ครั้นเมื่อทั้งสามเข้ามาในห้องอาหาร หยินจินซียังคงทำตัวเป็ปกติราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้นเธอยังคงตักขนมและรินชาให้กับหวงเต๋อจงตามแบบกุลสตรีที่พึงปฏิบัติ
“ขอบคุณมากนะจินซี ฉันโชคดีจริงๆที่มีคู่หมั้นอย่างเธอ”
เธอแสร้งยิ้มให้กับเขา
“หึ คู่หมั้นที่ดูโง่ๆน่ะสิที่คุณอยากได้”เธอพูดขึ้นเบาๆในใจก่อนจะแสร้งยิ้มหวานออกมาก
หลังจากที่ทานของว่างเสร็จหวงเต๋อจงก็รีบขอตัวกลับในทันที
“จินซีฉันก็ขอตัวกลับห้องก่อนนะ”เธอพูดพร้อมกับรีบลุกออกจากโต๊ะในทันที
“เดี๋ยวก่อน”หยินจินซีเอ่ยเรียกลั่วเหวินเหย่ไว้
เธอหันกับมามองหน้าของหยินจินซีด้วยความสงสัย
“มีอะไรงั้นเหรอ”
“สีลิปสติ๊กของเธอควรเปลี่ยนใหม่ได้แล้วนะเพราะมันดูแก่เกินวัยของเธอมากไป”เธอพูดก่อนจะเดินลุกออกจากห้องอาหารในทันที
ลั่วเหวินเหย่ที่เริ่มรูสึกไม่มั่นใจเมื่อถูกท้วงติง เธอใช้มือปาดไปที่ริมฝีปากก่อนจะมองสีลิปที่ติดอยู่บนนิ้วมือด้วยความกังวน
“สีลิปของฉันดูแก่งั้นเหรอ”เธอพูดขึ้นอย่างเสียความมั่นใจ
เช้าวันต่อมา...........................
“อ้าวเหวินเหย่ ตื่นแต่เช้าเลยนะจ๊ะ ดูวันนี้หนูแต่งตัวสวยผิดปกติเลยนะจะออกไปไหนกันล่ะไม่มาทานข้าวกับน้าก่อนเหรอ”
เธอแสยะยิ้มเบาๆอย่างลำคาญเล็กๆ
“เอ่อ วันนี้หนูคงไม่ได้อยู่ทานข้าวช้าวกับคุณน้าและจินซีนะคะเพราะหนูมีธุระด่วนน่ะค่ะ”
“อ่อ งั้นเหรอจ๊ะ”
“ค่ะคุณน้า งั้นหนูขอตัวก่อนนะคะ”เธอพูดพร้อมกับรีบเดินจากไปในทันที
จินหยงมองดูเธอที่เดินจากไปแต่ก็ไม่ได้คิดสงสัยอะไร
“คุณแม่คะลูกมาแล้วค่ะ”หยินจินซีพูดขึ้นก่อนจะเดินมานั่งข้างๆคุณแม่ของเธอ
“แล้วเหวินเหย่ไม่ออกมาทานข้าวเช้าเหรอคะ”เธอเอ่ยถามผู้เป็แม่
“แม่เห็นเธอรีบออกไปข้างนอกั้แ่เช้าเห็นว่ามีธุระด่วน วันนี้ดูเธอแต่ตัวสวยเชียวแม่ก็ไม่ค่อยจะเห็นเหวินเหย่แต่งตัวสวยเท่านี้มาก่อน”
หยินจินซีค่อยๆบดเคี้ยวอาหารพร้อมกับคิดภาพตามที่แม่ของเธอพูด
“เธอคงมีนัดกับคนสำคัญน่ะค่ะ”เธอพูดอย่างรู้ว่าลั่วเหวินเหย่กำลังไปไหน
“แม่ว่าก็ดีเหมือนกันนะเหวินเหย่ก็อายุ 20 แล้วเธอควรจะมีคนรักกับเขาบ้าง แล้วเื่ของลูกกับหวงเต๋อจงเป็ยังกันบ้าง”
“ก็ดีค่ะ เรื่อยๆ”
เธอมองหน้าลูกสาวที่ดูเบื่อๆเมื่อได้ฟังที่เธอถาม
“ทำไมงั้นเหรอ ลูกกับหวงเต๋อจงมีปัญหากันงั้นเหรอ”เธอถามขึ้นด้วยความเป็ห่วง
เธอส่ายหน้าเบาๆให้กับผู้เป็แม่
“ปล่าวค่ะคุณแม่”
“อื้มงั้นก็ดีแล้วล่ะจ๊ะเพราะแม่กับคุณแม่ของหวงเต๋อจงเราได้คุยกันแล้วว่าลูกทั้งสองหมั้นหมายกันก็มาตั้งนานหลายปีคงถึงเวลาที่จะต้องแต่งงานเป็ทองแผ่นเดียวกันซะที”
