ย้อนเวลาไปกอบกู้ประเทศ

    ตอนที่ 49

    ชาวเมืองทั้งหลายต่างมีความอึ้งบนใบหน้า มองอาโนอิทอสที่เสียสละตัวเองแล้วมองไปที่พวกเทพเจ้าด้านบนที่รุมโจมตีแผ่นหลังอาโนอิทอสอยู่ พวกเขากรีดร้องออกมาทั้งน้ำตา 

    "ฝ่าบาท! พอได้แล้วล่ะขอรับ! ฝ่าบาทไม่ต้องทำเพื่อพวกเราขนาดนี้ก็ได้ขอรับ หนีไปเถอะ!" 

    ชาวเมืองด้านข้างชายคนนั้นก็ร้องไห้ออกมา ในใจรู้สึกเห็นด้วย 

    แต่อาโนอิทอสก็บอก "พวกท่านไม่ต้องรู้สึกเสียใจไปหรอก ข้าพเจ้าเลือกทำเช่นนี้เพราะความต้องการของข้าพเจ้าเองพวกท่านเป็นประชาชนของข้าพเจ้า ข้าพเจ้าไม่ยอมปล่อยให้พวกท่านต้องตายหรอก" 

    ชาวเมืองและเหล่าทหารทั้งหลายต่างร้องไห้ออกมา 

    ทางท้องฟ้า เทพเจ้าทั้งสามต่างพยายามโจมตีเกราะป้องกันของอาโนอิทอสสุดกำลัง แต่พวกเขาต้องมีใบหน้าที่ซีดเมื่อไม่ว่าจะพยายามโจมตียังไงมันก็ไม่ได้ผล 

    พาเน่ เลวี่ คามิวดุส เกลน ฟีโรโซฟอส หัวใจของพวกเขาทุกคนกระตุกและสั่นกลัวทุกครั้งเวลาที่เห็นเทพเจ้าสามองค์นั้นระดมการโจมตีโหดเหี้ยมแต่ละครั้งมาที่หลังอาโนอิทอส เสียงระเบิดแต่ละระลอกนั้นมันรุนแรงยิ่งกว่านิวเคลียร์ 10 ลูกที่พวกเขาใช้กับ 'อาทานาทอส' เสียอีก หัวใจของพวกเขาบีบรัดและมีเลือดออกเวลาเห็นอาโนอิทอสถูกโจมตีด้วยการโจมตีพวกนั้น ในใจพวกเขาหลั่งน้ำตาออกมา 

    "ไม่มีทางเลยที่เราจะเจาะการป้องกันของมันได้ มีแต่ต้องทุ่มสุดกำลังเท่านั้น พร้อมหรือไม่พี่น้องข้า!" เทพรังสรรค์แห่งปฐพีมองเห็นถึงความยากลำบากในการทำลายพลังของอาโนอิทอสเขาจึงไม่มีทางเลือกนอกจากร่วมมือกับเทพองค์อื่นๆแล้วใช้พลังทั้งหมด 

    ใบหน้าของเทพรังสรรค์แห่งนภาและมหาสมุทรมีความขมขื่น ถ้าหากพวกเขาสามคนใช้พลังทั้งหมดไม่ต้องสงสัยเลยว่าโลกใบนี้จะต้องได้รับความเสียหายหนักมาก 

    แต่พวกเขาก็รู้ว่าตนเองไม่มีทางเลือกจริงๆจึงทำอะไรไม่ได้นอกจากตกลงตามที่เทพรังสรรค์แห่งปฐพีบอก 

    ในรอบนี้เทพเจ้าทั้ง 3 ตั้งใจจะใช้พลังทั้งหมด พวกเขาอัญเชิญพายุฝนฟ้าคะนองและแผ่นดินไหว สร้างความโกลาหนให้กับโลกทั้งใบจนทุกชีวิตบนโลกแทบจะดับสูญ 

    คลื่นยักษ์สึนามิจาก 7 คาบมหาสมุทรมีความแรงระดับ 5 มีความสูงคลื่นสู่ชายฝั่ง 10 เมตรโถมเข้าหาอาณาจักรมนุษย์ทุกคนในโลกนี้ที่ไม่ได้อยู่ในเมืองหลวงวาซิลาสถูกน้ำซัดร่างตายตกไป

