ตอนที่ 14 ไม่ใช่คู่กรรมคงไม่ได้พบหน้า (1)
เสียงทุ้มนุ่มของเซี่ยจิ่นเหยียนมุ่งเป้ามาที่เหยียนจื่อม่อโดยตรง หางเสียงซึ่งยกสูงเล็กน้อยเปล่งสำเนียงไพเราะประหลาดหู แม้ลมหนาวจะกลบเสียงพูดไปบ้าง ทว่านางกลับยังได้ยินชัดเจน คำว่า ‘เ้าคนโป้ปดน้อย’ นั่นแทบจะทำให้สติสัมปชัญญะที่เหลืออยู่ขาดผึง ในตอนนั้นยามมีอะไรกันบนเตียง เขาก็ชอบเรียกนางเช่นนี้เหมือนกัน!
ความทรงจำอันงดงามมักถูกทำลายและกลืนหายไปอย่างง่ายดาย นางล้วนมอบใจรักบริสุทธิ์และความลุ่มหลงอย่างสาวน้อยไร้เดียงสาให้เขาหมดแล้ว ทว่ากลับแลกมาด้วยาแบอบช้ำทั่วร่าง
“หากเ้ายังไม่ออกมาอีก ข้าจะไปหาพวกคุณชายตระกูลเจี่ยนแล้วนะ พวกเขาน่าจะยังไปไม่ไกลนัก”
คุณหนูตระกูลเจี่ยนผ่านตาเขามาหมดแล้ว ไม่มีใครเหมือนนางเลยสักคน สตรีที่ครั้งหนึ่งเคยปรากฏตัวขึ้นราวสายลม ก่อนจะอันตรธานหายไปอย่างไร้วี่แววในตอนท้าย สตรีผู้นี้เป็ใครกันแน่
“คนเลว”
เหยียนจื่อม่อแค่นเสียงเย็นแล้วกัดฟันพูดออกมา จากนั้นถึงออกจากูเาจำลองที่ซ่อนตัวอยู่ ไม่มีใครเข้าใจเซี่ยจิ่นเหยียนไปมากกว่านางแล้ว นางจึงรู้ดีว่าเขามีนิสัยพูดแล้วต้องทำ...หากตนยังดึงดันซ่อนตัวอยู่ เขาต้องหาข้ออ้างสักอย่าง เรียกคนที่เพิ่งจากไปเ่าั้กลับมาแน่
พอเห็นว่านางออกมาพร้อมสองแก้มที่แดงก่ำ สีหน้าบ่งบอกว่าไม่ชอบใจอย่างมาก เขาลูบแขนเสื้อกว้างของตัวเองคราหนึ่ง ก่อนจะกล่าวด้วยสีหน้านุ่มนวล “ตอนนั้นข้ามอบเงินให้เ้าติดตัวไป เ้าไม่ได้กล่าวขอบคุณเลยสักคำ”
“ท่านจำคนผิดแล้ว”
ไม่ว่าจะเป็ชาติก่อนหรือชาตินี้ เหยียนจื่อม่อมาเมืองหลวงเพื่อหลีกเลี่ยงการแต่งงานกับตาแก่นั่น จึงได้รับเงินช่วยเหลือจากเซี่ยจิ่นเหยียน หากเป็ไปได้นางอยากจะย้อนเวลากลับมาให้เร็วกว่านี้ จะได้ตัดเวรกรรมที่ทำให้พบกันในตอนนั้นไปเสีย
“คนคนหนึ่งมีรูปร่างใกล้เคียงกันได้ รูปโฉมก็อาจละม้ายคล้ายกันได้ ทว่าหากในร่างเดียวกันมีเสียงเหมือนกันด้วยนี่ ความเป็ไปได้ที่จะจำคนผิดย่อมมีน้อยยิ่งกว่าน้อย”
เหยียนจื่อม่อทราบว่าเขามีทักษะเห็นผ่านตาไม่รู้ลืม อีกทั้งมีนิสัยคาดเดาเอาแน่เอานอนไม่ได้ ก่อนหน้ายังพูดจาดีเป็ดั่งฝนชโลมใจ ครู่ต่อมาอาจกลายเป็ฝนห่าใหญ่สาดโครมลงมาก็ได้ ดังนั้นนางจึงทำเพียงนิ่วหน้าไม่เอ่ยวาจา
“ข้ามาจากจวนผิงซีโหว ไว้วันหน้าจะให้คนไปขอบคุณคุณชายเซี่ยที่มีน้ำใจช่วยเหลือถึงเรือนแน่นอน”
ในเมื่อไม่อาจหาข้อแก้ตัวได้ก็ยอมรับอย่างเปิดเผยไปเสียเลย ด้วยเื่ขัดแย้งระหว่างเซี่ยจิ่นเหยียนกับจวนผิงซีโหว เกรงว่าเขาคงปรารถนาให้วันนี้ไม่เคยบังเอิญพบกันเสียด้วยซ้ำ ส่วนความช่วยเหลือที่ให้ไปในตอนนั้นก็คงนึกแค้นใจจนอยากตัดมือทั้งสองข้างของตัวเองทิ้งเลยทีเดียว
เมื่อเซี่ยจิ่นเหยียนได้ยินนางบอกชื่อตระกูล อารมณ์บนใบหน้าก็แปรเปลี่ยนอย่างรวดเร็วจนไม่อาจมองออกได้ด้วยตาเปล่า ครู่หนึ่งเขาถึงจากไปด้วยสีหน้าเรียบเฉย ไม่แม้แต่จะเหลือบแลเหยียนจื่อม่อเลยแม้แต่แวบเดียว ขณะที่นางไม่ได้มีสีหน้าประหลาดใจอะไร คล้ายกับคาดเดาผลลัพธ์ได้อยู่แล้ว
หลังจากเหยียนจื่อม่อบังเอิญเจอเซี่ยจิ่นเหยียน นางยิ่งรู้สึกว่าตระกูลเจี่ยนไม่เป็มงคล ชาติก่อนด้วยเส้นสายของตระกูลเจี่ยนทำให้เขาก้าวหน้าขึ้นอย่างรวดเร็ว กระทั่งไปอยู่ในจุดที่ใครๆ ต้องพากันแหงนหน้ามอง ทว่าอีกฝ่ายกลับเล่นงานตระกูลเหยียนและทำลายตระกูลขุนนางเก่าที่สืบทอดกันมาหลายต่อหลายรุ่นด้วยมือตัวเองได้ลง
เหยียนจื่อม่อหลงเข้าไปในเขตต้อนรับแขกบุรุษโดยไม่ได้ตั้งใจ คราวนี้จึงระมัดระวังตัวยิ่งกว่าเดิม เร่งฝีเท้าย้อนกลับไปยังทิศทางตรงกันข้าม เพียงไม่นานก็เห็นเจี่ยนซื่อกำลังเดินวนกลับไปกลับมาอย่างเร่งร้อน
“ม่อเอ๋อร์...”
เหยียนจื่อม่อพลันชะงักไปเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าดวงตาทั้งสองข้างของนางแดงก่ำ ก่อนจะมองมารดาอย่างประหลาดใจ “ท่านแม่ เกิดเื่อะไรขึ้นหรือเ้าคะ”