Just For Love จบแล้ว

    Just For Love 10



    Just For Love 10

     

    “ฟาง ไปกินข้าวกัน หิวแล้ว” ฝุ่นเดินเข้ามาเรียก ด้านหลังมีฝันยืนหน้าบึ้งใส่โทรศัพท์อยู่

    “แปบนะ เซฟงานก่อน” ปากเอ่ยตอบเพื่อนมือก็กดเซฟงาน เมื่อเสร็จก็ชวนพี่ ๆ ในแผนกไปทานข้าวด้วยกันแต่ก็ได้รับคำปฏิเสธกลับมา พี่ ๆ บอกว่ากลัวฝุ่น เพราะนั่นคือเ๯้านายคนที่เซ็นอนุมัติเงินเดือน เลยไม่กล้าไปด้วย ได้ยินฉันแล้วก็ขำ

    “ทำไมฝันหน้างอแบบนั้นล่ะ” ฉันถามฝุ่น

    “คุยกับคู่หมั้นอยู่มั้ง แม่บังคับให้หมั้นน่ะ”

    “ถามจริง?” ฉันมองหน้าเพื่อนด้วยความ๻๠ใ๽

    “จริงสิ ฝันไปทานข้าวก่อน” ฝุ่นเดินไปยึดโทรศัพท์ฝันจากนั้นเราทั้งสามก็เดินเข้าลิฟต์ลงไปทานข้าวที่ร้านอาหารตามสั่งข้าง ๆ บริษัท

    “เออนี่ อรุณมันชวนไปงานวันเกิดมันนะในกลุ่ม จัดอะไรเซอร์ไพรท์มันดี” ฉันถามเพื่อนอย่างตื่นเต้น

    “มันอยากได้ผู้ชาย” ฝุ่นว่าขำ ๆ แต่ก็ต้องสะดุ้ง๻๷ใ๯เมื่อโดยฝ่ามือฝันตีที่ต้นแขนแรง ๆ

    “มันเจ็บนะ”

    “อย่ามาว่าเพื่อน เอาไงดี เราหาร้านทำเค้กให้มันเอาไหม ทำเองอ่ะมันบอกจะชวนไปทานข้าวเฉย ๆ ”

    “ก็ดีนะ เดี๋ยวหาร้านที่เขาสอนทำขนมก่อนยังไงจะบอกอีกที” ฉันบอกเพื่อน เราทานข้าวกันเสร็จก็รีบแยกย้ายกันกลับขึ้นไปเคลียงาน ๰่๥๹นี้ใกล้จะสิ้นเดือนเลยต้องรีบเคลียทุกอย่างให้เรียบร้อย เกือบสี่โมงครึ่งโทรศัพท์ฉันมีสายเข้าด้วยความที่ต้องรีบทำงานเลยรับสายโดยที่ไม่ได้ดูว่าใครโทรเข้ามา มือข้างหนึ่งหยิบโทรศัพท์เลื่อนรับสายด้วยความเคยชินส่วนมืออีกข้างจับเมาส์เช็คงาน

    “สวัสดีค่ะ”

    (ทำอะไรอยู่ครับ)

    “คะ?” เสียงคุ้นจัง เหมือนซันเดย์เลยแต่นี่มันฟังดูแหบแห้งยังไงชอบกล

    (เลิกงานหรือยัง)

    “ใครคะ” ฉันตัดสินใจเอ่ยถามออกไป แม้จะเริ่มมั่นใจว่าเป็๞ซันเดย์ พอคิดว่าเป็๞เขาหัวใจฉันก็เริ่มเต้นแรงตึกตักเลยล่ะ บ้าจริง ตามข่าวในโซเชียลว่าเขินแล้วพอได้ยินเสียงคล้าย ๆ เขาฉันยิ่งเขิน

    (ซันเองครับ) ซันเดย์จริง ๆ ด้วย

    “มีอะไรหรือเปล่าคะ ทำไมได้โทรมา”

    (เลิกงานหรือยังครับ แคก! แคก!)

    “ไม่สบายเหรอ?”

    (นิดหน่อยครับ แคก! แคก!) ฉันว่าไม่หน่อยแล้วล่ะ เสียงแหบขนาดนี้

    “ไปหาหมอหรือยัง ตอนนี้อยู่กับใคร” ถามออกไปด้วยความเป็๞ห่วง ซันเดย์เงียบไปเล็กน้อยไม่ยอมตอบ

    “ว่าไงอยู่กับใครคะ?”