    ทอร์นาโด F10 ที่มีความเร็ว 1,000-1,200 กิโลเมตรต่อชั่วโมง สูงกว่า 3200 เมตร 300 ลูกปรากฏทั่วโลก มันสาดซัดร่างของทุกคนบนโลกให้แหลกเป็นชิ้น ใครก็ตามที่ไม่ได้อยู่ในเมืองหลวงวาซิลาสต่างต้องตายอย่างน่าอนาถ

    แผ่นดินไหวระดับ 12 มหาวิบัติสั่นสะท้านปฐพีเป็นระนาดคร่าชีวิตผู้คนอย่างโหดเหี้ยมเป็นล้านในไม่กี่วินาที 

    โลกทั้งใบแทบจะตกอยู่ในความวินาศ มนุษยชาติทุกคนแทบจะตายกันหมด 

    แต่ว่า ทั้งหมดที่กล่าวนั้นเกิดขึ้นเฉพาะกับคนที่ไม่ได้อยู่ในเมืองหลวงวาซิลาส มีเพียงแค่ชาวเมืองที่อยู่ในการคุ้มกันของอาโนอิทอสเท่านั้นที่ไม่เป็นอะไร 

    แม้พลังเรียกลมเรียกฝน อัญเชิญหายนะเหล่านั้นมาแทบจะบดบี้โลกทั้งใบจนแตกสลาย แต่ประชาชนที่อยู่ใต้ร่มเงาของอาโนอิทอสก็ไม่ได้รู้สึกเจ็บรู้สึกหนาวแม้แต่นิดเดียว มีเพียงแค่ความรู้สึกอบอุ่นที่ส่งจากความห่วงใยของอาโนอิทอสมาสู่พวกเขาเท่านั้น น้ำตาของพวกเขาต่างไหลพราก ตอนนี้โลกทั้งใบได้จบสิ้นไปแล้วแต่อาโนอิทอสก็ปกป้องพวกเขาสุดกำลัง 

    เทพเจ้าทั้ง 3 หน้าซีด ไม่ว่าจะทุ่มพลังแค่ไหนก็ไม่สามารถเจาะเกราะป้องกันของอาโนอิทอสได้ ทอร์นาโดไม่สามารถผ่านทะลุเข้าเกราะอาโนอิทอส น้ำคลื่นยักษ์ไม่สามารถเฉียดเข้าใกล้ แล้วแผ่นดินก็ไม่สามารถแยกออกจากกันในบริเวณที่อาโนอิทอสคุ้มครองอยู่ 

    ไม่ว่าพวกเขาจะทำยังไงก็ทำอะไรอาโนอิทอสไม่ได้แม้แต่ใช้ความหนาวจากน้ำแข็งที่เป็นจุดอ่อนของเอกซ์โซชอส สิ่งเหล่านั้นก็ไม่สามารถทำอะไรอาโนอิทอสได้ 

    เทพเจ้าทั้ง 3 ไม่มีทางเลือกแล้วทุ่มพลังสุดตัวมากขึ้นไปอีกแล้วระดมโจมตีใส่อาโนอิทอส 

    สายฟ้ากัมปนาท ฝนกรด ลูกเห็บ พายุหิมะ พุ่งเข้าใส่อาโนอิทอสอย่างอึกทึกครึกโครม 

    หัวใจของชาวเมืองทั้งหลายต่างกระตุกทุกครั้งเวลาที่เห็นการโจมตีขนาดนั้นลงมายังอาโนอิทอส 

    "พอได้แล้ว.." ใครบางคนทนดูสภาพนี้ไม่ไหว ในที่สุดก็พูดออกมา 

    เด็กชายอ้วนคนหนึ่งร้องไห้กรีดร้องแล้วมองอาโนอิทอส "พอได้แล้วล่ะขอรับฝ่าบาท! ฝ่าบาทไม่ต้องทำอะไรเพื่อพวกเราอีกแล้ว ปล่อยพวกเราไปแล้วท่านก็หนีไปเถอะ!" 

