น้องเมีย..ที่รัก (เรื่องเสียวสำหรับคนรักน้องเมีย)

    น้องกิ๊ฟ 7 : ดินเนอร์บ้านพี่สาว


    แสงอาทิตย์ยามเย็นทอประกายสีส้มอมชมพู อาบไล้ไปทั่วหมู่บ้านจัดสรรระดับไฮเอนด์ย่านชานเมือง บรรยากาศรอบด้านเงียบสงบ แตกต่างจากความวุ่นวายของใจกลางเมืองหลวงอย่างสิ้นเชิง รถยนต์อีโคคาร์คันกะทัดรัดของกิ๊ฟค่อยๆ แล่นเข้ามาจอดเทียบที่หน้าประตูรั้วเหล็กดัดสีดำขลับเบื้องหน้าบ้านเดี่ยวสองชั้นสไตล์ Modern Tropical หรูหรา ซึ่งเป็นเรือนหอและรังรักอันแสนอบอุ่นของเก๋ พี่สาวร่วมสายเลือด และนนท์ พี่เขยหนุ่ม... ผู้ชายที่เพิ่งประทับรอยรักลึกซึ้งไว้บนเรือนร่างของเธอเมื่อไม่กี่วันก่อน

    กิ๊ฟดับเครื่องยนต์ พลางถอนหายใจเฮือกใหญ่ มือบางกำพวงมาลัยแน่นจนข้อนิ้วขึ้นขาว หัวใจของเธอเต้นผิดจังหวะทุกครั้งที่นึกถึงสิ่งที่เกิดขึ้นระหว่างเธอกับนนท์ ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีตีรวนอยู่ในอก ทว่าเมื่อได้รับสายตรงจากเก๋ที่โทรมาชวนด้วยน้ำเสียงร่าเริง ให้มาร่วมรับประทานมื้อค่ำเพื่อฉลองความสำเร็จของทีมจัดงานแสดงสินค้าในต่างจังหวัด กิ๊ฟก็ไม่สามารถหาข้ออ้างใดมาปฏิเสธพี่สาวที่แสนดีของเธอได้เลย

    หญิงสาวก้าวลงจากรถ สูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ เพื่อเรียกความกล้าหาญ บ้านหลังนี้ยังคงสวยงามและสมบูรณ์แบบเสมอ ผนังกระจกบานใหญ่รอบทิศทางสะท้อนแสงไฟโทนอบอุ่นที่สว่างไสวออกมาจากตัวบ้าน สวนหญ้าเทียมสีเขียวสดปูเรียบกริบไร้ที่ติ ตัดกับระเบียงไม้สักทอดยาวรอบตัวบ้าน บ่งบอกถึงรสนิยมและความใส่ใจของเจ้าของบ้านเป็นอย่างดี

    เสียงปลดล็อกประตูดังขึ้นพร้อมกับร่างสูงสมส่วนของนนท์ที่เปิดประตูออกมารับ กิ๊ฟชะงักไปชั่วครู่เมื่อสบดวงตาคมกริบที่คุ้นเคย นนท์อยู่ในชุดลำลองสบายๆ สวมเสื้อยืดสีเข้มกับกางเกงผ้าฝ้าย แต่กลับดูดีและดึงดูดสายตาจนกิ๊ฟเผลอใจสั่นสะท้าน

    "มาถึงแล้วเหรอกิ๊ฟ เข้ามาก่อนสิ เก๋รออยู่ในครัวแน่ะ" นนท์เอ่ยทักทายด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่ม รอยยิ้มบางๆ บนริมฝีปากของเขาดูเป็นธรรมชาติในบทบาทพี่เขยที่ใจดีและสุภาพ หากแต่แววตาที่ทอดมองมากลับแฝงความหมายลึกซึ้งที่รู้กันเพียงสองคน

