“ จื้อเอ๋อร์เป็ยังไงบ้าง ลูกยังเจ็บอยู่ไหม ” เสียงสะอึกสะอื้นของหญิงสาววัยกลางคนทำให้เฉิงลู่จื้อรู้ว่าคนตรงหน้าเป็แม่เ้าของร่างเดิม ช่างน่าสงสารและน่าเวทนาจังเลย ลูกสาวตัวจริงของเธอตายไปแล้ว
เฉิงลู่จื้อกำลังเปล่งเสียงพูด จู่ๆความจำเยอะแยะมากมายที่ไม่ใช่ของเธอกำลังเข้าสู่สมองของเธอ ทำให้เธอปวดสมองเฉียบพลันโดยใช้เวลาไม่ถึง 1 นาทีและหายเจ็บไปทันที ความทรงจำกำลังฉายภาพต่างๆของเ้าของร่างเดิม ร่างนี้มีชื่อว่าเฉิงลู่จื้อ อายุ 16 ปี เหมือนชื่อของเธอในโลกเก่าก่อนมาที่นี่ ครอบครัวมีแซ่เฉิงเช่นเดียวกับเธออีก อะไรจะบังเอิญขนาดนั้น เ้าของร่างเดิมมีพ่อชื่อเฉิงลู่เสียน อายุ 36 เป็ลูกคนเดียว พ่อแม่เสียชีวิตหลังจากเขาแต่งงานได้ประมาณ 2 ปี แม่ชื่อหานฮุ่ยเหมย อายุ 35 ปี คลอดบุตร 2 คน คนโตเป็ลูกชายชื่อเฉิงลู่ซือ อายุ 18 ปี ปีหน้าจะแต่งสะใภ้เข้าบ้านและคนสุดท้ายก็คือเ้าของร่างเดิม
ครอบครัวตระกูลเฉิงรักลูกเท่ากัน ไม่ลำเอียงรักลูกชายมากกว่าลูกสาวเหมือนยุคสมัยนี้ ทั้งคู่ส่งเสียลูกชายและลูกสาวให้เรียนหนังสือ ในยุคนี้ระบบการเรียนแบ่งออกเป็โรงเรียนประถม 5 ปี โรงเรียนมัธยมศึกษาตอนต้นและโรงเรียนมัธยมศึกษาตอนปลาย 2 ปี
เฉิงลู่ซือเรียนจบโรงเรียนมัธยมศึกษาตอนต้นประจำตำบล มีผลการเรียนระดับดี เขารักเฉิงลู่จื้อมากจึงเลือกไม่เรียนต่อเพื่อเสียสละให้น้องสาวได้เรียนในโรงเรียนมัธยมศึกษาตอนปลายประจำอำเภอซึ่งมีค่าใช้จ่ายสูง
1 สัปดาห์ก่อน โรงเรียนมัธยมศึกษาตอนปลายปิดเทอม่ฤดูร้อน เฉิงลู่จื้อเดินทางกลับบ้านทันที ทางครอบครัวเฉิงสั่งห้ามไม่ให้เธอไปทำงานที่ทุ่งนา แต่เธออยากจะช่วยเหลือครอบครัวและแบ่งเบาภาวะ เธอจึงขึ้นเขาเก็บผักป่า ไม่ได้มีแค่เธอที่ขึ้นเขายังมีอีกหลายคน มีทั้งเด็กและคนแก่พากันเก็บผักป่าประทังชีวิตหรือเอาไปแลกแต้ม
ทางฝั่งเธอและชาวบ้านอีก 10 คนกว่าๆกำลังหาผักป่า ก็มีหมูป่าขนาดใหญ่พุ่งเข้ามาเหมือนมันวิ่งหนีอะไรสักอย่าง ชาวบ้านพากันแตกตื่นรีบวิ่งหลบหนี เธอก็รีบวิ่งหนีหัวซุกหัวซนและวิ่งไปอีกฝั่งหนึ่งโดยไม่มีใครวิ่งมาฝั่งเดียวกับเธอสักคน เธอไม่ทันระวังก็ตกลงไปในหลุมขนาดใหญ่หรือกับดักเก่าแก่ของพรานป่าที่ไม่ใด้ใช้งานมาหลายปีแล้ว