ดวงตามัจจุราช

    ตอนที่ 64 ขัดขวางงานแต่ง

    หลังจากกลับมาจากประเทศเชียงฟ้าอัสนีก็เริ่มฝึกฝนวิชาฝังเข็มระดับสูง และยังคงฝึกฝนคัมภีร์สยบวิญญาณระดับสูง

    อัสนีนำเข็ม108มังกรออกมาวางตรงหน้า ด้านหน้าของเขามีหุ่นมนุษย์ไม้ที่มีจุดต่างๆอัสนีเพียงแค่ยกมือสะบัดออกไป เข็มรักษาก็พุ่งออกไปที่หุ่นไม้พร้อมกัน ถึง 108เล่มปักอยู่ตามจุดต่างๆ ที่เขาตั้งใจเอาไว้

    “ สำเร็จแล้วนึกไม่ถึงฝึกวิชาคัมภีร์สยบวิญญาณ จะทำให้พลังจิตเข้มแข็งขึ้นสามารถควบคุมเข็มรักษาได้แม่นยำกว่าเดิมหลายเท่า”

    อัสนีรู้สึกมั่นใจยิ่งนักแต่ตอนนี้ดวงตามัจจุราชกลับมอบภารกิจให้กับเขาอีกแล้ว

    “ ทำลายงานหมั้นของคุณหนูเซี่ยอิง กับ กับคุณชายใหญ่เวหา กิเลนทอง พร้อมเปิดเผยตัวเองเป็นถึงผู้เป็นเจ้าของดวงตามัจจุราชไม่ควรให้ภรรยาและบุตรต้องทนทุกข์ทรมานได้อีกเป็นอันขาด รางวัล ยมทูตผู้พิทักษ์ 1ตน”

    “ อะไรกันตระกูลกิเลนทองเกี่ยวข้องอะไรกันกับตระกูลเซี่ย” อัสนีสงสัยยิ่ง

    แต่ไม่ทันจะถามใครสัญญาณขอความช่วยเหลือ จากเจเจ ลูกชายของเขาก็ดังเข้ามาในหัวของเขา  สัญญาณนี้ส่งมาจาก โรงแรมลาสเวกัสที่ห่างจากคอนโดของเขาไม่ไกล

    อัสนีรีบขับรถไปที่โรงแรมลาสเวกัสทันที

    พอไปถึง เขาก็พบว่ามีคนนับร้อย มาร่วมงานแต่งงานของ เซี่ยอิง กับ คุณชายใหญ่เวหาโดยตอนเช้าทำพิธีหมั้น และ แต่งในตอนเย็น ซึ่งเวลานี้แม้จะเป็นเวลาเช้าแต่ก็มีคนหลายคนทยอยพากันเข้างาน

    อัสนีเดินเข้าไปในโรงแรมแล้วเดินเข้าไปในห้องหนึ่ง ที่มีคนเฝ้าประตูอยู่สองคน

    “แกคิดจะทำอะไร”  บอดี้การ์ดคนหนึ่งมองหน้าอัสนีเห็นเขาเดินปรี่เข้ามา ก็นำไม้กระบองไฟฟ้าออกมา เพื่อหยุดเขาแต่ช้าไปแล้ว สองคนถูกเข็มปักเข้าที่กลางอก ลงไปนอนสลบอัสนีใช้พลังจิตเปิดประตูเข้าไป พบเจเจ กอดขาตัวเองนั่งร้องไห้อยู่กับพื้นพอเห็นหน้าอัสนี ก็ตกใจ

    “ คุณอาเป็นใครครับเอ๋ ผมจำคุณอาได้แล้ว คุณอาเคยไปบ้านของผม”

    อัสนีลืมตัวไปว่าเจเจยังไม่รู้จักตัวตนของเขา จึงนำหน้ากากมัจจุราชออกมาใส่หน้าของตัวเอง

    “หน้ากากมัจจุราช  เย้..หน้ากากมัจจุราชมาช่วยผมกับแม่แล้ว”

    “ เกิดอะไรขึ้น”

    “แม่..ถูกบังคับให้แต่งงาน กับคนชั่วร้าย คุณอาได้โปรดช่วยแม่ผมด้วยนะครับ”

    “ ทำไมคุณตากับคุณลุงถึงได้ทำเช่นนี้ พวกเขาไม่รักแม่ของเธอแล้วหรือไง”

