มหาศาสตรากู้แผ่นดิน

    ตอนที่ 33 ผู้ได้ครองตะกรุดมาศรีเมตา

    ตอนที่ 33 ผู้ได้ครองตะกรุดมาศรีเมตา

     

    “กระผมขอทดสอบได้หรือไม่ขอรับท่านพระฤๅษีคง”

     

    หือ?!

     

    เจ้าหนูกล้วยเองรึ?!

     

    หลังจากที่พระฤๅษีคงได้เห็นกล้วยเดินเข้ามาเขาก็ยิ้มขึ้นอย่างพอใจและเชื่อว่าคนที่จะมาเป็นเจ้าของตะกรุดจะต้องเป็นเด็กคนนี้แน่แต่เขาก็ไม่ได้มั่นใจเต็มร้อยนัก เพราะยังมีอีกคนที่มีสิทธิ์ได้ครอบครองเช่นกัน........

     

    “เข้ามาสิเจ้าหนูกล้วยแต่ข้าขอเตือนเอาไว้ก่อนนะ ถ้าเอ็งใจไม่กล้าแล้วไม่ใช่ผู้ที่ถูกเลือกมือของเองจะเป็นเหมือนกับไอ้จุกนะ!” พระฤๅษีคงได้พูดเตือนกล้วยด้วยสีหน้าที่จริงจังเพื่อทดสอบจิตใจและความกล้าหาญของกล้วย.......

     

    “กระผมพร้อมที่จะทดสอบขอรับ!

     

    “ถ้าเช่นนั้นก็เชิญได้เลยเจ้าหนูกล้วย!

     

    ขอรับท่านพระฤๅษีคง!

     

    ตุบ ตุบ ตุบ

     

    หมับ!

     

    หลังจากที่กล้วยได้เดินเข้าไปยืนอยู่ที่ข้างโลงศพของหลวงตาเสาร์ที่มีแสงสีทองอร่ามส่องสว่างอย่างไม่ขาดสายออกมาจากตะกรุดที่อยู่ในโลง เขาก็ได้ยื่นมือลงไปจับเอาตะกรุดสีทองขึ้นมาถือเอาไว้ก่อนจะยกมันขึ้นมาให้ทุกคนได้เห็นเป็นประจักรแก่สายตา.........

     

    หือ?

     

    “แสงไม่หายไปเหมือนของไอ้จุกหรือว่า........?”

     

    “อย่าบอกว่านะว่าจะเป็นเจ้าหนูกล้วยที่ได้รับตะกรุดนี้?”

     

    “มันก็ยังไม่แน่หรอกรอดูอีกหน่อยเถอะ!”

     

    สามนาทีผ่านไป.......

     

    หลังจากที่พวกชาวบ้านได้เห็นกล้วยถือตะกรุดเอาไว้อยู่ในมือพวกเขาก็พาพูดขึ้นมาพร้อมกับจับตาดูว่ากล้วยจะมีอาการอย่างใดอย่างหนึ่งขึ้นมาเหมือนกับไอ้จุกหรือไม่จนกระทั่งเวลาผ่านไปสามนาที.........

     

    อื้ม!

     

    “เอาละทีนี้ คงจะไม่ต้องพิสูจน์อันใดอีกแล้วนะพระเสาร์คงจะมีความประสงค์ที่จะให้ตะกรุดอันนี้แก่เจ้าหนูกล้วยเอาไว้นั่นเอง!” หลังจากที่กล้วยได้กำเอาตะกรุดไว้อยู่ในมือจนผ่านไปได้สักพักพระฤๅษีคงก็มั่นใจแล้วว่าใครคือผู้ครอบครองตะกรุดที่แท้จริงเขาจึงได้ประกาศให้ทุกคนได้รู้โดยทั่วกัน..........

     

    “อื้ม ข้าคิดอยู่แล้วเชียวว่าต้องเป็นเจ้าหนูกล้วย!”ผู้ใหญ่สุขพยักหน้าเบาๆ ก่อนที่เขาจะพูดขึ้นมาอย่างเข้าใจ.........