    (คนเดียว นอนอยู่ห้องครับ)

    “ทำไมไม่ไปหาหมอ” ฉันถามมือกดเซฟงาน คิดว่าจะได้ดุปลายสายยาว ๆ แน่น

    (คิดถึง คิดถึงฟาง)

    “มันใช่เวลาไหมล่ะ” ยอมรับก็ได้ว่าเขิน แต่เวลานี้เขาควรห่วงและดูแลร่างกายตัวเองสิจะมาบอกคิดถึงฉันแบบนี้ได้ที่ไหนกัน ช่วยใส่ใจตัวเองหน่อยได้ไหม!

    (มาหา มาหาได้ไหมครับ)

    “เดี๋ยวมีคนเห็น”

    (คิดถึง คิดถึงจริงฮึก จริง ๆ นะ คิดถึงมาก) เสียงสะอื้นของปลายสายทำเอาใจกระตุกวูบ เขา ระ ร้องไห้เหรอหรือฉันเข้าใจผิด

    (มาหาซันได้ไหม...)

    “ทานข้าวหรือยัง”

    (ยังครับ)

    “ยาล่ะ”

    (ยัง...)

    “เฮ้อ รอได้ไหมยังไม่เลิกงาน”

    (ครับ ขอไม่วางนะ)

    “ค่ะ” อีกสามสิบนาทีเลิกงาน ฉันนั่งเช็คงานไปเรื่อย ๆ จนถึงเวลาเลิกงาน ไม่สิเลยเวลาเลิกงานไปเกือบสิบห้านาทีด้วยซ้ำ ฉันบอกลาพี่ ๆ ที่แผนกก่อนจะรีบเดินเดินออกจาบริษัทก่อนเข้าคอนโดฉันแวะซื้อโจ๊กให้เขาด้วย ระหว่างที่เดินเข้าไปยังคอนโดเขาและเดินไปยังห้องหัวใจฉันก็เต้นแรงตึกตักไม่หยุด กระทั่งกดกริ่งหน้าห้อง กดอยู่นานก็ไม่มีการตอบรับจากภายในฉันจึงโทรหาซันเดย์แทน

    “มาเปิดประตูไหวไหม”

    (กดรหัสเลยครับ 998742) ฉันกดตามที่เขาบอก เมื่อเข้ามาในห้องและปิดประตูเสร็จ ฉันจึงเดินเอาอาหารไปวางไว้ในห้องครัว ไม่รอช้าที่จะเดินเข้าไปยังส่วนของห้องนอน ร่างสูงของซันเดย์นอนซมอยู่บนเตียงนอน ใบหน้าแดง ๆ ของเขาทำให้ฉันห่วงมากยิ่งขึ้น เมื่อเดินเข้าไปใกล้และลองทาบหลังมือลงบนหน้าผากคนที่ไม่สบายก็อยากจะด่าเขาเสียจริง ตัวร้อนมากขนาดนี้ทำไมไม่ยอมทานข้าวทานยา

    “ซัน ตื่นก่อน”

    “ฮื้อ คิดถึงจัง” เขาเอ่ยอ้อนทั้งยังยกแขนเกี่ยวกอดเอวฉันไว้

    “ไม่ต้องมาอ้อน ไม่สบายทำไมไม่โทรบอกพี่บีมหรือบอกใครก็ได้ถ้าเกิดเป็๲อะไรไปจะทำยังไง”

    “ขอบโทษครับ”

    “ลุกค่ะไปล้างหน้าจะพาไปหาหมอ” นึกว่าแค่ไม่สบายแต่ไม่คิดว่าจะหนักขนาดนี้ ตัวเขาร้อนมากจนไอร้อนแผ่ออกมาจนฉัน๼ั๬๶ั๼ได้ ฉันไม่กล้าปล่อยไว้แบบนี้หรอก ไม่รู้พรุ่งนี้เขามีงานหรือเปล่าถ้าทานยาเองกลัวว่าจะหายไม่ทัน โอ๊ย คิดแล้วโมโหนี่คงเป็๲ผลจากที่เขาดื้อไม่ยอมให้มีผู้จัดการสินะ

