ช่วยลองทานเมนูทดสอบของร้านให้เลยนะคะเนี่ย~ไม่คิดจะมีอะไรพิเศษๆให้หน่อยเลยหรือคะ?”
“ก็ได้ครับถ้างั้นเอาเป็...เมนูคาปูชิโน่ร้อนผมจะถือซะว่าเป็เมนูพิเศษสำหรับคุณคนเดียวละกันนะครับ”
“ว๊าว~ แบบนั้นก็ดีเลยสิคะ แต่นี่เราคุยกันมาตั้งนานแล้ว...คุณไม่คิดจะแนะนำตัวหน่อยหรอคะคุณเ้าของร้าน?”
“ผมเองก็ลืมไปเสียสนิทเลยแฮะ...ขออภัยในความเสียมารยาทนะครับคุณผู้หญิงกระผมมาสเตอร์ลิเบอต้า เป็เ้าของร้านคาเฟ่ลา นอสตร้า ลิเบอต้าครับถึงผมจะเดาว่าคุณน่าจะรู้อยู่แล้วก็เถอะนะ”
“ทำไมถึงคิดแบบนั้นล่ะคะมาสเตอร์ลิเบอต้า~”
“ถ้าคุณไม่รู้จักชื่อหรือร้านของผมคุณคงไม่ก้าวเข้ามาในร้านแบบวันนี้หรอกครับคุณผู้หญิง...ถึงตาคุณแนะนำตัวแล้วนะครับ”ผมพูดพลางผายมือไปทางอีกฝ่ายเชิงบอกว่าถึงตาคุณบ้างแล้ว
“อืม...แล้วแต่ทางคุณจะเรียกดีกว่านะคะมาสเตอร์ลิเบอต้า”สาวผมแดงเอ่ยพลางยกแก้วคาราเมลมัคคิอาโต้ขึ้นจิบ
“ถ้าอย่างนั้น...”ผมเอ่ยเว้น่แล้วยกมือกุมปากใช้ความคิด ก่อนที่ชื่อๆหนึ่งจะเด้งเข้ามาในสมองของผมน่าจะใช้ได้ล่ะนะครับ
“ผมขอเรียกคุณว่ามิสอินวิซิเบิลละกันนะครับ”
“ขอทราบความหมายได้ไหมล่ะคะคุณมาสเตอร์”เธอถามกลับขณะที่ดวงตาฉายแววอยากรู้อย่างเต็มปรี่
“เพราะผมมองไม่เห็นว่าคุณเป็ใครยังไงล่ะครับ”ใช่ครับ ถึงเธอจะมีสีผม บรรยากาศและกลิ่นอายเหมือนยัยแม่ทัพบ้านั่นยังไงก็ตามทีแต่การพูดจาของหล่อนรวมถึงการกระทำกลับไม่ใช่ยัยนั่นเลยแม้แต่เสี้ยวเดียว...ผมเลยคิดว่าชื่อนี้แหละเหมาะ
“เห~อย่างนั้นหรอคะเนี่ย~ดูเหมือนว่าดิชั้นจะต้องไปแล้วล่ะคะ แต่ว่าก่อนหน้านั้น...ดิชั้นอยากทราบความหมายของชื่อกาแฟแก้วนี้น่ะค่ะว่ามันหมายถึงอะไรดิชั้นเชื่อว่ามันคงไม่ได้ตั้งมาส่งๆใช่ไหมล่ะคะ?” มิสอินวิซิเบิลถามคำถามสุดท้ายออกมาแล้วยกแก้วคาราเมลมัคคิอาโต้ดื่มจนหมด
“อย่างที่คุณคิดน่ะแหละครับมิคคิอาโต้เป็ภาษาถิ่นที่แปลว่าการทำเครื่องหมายครับฉะนั้นคาราเมลมัคคิอาโต้จึงแปลได้ว่าการทำเครื่องหมายด้วยคาราเมลนั่นเองครับ”สิ้นคำตอบของผมมิสอินวิซิเบิลก็ทำหน้าประมาณว่ามันเป็แบบนี้นี่เองสินะออกมาแล้วหันมายิ้มให้กับผมอีกครั้ง
“ขอบคุณสำหรับคำตอบนะคะถ้าอย่างนั้นคิดเงินได้เลยค่ะมาสเตอร์ลิเบอต้า”
“ยี่สิบเหรียญเงินครับมิสอินวิซิเบิล”พอผมบอกจบ เธอก็ยื่นเหรียญเงินมาให้ผมครบตามจำนวนก่อนจะถอยหลังเตรียมจะก้าวออกจากร้าน
“ดิชั้นขอตัวลานะคะมาสเตอร์ลิเบอต้า”
“ขอให้เดินทางกลับโดยสวัสดิภาพครับมิสอินวิซิเบิล”สิ้นคำเอ่ยลาของเราทั้งคู่ เธอก็เดินออกไปจากร้าน
“ทำไมคาราเมลมัคคิอาโตร้อนรอบนี้มันหวานจนเลี่ยนจังวะเฟอร์...”
“รอบนี้เราเห็นด้วย...เลี่ยนจนเราเองก็ดื่มไม่ลงแล้วเหมือนกัน...”
ผมว่าวันนี้...ผมได้ว่าที่ลูกค้าประจำคนแรกของร้านแล้วสินะครับเนี่ย...แถมคุยสนุกมากๆซะด้วยล่ะนะครับ...ช่างเป็วันเปิดร้านที่ดีจริงๆ
แต่ว่าพวกนั้นเขาเป็อะไรของเขาน่ะครับ?ทำท่าแลบลิ้นทำหน้าปุเลี่ยนๆกันทำไมนะ? หรือกาแฟไม่ถูกปากหว่า?เราก็ไม่ได้ใส่ส่วนผสมอะไรเกินไปนี่นา?