     

    ตุบ ตุบ ตุบ

     

    หมับ!

     

    แคว้ก แคว้ก

     

    หลังจากนั้นพระฤๅษีคงก็ได้เดินเข้ามาและยื่นมือเข้าไปหยิบเอาจีวรของหลวงตาเสาร์ขึ้นมาก่อนจะใช้มือทั้งสองข้างฉีกเอาที่ชายผ้าเหลืองออกเป็นเส้นยาวๆ และสอดเข้าไปในรูของตะกรุดเพื่อทำเป็นสร้อยคอให้กับกล้วย..........

     

    “เอาละ!ตะกรุดอันนี้เป็นของเจ้าแล้วนะ เจ้าหนูกล้วย!”

     

    ฝวับ!

     

    ปุก กะ ยะ ปะ!

     

    หลังจากที่พระพระฤๅษีคง ได้ร้อยสร้อยตะกรุดโดยใช้เศษผ้าจีวรของหลวงตาเสาร์เสร็จเป็นที่เรียบร้อยแล้วท่านก็ได้สวมสร้อยตะกรุดอันนี้ให้แก่เจ้าหนูกล้วย พร้อมกับท่องคาถามหามงคลเพิ่มเข้าไปในสร้อยตะกรุดซึ่งคาถามหามงคลนี้จะช่วยเพิ่มความสำเร็จให้กับกล้วยมากยิ่งขึ้น เพราะตะกรุดมหาศรีเมตาเองก็เป็นวัตถุประเภทมงคลเสริมพลังครบวงจรเช่นกัน........

     

    “ขอบพระคุณขอรับ ท่านพระฤๅษีคง!” กล้วยประนมมือขึ้นเพื่อกล่าวขอบคุณพระฤๅษีคงด้วยใบหน้ายิ้มแย้มและเป็นมิตรแต่หากเป็นคนเด็กคนอื่นคงได้แต่ยืนงงและทำตัวไม่ถูกทว่ากล้วยได้เรียนรู้ศาสตร์ลี้ลับมาบ้างแล้วเขาจึงรู้คาถาที่พระฤๅษีคงใช้ว่าเป็นคาถาใด.........

     

    “ท่านพระพระฤๅษีคงขอรับ ตอนนี้ร่างของหลวงพ่อไม่อยู่แล้วพวกเราจะยังคงต้องการทำพิธีต่อไปอีกหรือไม่ขอรับ!?” ผู้ใหญ่สุขได้เดินเข้าไปถามพระฤๅษีคงด้วยสีหน้าที่สงสัยว่าหลังจากนี้ต่อไปพวกตนจะทำอยางไรกับพิธีศพของหลวงตาเสาร์........

     

    “ก็ทำต่อเถอะ! แต่ให้เผาแค่โลงศพเปล่าๆและของใช่ส่วนตัวของพระเสาร์ก็พอเพื่อจะได้ทำให้จบตามประเพณี!” พระฤๅษีคงได้ตอบกลับผู้ใหญ่สุขในทันทีว่าให้เขาทำตามพิธีศพเหมือนเดิม เพียงแต่เผาแค่โลงและของใช้สวนตัวเท่านั้น..........

     

    ขอรับท่านพระพระฤๅษีคง!

     

    “เอาละข้าเข้าใจแล้ว ให้พวกผู้ชายในหมู่บ้านไปช่วยกันหาฝืนเพื่อมาเตรียมพิธีเผาจำลองร่างของหลวงตาเสาร์เราจะทำพิธีเผาจำลองร่างของหลวงตาเสาร์ในเย็นวันนี้กันเลย!”