    เด็กชายอ้วนคนนี้พูดออกมา เขาพูดออกมาทั้งน้ำตา 

    "ใช่แล้ว ปล่อยพวกเราไว้แล้วหนีเอาชีวิตรอดเถอะพะย่ะค่ะฝ่าบาท" 

    ไม่ใช่แค่เด็กชายอ้วนคนนั้นคนเดียวเท่านั้น แต่ชายข้างๆเขาและชาวเมืองข้างๆชายคนนี้อีกมากมายก็ต่างเห็นด้วยที่จะให้อาโนอิทอสหนีไป 

    พวกเขาทนไม่ได้ที่จะต้องเห็นอาโนอิทอสต้องทนรับความเจ็บปวดขนาดนี้เพื่อพวกเขา ไม่ใช่ว่าอาโนอิทอสรักพวกเขาฝ่ายเดียว แต่พวกเขาก็รักอาโนอิทอสเช่นเดียวกัน หัวใจของพวกเขาทนไม่ได้เวลาที่เห็นคนที่พวกเขารักต้องเจ็บปวด 

    อาโนอิทอสเผยรอยยิ้มที่อบอุ่นผ่านดวงตานั้น เขาบอกทุกคน 

    "พวกท่านไม่ต้องรู้สึกกังวลหรือลำบากใจไปหรอก ที่ข้าพเจ้าทำแบบนี้เพราะอายุขัยของข้าพเจ้านั้นเหลืออีกไม่นานอยู่แล้ว ข้าพเจ้าได้ฝืนร่างกายแล้วใช้พลังในตัวเองมากเกินกว่าที่ควรทำให้ร่างกายข้าพเจ้ากำลังพังลง ข้าพเจ้าจะตายไปเองอยู่ดีไม่ว่าจะเลือกทำเช่นนี้หรือไม่ก็ตาม มันอยู่ที่ช้าหรือเร็วเท่านั้น" 

    ใบหน้าของชาวเมืองทุกคนสั่นเครือ

    เพอินาสและเจโนสมีใบหน้าที่เจ็บปวด

    อาโนอิทอสบอก "พวกท่านไม่ต้องเสียใจไปหรอก ข้าพเจ้าไม่ได้รู้สึกเสียใจเลยที่ทำเช่นนี้ การปกป้องชีวิตของพวกท่านคือหน้าที่ที่ข้าพเจ้าได้รับมาและข้าพเจ้ารู้สึกเป็นเกียริต์อย่างยิ่งที่ได้ทำ พวกท่านทำให้ข้าพเจ้ามีช่วงเวลาที่มีความสุข ถึงแม้ตลอดเวลาตั้งแต่ข้าพเจ้ามาที่โลกใบนี้จะมีแต่ปัญหาตลอด แต่ข้าพเจ้าก็รู้สึกมีความสุขที่ได้อยู่กับพวกท่านในช่วงหลายเดือนมานี้" 

    น้ำตาของชาวเมืองหลั่งไหลออกมา 

    อาโนอิทอสบอกกับทุกคนด้วยเสียงที่เต็มไปด้วยความสุข "ช่วงเวลาหลายเดือนที่ได้อยู่กับพวกท่านเป็นช่วงเวลาที่ข้าพเจ้ามีความสุขที่สุดตั้งแต่เกิดมา พวกท่านได้สอนหลายสิ่งหลายอย่างที่ไม่มีในอวกาศให้ข้าพเจ้ารู้ คนเป็นแม่ถ้าหากเพื่อความรักต่อให้ต้องอดตายก็จะอยู่กับลูกให้ได้ คนเป็นหนี้ถึงจะโดนซ้อมปางตายก็ไม่ยอมขายของดูต่างหน้าของพ่อ ที่ปรึกษาต่อให้จะขัดแย้งกับเจ้าชายแต่เพื่อความถูกต้อง ก็สามารถขโมยข้าวของเจ้าชายแล้วไปแอบแจกให้ประชาชนได้ ข้าพเจ้าจะไม่มีวันลืมเรื่องพวกนี้เลย" 

    คามิวดุสและฟีโรโซฟอสร้องไห้ออกมา 

    อาโนอิทอสมองทุกคนด้วยดวงตาที่มีความสุขเป็นครั้งสุดท้าย แล้วบอกพวกเขา "ข้าพเจ้าได้เรียนรู้หลายสิ่งหลายอย่างจากพวกท่าน สิ่งมีค่าเหล่านั้นข้าพเจ้าจะไม่มีวันลืมเลย พวกท่านได้สอนให้ข้าพเจ้ารู้ว่าต่อให้เป็นเอกซ์โซชอสก็มีความรักได้ ข้าพเจ้าจะจดจำความรู้สึกนี้ไว้ตลอดกาล ข้าพเจ้าจะจดจำพวกท่านไว้ตลอดกาล เพราะพวกท่านคือคนที่ข้าพเจ้ารัก ไม่ว่าจากนี้จะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม พวกท่านก็จงมีชีวิตต่อไป" 

