ตอนที่ 35
เ้าอสูรโลกันตร์
กล่าวย้อนกลับมาทางด้านมารขลุ่ยเงินคร่าิญญาเยิ่นหว่อถิงหลังจากถูกฝ่ามือของขอทานพเนจรหวงเกาฉือได้รับาเ็แม้ไม่มากมายเท่าใดนักหากมิใช่เป็เพราะขอทานพเนจรหวงเกาฉือท่านมิ้าเสื่อมเสียชื่อเสียงถูกชาวยุทธ์ครหาว่ารังแกเด็กหากท่านลงมือรุนแรงกว่านี้ มารน้อยผู้นี้คงได้รับาเ็สาหัสอย่างแน่นอน
มารขลุ่ยเงินคร่าิญญาเยิ่นหว่อถิงรู้สึกเจ็บใจและโกรธแค้นต่อขอทานพเนจรหวงเกาฉือเป็ที่สุดหากมิใช่เพราะท่านป่านนี้เ้าสำนักทั้งสามคงถูกลบชื่อไปจากยุทธภพด้วยน้ำมือของมันนั่นเองตอนที่เดินทางออกมาจากสำนักจัดขบวนด้วยเกี้ยวอันวิจิตรสวยงามแต่ทว่าตอนเดินทางกลับมาสภาพช่างแตกต่างจากตอนออกไปมากมายนัก
ถึงแม้ว่าจะได้รับาเ็กลับมาแต่มารน้อยผู้นี้ยังรู้สึกกระหยิ่มยิ้มย่องภูมิอกภูมิใจอยู่ไม่น้อยผลงานในครานี้คงสร้างชื่อเสียงเลื่องลือให้แก่มันชาวยุทธ์ทั้งหลายคงจับกลุ่มสนทนาวิพากษ์วิจารณ์ถึงความสามารถและความเป็มาของมันอย่างแน่นอนจนกระทั่งบัดนี้ยังมิมีชาวยุทธ์ฝ่ายใดแม้แต่ฝ่ายมารอธรรมเองทราบประวัติความเป็มาของมารขลุ่ยเงินคร่าิญญาผู้นี้แม้เพียงผู้เดียว
ที่ผ่านมามารน้อยผู้นี้ออกท่องเที่ยวยุทธภพเพียงไม่กี่ครั้งทุกคราจะสวมใส่หน้ากากปีศาจปกปิดใบหน้าตลอดเวลาดังนั้นอย่าว่าแต่ประวัติความเป็มาอันลึกลับของมันที่ยังไม่เปิดเผยแม้แต่ใบหน้าอันแท้จริงของมันยังมิมีชาวยุทธ์ผู้ใดได้พบเห็นแม้แต่เพียงผู้เดียวเช่นกัน
ครั้งนี้เมื่อมันได้รับาเ็อีกทั้งมือดีสองคนยังถูกกระบี่กรีดใส่ดวงตาคนละหนึ่งข้างจนมืดบอดหลังจากเร่งรุดเดินทางเป็เวลาหนึ่งวันจึงได้ทราบว่ามารน้อยผู้นี้กับคนของมันมุ่งหน้าสู่หุบเขาปีศาจนั่นเอง
หุบเขาปีศาจแห่งนี้มิมีผู้ใดกล้าก้าวเหยียบย่างกรายเข้าใกล้เป็เวลาเนิ่นนานมากแล้วสืบเนื่องมาจากมีผู้คนเคยพบเห็นปีศาจน่าตาน่าเกลียดน่ากลัวปรากฏตัวอยู่ในหุบเขาแห่งนี้อยู่บ่อยครั้งจนกลายเป็ที่โจษจันเล่าขานกันมาถึงความน่ากลัวของสถานที่แห่งนี้พอเนิ่นนานเข้าจึงมิมีชาวยุทธ์ผู้ใดกล้าเข้าใกล้หุบเขาแห่งนี้อีกเลยดังนั้นชื่อเสียงของหุบเขาแห่งนี้จึงเป็สถานที่อันน่ากลัวจึงเรียกหาว่าหุบเขาปีศาจมาจนกระทั่งถึงปัจจุบันนี้