     

    หลังจากที่ผู้ใหญ่สุขได้ฟังคำแนะนำจากพระฤๅษีคงจนเข้าใจดีแล้ว  เขาก็ได้ตะโกนขึ้นมาเพื่อจะบอกให้พวกผู้ชายในหมู่บ้านไปช่วยกันหาฝืนมาทำแท่นเผาโลงเปล่าที่มีแต่ของใช้สำคัญๆของหลวงตาเสาร์โดยที่ไม่มีร่างของหลวงตาอยู่ในนั้น.......

     

    ขอรับพ่อผู้ใหญ่!

     

    ไปพวกเรา!

     

    ตุบ ตุบ ตุบ

     

    สองชั่วโมงผ่านไป..........

     

    หลังจากที่พวกผู้ชายในหมู่บ้านได้ออกไปช่วยกันหาฝืนแล้วกลับมาทำเป็นแท่นเผาและตกแต่งกองฝืนให้สวยงามเพื่อที่จะเอาโลงศพของหลวงตาเสาร์ไปวางเอาไว้ข้างบนของแท่นเผา ก่อนจะเริ่มพิธีต่อไป..........

     

    “เอาละ ขอบน้ำใจพวกเอ็งทุกๆคน! ทีนี้พวกเอ็งไปช่วยกันยกโลงศพและของใช้ส่วนตัวของหลวงพ่อเสาร์ขึ้นไปวางบนแท่นเผา พวกเราจะได้เริ่มขั้นตอนต่อไปเสียที!” เมื่อผู้ใหญ่สุขได้เห็นว่าพวกผู้ชายในหมู่บ้านที่พากันช่วยเรียงฝืนอย่างสวยงามจนเป็นแท่นเผาแล้วผู้ใหญ่สุขก็ได้บอกให้ทุกไปช่วยกันยกโลงศพของหลวงตาเสาร์ไปวางเอาไว้บนแท่นเผาทันที........

     

    ขอรับพ่อผู้ใหญ่!

     

    ตุบ ตุบ ตุบ

     

    อึ๊บ อ้า!

     

    สิบนาทีผ่านไป..........

     

    หลังจากที่พวกผู้ชายในหมู่บ้านได้ช่วยกันยกโลงศพที่มีแต่ของใช้ส่วนตัวของหลวงตาเสาร์ไปไว้บนแท่นเผาจนเสร็จเรียบร้อยแล้วปราช์ชาวบ้านก็ได้เดินเข้ามาแล้วพูดขึ้นว่า........

     

    “ลำดับต่อไป เราจะเริ่มพิธีเผาจำลองสรีระของหลวงตาเสาร์กัน!”

     

    ขอรับท่านผู้เฒ่า!

     

    สิบนาทีผ่านไป........

     

    หลังจากที่ตัวแทนของหมู่บ้านไปพากันออกไปเผาจำลองสรีระร่างของหลวงตาเสาร์เป็นที่เรียบร้อยแล้วกองฝืนที่ทำเป็นแท่นเผาก็ได้มีเปลวไฟขนาดใหญ่ลุกโหมขึ้นมาอย่างดุดันในช่วงเวลาอันสั้นราวกับท่อนฝืนมีน้ำมันลาดอยู่........

     

    “ขอดวงวิญญาณของหลวงตาเสาร์จงไปสู่สุคตินะเจ้าค่ะสาธุ ฮือ ฮือ!” เสียงของหญิงชราคนหนึ่งในงานได้พูดขึ้นเพื่อน้อมส่งดวงวิญญาณของหลวงตาเสาร์ก่อนที่เธอจะร้องไห้ขึ้นมาด้วยความอาลัยต่อหลวงตาเสาร์เป็นอย่างยิ่ง.........

     

    ลาก่อนนะขอรับหลวงตาเสาร์!

     

    “หลวงพ่อเสาร์ไม่มีอะไรให้พวกเราได้กราบไหว้เอาไว้บูชาดูต่างหน้าเลยนะขอรับ!” เสียงของผู้ใหญ่สุขได้พูดขึ้นมาเบาๆในขณะที่เขายืนจ้องมองไปที่เปลวไฟ ที่เผาจำลองสรีระร่างของหลวงตาเสาร์.........