    "สวัสดีค่ะพี่นนท์ กิ๊ฟขอโทษด้วยนะคะที่มาช้า รถติดนิดหน่อยค่ะ" กิ๊ฟพยายามบังคับน้ำเสียงไม่ให้สั่น ยกมือไหว้พี่เขยตามมารยาทปกติ แม้หัวใจจะเต้นโครมครามจนแทบจะทะลุออกมานอกอก

    "ไม่เป็นไรหรอก เข้ามาเถอะ ข้างนอกยุงเริ่มเยอะแล้ว" นนท์เบี่ยงตัวหลบให้กิ๊ฟเดินผ่าน จังหวะที่ร่างบางเฉียดใกล้ กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ ของเธอก็ลอยมากระทบจมูก นนท์เผลอสูดกลิ่นหอมอย่างลืมตัว ก่อนจะรีบปิดประตูตามหลัง

    เมื่อก้าวพ้นธรณีประตูเข้ามา กลิ่นหอมสะอาดของเทียนหอมอโรมากลิ่นลาเวนเดอร์และคาโมมายล์ก็ลอยมากระทบจมูก ผสานกับไอเย็นฉ่ำจากเครื่องปรับอากาศที่เปิดเตรียมไว้ล่วงหน้า ให้ความรู้สึกผ่อนคลายและอบอุ่นในแบบฉบับของครอบครัวที่สมบูรณ์แบบ เครื่องเรือนและของตกแต่งบ้านทุกชิ้น รวมถึงกรอบรูปคู่แต่งงานที่ตั้งโชว์อยู่บนชั้นไม้วอลนัต ทุกสิ่งทุกอย่างตอกย้ำให้กิ๊ฟตระหนักว่า นี่คืออาณาจักรของพี่สาวเธอ

    "อ้าว! กิ๊ฟมาแล้วเหรอน้องรัก" เสียงหวานใสของเก๋ดังขึ้นจากทางห้องอาหาร ก่อนที่ร่างเพรียวบางของพี่สาวในชุดเดรสอยู่บ้านสบายๆ จะเดินออกมารับพร้อมรอยยิ้มกว้างสดใส

    "พี่เก๋ คิดถึงจังเลยค่ะ" กิ๊ฟเดินเข้าไปสวมกอดพี่สาวแน่น ความอบอุ่นจากอ้อมกอดของเก๋ทำให้กิ๊ฟรู้สึกจุกในลำคอ ความละอายใจแล่นปราดเข้ามากัดกินหัวใจในทันที

    "คิดถึงเหมือนกันจ้ะ เก่งมากเลยนะเรา งานแสดงสินค้าที่ต่างจังหวัดออกมาดีเยี่ยมเลย พี่ได้ยินคนในทีมชมกิ๊ฟให้ฟังเยอะแยะเลย นนท์เขาก็บอกว่ากิ๊ฟหัวไว ทำงานเก่งมาก" เก๋ผละออกพร้อมลูบศีรษะน้องสาวด้วยความเอ็นดู สายตาที่มองกิ๊ฟมีแต่ความรักและภาคภูมิใจอย่างบริสุทธิ์ใจ

    กิ๊ฟยิ้มเจื่อนๆ พลางเหลือบมองนนท์ที่ยืนอยู่ไม่ไกล ชายหนุ่มส่งยิ้มตอบรับคำพูดของภรรยาอย่างแนบเนียน "ก็ต้องชมแหละครับ กิ๊ฟเขาตั้งใจทำงานจริงๆ ผมแทบไม่ต้องสอนอะไรมากเลย"

    "ไปสิ เข้าไปที่โต๊ะอาหารกันดีกว่า พี่เตรียมของโปรดกิ๊ฟไว้เพียบเลย วันนี้พี่ลงครัวเองเต็มที่ ฉลองให้น้องสาวคนเก่ง" เก๋จูงมือกิ๊ฟเดินนำเข้าไปในห้องอาหาร

