PSYCHO HUSBAND วิวาห์ลวงบ่วงรัก

    CHAPTER09 ความลับ [60%]

    "มึงก็ไม่น่าทำแบบนั้นนะเฮีย""เออน่า""ไปโรงพยาบาลเถอะไป""เรื่องของกู มึงไปดูร้านต่อเหอะ"ฉันตื่นขึ้นมาเพราะเสียงคนคุยกัน หลังจากที่ผล็อยหลับไปบนโซฟาในห้องทำงานของทอย เมื่อลืมตาขึ้นก็เห็นว่าเป็นทอยกับร้องชายเขานั่นแหละที่เดินคุยกันเข้ามาแต่ที่ต้องลืมตาตื่นเต็มตาก็เพราะเลือดที่อาบเต็มแขนของทอยนั่นเอง"นี่นายไปโดนอะไรมาเนี่ย! " ฉันลุกขึ้นนั่ง พร้อมกับชี้นิ้วไปที่แขนของเขา แต่เมื่อเห็นว่าเขาเงียบไม่ยอมตอบ จึงหันไปถามเอาคำตอบจากไทม์แทน"ลูกค้ามีเรื่อง มันเข้าไปเคลียร์ให้เลยโดนลูกหลง" ไทม์บอก ก่อนจะหันไปมองหน้าเขาที่เดินมานั่งอยู่โต๊ะทำงานแล้วพลิกแขนตัวเองไปมาเพื่อสำรวจแผล ไทม์ส่ายหน้าไปมาด้วยสีหน้าเอือมระอา"เธอดูมันหน่อยแล้วกัน ฉันไปทำงานแล้ว" ไทม์ว่าแล้วเดินออกจากห้องไป ฉันจึงไม่รอช้าปรี่เข้าไปหาเจ้าตัวที่นั่งทำหน้าไม่รู้สึกรู้สาอะไร"ไหน ฉันขอดูหน่อย" ฉันเข้าไปยืนอยู่ข้างหน้าเขา แล้วยื่นมือไปหวังจะสำรวจแผลของเขา"ยุ่งน่า" แต่เจ้าตัวกลับเลื่อนแขนหนีแล้วทำท่าจะลุกขึ้น"นี่!! " ฉันผลักไหล่เขาให้ลงกลับไปนั่งที่เดิม"เลือดอาบขนาดนี้ ถ้าไม่ไปหาหมอ ก็ต้องทำแผล จะปล่อยไว้ได้ไง! " ฉันบอก แล้วจับมือเขาขึ้นมา แต่เจ้าตัวก็ชักแขนกลับไปอีกเช่นเคย"ยุ่งไรด้วย" เขาถามเสียงเรียบ ฉันได้แต่ถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยใจ"ไม่เกี่ยวหรอก แต่ฉันเป็นห่วงในฐานะเพื่อนมนุษย์" ฉันบอกเขาด้วยน้ำเสียงจริงจัง ก่อนจะดึงแขนเอามาอีกครั้ง"ถ้าไม่อยากเป็นบาดทะยักตายก็อยู่นิ่งๆ! " ฉันพูดดักไว้ เขาจึงยอมให้ฉันจับแขนเขาพลิกไปพลิกมาอยู่แบบนั้น"ต้องล้างแผลด้วยน้ำสะอาดก่อนนะ จะได้มาทำแผล แผลไม่ลึกมากหรอก" ฉันบอกเมื่อสำรวจดูแผลจะเสร็จแล้ว เขาไม่ตอบอะไรกลับมา จึงเงยหน้าขึ้นไปมอง ก็เห็นว่าเขากำลังจ้องมองฉันอยู่ แต่พอเราสบตากัน เขาก็เสสายตามองไปที่รูปภาพบนผนังแทน ที่บอกนี่เขาฟังฉันบ้างมั้ยเนี่ยยยย"ได้ยินมั้ยเนี่ย ลุกขึ้นไปล้างแผลก่อน เดี๋ยวทำให้" ฉันบอกพร้อมกับฉุดแขนเขาให้ลุกขึ้นด้วย"ไม่" คนตัวสูงพูดออกมาด้วยน้ำเสียงแข็งทื่อ ให้ตายเถอะ.. นี่เขาเป็นบ้าไปแล้วหรอ นี่มันแขนเขานะ ที่ฉันทำอยู่มันก็เพื่อตัวเขาทั้งนั้น ทำไมต้องมาขัดคำสั่งฉันตลอด"นายนี่มันงี่เง่าไร้เหตุผลที่สุดเลยรู้มั้ยทอย จะไม่ทำได้ยังไงเลือดอาบแขนขนาดนี้!! " ฉันดุเขาเสียงดังแต่เจ้าตัวกลับลุกพรวดพราดขึ้นมา