ผ่านไปไม่นานนักขบวนของมารน้อยผู้นี้บรรลุเข้าสู่หุบเขาปีศาจเมื่อเข้ามายังบริเวณด้านในหุบเขาเป็เส้นทางอันสลับซับซ้อนหากมิมีความชำนาญสถานที่อาจทำให้หลงทางและอาจพลัดตกหุบเขาที่มีหน้าผาสูงชันอันตรายได้
มารขลุ่ยเงินคร่าิญญาเยิ่นหว่อถิงพาร่างที่ได้รับาเ็เร่งรีบเดินทางมองไปด้านหน้าเห็นเป็สิ่งปลูกสร้างรูปร่างคล้ายหัวกะโหลกปีศาจและใบหน้าของอสูรโลกันตร์ขนาดใหญ่โตเมื่อเข้าใกล้หน้าบันใดศิลาทางเข้าเหนือศีรษะสลักอักษรขนาดไม่เล็กไม่ใหญ่สีดำสนิทบนแผ่นหินขนาดใหญ่ว่า“สำนักอสูรโลกันตร์”
ที่แท้มารน้อยผู้นี้เป็นายน้อยของสำนักอสูรโลกันตร์สำนักที่ยังมิเคยเปิดเผยต่อชาวยุทธ์มาก่อนมิน่าเล่าที่ผ่านมาจึงไม่มีผู้ใดทราบที่มาประวัติของมัน สถานที่แห่งนี้ลี้ลับซ่อนเร้นเก็บตัวอยู่ใจกลางหุบเขาปีศาจนั่นเองแสดงว่าที่ผ่านมาปีศาจน่าเกลียดน่ากลัวที่ผู้คนพบเห็นจะต้องเป็คนของสำนักอสูรโลกันตร์แห่งนี้นั่นเองเพื่อป้องกันมิให้ผู้คนเข้ามารบกวนหรือพบเห็นจึงได้ปลอมตัวเป็ปีศาจออกหลอกหลอนผู้คนให้หวาดกลัวข่มขวัญ
เมื่อกลับเข้ามายังด้านในสำนักแล้วมารขลุ่ยเงินเยิ่นหว่อถิงสั่งให้คนที่ไม่ได้รับาเ็แยกย้ายกันไปได้คงเหลือเพียงแต่เยี่ยเหว่ยกับจางจิ้งสองมือดีที่ติดตามคนทั้งสองครั้งนี้พกพาอาการาเ็กลับมาไม่ต่างจากนายน้อยของพวกมันต่างกันตรงที่อาการาเ็ของมันสองคนเป็ดวงตาคนละข้างนั่นเอง
ภายในห้องโถงนั่งอยู่ด้วยบุคคลผู้หนึ่งรูปร่างสูงใหญ่กำยำห่างออกไปยืนอยู่ด้วยชายฉกรรจ์อีกราวห้าหกคนแต่ละคนหน้าตาเหี้ยมเกรียมดุดันพอเห็นมารขลุ่ยเงินคร่าิญญากับจางจิ้งและเยี่ยเหว่ยเข้ามาคนเ่าั้รีบประสานมือทำความเคารพพร้อมกับส่งเสียงเอ่ยถามด้วยอาการใ
“นายน้อยท่านกลับมาแล้วดูท่านได้รับาเ็มิทราบว่าผู้ใดทำร้ายนายน้อยได้?”
เมื่อคนเ่าั้กล่าววาจายังมิทันสิ้นเสียงบุคคลรูปร่างสูงใหญ่ซึ่งนั่งสงบอยู่บนเก้าอี้หินหยกแกะสลักส่งเสียงขึ้นก่อนว่า
“พวกท่านทั้งหมดล่าถอยออกไปก่อนมีงานใดให้แยกย้ายกันกระทำส่วนเื่นายน้อยของพวกท่านข้าพเ้าจะจัดการเอง”กล่าวจบผู้คนเ่าั้รีบประสานมือส่งเสียบตอบรับด้วยความนอบน้อมก่อนล่าถอยออกไป
“รับทราบแล้วท่านเ้าอสูรโลกันตร์หากมีสิ่งใดเรียกใช้เร่งด่วนพวกเราจะรีบรุดมาในทันที”
