ผ่านไปสองวัน ในที่สุดก็มาถึงวันที่สำนักัม่วงจะมาเยือน รุ่งเช้ายามเฉินฟูชินฟานเรียกทุกคนออกมาที่ลานกว้างด้านหน้าเพื่อจัดเตรียมกำลังคนป้องกันหากเกิดเหตุไม่คาดฝันเกิดขึ้น หลังจากชี้แจ้งไม่ถึงครึ่งเค่อทั้งหมดก็แยกย้ายไปทำหน้าที่ของตนที่ได้รับมอบหมาย ฟูชินฟานให้หวังซุนพาจินหยางออกไปหลบที่ด้านนอกของสำนักคุ้มภัยเพื่อป้องกันอันตรายหากเกิดการปะทะขึ้นจริง โดยมีพ่อบ้านหวางจัดเตรียมอาหารเอาไว้ที่บ้านพักอีกหลังไม่ห่างจากสำนักคุ้มภัยมากนัก ตลอดทั้งวันจินหยางนั่งโคจรลมปราณอยู่แต่ภายในบ้านพัก ย่างเข้ายามไฮ่ในขณะที่จินหยางนั่งโคจรลมปราณอยู่ในห้องเขาก็ัับางอย่างได้ที่ด้านนอก มีกลุ่มคนจำนวนแปดคนได้ล้อมบ้านพักของเขาเอาไว้ เขารีบลืมตาขึ้นคว้าจับกระบี่ในมือเตรียมพร้อม
ไม่ถึงสิบลมหายใจก็มีเสียงดังสนั่นลั่นที่ด้านหน้าของบ้านพัก เปรี้ยง! ประตูไม้ถูกทำลายลงอย่างรวดเร็ว จินหยางรีบดับไฟในตะเกียงแอบอยู่มุมมืดของผนังห้องมองเห็นชายฉกรรจ์สี่คนพุ่งเข้ามาในห้อง เสียงชักกระบี่ออกจากฝักดังออกมาได้ยินอย่างชัดเจน
“ค้นหามันให้เจอแล้วรีบสังหารมันซะ!!”
จินหยางขมวดคิ้วขึ้นเขาใช้มือขวากำด้ามกระบี่ในมือแน่น ใช้ทักษะย่างก้าวพยัคฆ์พุ่งทะยานเข้าไปอยู่ในวงล้อมของชายฉกรรจ์ทั้งสี่หมุนตัวชักกระบี่ออกจากฝัก คมกระบี่วาดผ่านลำคอของชายฉกรรจ์ทั้งสี่อย่างรวดเร็ว เืสีแดงพุ่งกระฉูดจินหยางหาได้สนใจรีบถีบเท้าพุ่งออกไปทางด้านหลังของบ้านพัก โครม! เขาถีบเท้าขวาทำลายประตูไม้พุ่งออกไปได้ยินเพียงเสียงตวาดดังแว่วมาจากบนหลังคา
“คุณชายมีชายฉกรรจ์สี่คนติดตามมาจากด้านหลังขอรับ”
“พวกเขาเป็ใครกัน? หรือว่าเป็คนจากสำนักคุ้มภัยฟูเวย?”
“เป็คนอื่นขอรับ”
ในระหว่างหลบหนีจินหยางครุ่นคิดไปด้วยว่าเป็ผู้ใดกันที่คิดสังหารเขา ในจังหวะนั้นเองเขาก็รีบหยุดฝีเท้าก้มตัวหลบปราณกระบี่ที่พุ่งเข้ามา
“หลบได้ดีไอ้หนู”
เมื่อเงยหน้าขึ้นมาพบเห็นชายฉกรรจ์ผู้หนึ่งรูปร่างสูงใหญ่สวมชุดสีเทามีรอยแผลตรงแก้มซ้าย บริเวณเอวด้านขวาห้อยป้ายสลักอักษรราตรีทมิฬ ไม่นานได้มีชายฉกรรจ์อีกสามคนแต่งตัวคล้ายกันปิดทางหนีด้านหลัง
“พวกท่านเป็ใครเหตุใดถึงคิดสังหารข้า”
“โอ้ เด็กน้อยเ้าไม่รู้เื่ที่เกิดขึ้นเลยรึ?”