    “ ผมไม่รู้ที่บ้านมีนักพรตเข้ามา แล้วเรียกแม่กับผมลงมาพบ จากนั้น แม่ก็ถูกบังคับให้แต่งงานแม่ แม่ไม่อยากแต่งงาน แต่พวกเขาขู่ว่า จะไม่ให้แม่พบกับผมอีก แม่เลยต้องยอมแต่งงานกับคนชั่วคนนั้น”

    อัสนีถึงกับกำหมัดแน่น

    “พวกแกกล้าขนาดนี้เลยหรือ ไม่รู้หรือไงว่าหมวยเล็กเป็นภรรยาของฉัน”

    “คุณอาพูดว่าอะไรนะครับ”

    “รีบไปช่วยแม่กันเถอะ”

    อัสนีจูงมือเจเจเดินไปที่ห้องจัดเลี้ยง ครั้งนี้เขาไม่ปิดบังใบหน้า เขาจะเผชิญหน้ากับทุกๆ คนด้วยใบหน้าที่แท้จริง และจะต้องพาหมวยเล็ก กลับไปให้ได้

    ในห้องจัดเลี้ยงมีนักพรตไคจินนั่งเป็นประธานด้านหลังมีลูกศิษย์บุรุษสองคนแต่งกายด้วยชุดนักพรตสีเทา ทั้งสองคนเป็นฝาแฝดส่วนด้านข้าง มีเซี่ยจง หัวหน้าตระกูลเซี่ย และ บุตรชายอีกสี่คนแต่ละคนนั้นมีสีหน้าไม่สบายใจเท่าไร แต่ไม่อาจทำอะไรได้ อีกฝั่งหนึ่ง มีนายอาฑิตย์ผู้นำตระกูลกิเลนทอง และ คุณชายรองเมฆา และคุณชายใหญ่เวหาที่แต่งกายด้วยชุดเจ้าบ่าว รอให้เจ้าสาวออกมาจากห้องแต่งตัว

    อัสนียังไม่ทันเข้าห้องก็พบกับคุณชายเซี่ยอู่ ออกมาจากห้องน้ำพอดี

    “ เจเจ ออกมาได้ยังไงเนี่ย”

    “ คุณลุงห้า”

    “  แก แก...อัสนี แกมาได้ไงเนี่ย?”

    อัสนีคว้าคอของเซี่ยอู่เอาไว้ แล้วถามว่า

    “พวกแกกล้าจับลูกฉันแล้วบีบให้หมวยเล็กแต่งงานอย่างนั้นเร๊อะ”

    “ ฉัน ไม่เกี่ยวเป็นความคิดของอาป๊า เขาเชื่อว่า หากน้องเล็กแต่งกับ นายเวหา ดวงชะตาของตระกูลเซี่ยจะก้าวกระโดดกลายเป็นตระกูลมังกรฟ้า”

    “พวกแกก็เลยบังคับให้หมวยเล็ก ถามเธอไหม ว่ายินดีหรือไม่”

    “ก็ยังดีกว่าอยู่กว่าคนใจหมาอย่างแกก็แล้วกัน”

    อัสนีบีบคอของเซี่ยอู่แน่นจนมันแทบหายใจไม่ออก

    “ คุณอา อย่าทำอะไรคุณลุงห้าเลยนะครับ” เจเจรีบมาขอร้องเขา

    อัสนีเลยปล่อยเซี่ยอู่ลง

    “ฉันยอมรับว่าฉันเคยเลวมาก่อน แต่ตอนนี้ฉันไม่เหมือนเดิมอีกแล้วฉันจะพาลูกเมียของฉันไป”  อัสนีเอ่ยจบก็จูงมือเจเจ ที่มองหน้าเขาสายตาที่สงสัย

    “แกไม่มีทางขัดขวางงานแต่งได้หรอกเว้ย แกกล้าเข้าไปงานเลี้ยงแกต้องถูกท่านนักพรตไคจินฆ่าตายแน่ๆ”

    อัสนีหาได้สนใจคำขู่ไม่

    “คุณอาเป็นพ่อของผมหรือครับ” เจเจเอ่ยคำนี้ออกมา อัสนีถึงกับหยุดเดิน

    มาถึงเวลานี้แล้วก็คงไม่ต้องปิดบังอีกต่อไป เจเจโตพอที่จะรู้แล้วว่าเขาเป็นใคร

    “ ใช่เจเจโกรธพ่อหรือเปล่า ที่ทิ้งลูกไป”

    เจเจ อึ้งไปไม่ได้ตอบ

    “ รีบไปช่วยแม่ก่อนเรื่องอื่นค่อยว่ากัน”