เมื่อผู้คนเ่าั้ออกไปหมดสิ้นแล้วเ้าของร่างสูงใหญ่กำยำผู้นั้นพุ่งร่างลงมาจากเก้าอี้หินหยกซึ่งอยู่สูงกว่าพื้นซึ่งมารน้อยกับมือดีสองคนยืนอยู่ด้วยท่าร่างรวดเร็วพิสดารพอบรรลุถึงรีบประคองร่างของมารขลุ่ยเงินคร่าิญญาเยิ่นหว่อถิงแล้วส่งเสียงว่า
“หว่อถิง เ้าได้รับาเ็ เป็ผู้ใด?ที่กล้าทำร้ายเ้ารีบบ่งบอกออกมาแล้วอาการของเ้าร้ายแรงหรือไม่?”เยิ่นหว่อถิงรีบส่งเสียงกล่าวตอบว่า
“ข้าพเ้าหว่อถิงได้รับาเ็แต่ไม่รุนแรง ท่านเ้าอสูรมิต้องห่วง ผู้ที่ทำร้ายข้าพเ้าเป็ขอทานชราสภาพใกล้ตายผู้หนึ่งถึงสภาพมันจะแก่ชรามากแล้วแต่วรยุทธ์ของมันช่างร้ายกาจยิ่งนักขอทานเฒ่าผู้นั้นท่านเ้าอสูรย่อมต้องรู้จักมันคือขอทานพเนจรหวงเกาฉือผู้ซึ่งท่านเคยบอกเล่าประวัติของมันให้แก่ข้าพเ้าฟังนั่นเอง”
เยิ่นหว่อถิงตอบว่ามันมิได้าเ็รุนแรงนักพร้อมทั้งบอกกล่าวว่าผู้ใดเป็คนทำร้ายมันได้รับาเ็กลับมาเมื่อมองอย่างชัดเจนพบว่าบุคคลรูปร่างสูงใหญ่ที่มารน้อยผู้นั้นเรียกหาว่าท่านเ้าอสูรที่แท้คนผู้นี้กลับสวมใส่หน้ากากรูปอสูรน่ากลัวปกปิดใบหน้าเอาไว้คนผู้นี้เป็อาจารย์ของมารน้อยเยิ่นหว่อถิงและเป็เ้าสำนักแห่งนี้ที่ผ่านมามิเคยถอดหน้ากากออกจากใบหน้าแม้แต่เพียงครั้งเดียวแม้แต่มารขลุ่ยเงินคร่าิญญาเยิ่นหว่อถิงเองยังมิเคยเห็นใบหน้าอันแท้จริงของผู้เป็อาจารย์มาก่อนเช่นกัน
ถึงแม้จะเป็ศิษย์อาจารย์กันแต่เ้าอสูรให้มารน้อยผู้เป็ศิษย์เรียกหาว่าเ้าอสูรส่วนบุคคลอื่น ๆในสำนักต่างเรียกหาว่าเ้าอสูรโลกันตร์คนผู้นี้จึงมีฉายาว่าเ้าอสูรโลกันตร์นามหม่าถิงอันที่ผ่านมาทำตัวลึกลับเดินทางเข้าออกหุบเขาปีศาจมิเว้นว่างแต่ที่น่าแปลกประหลาดกลับมิเคยมีชาวยุทธ์ผู้ใดพบเห็นเ้าอสูรโลกันตร์ปรากฏตัวในยุทธจักรมาก่อน
เมื่อพูดคุยสอบถามถึงรายละเอียดที่ได้รับาเ็แล้วเ้าอสูรโลกันตร์หม่าถิงอันใช้กำลังภายในรักษาอาการาเ็ภายในให้แก่มารน้อยเยิ่นหว่อถิงส่วนเยี่ยเหว่ยกับจางจิ้งซึ่งถูกกระบี่หยกไผ่หลิวของเทียนจิ้งศิษย์คนเล็กของพรรคไผ่หลิวกรีดผ่านบริเวณใบหน้าและดวงตาด้านขวาทำให้ทั้งสองสูญเสียดวงตาด้านขวาไปความแค้นนี้ทั้งสองคิดจะทวงคืนแก่เทียนจิ้งในภายหน้าให้จงได้คนทั้งสองเ้าอสูรโลกันตร์สั่งให้เรียกหมอมารักษาอาการาเ็ให้ส่วนเยิ่นหว่อถิงมิได้รับาเ็มากมายนัก ดังนั้นเ้าอสูรโลกันตร์หม่าถิงอันจึงเรียกตัวแล้วสนทนาตามลำพังศิษย์อาจารย์