    ภายในห้องอาหารที่เชื่อมต่อกับห้องครัวฝรั่งสไตล์โมเดิร์น โต๊ะอาหารหินอ่อนสีขาวลายเทาขนาดใหญ่ถูกจัดเตรียมไว้อย่างประณีต โคมระย้าแชนเดอเลียร์ด้านบนสาดแสงไฟระยิบระยับกระทบแก้วน้ำและจานชามเซรามิกหรูหรา บนโต๊ะเต็มไปด้วยอาหารน่ารับประทาน ทั้งสเต๊กเนื้อวัวพรีเมียมนำเข้าที่ย่างสุกกำลังดี ซุปเห็ดทรัฟเฟิลส่งกลิ่นหอมกรุ่น และพาสต้าเส้นสดคลุกเคล้าซอสครีมรสเข้มข้น

    "โห... น่าทานทั้งนั้นเลยค่ะพี่เก๋ กิ๊ฟเกรงใจจังเลย รบกวนพี่เก๋ต้องเหนื่อยทำอาหารเยอะแยะแบบนี้" กิ๊ฟนั่งลงที่เก้าอี้ฝั่งหนึ่ง โดยมีนนท์นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม และเก๋นั่งอยู่ที่หัวโต๊ะ

    "เหนื่อยอะไรกัน พี่เต็มใจทำให้กิ๊ฟทานอยู่แล้ว เอ้อ! รอเดี๋ยวนะ พี่ทำชาเขียวมัทฉะลาเต้เย็นที่กิ๊ฟชอบไว้ด้วย เดี๋ยวไปหยิบในตู้เย็นก่อน" เก๋พูดจบก็ลุกเดินไปที่ตู้เย็นขนาดใหญ่สองประตู

    กิ๊ฟมองตามแผ่นหลังของพี่สาว ก่อนจะหันกลับมาปะทะสายตากับนนท์ที่กำลังจ้องมองเธออยู่ก่อนแล้ว แววตาของเขาเต็มไปด้วยความโหยหาและปรารถนา นนท์ขยับริมฝีปากคล้ายจะพูดอะไรบางอย่าง ทว่ากิ๊ฟรีบหลบสายตา ก้มหน้ามองจานอาหารของตัวเอง มือบางบีบเข้าหากันแน่นอยู่ใต้โต๊ะ

    "มาแล้วจ้า มัทฉะลาเต้เย็นๆ สูตรเด็ดของพี่เก๋ รับรองว่าอร่อยกว่าคาเฟ่ชื่อดังอีกนะ" เก๋กลับมาพร้อมแก้วทรงสูงที่บรรจุเครื่องดื่มสีเขียวพาสเทลละมุน วางลงตรงหน้ากิ๊ฟ

    "ขอบคุณค่ะพี่เก๋" กิ๊ฟรับแก้วมาดื่มอึกใหญ่ ความหอมหวานอมขมของชาเขียวแผ่ซ่านไปทั่วลิ้น แต่มันไม่อาจกลบรสชาติฝาดเฝื่อนในใจของเธอได้เลย

    มื้ออาหารเริ่มต้นขึ้นท่ามกลางบรรยากาศชื่นมื่น เก๋ทำหน้าที่เจ้าบ้านและพี่สาวที่แสนดีได้อย่างสมบูรณ์แบบ เธอคอยตักชิ้นเนื้อสเต๊กที่นุ่มที่สุดใส่จานให้กิ๊ฟ และตักซุปเห็ดทรัฟเฟิลให้ด้วยความใส่ใจ

    "ทานเยอะๆ นะกิ๊ฟ ช่วงนี้ทำงานหนัก ดูผอมลงไปนิดนึงนะเนี่ย นนท์ก็เหมือนกันค่ะ ทานเยอะๆ นะคะ" เก๋ตักอาหารส่งให้สามีด้วย