    อัสนีจูงมือของเจเจแล้วเปิดห้องจัดเลี้ยงไป ผู้คนนับร้อย หันมามองหน้าเขากับเจเจเพียงจุดเดียว บนเวทีหมวยเล็กหรือเซี่ยอิง กำลังจะสวมแหวนหมั้น ถึงกับลุกขึ้น

    “ แม่ครับ”

    “ เจเจลูกแม่”เจเจวิ่งเข้าไปกอดหมวยเล็กแน่น

    “ พวกแกรีบพาเจเจออกไปก่อนใครกันปล่อยมันออกมาตอนนี้” เซี่ยจงออกคำสั่งไป แต่เซี่ยสี่ เซี่ยซาน เข้ามาจะจับเจเจเอาไว้แต่ถูกอัสนีเหวี่ยงเข็มพุ่งเข้าไปเจาะเข้าที่แขนของเซี่ยสี่ และ เซี่ยซานจนไม่อาจขยับแขนได้

    “ วันนี้ใครกล้าแตะเมียและลูกของฉัน อย่าหาว่าฉันไม่ปราณี”

    “ นายอัสนี”  เซี่ยจง เอ่ยคำรามออกมา นักพรตไคจินและเหล่าศิษย์ทั้งสามก็มองหน้าอัสนีทันที

    “ ใครก็ได้ มาลากไอ้สวะไร้ค่านี่ออกไปจากงานเดี๋ยวนี้”  เซี่ยจงออกคำสั่ง รปภ. สี่คนเดินส่ายอาดๆเข้ามาพร้อมกับกระบองไฟฟ้าในมือ

    แต่พวกมันเข้ามาไม่ถึงตัวอัสนี ก็ถูกเขาเหวี่ยงเข็มรักษาออกไป ปักเข้าที่กลางอกนอนหงายหลังสลบไปในทันที

    “ หมวยเล็กพี่มารับกลับบ้าน”

    เซี่ยอิงพอเห็นหน้าอัสนี ก็น้ำตาไหล ไม่มีคำพูดใดๆ เปล่งออกมาจากปากของเธอ

    “ คนไร้ค่าอย่างแกขายภรรยากับลูกให้กับ คนทวงหนี้ที่แกเป็นคนก่อขึ้น มาตอนนี้ยังหน้าด้านมาเรียกร้องอะไรอีก”  เซี่ยอี พี่ใหญ่ของหมวยเล็กตวาดออกมา

    “นั่นเป็นเรื่องของฉันกับหมวยเล็กสองคน ฉันยอมรับผิด ยอมรับการตัดสินใจของเธอทุกอย่าง แต่วันนี้พวกแกกลับจับลูกชายของฉัน บังคับให้หมวยเล็กแต่งงาน เพื่อผลประโยชน์ของตระกูลฉันไม่มีวันยอมแน่ๆ หมวยเล็ก เจเจ เราไปกันเถอะ”

    “ บังอาจ ต่อหน้าท่านอาจารย์ของเรา กลับพูดจาหยิ่งยะโสโอหังอะไรเช่นนี้อาจารย์ขอให้ศิษย์สั่งสอนมันสักหน่อย”

    เสียงนักพรตน้อยฝาแฝดเอ่ยพร้อมกับก้มหัวขออนุญาตพร้อมกัน ต่อหน้าท่านนักพรต ซึ่งได้แต่พยักหน้าออกมา

    นักพรตฝาแฝดสองคนลอยตัวกลางอากาศ มายืนต่อหน้า อัสนี

    หมวยเล็กทำท่าจะห้ามปราม แต่เจเจน้อยดึงแม่ลงมากระซิบข้างหูเบาๆว่า

    “แม่ไม่ต้องห่วงพ่อหรอกครับ เขาคือ ท่านอาหน้ากากมัจจุราช พวกนี้สู้พ่อไม่ได้แน่ๆ”

    หมวยเล็กถึงกับตกใจสองเด้งหนึ่งคือ เจเจรู้แล้วว่า อัสนีคือพ่อของเขา และยังรู้ด้วยว่า เขาคือหน้ากากมัจจุราช เซี่ยอิงในตอนนี้กินยาที่ช่วยฟื้นความจำแล้ว แต่ก็ไม่รู้ว่าอัสนีนั้นคือ หน้ากากมัจจุราช ดูเหมือนว่า อัสนีจะเปลี่ยนไปมากไม่เหมือนเดิมเลยแม้แต่น้อย

    “ สำนักไท่ซานยิ่งใหญ่ในประเทศหลงเหมิน  มนุษย์ธรรมดาอย่างแกไม่ควรที่จะให้พวกเราสองคนลงมือพร้อมกันเลย น้องเล็กพี่ชายให้นายจัดการกับมันคนเดียวก็พอ”

    แฝดน้อง พยักหน้าแล้วยกแขนเตรียมจู่โจม

    โครม !!