เมื่อเ้าอสูรโลกันตร์และมารขลุ่ยเงินคร่าิญญาอยู่ภายในห้องส่วนตัวเพียงลำพังศิษย์อาจารย์มารขลุ่ยเงินคร่าิญญาเยิ่นหว่อถิงปลดหน้ากากปีศาจซึ่งปิดบังใบหน้าออกพอถอดหน้ากากออกเผยให้เห็นใบหน้าที่แท้จริงของมารน้อยผู้นี้ภาพที่เห็นใบหน้าที่หล่อเหลาคมคายดวงตาคมกริบคิ้วหนาดกดำจมูกโด่งรับกับริมฝีปากได้รูปบุคลิกโดยรวมนับเป็บุรุษอันหล่อเหลาเพียบพร้อมแต่แฝงความเ้าชู้กรุ้มกริ่มผู้หนึ่ง
ส่วนตัวเ้าอสูรโลกันตร์หม่าถิงอันแม้จะอยู่ลำพังกับศิษย์เพียงลำพังยังมิเคยปลดหน้ากากออกมาก่อนมารน้อยเยิ่นหว่อถิงมันรู้สึกชินกับเื่นี้แล้วเพราะั้แ่จดจำความได้พบเห็นผู้เป็อาจารย์สวมใส่หน้ากากอยู่ตลอดเวลาดังนั้นนานวันเข้ามันจึงมิได้้าอยากทราบว่าเพราะเหตุใด? ไฉนผู้เป็อาจารย์ของมันจะต้องสวมใส่หน้ากากตลอดเวลาด้วยส่วนตัวมันจะสวมหน้ากากเป็บางเวลาเท่านั้นส่วนมากตอนที่มันออกไปท่องเที่ยวนอกหุบเขาปีศาจนั่นเองเมื่ออยู่ภายในหุบเขาปีศาจจึงมิจำเป็ต้องปิดบังอำพรางผู้ใดเ้าอสูรโลกันตร์หม่าถิงอันจึงส่งเสียงกล่าวกับมารน้อยผู้เป็ศิษย์ว่า
“นับว่าโชคดีที่เ้ามิได้รับาเ็อะไรมากนักงานที่เ้ารับปากหลิวกงกงไปกระทำนับว่าสำเร็จลุล่วงไปส่วนหนึ่งถึงแม้ไม่สามารถปลิดชีวิตของสามสำนักใหญ่ฝ่ายธัมมะได้คิดว่าหลิวกงกงคงมิตำหนิเ้าหากว่าขอทานเฒ่าไม่ยื่นมือเข้ามาขัดขวางงานชิ้นแรกที่เ้าไปกระทำคงจะสำเร็จลุล่วงไปด้วยดี อีกห้าวันข้าจะเดินทางไปยังสำนักมาร์ส่วนทางด้านหมู่ตึกกระเรียนฟ้าข้าจะให้คนส่งข่าวไปแจ้งแก่หลิวกงกงเองคาดว่าผลงานที่ได้รับมอบหมายมาเป็ที่น่าพึงพอใจ”
“ข้าพเ้าทราบแล้วท่านเ้าอสูรหากว่าไม่มีขอทานเฒ่าผู้นั้นยื่นมือเข้ามาขัดขวางข้าพเ้าเยิ่นหว่อถิงคงจัดการสามคนนั้นได้อย่างแน่นอนแต่กระนั้นพรรคไผ่หลิวนับว่าพินาศย่อยยับยากฟื้นตัวได้ภายในระยะเวลาปีสองปีคงเหลือเพียงศิษย์เอกสามคนส่วนสำนักเมฆฟ้าพิรุณกับหุบเขาผาพยัคฆ์ขาวคาดว่าผู้ที่เป็เ้าสำนักอาการสาหัสหรือไม่อาจถึงแก่ชีวิตย่อมเป็ได้งานชุมนุมชาวยุทธ์ที่ใกล้มาถึงจึงสามารถตัดสามสำนักนี้ออกจากการแย่งชิงผู้นำไปได้ว่าแต่ท่านเ้าอสูรจะเดินทางไปยังสำนักมาร์ด้วยเื่อันใด?”