    นนท์รับคำพร้อมรอยยิ้ม "ขอบคุณครับเก๋ เก๋ทำอะไรก็อร่อยที่สุดอยู่แล้ว"

    คำพูดหวานหูและการสบตากันอย่างรักใคร่ระหว่างนนท์และเก๋ ทำให้กิ๊ฟรู้สึกเหมือนจะหายใจไม่ออก นนท์สวมบทบาทสามีที่แสนดีต่อหน้าพี่สาวของเธออย่างไม่มีที่ติ ราวกับว่าเรื่องราวเร่าร้อนที่เกิดขึ้นระหว่างเขากับกิ๊ฟในห้องพักที่ต่างจังหวัดเป็นเพียงความฝัน นนท์คอยตักอาหารให้เก๋ สลับกับตักให้กิ๊ฟอย่างเป็นธรรมชาติ ไม่มีพิรุธใดๆ ให้จับสังเกตได้เลย

    กิ๊ฟเคี้ยวเนื้อสเต๊กพรีเมียมที่ควรจะละลายในปาก แต่วันนี้เธอกลับรู้สึกว่ามันกลืนยากเย็นเหลือเกิน ทุกครั้งที่นนท์แสดงความใส่ใจและดูแลเอาอกเอาใจเก๋ กิ๊ฟจะรู้สึกเจ็บแปลบที่ก้อนเนื้อในอกข้างซ้าย ทว่าในขณะเดียวกันก็รู้สึกผิดบาปอย่างมหันต์ที่เผลอใจไปอิจฉาพี่สาวแท้ๆ ของตัวเอง

    หลังมื้ออาหารคาวจบลง เก๋นำผลไม้สดมาเสิร์ฟ ทั้งสามคนยังคงนั่งคุยกันอยู่ที่โต๊ะอาหารหินอ่อน

    "ช่วงนี้พี่มีความสุขมากเลยนะกิ๊ฟ" เก๋พูดขึ้นลอยๆ รอยยิ้มบางๆ ประดับบนใบหน้าสวยหวาน "นนท์เขาน่ารักขึ้นมากเลย คอยดูแลเอาใจใส่พี่ทุกอย่าง กลับบ้านเร็วขึ้น มีเวลาให้พี่มากขึ้น..."

    เก๋หันไปมองหน้าสามี แววตาเต็มไปด้วยความรักลึกซึ้ง นนท์ยิ้มตอบและเอื้อมมือไปโอบไหล่บางของภรรยาเบาๆ ลูบต้นแขนเก๋อย่างทะนุถนอมตามปกติของคู่สามีภรรยาที่รักกันดี

    เก๋หัวเราะคิกคักด้วยความเขินอาย ก่อนจะหันมากุมมือกิ๊ฟที่วางอยู่บนโต๊ะ "พี่ดีใจจริงๆ นะที่กิ๊ฟย้ายเข้ามาทำงานร่วมทีมกันที่ออฟฟิศสาทร นนท์เขาจะได้คอยช่วยดูแลกิ๊ฟได้อย่างใกล้ชิด ยิ่งช่วงที่ต้องไปทริปต่างจังหวัดด้วยกัน พี่เป็นห่วงแทบแย่ แต่พอเห็นงานออกมาดีและนนท์ก็ชมกิ๊ฟไม่ขาดปาก พี่ก็เบาใจ พี่ฝากน้องสาวคนนี้ด้วยนะนนท์ กิ๊ฟยังใหม่กับงานจัดแสดงสินค้า มีอะไรก็ช่วยสอนช่วยเตือนน้องด้วยล่ะ"

    "แน่นอนครับ ผมจะดูแลกิ๊ฟให้ดีที่สุด เก๋ไม่ต้องห่วงเลย" นนท์รับปากหนักแน่น สบตากิ๊ฟชั่วแวบหนึ่งด้วยสายตาที่แฝงความหมายซ่อนเร้น