“เื่ใดกัน?”
“ข้าเป็คนจากกลุ่มราตรีทมิฬมาที่นี่เพื่อสังหารเ้า เ้าไม่คิดถึงครอบครัวของเ้ารึ ในเมื่อตระกูลจินเหลือเพียงเ้าผู้เดียว”
จินหยางได้ยินเสียงแว่วดังมาจากภายในหู รีบถีบเท้าซ้ายไปทางขวาหลบกระบี่เล่มหนึ่งที่แทงมาจากด้านหลัง เขาหมุนตัวกลับไปด้านหลังตวัดกระบี่ คมกระบี่วาดผ่านแขนขวาของชายฉกรรจ์ขาดกระเด็นพร้อมแทงกระบี่ไปยังลำคอ หลังจากนั้นใช้ทักษะย่างก้าวพยัคฆ์พุ่งเข้าหาชายฉกรรจ์อีกสองคนด้านหน้าแทงกระบี่ออกไป ปราณกระบี่ปรากฏพุ่งทะยานผ่านร่างของชายฉกรรจ์ทั้งสองร่วงลงไปนอนกับพื้น เขารีบหันหลังตวัดกระบี่ต้านรับกระบี่ที่ฟาดฟันเข้ามา เคร้ง! ชายฉกรรจ์ด้านหน้าถึงกับตื่นใที่เด็กหนุ่มอายุไม่ถึงสิบปีต้านทานเพลงกระบี่ของเขาได้ อีกทั้งยังสามารถสังหารมือดีที่ติดตามเขาได้อย่างง่ายดาย จินหยางหรี่ตามองไปยังชายฉกรรจ์ด้านหน้า
“เทียนคง รีบหาจุดอ่อนของเขาให้ข้าโดยด่วน”
ต่างฝ่ายต่างเร่งโคจรลมปราณหวังกดดันคนที่อยู่ด้านหน้า แต่ทว่าก็ยังไม่มีผู้ใดได้เปรียบเสียเปรียบ ทันใดนั้นเองจินหยางก็แสยะยิ้มออกมา
“จุดอ่อนของเขาอยู่ที่ชายโครงด้านขวาขอรับคุณชาย”
เมื่อได้ยินเช่นนั้นจินหยางหมุนฝักกระบี่ในมือแทงไปยังชายโครงด้านขวาของชายฉกรรจ์ด้านหน้า แต่ทว่าเขาถูกสกัดกั้นด้วยฝ่ามือซ้ายที่ฟาดเข้ามา เปรี้ยง! จินหยางรีบปล่อยมือจากฝักกระบี่กระเด็นร่วงลงพื้นซัดฝ่ามือซ้ายด้วยทักษะฝ่ามือเมฆนภาไปที่ชายโครงด้านขวาอย่างถนัดถนี่ เปรี้ยง! ชายฉกรรจ์กระเด็นออกไปด้านหลังชนกำแพงบ้านหลังหนึ่ง โครม! จินหยางกลิ้งไปทางซ้ายใช้มือซ้ายรีบคว้าจับฝักกระบี่ซัดออกไปด้วยทักษะหมื่นลักษณ์ ฝักกระบี่พุ่งทะยานแทงไปที่หัวไหล่ด้านขวาตรึงเอาไว้กับกำแพงกระบี่ในมือของชายฉกรรจ์ร่วงลงพื้น ความเ็ปแล่นขึ้นไปยังสมองชายฉกรรจ์กัดฟันจ้องมองเด็กหนุ่มด้านหน้าอย่างไม่วางตา จินหยางรีบเดินเข้าหาชายฉกรรจ์อย่างรวดเร็วแต่ทว่าเขาสังเกตบางอย่างร่วงลงพื้น จึงรีบก้มเก็บขึ้นมาเป็ป้ายที่สลักอักษรราตรีทมิฬส่วนอีกฝั่งสลักอักษรคำว่าเหิงจาง แน่นอนว่าจากการที่ทั้งสองปะทะกันย่อมเกิดเสียงดังเกิดขึ้น