มารขลุ่ยเงินคร่าิญญาเยิ่นหว่อถิงกล่าวชี้แจงเื่ราวต่อผู้เป็อาจารย์พร้อมกับกล่าวถามเกี่ยวกับเื่ที่ผู้เป็อาจารย์จะเดินทางไปสำนักมาร์เมื่อมารน้อยเยิ่นหว่อถิงผู้เป็ศิษย์เอ่ยถามเ้าอสูรโลกันตร์จึงกล่าวตอบว่า
“เื่ที่ข้าจะเดินทางไปยังสำนักมาร์เป็เื่เกี่ยวกับงานชุมนุมชาวยทธ์ในครั้งนี้ในวันนั้นเหล่ามารทั้งหลายจะพากันเดินทางไปรวมตัวกันที่สำนักมาร์เพื่อตกลงหาข้อสรุปว่าจะคัดเลือกผู้ใดเป็ผู้นำสูงสุดของเหล่ามารอธรรมอีกทั้งยังเลือกเฟ้นหาตัวแทนเพื่อส่งเข้า่ชิงตำแหน่งผู้นำชาวยุทธ์ในครั้งนี้ด้วยนอกนั้นคงร่วมกันกำหนดแผนการต่างๆที่จะสร้างความพรั่นพรึงให้แก่ฝ่ายธัมมะได้ยำเกรงส่วนด้านนี้ข้ามอบหมายให้เ้าดูแลสำนักอสูรโลกันตร์ให้ดีหลังจากข้าเดินทางกลับมาแล้วค่อยบอกกล่าวแผนการให้เ้าได้รับทราบ”
มารขลุ่ยเงินคร่าิญญาเยิ่นหว่อถิงรีบกล่าวรับคำหลังเ้าอสูรโลกันตร์หม่าถิงอันกล่าวจบพร้อมกับเอ่ยกล่าวต่อเ้าอสูรโลกันตร์ขึ้นว่า
“มิทราบว่าเื่ที่ท่านเ้าอสูรเคยรับปากต่อข้าพเ้าเกี่ยวกับธิดาผู้เลอโฉมแห่งสำนักมาร์ท่านเดินทางไปในครั้งนี้จะเอ่ยปากต่อเ้าสำนักมาร์ด้วยหรือไม่? ข้าพเ้าร้อนใจเกรงว่านางจะมีผู้ใดก่อนจะได้พบกับข้าพเ้าเยิ่นหว่อถิง”
เื่ที่มารน้อยเยิ่นหว่อถิงกำลังกล่าวถึงนั่นคือมันเคยทราบจากผู้เป็อาจารย์ว่าเ้าสำนักมาร์มีธิดาอันเลอโฉมหาสตรีใดเปรียบเทียบได้มารน้อยผู้นี้มีนิสัยเ้าชู้มากรักมีสตรีรอบกายมากมายแต่มันเองยังมิเคยคิดจะเลี้ยงดูผู้ใดจริงจังแม้แต่ผู้เดียวจะมีเพียงสองดรุณีเหนียงเอ๋อกับเจียวเอ๋อที่มันยินยอมให้ติดตามไปทุกหนแห่งและคอยปรนนิบัติรับใช้มันมาเป็เวลาหลายปีแล้วนางทั้งสองสร้างความไว้วางใจให้แก่มันอีกทั้งยังปรนนิบัติรับใช้มันมิเคยบกพร่องมาก่อนมันเองได้ถ่ายทอดบทเพลงอสูรกล่อมิญญาให้แก่นางทั้งสองด้วยดั่งเป็ที่ประจักษ์ว่านางทั้งสองสร้างผลงานที่ผ่านมาเมื่อไม่นานคือหนึ่งร้อยสิบชีวิตของพรรคไผ่หลิวนั่นเอง
มารน้อยเยิ่นหว่อถิงเมื่อทราบว่ามีหญิงงามหาผู้ใดเปรียบเทียบได้และยังเป็ถึงบุตรีของเ้าสำนักมาร์อันมีศักดิ์ศรีพอกับตนจึงได้เอ่ยปากต่อผู้เป็อาจารย์ให้เอ่ยกล่าวเื่นี้แก่นางมารเยือกเย็นเหยาเยี๊ยะเหยียนครั้งนี้เมื่อผู้เป็อาจารย์กล่าวว่าจะเดินทางไปสำนักมาร์มารน้อยเยิ่นหว่อถิงจึงเอ่ยย้ำกับผู้เป็อาจารย์ขึ้นมาเ้าอสูรโลกันตร์หม่าถิงอันเมื่อได้ยินศิษย์เอ่ยถามเื่นี้จึงกล่าวตอบว่า