     

    “มีสิผู้ใหญ่ ข้าได้เก็บไตรจีวรและบาตรของหลวงตาเสาร์เอาไว้อยู่!” พระผาได้หันหน้าไปพูดบอกผู้ใหญ่สุขว่า เขาได้เก็บไตรจีวรและบาตรของหลวงตาเสาร์เอาไว้อยู่.........

     

    “กระนั้นรึพระผา ดีมากเลยขอรับอย่างน้อยพวกเราก็ยังเหลือจีวรและบาตรของหลวงพ่อเสาร์เอาไว้บูชาดูต่างหน้ากันอยู่!” ผู้ใหญ่สุขได้พยักหน้าตอบรับพระผ้าด้วยรอยยิ้มที่พอใจเป็นอย่างมากเมื่อเขาได้ยินที่พระผาพูดบอก.........

     

    “อื้ม พระผาท่านได้เก็บอัฐบริขาร(ของใช้ส่วนตัว)ของพระเสาร์เอาไว้อยู่กระนั้นรึ!?” หลังจากที่พระฤๅษีคงได้ยินสิ่งพระผาพูดกับผู้ใหญ่บ้านแล้วเขาจึงได้ถามพระผาขึ้นมาอย่างอยากรู้และความหวังกับสิ่งของที่พระผาได้เก็บเอาไว้เพราะพระฤๅษีคงคิดที่จะนำของเหล่านั้นมาทำเป็นวัตถุมงคลสำหรับใช้ชาวบ้านกราบไหว้..........

     

    “ถูกต้องแล้วละท่านฤๅษีคง!”

     

    “ถ้าเช่นนั้นกระผมขอดูจะได้หรือไม่!”

     

    “ได้สิ งั้นเราจะไปเอามาให้ดูท่านรอสักครู่นะ!”

     

    ตุบ ตุบ ตุบ

     

    หลังจากที่พระฤๅษีคงได้พูดขอดูอัฐบริขารของหลวงตาเสาร์จากพระผาพระผาก็ได้เดินกลับไปที่ศาลาการเปรียญเพื่อไปนำเอามาให้พระฤๅษีคงได้ดู..........

     

    สิบนาทีผ่านไป........

     

    “นี่คืออัฐบริขารของตัวตาเสาร์ท่านพระฤๅษีคง” หลังจากที่ผ่านไปสิบนาที พระผาก็กลับมาพร้อมกับของสองอย่างในมือก่อนจะพูดขึ้นต่อว่า “เราเหลือเอาไว้แค่สองชิ้นเท่านี้แหละท่านพระฤๅษีคง! มีเพียงไตรจรีวรกับบาตรเท่านั้น”ก่อนที่พระผาจะได้ยื่นของทั้งสองให้พระฤๅษีคงได้ดูรวมถึงอธิบายอีกเล็กน้อย.......

     

    หมับ!

     

    “ของพระคุณขอรับพระผาที่เอามาให้กระผมได้ดูแต่อันที่จริงแล้วกระผมต้องการที่จะนำของเหล่านี้มาทำเป็นวัตถุมงคลเพื่อให้ชาวบ้านได้กราบไหว้และละลึกถึงพระเสาร์ขอรับพระผาเห็นว่ามันสมควรหรือไม่? ถ้าไม่ ท่านก็รับกลับคืนไป แต่ถ้าเห็นด้วยกระผมจะได้เริ่มการปลุกเสกของทั้งสองนี้เลยทันที”พระฤๅษีคงได้บอกความจริงที่ว่าตนอยากทำอะไรให้พระผาได้รู้ก่อนจะกล่าวขออนุญาตจากพระผาก่อนว่ายอมให้ตนทำไหม.......