    แต่สำหรับกิ๊ฟแล้ว คำพูดที่แสนซื่อบริสุทธิ์ของพี่เก๋ เหมือนค้อนปอนด์หนักๆ ที่ทุบลงกลางใจของเธออย่างจัง ความดี ความรัก และความไร้เดียงสาของพี่สาวที่มอบความไว้วางใจให้เธอและสามีอย่างเต็มเปี่ยม มันสะท้อนให้เห็นถึงความเลวร้ายในสิ่งที่เธอได้กระทำลงไป

    กิ๊ฟนั่งนิ่งงัน มือที่ถูกพี่สาวกุมไว้สั่นเทาจนต้องพยายามฝืนเกร็งไว้ เธอไม่ได้หวาดกลัวบาปกรรมตามคติศาสนาหรือกลัวการตกนรกหมกไหม้ในสัมปรายภพ หากแต่สิ่งที่กำลังบีบรัดหัวใจของเธอจนแทบหายใจไม่ออกในวินาทีนี้ คือความจริงแท้ในโลกมนุษย์... ความจริงที่ว่าผู้หญิงที่แสนดีและรักเธอที่สุดคนนี้ กำลังหยิบยื่นความอบอุ่นและไว้ใจให้เธอกับสามีอย่างหมดหัวใจ ขณะที่เธอกลับหักหลังพี่สาวด้วยการแอบไปมีสัมพันธ์ลึกซึ้งกับสามีของเขา ความรักที่เธอมีต่อนนท์นั้นรุนแรงและหวานล้ำ ทว่าเมื่อเทียบกับความผูกพันอันยาวนานที่พี่เก๋คอยโอบอุ้มเธอมาตลอดชีวิตตั้งแต่พ่อแม่จากไป มันกลับกลายเป็นความเห็นแก่ตัวที่น่าสะอิดสะเอียน ก้อนเนื้อในอกข้างซ้ายปวดร้าวราวกับจะแตกออกเป็นเสี่ยงๆ ทุกรอยยิ้มและทุกคำชื่นชมจากปากพี่สาวเปรียบเสมือนลิ่มแหลมที่ตอกตรึงความผิดบาปซ้ำๆ ลงบนจิตสำนึกของเธอ

    'เราจะไม่มีวันทำลายครอบครัวของพี่เก๋เด็ดขาด เราจะไม่ยอมเป็นต้นเหตุให้พี่สาวที่แสนดีคนนี้ต้องหลั่งน้ำตา บ้านหลังนี้... วิมานที่พี่เก๋สร้างขึ้นมาด้วยความรักและความเชื่อใจ มันจะต้องงดงามและสมบูรณ์แบบตลอดไป' กิ๊ฟปฏิญาณกับตัวเองในใจอย่างแน่วแน่ ความรู้สึกสับสนและหวาดกลัวที่เคยเกาะกุมจิตใจแปรเปลี่ยนเป็นความเด็ดเดี่ยวทางอารมณ์ของผู้ใหญ่ที่พร้อมจะเผชิญหน้ากับความจริง เธอต้องถอยออกไป และจบความสัมพันธ์ต้องห้ามนี้ลงเสียที ก่อนที่ทุกอย่างจะพังทลายจนไม่เหลือชิ้นดี

    "เดี๋ยวพี่ขอตัวไปเข้าห้องน้ำแป๊บนึงนะจ๊ะ กิ๊ฟกับนนท์คุยกันไปก่อนนะ" เก๋ปล่อยมือกิ๊ฟแล้วลุกขึ้นเดินออกไปทางห้องน้ำบริเวณโถงทางเดิน

    ทิ้งให้กิ๊ฟและนนท์อยู่กันตามลำพังในห้องอาหาร บรรยากาศที่เคยชื่นมื่นแปรเปลี่ยนเป็นความอึดอัดและเงียบงันในพริบตา