“เื่นี้เ้าอย่าได้เป็ห่วง ข้าจะเอ่ยปากต่อเ้าสำนักมาร์หากเ้ามั่นใจว่านางคือสตรีที่เ้าหมายปอง้ายี่สิบปีมานี้บุตรีของเ้าสำนักมาร์เพิ่งออกท่องยุทธภพเพียงไม่กี่คราทุกครั้งนางจะปลอมตัวเป็บุรุษข้าคิดว่านางเองคงยังไม่มีชายในดวงใจเช่นกัน”
“ข้าพเ้าต้องขอบคุณท่านเ้าอสูรล่วงหน้าหากไม่มีอะไรแล้วข้าพเ้าขอตัวไปพักผ่อนก่อน ป่านนี้เหนียงเอ๋อกับเจียวเอ๋อนางทั้งสองคงรอคอยปรนนิบัติข้าพเ้าอยู่แล้วครั้งนี้นางทั้งสองสร้างผลงานได้ยอดเยี่ยมยิ่งนักดังนั้นข้าพเ้าคงต้องประทานรางวัลให้แก่นางทั้งสองจนพอใจท่านเ้าอสูรเองควรพักผ่อนให้มาก ๆเห็น่นี้ท่านไม่ค่อยมีเวลาพักผ่อนสักเท่าใดอีกไม่กี่วันข้างหน้างานชุมนุมชาวยุทธ์ใกล้จะมาถึงแล้ว”
กล่าวจบมารขลุ่ยเงินคร่าิญญาเยิ่นหว่อถิงล่าถอยออกจากห้องไปคงเหลือไว้เพียงเ้าอสูรโลกันตร์หม่าถิงอันเพียงลำพังดังนั้นจึงเดินกลับเข้าห้องพักของตนเองเช่นกันเมื่อบรรลุถึงห้องพักแล้วหลังจากปิดประตูแ่าเ้าอสูรโลกันตร์หม่าถิงอันเดินไปเปิดช่องลับที่หนึ่งบริเวณเตียงนอนหยิบหนังสือเล่มหนึ่งออกมาจากช่องลับพร้อมกับส่งเสียงกล่าวกับตนเองขึ้นว่า
“ส่วนครึ่งหลังตกอยู่ในมือข้าพเ้าหม่าถิงอันยังขาดอยู่อีกเพียงส่วนครึ่งแรกเท่านั้นแต่อีกไม่นานข้าพเ้าจะต้องรู้ให้ได้ว่าอยู่กับผู้ใด? แล้วข้าพเ้าหม่าถิงอันจะต้องใช้ทุกวิธีเพื่อที่จะแย่งชิงส่วนนั้นมาเป็ของข้าพเ้าให้จงได้รอให้ถึงวันนั้นมาถึงเมื่อใด?ยุทธภพนี้จะต้องตกเป็ของข้าพเ้าอย่างแน่นอนฮา ๆ”
พอกล่าวจบเ้าอสูรโลกันตร์หม่าถิงอันะเิเสียงหัวร่อออกมาพร้อมกับยกชูหนังสือเล่มนั้นขึ้นเหนือศีรษะแหงนหน้าขึ้นมองเพดานห้องนอนแล้วจึงเปล่งเสียงหัวร่อออกมามิหยุดยั้งอย่างน่ากลัวบรรยายออกมามิถูกมิทราบว่าเวลาผ่านไปเนิ่นนานเท่าใดเ้าอสูรโลกันตร์หม่าถิงอันเก็บหนังสือเล่มนั้นเข้าช่องลับที่เดิมจากนั้นเป่าตะเกียงน้ำมันสนดับแสงวูบลงจนมองไม่เห็นสิ่งใดต่อจากนั้นได้ยินเพียงเสียงผลักประตูห้องนอนออกไปพร้อมกับเสียงชายเสื้อปะทะลมพลิ้วห่างออกไปจนมิได้ยินสรรพสิ่งใด ๆอีกเลย
อีกห้าวันต่อมาสำนักมาร์เขาหมางซานวันนี้เป็วันชุมนุมใหญ่ของเหล่ามารอธรรมทั่วทั้งยุทธภพ ตลอดเส้นทางมียอดฝีมือฝ่ายมารอธรรมค่อยๆทยอยเดินทางขึ้นสู่เขาหมางซานทางด้านนางมารเยือกเย็นเหยาเยี๊ยะเหยียนเ้าสำนักมาร์วันนี้นางแต่งกายด้วยชุดยาวสีม่วงเข้มสวมทับด้วยเสื้อนอกสีน้ำตาลอ่อนด้านข้างยืนอยู่ด้วยอั้งเซี๊ยะเปาในชุดรัดกุมสีแสดเป็ประกาย ด้านหน้าสำนักจัดวางโต๊ะเก้าอี้ไว้รองรับแขกเป็จำนวนมากนางทั้งสองเมื่อเห็นว่าได้เวลาออกมาต้อนรับแขกผู้มาเยือนจึงเดินเคียงข้างออกมายังด้านหน้าสำนักโดยพร้อมเพรียงกัน