     

    “ก็ดีเหมือนกันเชิญท่านพระฤๅษีคงจัดการได้เลย อย่างน้อยพวกชาวบ้านจะได้กราบไหว้และละลึกถึงท่านด้วย!”พระผาตอบตกลงในทันทีอย่างไม่ลังเลใจ เพราะเขาคิดว่าสิ่งนี่เป็นเรื่องที่ดีมากเลยอย่างน้อยพวกชาวบ้านก็จะได้มากราบไหว้ขอพรจากของสิ่งนี้.......

     

    เอาละถ้างั้น

     

    โอม........!

     

    พรึบ!

     

    หลังจากที่พระฤๅษีคงได้รับจีวรและบาตรจากพระผาเอาไว้ในมือแล้วเขาก็ได้ท่องคาถาบางอย่างออกมา ซึ่งพระผาและกล้วยที่อยู่ใกล้ๆก็ไม่อาจเข้าใจถึงความหมายของคาถาบทนี้ได้ว่าคือคาถาประเภทอะไรแล้วมันทำได้อะไรบ้างและเมื่อพระฤๅษีคงท่องคาถาเสร็จ ตู้กระจกใสทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าก็พลันปรากฏขึ้นมาจากอากาศที่ว่างเปล่ามาครอบเอาจีวรและบาตรของหลวงตาเสาร์เอาไว้ในทันที........

     

    อ๊ะ!

     

    ซึ่งไม่ใช่แค่พระผาและกล้วยที่ตกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นทุกคนที่อยู่ภายในบริเวณนี้ต่างก็รู้สึกตกใจและทึ่งไปพร้อมๆกันเพราะทุกคนไม่เคยเห็นวิชาอาคมแบบนี้มาก่อน ดังนั้น สิ่งที่พระฤๅษีคงได้ทำในวันนี้มันได้ทำให้หลายคนเกิดความศรัทธาอย่างแรงกล้าต่อพระฤๅษีคงในทันที.......

     

    เรียบร้อยแล้ว รับไปเสียสิขอรับพระผา!

     

    อ่า!

     

    หมับ!

     

    “ตู้กระจกอันนี้ดูแข็งแรงและสวยงามมากท่านพระฤๅษีคง ขอบน้ำใจท่านที่อุส่าทำเรื่องดีงามเช่นนี้เพื่อพวกเราทุกคนในหมู่บ้านท่าเสด็จ! ด้วยตู้กระจกใสนี้จีวรและบาตรของหลวงตาเสาร์จะปลอดภัยและกลายเป็นของที่น่านับถือมากยิ่งขึ้นไปอีกหลายเท่าตัว”พระผาพูดขึ้นมาด้วยความรู้สึกขอบคุณ หลังจากที่เขารับเอาตู้กระจกที่มีจีวรและบาตรของหลวงตาเสาร์ที่พระฤๅษีคงได้เสกสร้างขึ้นมาเอาไว้.........

     

    “ข้าได้เสริมและรวมคาถาหลายอย่างในการสร้างตู้กระจกนี้มันสามารถทนต่อการโจมตีจากพลังของพวกระดับขุนชั้นสูงได้เลยทีเดียว ดังนั้นท่านไม่ต้องห่วงว่าใครจะมาทำลายกระจกนี้ได้เว้นเสียจะมีคนที่ระดับสูงกว่าขุนขึ้นไป”พระฤๅษีคงยิ้มและกล่าวอธิบายให้พระผาได้รู้ว่าตู้กระจกนี้แข็งแกร่งและทนทานแค่ไหน......

     

    “ขอบน้ำใจท่านพระฤๅษีคงมาก!”

     

    ขอรับ!

     

    สองชั่วโมงผ่านไป........

     

    หลังจากที่ทุกอย่างเรียบร้อยดีแล้ว พวกชาวบ้านก็ได้พากันทยอยแยกย้ายกันกลับบ้านของใครของมันเพื่อที่จะไปทำธุรของตัวเองที่ยังค้างคาอยู่ ส่วนพระฤๅษีคงยังคงอยู่ที่นี่ไม่ไปไหน..........

