ผู้คนที่้ามาบำบัดทยอยมาตลอดทั้งวัน ฟางหนิงเอ๋อสังเกตว่า คุณชายแทบไม่มีเวลาพักแตะอาหารเลย
บ่ายคล้อยมากแล้ว ผู้บำบัดรายสุดท้ายกลับไป ป้าซูฉีเดินไปปิดประตูหน้าบ้านและช่วยคุณชายเก็บข้าวของ ส่วนฟางหนิงเอ๋อทำหน้าที่จัดเตรียมอาหารมื้อเย็นอยู่ในครัว
“จัดเตรียมสำรับไปสามชุดนะ เ้าก็ต้องกินข้าวพร้อมกันกับเรา คุณชายไม่ชอบให้ใครแยกไปกินคนเดียว” ป้าซูฉีอธิบายแกมออกคำสั่ง
ตลอดเวลาที่ทานมื้อเย็น ฟางหนิงเอ๋อสังเกตว่า แม้คุณชายจะหิวเพียงใด แต่ก็ยังกินข้าวด้วยความสงบเรียบร้อย...ใบหน้าและกิริยาท่าทางของเขาช่างงดงามเสียจริง....
“มีอะไรติดที่หน้าข้ารึ” หวังลู่เอินปรายตามองไปยังสาวใช้คนใหม่
“อ๊ะ..ปะ..เปล่า เ้าค่ะ” ฟางหนิงเอ๋อนึกหงุดหงิดตัวเองที่เผลอตัวไปมองคุณชายไม่วางตาเช่นนั้น
“กินข้าวเสร็จแล้ว เ้าตามข้ามาที่ห้องยาด้วย”
“เ้าค่ะ” ฟางหนิงเอ๋อก้มหน้ารับคำสั่ง
หลังจากที่ฟางหนิงเอ๋อจัดการเก็บสำรับอาหารช่วยป้าซูฉีเสร็จเรียบร้อยแล้ว จึงเดินไปยังห้องเก็บยาที่ติดกับห้องนอนของเธอเอง เมื่อเปิดประตูเข้าไปก็พบว่า คุณชายนั่งที่โต๊ะกำลังนั่งเขียนอะไรบางอย่าง เธอจึงนั่งลงตรงข้ามเพื่อรอรับคำสั่ง
“เ้าเขียนหนังสือได้ใช่หรือไม่”
“พอได้เ้าค่ะ”
หวังลู่เอินวางพู่กันลง แล้วจ้องหน้าสตรีตรงหน้า
“ั้แ่วันนี้เป็ต้นไป เ้าต้องคัดตำราพวกนั้นให้เสร็จ”
ฟางหนิงเอ๋อมองตำราที่วางอย่างเป็ระเบียบที่ชั้นหนังสือ พลางขมวดคิ้วด้วยความสงสัย... ตรงนั้นมีตำราน่าจะประมาณหนึ่งร้อยเล่มเห็นจะได้ จะให้คัดตำราพวกนั้นไปทำไมกัน...
“ทั้งหมดนั่นเลยเหรอเ้าคะ มันมาก..”
ยังไม่ทันที่นางจะพูดจบ หวังลู่เอินก็พูดแทรก
“ข้าไม่ได้ให้เ้าทำคืนนี้คืนเดียว มีเวลาว่างก็มานั่งคัด ตำรายาสมุนไพรพวกนั้นเป็มรดกจากคุณปู่ บางเล่มก็เริ่มผุพัง ข้าไม่อยากให้มันสูญหายไปกับกาลเวลา เ้าเข้าใจหรือยัง” หวังลู่เอินถามด้วยสีหน้าจริงจัง จนนางเริ่มกลัว
“ขะ..เข้าใจแล้วเ้าค่ะ”
“ข้าไปนอนล่ะ ที่เหลือฝากเ้าจัดการต่อด้วย”
“เ้าค่ะ”
ฟางหนิงเอ๋อ ถอนใจโล่ง เมื่อคุณชายเดินออกไปแล้ว เธอเริ่มจรดพู่กันลงบนกระดาษ พลางคิดหนักใจ...จะอยู่ที่นี่ต่อไปได้อีกนานแค่ไหนกัน...วันสำคัญก็ใกล้เข้ามาทุกทีแล้ว
แสงตะวันเริ่มโผล่มารำไร ป้าซูฉีลุกขึ้นมาช้า ๆ เกิดอาการเมื่อยขบตามอายุที่มากขึ้น เธอตรงไปยังห้องครัวตามปกติ เมื่อเข้ามาในครัวก็ต้องแปลกใจ อาหารเช้าถูกจัดเตรียมไว้เรียบร้อยแล้ว เธอได้ยินเสียงใครบางคนกวาดใบไม้อยู่ด้านนอก จึงเดินออกไปดู พบว่าเป็ ฟางหนิงเอ๋อนั่นเอง
“ฟางหนิงเอ๋อ...เ้าไปดูแลสำรับอาหารให้คุณชายเถิด ป่านนี้ท่านน่าจะอ่านตำราเสร็จแล้ว ตรงนี้ข้าจะจัดการต่อเอง”
ป้าซูฉีมองตามหลัง ฟางหนิงเอ๋อที่กำลังเดินกลับไปในครัวอย่างว่าง่าย รู้สึกเอ็นดูที่นางเป็คนว่านอนสอนง่าย ช่วยเหลืองานบ้านได้อย่างคล่องแคล่ว
ฟางหนิงเอ๋อ ยกสำรับอาหารมาให้คุณชายที่ห้องโถง
“เมื่อคืนนอนหลับดีหรือไม่” หวังลู่เอินถาม
“หลับสบายดีเ้าค่ะ”
“ทำไมเช้านี้ไม่ใช่ข้าวต้มล่ะ” หวังลู่เอินแปลกใจ ที่อาหารเช้าวันนี้ดูแปลกตากว่าทุกวัน
“เมื่อวานข้าเห็นว่าคุณชายแทบไม่มีเวลาพักทานอะไรเลย ข้าจึงคิดว่าอาหารมื้อเช้าควรเป็อาหารที่ทานแล้วอยู่ท้องเ้าค่ะ แต่..แต่..หากไม่ถูกใจคุณชาย ข้าจะไปทำให้ใหม่เ้าค่ะ” ฟางหนิงเอ๋อก้มหน้าตอบ ไม่กล้าสบตา เพราะกลัวถูกดุที่ทำเกินหน้าที่
“อืม...ไม่เป็ไร ข้าไม่ได้ว่าอะไร แบบนี้ก็ดีเหมือนกัน เ้าไปทำงานต่อเถิด” หวังลู่เอินตอบด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล พลางคิดในใจ...นางสังเกตด้วยหรือนี่
กลางดึกคืนนั้น ฟางหนิงเอ๋อยืนเหม่อมองพระจันทร์อยู่ลานหน้าบ้าน วันสำคัญก็ใกล้เข้ามาทุกที เธอควรจะหนีไปจากที่นี่ก่อนความจริงจะเปิดเผยดีกว่า
“เ้ามาทำอะไรตรงนี้” เสียงนุ่มทุ้มดังอยู่ด้านหลัง