แขกกลุ่มแรกที่เดินทางมาถึงเป็สามสำนักมารชื่อเสียงเลื่องลือในอดีตสำนักอสรพิษดำเ้าสำนักคือยายเฒ่าหมื่นพิษเนี๊ยะซิ้วกับตาเฒ่าเข็มวิเศษฝ่านอี้เฉินสำนักฝ่ามือโลหิตเ้าสำนักคือหัตถ์ะหลี่ปู้เหว่ยเ้าสำนักอินทรีขาวเ้าสำนักคืออินทรีกลางฟ้าหว่าเกาเฉิง ทั้งสามสำนักเดินทางมาด้วยกันนอกจากเ้าสำนักทั้งสี่แล้วยังมีมือดีของแต่ละสำนักติดตามมาด้วยเป็จำนวนหลายคนเมื่อพบหน้านางมารเยือกเย็นเหยาเยี๊ยะเหยียนทั้งสี่รีบปรี่เข้ามาทักทายโดยทันที
“คารวะเ้าสำนักมาร์ท่านเหยาเยี๊ยะเหยียนไม่ได้เจอะเจอกันเนิ่นนานท่านยังคงงดงามมิเปลี่ยนแปลงข้าพเ้าหัตถ์ะหลี่ปู้เหว่ยรู้สึกเป็เกียรติยิ่งนักที่ได้มาเป็แขกในวันนี้มิทราบว่าท่านสุขสบายดีหรือไม่?”ผู้ที่กล่าววาจาขึ้นก่อนเป็หัตถ์ะหลี่ปู้เหว่ยเ้าสำนักฝ่ามือโลหิตนางมารเยือกเย็นได้ยินเช่นนั้นส่งเสียงหัวร่ออย่างชอบอกชอบใจพร้อมกับกล่าวตอบว่า
“ขอบคุณสำหรับคำกล่าวชื่นชมในความงามของข้าพเ้าข้าพเ้านางมารเยือกเย็นเหยาเยี๊ยะเหยียนสุขสบายดีพวกท่านเล่า?ได้ข่าวว่าเก็บตัวมิออกสู่ยุทธจักรเช่นกันมิทราบว่าสุขสบายดีหรือไม่?”พอนางมารเยือกเย็นกล่าวจบอินทรีกลางฟ้าหว่าเกาเฉิงจึงกล่าวต่อว่า
“พวกเราทุกคนล้วนสุขสบายดีที่ผ่านมาแม้มิได้โผล่หน้าออกมาให้ผู้คนพบเห็นแต่พวกเราทั้งหมดมิได้ถอนตัวจากยุทธภพไปแต่อย่างใดเพียงแต่เก็บตัวเพื่อรอโอกาสกลับมายิ่งใหญ่อีกครั้งเท่านั้นเองครานี้เมื่องานใหญ่ใกล้มาถึงมิเพียงแต่เราสามสำนักที่ยอมปรากฏกายออกมา เชื่อว่าทุกสำนักที่เงียบหายไปคงกลับมาปรากฏตัวอีกครั้งในงานชุมนุมชาวยุทธ์ในครั้งนี้”
พออินทรีกลางฟ้าหว่าเกาเฉิงกล่าวจบนางมารเยือกเย็นเหยาเยี๊ยะเหยียนหันมาทางยายเฒ่าหมื่นพิษเนี๊ยะซิ้วกับตาเฒ่าเข็มวิเศษฝ่านอี้เฉินพร้อมกับส่งเสียงกล่าวว่า
“ท่านทั้งสองอุตสาห์ให้เกียรติมาไม่ได้เจอะเจอกันเนิ่นนานเช่นกันท่านทั้งสองคงคาดคิดมิถึงกระมัง? ว่าข้าพเ้าอัคคี์จะก่อตั้งสำนักมาร์ขึ้นมาอีกทั้งยังได้วางสาขาและคนไว้เป็จำนวนมากส่วนฉายาอัคคี์ขอให้ทุกท่านลบออกจากความทรงจำเสียให้สิ้นต่อจากนี้จะมีเพียงนางมารเยือกเย็นเหยาเยี๊ยะเหยียนเท่านั้นท่านทั้งสองดูแก่ชรากว่าที่ข้าพเ้าคาดคิดเอาไว้เสียอีก มิทราบว่าสุขสบายดีหรือไม่?”