ก่อนจะหยิบกุญแจรถแล้วลากฉันให้เดินตามเขาออกไปจากห้อง"อะไรของนายเนี่ย! จะพาฉันไปไหน บอกให้ทำแผลไง! " ฉันบอกเขาเสียงดัง แต่เจ้าตัวก็ยังเอาแต่ลากฉันไปโดยไม่สนว่าฉันต้องกึ่งเดินกึ่งวิ่งแค่ไหน กว่าจะตามเขาทัน"ก็ไม่ทำแผลไง! " เขาหยุดเดินแล้วหันมาบอก"ทำแผลอะไร ก็นายกำลังจะไปข้างนอกเนี่ย! ""ที่โรงพยาบาล""...""ไม่กล้าให้เธอทำให้ กลัวฆ่าฉันตาย""ห้ะ.." พูดไม่ออกเลยค่ะทุกคน เขายอมไปโรงพยาบาลเพราะกลัวฉันทำแผลให้.. กลัวตายเพราะฉันทำแผลให้เนี่ยนะ!? นังริสาอยากจะบ้าตาย"ก็ห่วงไม่ใช่หรือไง.."@PSCH Hopitalฉันนั่งรอทอยทำแผลอยู่หน้าห้องพยาบาลไม่นาน เขาก็เดินออกมา พร้อมกับแขนที่ถูกผ้าก็อตสีขาวพันรอบๆ บริเวณที่เป็นแผล"รอรับยากับจ่ายตังค์" ไม่ต้องรอให้ถาม เขาก็ชิงบอกฉันขึ้นมาอย่างรู้ทันร่างสูงเดินมานั่งลงข้างๆ กันด้วยสีหน้าเบื่อหน่ายอย่างเห็นได้ชัด นั่นแหละถึงดูเป็นเขา คุณเทวินณ์ที่ขี้เบื่อและรำคาญทุกอย่าง แถมยังขี้หงุดหงิดเป็นที่หนึ่ง แต่ถึงอย่างนั้นตลอดระยะเวลาที่เราแต่งงานแล้วอาศัยร่วมชายตาเดียวกัน เขาไม่มีเคยเรื่องชกต่อยถึงขั้นเสียเลือดเสียเนื้อเลยสักครั้ง จะมีก็คงมีแต่เรื่องผู้หญิงที่เขาพาเข้าห้องไม่ซ้ำหน้า"ทีหลังนายก็อย่าไปแส่เรื่องคนอื่นให้มากสิ เจ็บตัวเลยเนี่ย""เออ รู้แล้วน่า พูดมาก" เขาพูดจบก็เป็นจังหวะเดียวกับที่พยาบาลเรียกเขาไปรับยาพอดี คนตัวสูงทำท่าจะลุกขึ้น แค่ฉันจับแขนเขาไว้ก่อน"เดี๋ยวไปเอาให้" ฉันว่าแล้วเดินไปที่ห้องรับยา เพราะขืนให้เขาไปเอง มีหวังไม่ได้ใช้หรอกยาที่ได้มาน่ะ เพราะเขาคงไม่ได้สนใจฟังวิธีใช้เมื่อรับยาพร้อมกับจ่ายตังค์เสร็จแล้วฉันก็เดินกลับมาหาเขาที่นั่งรออยู่ที่เดิม"อ่ะ เสร็จแล้ว มียาล้างแผลกับยากินแก้ปวด" ฉันบอกแล้วยื่นถุงยาไปให้เขาแต่เจ้าตัวกลับไม่ยอมรับไว้ แถมยังทำหูทวนลมอีกต่างหาก"กลับ" เขาพูดเพียงแค่นั้นก่อนจะรีบเดินจ้ำอ้าวออกมากโรงพยาบาล ฉันก็ไม่รอช้ารีบสาวเท้าก้าวตามไปติดๆ"วันนี้ไม่กลับบ้าน" เขาบอก ฉันถึงได้แต่ขมวดคิ้วอย่างสงสัย เพราะปกติเขาเคยรายงานอะไรฉันซะที่ไหนล่ะ จะกลับหรือไม่กลับเขาไม่เคยบอกด้วยซ้ำ แต่เอาเข้าจริงๆ น้อยครั้งมากที่เขาจะไปนอนที่อื่น"จะไปไหน" ฉันถามด้วยความสงสัย"ยุ่ง" เขาว่า แล้วก้าวขึ้นไปนั่งบนรถ ฉันจึงรีบขึ้นไปนั่งตาม ตอนนี้ฉันเริ่มมีความคิดที่ว่าจะทำให้เขาต้องสยบให้กับฉันมันเริ่มจะหายไปแล้วล่ะ เพราะพอได้รู้จักเขามากขึ้น บางทีฉันก็คิดว่าเขาก็ไม่ได้แย่อะไรมากมาย..