     

    ตุบ ตุบ ตุบ

     

    “เอาเป็นว่าคืนนี้ก็นิมนต์ท่านพระฤๅษีคงนอนที่วัดกับพระผาก่อนนะขอรับพรุ่งนี้พวกข้าจะหาข้าวปลาอาหารมาต้อนรับท่านใหม่ขอรับ!”ผู้ใหญ่สุขได้เดินเข้าไปหาพระฤๅษีคง ก่อนจะพูดเชิญให้พระฤๅษีคงนอนที่วัดกับพระผาก่อนในคือนี้.........

     

    “ข้าขอขอบน้ำใจท่านผู้ใหญ่บ้านเป็นอย่างยิ่ง!แต่เรื่องนี้ข้าได้คิดเอาไว้แล้วว่าจะยังคงอยู่ที่นี่อีกสักพักใหญ่ๆเพราะยังไงข้าก็ต้องพาเจ้าหนูกล้วยกลับไปด้วย!”พระฤๅษีคงได้พยักหน้าตอบรับผู้ใหญ่สุขด้วยรอยยิ้ม ก่อนจะหันไปมองที่กล้วยในขณะที่พูดถึงเรื่องที่พักและเวลาที่จะกลับไปยังอาศรมของตนเอง.......

     

    อ๊ะ!

     

    “ขะ......ขอรับ หากขาดเหลืออะไรก็บอกได้เลยนะขอรับท่านพระฤๅษีคงไม่ต้องเกรงอกเกรงใจกันนะ ให้คิดเสียว่าหมู่บ้านท่านเสด็จคือบ้านของท่านเอง!”

     

    อื้ม!

     

    “ถ้าเช่นนั้นกระผมขอตัวกลับบ้านไปพักผ่อนก่อนนะขอรับพระผากระผมขอฝากดูแลท่านพระฤๅษีคงต่อด้วยนะขอรับ!”ผู้ใหญ่สุขได้หันหน้าไปหาพระผา ก่อนจะพูดเพื่อขอตัวกลับบ้านไปพักผ่อนเพราะตัวเขาเหนื่อยมาทั้งวันแล้ว จึงอยากจะพักร่างกายสักหน่อย.........

     

    เชิญเถิด......

     

    “ถ้าเช่นนั้นก็ขอเชิญท่านพระฤๅษีคงตามไปพักผ่อนที่กุฏิกับผมเถอะ! เดียวผมจะให้ไอ้จุกไปจัดเตรียมสถานที่และนำของของท่านไปเก็บด้วย”หลังจากที่ผู้ใหญ่สุขขอแยกตัวกลับไปแล้วพระผาก็ได้กันไปหาพระฤๅษีคงเพื่อเชิญชวนให้ไปพักที่กุฏิของตนรวมถึงจะให้ไอ้จุกมาช่วยยกข้าวของที่นำมาไปเก็บให้ และช่วยเตรียมสถานที่สำหรับนอนในคืนนี้ด้วย.........

     

    “ไม่เป็นไรหรอกพระผาของเหล่านี้ไม่ได้หนักอะไร เชิญท่านนำทางเถอะขอรับ!”พระฤๅษีคงปฏิเสธที่จะให้ไอ้จุกมายกของของตนเพราะในห่อผ้าเหล่านั้นมีของมากมายที่สำคัญนอกจากเขาแล้วคนอื่นไม่อาจยกมันขึ้นมาได้........

     

    งั้นก็เอาตามนั้นแล้วกัน!

     

    ไอ้จุก! เอ็งช่วยไปจัดเตรียมที่นอนให้ท่านพระฤๅษีคงหน่อยสิ!

     

    ขอรับหลวงพี่ผา!

     

    ตุบ ตุบ ตุบ

     

    คล้ายกับเรื่องมหาศาสตรากู้แผ่นดิน ที่คุณอ่าน