ยายเฒ่าหมื่นพิษเนี๊ยะซิ้วรีบกล่าวตอบทันทีว่า
“เราสองตายายสุขสบายดีมิได้เจ็บไข้แต่ประการใดที่ผ่านมาเก็บตัวศึกษาตำราพิษและฝึกปรือวิทยายุทธ์ เราสองตายายแม้สภาพร่างกายจะแก่ชราขึ้นมากมายปานใดแต่ด้านพลังยุทธ์กลับรุดหน้าแก่กล้ายิ่งกว่าอายุนักท่านเหยาเองข้าพเ้ายายเฒ่าได้ข่าวว่าเก็บตัวฝึกปรือวิชาจนก้าวหน้าคงรุดหน้าพวกเราซึ่งแก่เฒ่าทั้งสี่ไปไกลโขถูกต้องหรือไม่?”
นางมารเยือกเย็นส่งเสียงหัวร่อฮาฮาพร้อมกับกล่าวตอบว่า
“ยายเฒ่าท่านเอากระไร?มาพูดถึงแม้ข้าจะเก็บตัวฝึกวิชามิได้เว้นว่างแต่ไหนเลยจะเทียบกับพวกท่านทั้งสี่คนได้เล่า”
พอกล่าวจบตาเฒ่าเข็มวิเศษฝ่านอี้เฉินจึงส่งเสียงกล่าวขึ้นบ้างว่า
“แต่เท่าที่เราทราบมาหากว่ามิผิดพลาดหมู่ตึกกระเรียนฟ้าราชสำนักนักท่านมหาเสนาบดีหลิวซุ่นกงกงได้ทาบทามท่านเหยาให้เป็ตัวแทนเข้าชิงตำแหน่งผู้นำชาวยุทธ์ในครั้งนี้มิใช่ดอกรึ?”
นางมารเยือกเย็นส่งเสียงหัวร่อฮา ๆอีกครั้งพร้อมกับกล่าวตอบว่า
“ตาเฒ่านับว่าท่านหูตากว้างไกลไม่อาจรอดพ้นข่าวนี้ไปได้ถูกต้องข้าพเ้าได้รับการทาบทามจากท่านหลิวกงกงให้เป็ตัวแทนเข้าชิงผู้นำชาวยุทธ์ในครั้งนี้ความจริงท่านเองคิดจะเข้าชิงตำแหน่งนี้ด้วยตัวเองแต่ติดปัญหาตรงที่ว่าครั้งนี้มีกฎกติกาออกมาจากวัดเส้าหลินซึ่งได้รับการสนับสนุนจากหลายสำนักฝ่ายธัมมะว่ามิให้ราชสำนักเกี่ยวข้องกับเื่ราวของยุทธภพ แต่สามารถเข้าร่วมการชุมนุมชาวยุทธ์ได้ดังนั้นท่านหลิวกงกงจึงได้เอ่ยปากต่อข้าพเ้าให้เป็ตัวแทนท่านในครั้งนี้พวกท่านทั้งสี่เล่า?มิทราบว่าหมายตาผู้ใด?เอาไว้หรือว่าพวกท่านทั้งสี่จะลงชิงตำแหน่งด้วยตัวเองในครั้งนี้”
อินทรีกลางฟ้าหว่าเกาเฉิงส่งเสียงหัวร่อฮา ๆแล้วกล่าวตอบว่า
“พวกเราทั้งสี่แก่ชราปูนนี้แล้วจะเอาปัญญาที่ไหนไป่ชิงได้เพียงแต่จะสนับสนุนไม่ว่าผู้ใดที่เป็ฝ่ายมารอธรรมลงชิงตำแหน่งพวกเราจะคอยสนับสนุนเมื่อไม่กี่คืนก่อนพวกเราทั้งสี่ได้พบพานกับเ้าอารามอเทวตาเข้าโดยบังเอิญแต่ดูจากท่าทีจนป่านนี้พวกเรายังดูไม่ออกว่านางชีเทวราชชิ้วโส่วจะอยู่ฝ่ายใดกันแน่? แต่หากนางลงชิงตำแหน่งเป็ฝ่ายเรานับว่ายอดเยี่ยมยิ่งนักดูจากวรยุทธ์ของนางรุดหน้าจนน่ากลัวยิ่งนัก”
“นางชีเทวราชชิ้วโส่ว นางยินยอมออกจากอารามอเทวตาแล้วเช่นนั้นรึ?”นางมารเยือกเย็นส่งเสียงกล่าวถามด้วยความแปลกประหลาดใจ
หยกเหินลม/ชลชโลทร