    "กิ๊ฟช่วยเก็บโต๊ะนะคะ" กิ๊ฟลุกขึ้นยืนอย่างรวดเร็วเพื่อหลบเลี่ยงสายตาของนนท์ เธอเริ่มรวบรวมจานชามที่รับประทานเสร็จแล้วซ้อนกัน

    "เดี๋ยวพี่ช่วยครับ" นนท์ลุกขึ้นมาช่วยยกจาน ทั้งคู่เดินนำจานเข้าไปในส่วนของห้องครัวฝรั่งสไตล์โมเดิร์นที่อยู่ติดกัน อ่างล้างจานสเตนเลสขนาดใหญ่วางตั้งอยู่ตรงกลางเคาน์เตอร์หินอ่อนสีดำ

    กิ๊ฟวางจานลงในอ่างล้างจาน เทน้ำยาล้างจานลงบนฟองน้ำเตรียมจะทำความสะอาด ทว่ายังไม่ทันจะได้ลงมือล้าง วงแขนแกร่งคุ้นเคยของนนท์ก็สอดเข้ามากอดเอวบางของเธอจากด้านหลังอย่างรวดเร็วทว่าแผ่วเบา ร่างสูงแนบชิดแผ่นหลังบางจนกิ๊ฟสัมผัสได้ถึงไออุ่นและอัตราการเต้นของหัวใจเขา

    "พี่นนท์..." กิ๊ฟสะดุ้งเล็กน้อย พยายามขืนตัวออก แต่ตระหนักดีว่าหากขัดขืนรุนแรงอาจทำให้เกิดเสียงดังจนพี่เก๋สงสัย

    นนท์ก้มหน้าลงมาใกล้ซอกคอขาวผ่อง สูดดมกลิ่นหอมประจำตัวของหญิงสาวด้วยความเสน่หาและคิดถึง "พี่คิดถึงกิ๊ฟเหลือเกิน... อยู่ต่อหน้าเก๋ พี่ต้องพยายามเก็บความรู้สึกแทบแย่" เสียงทุ้มกระซิบแผ่วเบาข้างใบหู ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดผิวเนื้อนุ่มจนกิ๊ฟลอบขนลุกซู่

    ความอ่อนโยนและสัมผัสที่คุ้นเคยเกือบจะทำให้กิ๊ฟใจอ่อนยวบเหมือนทุกครั้ง แต่ภาพรอยยิ้มที่เปี่ยมไปด้วยความสุขของพี่เก๋ยังคงแจ่มชัดในความทรงจำ กิ๊ฟสูดหายใจเข้าลึกๆ รวบรวมความเข้มแข็งทั้งหมดที่มี ค่อยๆ ยกมือขึ้นจับที่ฝ่ามือหนาของนนท์ที่ประสานกันอยู่บนหน้าท้องของเธอ

    กิ๊ฟออกแรงแกะมือหนาของเขาออกช้าๆ อย่างนุ่มนวลแต่เด็ดขาด นนท์ขืนแรงไว้เล็กน้อยด้วยความแปลกใจ แต่สุดท้ายก็ยอมปล่อยให้เธอหลุดจากอ้อมกอด

    หญิงสาวหันกลับมาเผชิญหน้ากับชายหนุ่มผู้เป็นทั้งเจ้านาย พี่เขย และคนที่เธอรัก ดวงตากลมโตของกิ๊ฟตอนนี้ปราศจากความหวั่นไหว มีเพียงความแน่วแน่เด็ดเดี่ยว ทว่าลึกๆ กลับแฝงไปด้วยความอาลัยอาวรณ์ที่ยากจะปิดบัง เธอส่ายหน้าช้าๆ เป็นเชิงปฏิเสธ

    "เรื่องของเรา... มันต้องจบลงแค่นี้นะคะพี่นนท์" กิ๊ฟกระซิบด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา แต่หนักแน่นจนคนฟังถึงกับสะท้าน