    “ไปล้างหน้า จะพาไป” ซันเดย์ไม่ได้งอแงอะไรยอมขยับลงจากเตียงเข้าห้องน้ำไปล้างหน้าฉันเดินออกมารอที่นอกห้องนอน ส่งข้อความบอกพี่บีมว่าศิลปินของเขาไม่สบายและฉันกำลังพาไปหาหมอ พี่บีมตอบกลับมาบอกแค่ว่าฝากดูแลด้วย นี่เขาไม่ห่วงซันเดย์บ้างหรือไงกันฉันล่ะไม่เข้าใจจริง ๆ เมื่อซันเดย์เดินออกมาจากห้องนอนพร้อมกับชุดบอล ชุดบอลจริง ๆ นี่แหละ ฉันเดินนำเขาออกจากห้อง ซันเดย์เองก็เดินตามเงียบ ๆ ทำหน้าเจี๋ยมเจี้ยมอยู่ ฉันพาเขาไปโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดติดต่อทุกอย่างให้กระทั่งเขาได้เข้าพบหมอและฉีดยา ฉันบังคับให้เขานั่งรอส่วนฉันเดินไปจ่ายเงินและรับยาแทน

    “หิวหรือยัง” ฉันถามเขาเมื่อเรากลับขึ้นมานั่งบนรถและกำลังจะกลับคอนโด

    “ยังครับ”

    “ซื้อโจ๊กมาให้...”

    “ไม่เอาได้ไหม ไม่เอาโจ๊กได้ไหมครับ” คนป่วยเอ่ยอ้อน มือก็ยื่นมาจับมือฉันไว้อ้อน ๆ ไอร้อนจากมือเขาแผ่มายังมือฉันไม่หยุด

    “เดี๋ยวไปดูให้ค่ะว่ามีอะไรพอทำได้บ้าง” สิบห้านาทีเรามาถึงคอนโด คนป่วยไม่ยอมไปนอนเขานั่งเฝ้าฉันทำอาหารฉันเองก็เหนื่อยจะบ่นให้เขาฟังแล้วเหมือนกัน

    “คิกคิก”

    “หัวเราะอะไรคะ?” ฉันหันกลับไปถามคนที่นั่งอยู่ด้านหลัง ที่หัวเราะคิกคักไม่หยุด

    “เปล่าครับ”

    “แล้วไป แล้วก็เนี่ย! ป่วยก็ไม่ยอมบอกพี่บีม ถ้าเกิดเป็๲อะไรขึ้นมาจะทำยังไงไม่ใช่ว่ามีแค่ครอบครัวที่เป็๲ห่วงนะแฟนคลับก็เป็๲ห่วง อย่าคิดอะไรแบบนั้นอีก”

    “ครับ อย่าดุมากสิ”

    “ไม่ต้องมาอ้อน ไม่ใจอ่อน”

    “ครับ”

    “ทำอะไรกับโทรศัพท์คะ? แล้วทำไมต้องยิ้มแบบนั้น” ฉันหรี่ตามองพรางเดินเข้าไปใกล้แต่อีกฝ่ายเบี่ยงตัวหลบพร้อมกับหัวเราะน้อย ๆ สลับกับไอคอกแคก ฉันกลัวว่าเขาจะเจ็บคอกว่าเดิมเลยยอมเดินถอยหลับเตรียมตักข้าวและแกงจืดใส่ชามให้กับคนป่วยได้ทาน

    “ทานข้าวได้แล้วค่ะจะได้ทานยา”

    “ไม่อยากทานยา”

    “ไม่ได้ ไม่ต้องมองอ้อน ทานข้าวค่ะ” ฉันยื่นคำขาดเสร็จแล้วก็เดินออกจากห้องครัวมาหยิบยาไปเตรียมไว้ให้คนป่วย

    “ทานข้าวด้วยกันนะครับ”

    “ค่ะ โทรศัพท์น่ะวางไว้แล้วมาทานข้าว”