    อาโนอิทอสว่าแบบนั้นเป็นคำสุดท้าย จากนั้นร่างเขาก็ค่อยๆส่องแสงสว่างแล้วกลับคืนสภาพเดิม อาโนอิทอสล่วงลงมาจากกลางอากาศช้าๆแล้วแตะที่พื้นดิน ชาวเมืองทั้งหลายต่างไปหาเขา 

    ด้านนอก หลังจากที่อาโนอิทอสหมดพลังแล้ว เทพรังสรรค์แห่งปฏิพีที่ได้จังหวะจัดการพวกมนุษย์ให้สิ้นซากก็กำลังจะฆ่าล้างพวกมันกลุ่มสุดท้าย 

    แต่ตอนนั้นเอง เขาก็ถูกหยุดไว้โดยเทพรังสรรค์แห่งนภาก่อน 

    "พี่ข้า?" 

    เทพรังสรรค์แห่งนภาส่ายหน้า "พวกเราใช้พลังมากเกินไปแล้ว ตอนนี้โลกได้มาถึงจุดสูงสุดที่จะรับพลังเราไหวแล้วหากเราดึงดันจะใช้พลังที่นี่ต่อ โลกใบนี้จะแตกสลายและไม่เหลืออะไรให้เราปกป้องอีก" 

    เทพรังสรรค์แห่งปฐพีตกใจ "แต่ว่าพวกมนุษย์กำลังจะ--!"

    "ความโกรธของเจ้าก็พอๆกับความโกรธของนายท่านในตอนนี้นั่นล่ะ แต่ถ้าเจ้าทำมากกว่านี้เชื่อข้าเถอะว่านายท่านจะโกรธยิ่งกว่านี้อีก อย่าลืมว่าพวกเรามีเป้าหมายอะไรเป็นหลัก" 

    เมื่อเทพรังสรรค์แห่งนภาพูดเช่นนี้ เทพรังสรรค์แห่งปฐพีก็เถียงอะไรไม่ออก เขาทำได้แค่มองพวกมนุษย์กลุ่มสุดท้ายนั้นด้วยความไม่พอใจ แต่สุดท้ายก็ทำได้แค่ต้องจากไป 

    หลังจากที่พวกเทพเจ้าไปแล้ว ตอนนี้คามิวดุส เกลน ลิโก ฟีโรโซฟอส เลวี่ และพาเน่ก็มองไปที่ศพของอาโนอิทอส 

    น้ำตาของพวกเขาไหลออกมาไม่หยุด โดยเฉพาะเลวี่และพาเน่นั้น ทุกคนๆค่อยๆล้อมวงแล้วเข้าโน้มไปกอดอาโนอิทอสด้วยความเจ็บปวด จากนั้นต่างคนก็ต่างร้องไห้ออกมาด้วยความโศกเศร้า 

    เพอินาสและลูกสาว เจโนสและน้องชาย ทหารฝึกหัดกองบินรุ่นแรกที่อาโนอิทอสปั้น ชาวเมืองอาฟีโน ทุกคนๆมีวันนี้ได้เพราะอาโนอิทอส พวกเขาต่างร้องไห้ออกมา 

    ด้านหลังพวกเขา ลาดิสและกองปฏิวัติมองภาพนี้ด้วยหัวใจที่เจ็บปวด 

    ลาดิสไม่เคยคิดว่าชนชั้นสูงไว้ใจได้เพราะพวกมันพรากลูกชายที่แสนสำคัญเพียงคนเดียวของเขาไป คนพวกนั้นใช้ลูกชายเขาเป็นเหยื่อล่อพวกใต้พิภพเพื่อให้ตัวเองมีชีวิตรอด เขาไม่เคยคิดว่าพวกชนชั้นสูงจะสามารถเสียสละตัวเองเพื่อใครได้ แต่วันนี้เขารู้แล้วว่าเขาคิดผิด ในชนชั้นสูงพวกนั้น ก็มีหนึ่งคนที่เสียสละตัวเองเพื่อคนอื่นได้ 

    ลาดิสเห็นอาโนอิทอสทำเพื่อประชาชนตัวเองขนาดนี้ แม้แต่เขาก็รู้สึกอยากร้องไห้ออกมา กองปฏิวัติที่ติดตามลาดิสจนถึงตอนนี้ก็รู้สึกผิดและอยากร้องไห้ออกมาเช่นกัน