“คุณชายมีกลุ่มคนกำลังมาที่นี่ขอรับ”
จินหยางรีบพุ่งเข้าหาเหิงจางแทงกระบี่ในมือไปยังหน้าอกบริเวณหัวใจ เหิงจางกระอักเืออกมาตกตายอย่างรวดเร็ว จินหยางรีบดึงฝักกระบี่และกระบี่ออกมาในขณะนั้นเองเขาก็พบจดหมายโผล่ออกมาจากอกเสื้อด้านซ้าย เขารีบหยิบออกมาพร้อมกับหาที่แอบซ่อนตัวบริเวณใกล้เคียง ชั่วน้ำเดือดได้มีกลุ่มชายฉกรรจ์พุ่งลงมาจากหลังคาห้าคน เป็ดั่งที่เทียนคงเอ่ยวาจาเอาไว้ เขาพบเห็นเป็พ่อบ้านหวางและคนจากสำนักคุ้มภัย จินหยางกำลังจะก้าวขาออกจากที่ซ่อนเขาก็หยุดชะงักฝีเท้าเมื่อได้ยินพ่อบ้านหวางเอ่ยวาจาออกมา
“บัดซบ!! เป็ผู้ใดกันที่สังหารเหิงจาง? แล้วเด็กบัดซบแซ่จินนั้นอยู่ที่ไหนกัน? พวกเ้ารีบติดตามหาตัวมันแล้วรีบสังหารมันซะ”
“ขอรับ”
สิ้นเสียงกล่าวตอบรับ คนจากสำนักคุ้มภัยทั้งสี่ก็ถีบเท้าพุ่งทะยานขึ้นบนหลังคาพุ่งออกไปคนละทิศละทาง พ่อบ้านหวางเดินเข้าไปตรวจสอบศพของเหิงจาง ชั่วน้ำเดือดจื่อห้าว ถังไห่ก็ทะยานลงมาจากหลังคาเป็จื่อห้าวหันไปมองไปที่ซากศพของเหิงจางถึงกับตื่นใ
“เหิงจางคนจากราตรีทมิฬเหตุใดถึงมาอยู่ที่นี่กัน?”
ในขณะนั้นเองนั้นเองหวังซุนก็พุ่งทะยานเข้ามา
“ผู้าุโพบเจอจินหยางหรือไม่ขอรับ?”
หวังซุนได้แต่ส่ายศีรษะไปมากล่าววาจาตอบจื่อห้าว
“ไม่เจอนายน้อยจินหยาง แต่พบเจอซากศพสี่คนอยู่ภายในบ้าน ข้าตรวจสอบแล้วเป็คนจากราตรีทมิฬ”
หวังซุนหันไปมองโดยรอบพบเจอซากศพจึงเข้าไปตรวจสอบ เขามั่นใจแน่นอนว่าเป็ฝีมือของจินหยางที่เป็คนลงมือสังหาร เพราะมีสองคนตกตายด้วยทักษะกระบี่จักรพรรดิที่เขาเคยเห็นตรงป่าไผ่
“คงมียอดฝีมือช่วยเหลือนายน้อยจินหยางแล้ว พวกเ้ารีบกลับไปที่สำนักเถอะมันอาจจะเป็แผนล่อเสือออกจากถ้ำก็เป็ได้ ไม่แน่ตอนนี้คนจากสำนักัม่วงคงมาเยือนที่สำนักคุ้มภัยแล้ว ข้าขอตรวจสอบที่นี่ก่อนแล้วจะติดตามพวกเ้าไป”
พ่อบ้านหวางได้แต่กำหมัดทั้งสองแน่นพุ่งทะยานขึ้นหลังคาพร้อมกับจื่อห้าวและถังไห่กลับไปยังสำนักคุ้มภัย หวังซุนเมื่อเห็นว่าทั้งหมดจากไปแล้วเขาจึงเอ่ยวาจาออกมา
“นายน้อยยังอยู่แถวนี้หรือไม่ขอรับ?”