    "กิ๊ฟ... พูดอะไรออกมา รู้ตัวหรือเปล่า?" นนท์ขมวดคิ้วเข้าหากัน แววตาตื่นตะลึงและไม่เข้าใจ

    "กิ๊ฟรู้ตัวดีที่สุดค่ะพี่นนท์" กิ๊ฟเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย พยายามกลั้นน้ำตาที่เอ่อรื้นไม่ให้ไหลรินออกมา "กิ๊ฟรักพี่นะคะ... แต่กิ๊ฟก็รักพี่เก๋มากเหมือนกัน กิ๊ฟจะไม่ยอมทำลายบ้านหลังนี้และครอบครัวของพี่เก๋ พี่นนท์เป็นสามีที่ดีของพี่เก๋เถอะนะคะ... ส่วนระหว่างเรา ให้มันจบลงตรงนี้ ให้เป็นเพียงความทรงจำที่ผิดพลาดครั้งหนึ่งก็พอค่ะ"

    คำพูดของกิ๊ฟราวกับสายฟ้าฟาดเปรี้ยงลงกลางใจของนนท์ ชายหนุ่มหน้าถอดสี อ้าปากค้างพูดอะไรไม่ออก เขาไม่คาดคิดมาก่อนว่ากิ๊ฟจะตัดสินใจเด็ดขาดและรวดเร็วขนาดนี้ ความรู้สึกสูญเสียก่อตัวขึ้นในอกอย่างรุนแรง

    "แต่กิ๊ฟ... พี่..." นนท์พยายามจะก้าวเข้าไปหา หวังจะคว้าตัวเธอมากอดเพื่ออ้อนวอน

    "อย่าค่ะพี่นนท์" กิ๊ฟถอยหลังไปหนึ่งก้าว พลางยกมือขึ้นห้าม "พี่เก๋กำลังจะมาแล้ว ทำตัวให้เป็นปกติเถอะค่ะ กิ๊ฟจะล้างจานตรงนี้ให้เสร็จแล้วขอตัวกลับเลยนะคะ"

    พูดจบกิ๊ฟก็หันกลับไปเผชิญหน้ากับอ่างล้างจาน เปิดน้ำในก๊อกเสียงดังเพื่อกลบความเงียบที่น่าอึดอัด นนท์ได้แต่ยืนนิ่งอึ้งอยู่เบื้องหลัง มองแผ่นหลังบอบบางที่บัดนี้ดูเข้มแข็งและห่างเหินออกไปทุกที เขาทำได้เพียงกำหมัดแน่นด้วยความรู้สึกหลากหลายที่ตีรวนอยู่ในใจ ทั้งตกใจ เสียดาย และเจ็บปวด

    เพียงไม่นาน เสียงฝีเท้าของพี่เก๋ก็ดังใกล้เข้ามา นนท์รีบปรับสีหน้าให้เป็นปกติ แม้แววตาจะยังคงมีความสับสนหลงเหลืออยู่ ส่วนกิ๊ฟก็ก้มหน้าก้มตาล้างจานต่อไปราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น ซ่อนน้ำตาและความเจ็บปวดไว้เบื้องหลังรอยยิ้มที่ฝืนปั้นแต่งขึ้นมาเผชิญหน้ากับพี่สาว

    ค่ำคืนดินเนอร์ที่ควรจะแสนหวาน กลับกลายเป็นจุดสิ้นสุดของความสัมพันธ์ลับๆ ที่กิ๊ฟตัดสินใจตัดใจด้วยความเด็ดเดี่ยว ทิ้งไว้เพียงรอยร้าวลึกในใจของชายหนุ่ม และความซื่อบริสุทธิ์ของพี่สาวแสนดีที่ไม่รับรู้เรื่องราวใดๆ... การตัดสินใจครั้งนี้ของกิ๊ฟ แม้จะเจ็บปวด แต่มันคือทางเลือกที่ถูกต้องที่สุดเพื่อปกป้องคนที่เธอรัก...