“บางทีวันนั้นอาจจะไม่เกิดขึ้นก็ได้นะคะ”
จินหยงหยุดคีบอาหารเข้าปากก่อนจะมองหน้าของบุตรสาว
“เอ๋!ทำไมลูกพูดอย่างนั้นล่ะ”
เธอแสร้งยิ้มราวกับไม่มีอะไร
“ปล่าวค่ะคุณแม่ไม่มีอะไร คุณแม่ค่ะลูกขอถามอะไรคุณแม่ได้มั๊ยคะ”
“อะไรงั้นเหรอจ๊ะ”
“ถ้าคุณแม่ถูกคนที่คุณแม่รักและไว้ใจหักหลังคุณแม่จะโกรธเกลียดเขามั๊ย”
“อื้มแม่ต้องดูก่อนว่าเขาหักหลังแม่เื่อะไรถ้าเป็เื่เล็กๆที่ให้อภัยได้แม่ก็จะให้อภัย”
“แล้วถ้าคุณพ่อแอบคบหากับผู้หญิงคนอื่นลับหลังคุณแม่แต่ผู้หญิงคนนั้นก็เป็คนที่คุณแม่เคยรักมากๆคุณแม่จะโกรธมั๊ยคะ”
“มีอะไรรึเปล่าทำไมลูกถึงได้ถามแม่อย่างนั้น”
เธอยิ้มพร้อมกับส่ายหน้าเบาๆ
“ปล่าวค่ะ พอดีหนูมีเพื่อนที่กำลังตกอยู่ในสถานการณ์นี้เขาเลยมาขอคำปรึกษาจากหนูน่ะค่ะ หนูก็ไม่รู้จะหาคำตอบให้เขายังไงเลยมาปรึกษาคุณแม่”
“อื้ม ถ้าเป็แม่ แม่คงเลือกที่จะเลิกกับคุณพ่อและเลิกคบกับผู้หญิงคนนั้นเอาที่ไม่ต้องมาพบมาเจอกันอีกต่อไป”
เธอยิ้มอย่างพอใจ
“คุณแม่ของลูกก็ใจเด็ดเดี่ยวเหมือนกันนะคะเนี่ย”
“ไม่ได้หรอกลูกความซื่อสัตย์เป็สิ่งแรกที่จะทำให้คนทั้งสองครองรักกันไปได้ตลอดรอดฝั่งหากคนใดคนหนึ่งคิดไม่ซื่อความรักก็ไม่มีทางไปต่อได้ ชีวิตคู่ก็เหมือนกับรองเท้าเราก็อยากได้คู่ที่พอดีไม่ใช่คู่ที่ดูสวยแต่ใส่แล้วเ็ปจริงมั๊ยจ๊ะ”
เธอยิ้มและพยักหน้าให้คุณแม่ของเธออย่างเห็นด้วย
ด้านลั่วเหวินเหย่ที่รีบมาหาหวงเต๋อจงั้แ่เช้าตรู่
“วันนี้คุณแต่งตัวสวยมากเลยน่ะครับ”หวงเต๋อจงรีบหยอดคำหวานในทันทีที่เห็นลั่วเหวินเหย่
เธอยิ้มอย่างเขินอาย
“ไม่เอาแล้วค่ะคุณหวงชอบพูดให้ฉันใจดีใจอยู่เรื่อย”
“ผมพูดจริงต่างหากล่ะ
เขาเดินมาใกล้ก่อนจะยื่นใบหน้าหล่อเข้ามาใกล้ๆข้างหูของเธอ
“ รสจูบเมื่อวานของคุณยังหอมหวานติดอยู่ที่ปากของผมอยู่เลย”
มือเล็กยกขึ้นไปปิดที่ปากเขาเบาๆ
“คุณไม่ควรพูดเื่นี้อีกนะคะนั่นเป็เพียงอุบัติเหตุคุณเป็คู่หมั้นเพื่อนรักของฉันเราไม่ควรทำเื่เลยเถิด”เธอแสร้งทำเป็พูดดี
“ลั่วเหวินเหย่คุณจะว่าผมเห็นแก่ตัวก็ได้ แต่เมื่อวานที่ผมได้อยู่กับคุณสองต่อสองผมกลับรู้สึกว่าผมเริ่มจะตกหลุมรักคุณเข้าแล้ว”
“คุณหวง”
“ไม่รู้สิ ผมรู้สึกใจเต้นแรงเวลาที่อยู่ใกล้กับคุณ”
เธอรีบหลุบหน้าลง
“ฉันก็รู้สึกเช่นกันค่ะ แต่ฉันก็ทำได้เพียงกดเก็บความรู้สึกเอาไว้เพราะคุณเป็คู่หมั้นของจินซีเพื่อนรักของฉัน ฉันไม่อาจหักหลังเธอได้”เธอแสร้งทำเป็รู้สึกผิด