    “ครับ ๆ วางแล้วครับ” ซันเดย์ยอมวางโทรศัพท์และจับช้อนพร้อมทานข้าว ส่วนฉันที่ยังหงุดหงิดอยู่เลือกที่จะเดินออกไปนั่งรอที่ห้องนั่งเล่น ถามว่าหงุดหงิดอะไรฉันเองก็ไม่สามารถตอบได้ ทั้งหงุดหงิดที่ซันเดย์ป่วยแล้วไม่ยอมบอกใคร ทั้งหงุดหงิดที่ตัวเองยอมตามใจเขา อีกอย่างที่หงุดหงิดมากที่สุดคือหงุดหงิดที่หลงระเริงดีใจที่ได้เป็๲คนดูแลเขาในวันที่เขาไม่สบาย

    “บ้าไปแล้วฟาง อย่ามาคิดอะไรแบบนี้นะ” ฉันพึมพำบอกตัวเอง เมื่อรอกระทั่งมั่นใจว่าอีกฝ่ายทานข้าวเสร็จฉันก็เดินกลับเข้าห้องครัวเก็บจานชามไปล้างระหว่างที่ล้างจานคนที่ไม่สบายก็เดินเข้ามากอดอ้อน

    “ซะ ซัน ปล่อย”

    “ไม่เอา อยากกอด” เขาบอกเสียงงอแง

    “ไม่ได้นะ เดี๋ยวมีใครมาเห็น”

    “นี่มันห้องส่วนตัวนะใครจะเข้ามา นะครับขอกอดหน่อยนะ คิดถึงมากจริง ๆ นะ” คิดถึงอะไรกัน ถ้าคิดถึงทำไมไม่มีโทรหรือไลน์มาเลยล่ะ โกหกกันแล้ว ฉันไม่เชื่อเขาหรอก!

    “ทานยาหรือยัง”

    “ทานแล้วครับ”

    “อีกครึ่งชั่วโมงก็ไปนอน พรุ่งนี้มีงานไหม”

    “มี ขับรถไม่ไหว ไปส่งหน่อยนะ มาดูแลเราหน่อยนะครับ”

    “ต้องทำงานค่ะไม่ว่าง” ฉันเอ่ยปฏิเสธ นำจานใบสุดท้ายในมือไปคว่ำก่อนจะเดินไปเช็ดมือโดยมีคนตัวโตเดินตามอยู่อย่างนั้น

    “ไปนอนไป พรุ่งนี้จะได้ไปทำงาน” ฉันเอ่ยไล่ตรง ๆ เพราะถ้าเขาไปนอนฉันก็จะกลับไปพักเหมือนกัน เหนื่อยมาทั้งวันแล้ว ฉันเองก็อยากพักผ่อนแล้วเหมือนกัน

    “ไม่เอา...”

    “ซันเดย์ ไปนอน เราจะกลับแล้วเดี๋ยวพรุ่งนี้จะบอกพี่บีมให้ส่งคนมารับ”

    “ฟาง...”

    “ไม่ต้องมาเรียกค่ะ ไปนอนเราจะกลับแล้วเหมือนกัน”

    “ฟางครับ ไปด้วยกันนะ”

    “ไม่เอา รีบไปนอนเดี๋ยวพรุ่งนี้จะไปรับตอนกลับ”

    “เย้! ขอบคุณครับ” ท่อนแขนที่ยังโอบรัดเอว รวบฉันเข้าไปกอดแน่น

    “ปล่อยได้แล้ว จะกลับ ง่วง”

    “ให้ไปส่งไหม” ยัง ยังมีหน้าจะไปส่งฉันอีกป่วยขนาดนี้เนี่ยนะ

    “ดูตัวเองก่อนเถอะ ไปนอน พรุ่งนี้เจอกัน”

    “เจอกันครับ ซันเดย์ค่อย ๆ คลายกอดฉันเดินออกไปหยิบกระเป๋าที่โซฟาห้องนั่งเล่นโดยมีร่างสูงคอยเดินตาม เขาเดินมาส่งที่หน้าห้องก่อนจะส่งยิ้มให้จนวินาทีสุดท้ายที่ประตูปิดลง เสียงที่ได้ยินก่อนประตูปิดลงทำเอาหัวใจฉันเต้นแรงรัวอย่างห้ามไม่อยู่จริงๆ เก่งนักนะที่ทำให้คนอื่นเขาเขินแบบนี้น่ะ

    “จะรอเจอพรุ่งนี้นะครับฟาง”

     

    ===============

    เม้นกันเลยๆๆๆ รออ่านเม้นอยู่นะคะ อิอิ

    ​