    ร่างของแฝดน้องถูกอัสนีถีบเข้ากลางอกปลิวลิ่วกลางอากาศไปนอนสลบกับพื้นทันที

    “ พล่ามอยู่ได้”

    “ น้องเล็ก เจ้าเจ้า”

    โครม !!

    อัสนีหมุนตัวเตะเข้าไปกลางลำตัวร่างของแฝดพี่ ก็ปลิวกระเด็นไปกองรวมกันกับแฝดน้อง ยังไม่ทันได้ออกอาวุธอะไรเลย

    “ บังอาจ ศิษย์น้องทั้งสองยังไม่ได้เตรียมตัวเลย แกกลับลงมือก่อน ช่างหน้าไม่อายจริงๆ”

    คุณชายใหญ่เวหาโมโหแล้วพูดออกมาด้วยเสียงอันดัง

    “ ใครกันน่าไม่อายคิดแย่งลูกเมียผู้อื่นเขา แน่จริงก็ลงมาซิ อย่ามัวแต่พล่ามอยู่ได้”

    อัสนีท้าทายแต่นายอาฑิตย์ผู้นำตระกูลห้าม คุณชายเวหาเอาไว้ แล้วเอ่ยเบาๆ ว่า

    “คนผู้นี้ใช้เข็มเป็นอาวุธ ไม่แน่ว่าจะเกี่ยวข้องกับการตายของ น้องๆ ของแกอย่าเพิ่งวู่วาม” นายอาฑิตย์นั้น รู้รายละเอียดของการตายลูกๆ ทั้งสามคน รู้ว่าคนร้ายนั้นเป็นคนที่สามารถใช้เข็มบินได้เป็นอย่างดี

    นักพรตไคจิน ค่อยๆลุกขึ้นมา แล้วกล่าวว่า

    “ การแต่งงานครั้งนี้ล้วนเกิดจากผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่าย หาได้เกิดจากการบีบบังคับไม่

    คุณหนูเซี่ยอิงเป็นมีสตรีแห่งโชคชะตาซินแสเจ้าฝานเป็นเพื่อนสนิทกับฉัน ได้ฝากให้ฉันช่วยหาคู่ครองที่เหมาะสมให้กับเธอแล้วฉันก็พบว่า คุณชายใหญ่เวหา คือดวงมังกรทะยานฟ้า เหมาะสมกับเซี่ยอิงสตรีแห่งโชคชะตาพญาหงส์ หากทั้งคู่แต่งงานกันจะทำให้สองตระกูลพากันข้ามบันไดสวรรค์ ขึ้นสู่จุดสูงสุดของโลก ส่วนเจ้าเองเป็นแค่คนไร้ค่า ไร้คุณธรรมทำร้ายภรรยาและบุตร ไร้ความรับผิดชอบ ตอนนี้จะมาเรียกร้องเอาสิ่งใดอีกหากเจ้ารักพวกเขาจริง ก็อย่าได้ขัดขวางความสุข ความเจริญของพวกเขาอีกเลย”

    “ นักพรตเฒ่า แก่แล้วแก่เลย บำเพ็ญเพียรมากี่ปีแล้ว ไม่รู้สำนึกเลยหรือไงว่าเรื่องของผัวเมีย ไม่ควรยุ่งเกี่ยว ยิ่งการเข้ามาเสนอตัวแย่งเมียชาวบ้านแล้วอ้างว่าโชคชะตาเหมาะสม จะข้ามบันไดสวรรค์ สู่จุดสูงสุดของโลก ถุย  อมเทพเซียนมาพูดทั้งสวรรค์ ก็ไม่มีใครเชื่อไสหัวกลับสำนักไปซะ อย่าให้ต้องแบกกลับไปเลย”

    “ เจ้า เจ้า เจ้าบังอาจ” นักพรตไคจินใช้แส้หางม้าชี้หน้าอัสนีโกรธจนหน้าแดงกล่ำ

    “ เจ้า เจ้าแล้ว ทำไมแน่จริงก็เข้ามาซิ วันนี้ ฉันไม่เกรงใจใครทั้งนั้น ต่อให้เป็นนักพรตแก่ๆ หากขัดขวางฉันจะตบมันไม่ไว้หน้าเหมือนกัน”...........

    คล้ายกับเรื่องดวงตามัจจุราช ที่คุณอ่าน