จินหยางรีบออกจากที่ซ่อน
“ข้าอยู่นี่ขอรับท่านลุงหวังซุน”
หวังซุนเมื่อหันไปมองตามเสียงพบเห็นจินหยางเดินออกมาจากเงามืดของตรอกทางด้านขวามือเขายกยิ้มอย่างดีใจ
“นายน้อยไม่ได้รับาเ็ใช่หรือไม่ขอรับ?”
“ข้าไม่เป็อะไรขอรับท่านลุงหวังซุน”
“ว่าแต่เหตุใดนายน้อยถึงไม่ปรากฏตัวออกมาละขอรับ?”
จินหยางรีบใช้มือขวาดึงจดหมายที่ได้มาจากซากศพของเหิงจางให้แก่หวังซุน ทันทีที่หวังซุนเปิดอ่านข้อความในจดหมายเขาถึงกับสั่นสะท้านด้วยความโกรธแค้น เขารีบหันไปมองจินหยางพร้อมกับกำลังคุกเข่าจินหยางรีบใช้มือขวาพยุงแขนซ้ายเอาไว้
“นายน้อยข้าไม่คิดเลยว่าฟูชินฟานจะคิดทรยศต่อท่าน เป็มันที่ส่งข้อความแจ้งถึงการมีอยู่ของท่านให้แก่พวกราตรีทมิฬเพื่อจัดการปัญหากับสำนักัม่วง ข้าละอายต่อท่านยิ่งนัก”
“ไม่เป็ไรขอรับ”
หวังซุนลุกขึ้นรีบยืนจ้องมองจินหยางด้วยความสงสารและความละอายต่อการกระทำของสหาย
“เช่นนั้นตอนนี้นายน้อยคงอยู่ที่เมืองส่านซีไม่ได้เสียแล้ว ข้าจะพาท่านหลบหนีออกไปที่อื่นก่อนขอรับ”
จินหยางส่านศีรษะไปมา
“ข้าจะกลับไปยังูเาด้านหลังตระกูลจินขอรับ รอเมื่อถึงอายุครบสิบปีข้าจะกลับมาเข้าสำนักกระบี่หลงอู่”
“นายน้อยจะอยู่เพียงผู้เดียวได้หรือขอรับ?”
จินหยางหันไปมองซากศพที่นอนเกลือนพื้น
“ไม่มีสิ่งใดต้องกังวลขอรับ ท่านเห็นฝีมือข้าแล้ว ข้าสามารถอยู่ได้อย่างแน่นอน”
หลังจากนั้นจินหยางก็เดินเข้าไปค้นซากศพทั้งสี่ พบเจอถุงเงินและขวดยาอีกห้าขวด เป็ขวดยารักษาอาการาเ็และเม็ดยาเพิ่มพลังปราณ จินหยางยื่นถุงเงินให้แก่หวังซุน
“ท่านลุงหวังซุน ข้ารบกวนท่านนำเงินในถุงไปซื้อเม็ดยาเพิ่มพลังลมปราณและคัมภีร์ทักษะเบื้องต้นการใช้อาวุธต่าง ๆ ให้แก่ข้าด้วยนะขอรับ”
“ได้ ข้ารับปากนายน้อย ว่าแต่ท่านจะเดินทางเมื่อไหร่ขอรับ?”
“ข้าจะแอบกลับไปที่บ้านพักเพื่อเก็บของก่อน หลังจากนั้นพรุ่งนี้เช้าข้าจะออกเดินทาง ตอนนี้ท่านรีบกลับไปที่สำนักคุ้มภัยก่อนเถอะขอรับ ก่อนที่คนของพ่อบ้านหวางจะสงสัย”
หวังซุนได้แต่กัดฟันเอ่ยวาจาตอบรับ
“เช่นนั้นทุก ๆ หนึ่งเดือนข้าจะไปเยี่ยมท่านที่ตระกูลจินนะขอรับ นายน้อยรักษาตัวด้วย”
หวังซุนยื่นจดหมายคืนให้แก่จินหยางเก็บถุงเงินเอาไว้ในช่องบริเวณอกเสื้อหลังจากนั้นจึงพุ่งทะยานกลับไปยังสำนักคุ้มภัยฟูเวย จินหยางรีบพุ่งกลับไปยังบ้านพักเพื่อเก็บของ