แต่! ไม่ได้สิริสา.. ก่อนหน้าเขาทำเหมือนเธอไม่ใช่คนยังไงจำไม่ได้หรอ ทั้งไม่เคยพูดดีด้วย โยนข้าวของใส่สารพัด แถมยังพาผู้หญิงเข้ามาเอาถึงในห้องไม่เห็นหัวกันอีก ต้องนึกถึงเรื่องแย่ๆ พวกนั้นไว้สิ.."อยากไปด้วย" ความจริงก็ไม่ได้อยากไปอะไรมากมายหรอก แต่ไหนๆ ก็ไหนๆแล้ว นอกจากจะได้รู้เกี่ยวกับชีวิตเขามากขึ้น จะได้มีแผนต่อไปด้วย"อย่าจุ้น" เขาว่าแล้วเริ่มออกรถ ฉันจึงได้แต่นั่งเงียบอย่างใช้ความคิด เพราะรู้ดีว่าเซ้าซี้ไปก็ไม่ได้ผล จนกระทั่งเขามาจอดรถที่หน้าคอนโด"ลงไปได้แล้ว" เขาว่า ฉันจึงได้แต่จำยอมเปิดประตูลงรถไปอย่างช่วยไม่ได้ แต่คิดหรอ ว่าคนอย่างริสาจะทำอะไรไม่ได้..ฉันรีบเดินจ้ำอ้าวไปที่โรงจอดรถแล้วควานหากุญแจรถในกระเป๋าตัวเอง ก่อนจะก้าวขาขึ้นรถแล้วสตาร์ทรถตามเขาไปติดๆเนื่องด้วยด้วยนี้เป็นเวลาพลบค่ำ รถค่อนข้างเยอะ เพราะฉะนั้นเขาจึงยังไม่ได้ขับไปไหนไกลนัก ฉันขับรถห่างจากเขามาสามคันเขาคงจะไม่สังเกตหรอก..ฉันขับรถตามเขามาเรื่อยๆ จนกระทั่งเขาเลี้ยวเข้าไปที่บ้านหลังหนึ่งที่อยู่ในหมู่บ้านที่มีแต่บ้านหรูทั้งนั้น ฉันทิ้งระยะห่างให้เขาเลี้ยวเข้าไปได้สักพักจึงตามเข้าไป แต่ก่อนเข้าได้ก็ต้องหยุดตรวจที่ป้อมยามซะก่อน"ฉันมากับทอยค่ะ" ฉันบอกคนที่เหมือนจะเป็นยาม แต่ก็เหมือนจะไม่ใช่เพราะเขาแต่งตัวใส่ชุดสูทดูดีเกินกว่ายามธรรมดาจะใส่"ฉันริสา ภรรยาคุณทอยไง ที่ขับรถเข้าไปเมื่อกี้" ฉันพูดจบ เขาก็รีบก้มหัวให้ แล้วเลื่อนประตูออก ก่อนจึงรีบขับรถเข้าไปจอดข้างๆ รถของทอยแล้วเดินเข้าไปในบ้านอย่างช้าๆ แต่ในบ้านนี้กลับไม่มีใครเลยเงียบ อย่างกับบ้านร้าง ทั้งๆ ที่รถจอดอยู่ที่โรงรถมากกว่า10คัน"คุณริสา.." เสียงของหญิงวัยกลางคนเรียกฉันจากทางด้านหลัง ฉันจึงรีบหันกลับไปมอง"รู้จักฉันด้วยหรอคะ" ฉันถาม เธออยู่ในชุดแม่บ้านในมือถือไม้กวาดกับไม้ปัดฝุ่นอยู่"คงไม่มีใครในนี้ไม่รู้จักภรรยาเจ้าของบ้านหรอกค่ะ" เธอบอกด้วยสีหน้าอมยิ้ม พอได้ฟังก็ถึงกับขมวดคิ้วเป็นปม ภรรยาเจ้าของบ้าน? หมายความว่ายังไง? หรือว่าบ้านหลังนี้คือบ้านของทอย.. ทำไมฉันไม่เคยรู้มาก่อน ถ้านี่เป็นบ้านเขา แล้วทำไมเขาถึงไม่มาอยู่ แต่กลับไปอยู่ที่คอนโดนั่นแทน"เอ่อ.. ว่าแต่ทอยเขาอยู่ไหนหรอคะ""ที่เดิมนั่นแหละค่ะ"ที่เดิม? แล้วที่ไหนล่ะ โอ้ยยย นี่มันบ้าอะไรเนี่ย ทอยเขามีความลับอะไรปิดบังอยู่กันแน่!ในหัวฉันมันมีแต่คำว่าทำไมๆ ๆ ๆ เต็มไปหมด