จารึกที่ 507 : ประชันเจตจำนงสวรรค์ : ม้วนกระดาษกลืนพิพากษา
แสงสว่างที่สาดส่องลงมาจากรอยแยกสีทองคำเหนือสุสานเทพเซียนบรรพกาล มิได้นำพาความอบอุ่น ทว่ามันแบกรับเจตจำนงแห่งการลบเลือนที่เย็นเยียบจนจับขั้ววิญญาณ ร่างของ 'เทพทัณฑ์สวรรค์' ที่ลอยตัวลงมาตามบันไดแห่งแสงนั้น สวมชุดเกราะที่ทอจากรัศมีของดวงดาวนับล้าน หอกสีทองคำในมือของเขามิได้เปล่งประกาย ทว่ามันแผ่กลิ่นอายที่ทำให้มิติรอบด้านเกิดรอยปริแตกโดยไม่ต้องขยับ
"สายเลือดแห่งสวรรค์..." มู่เฉินกระอักเลือดสีดำออกมา แรงกดดันที่แผ่ลงมาทำให้เส้นชีพจรของชายชราแทบจะระเบิด "อาเจีย... หอกเล่มนั้น มันก้าวข้ามกฎเกณฑ์ของพื้นที่และเวลา มันคือ 'ความจริงสัมบูรณ์' หากมันประสงค์จะทะลวงวิญญาณของเจ้า ต่อให้เจ้าหลบหนีไปสุดขอบหมื่นภพ มันก็จะตามไปแทงเจ้าอยู่ดี!"
มิตรสหายทุกคนที่อยู่บนมหานาวาเกราะมังกร ต่างทรุดตัวลงคุกเข่า แม้แต่เกราะกระดูกมังกรที่ผสานกับพฤกษาเซียน ก็ยังส่งเสียงลั่นเอี๊ยดอ๊าดราวกับกำลังถูกบดขยี้ด้วยมือที่มองไม่เห็น
มีเพียงอาเจียเท่านั้น ที่ยังคงยืนหลังตรงตระหง่านอยู่กลางอากาศธาตุ
พู่กันนิรันดร์ปฐมกาล แท่นหมึกบรรพกาล และผืนกระดาษสูญตา (ในรูปลักษณ์ของม้วนกระดาษสีดำสนิทที่ไป่จื่อจำแลงร่าง) ลอยวนเวียนอยู่รอบกายของราชันหนุ่ม รัศมีระดับเทพเซียนโบราณขนานแท้ของเขา แผ่ขยายออกเป็นโดมสีเทาประกายทอง ค้ำยันแรงกดดันของเทพเกราะทองไว้อย่างสูสี!
"ความจริงสัมบูรณ์งั้นหรือ?" อาเจียระบายรอยยิ้มเย็นเยียบ นัยน์ตาสูญตาสาดประกายความท้าทายที่ทำให้สวรรค์ยังต้องสั่นสะท้าน "หากสวรรค์บอกว่าข้าต้องตาย... ข้าก็จะใช้กระดาษของข้า 'เขียนทับ' ความจริงนั้นเสีย!"
เทพทัณฑ์สวรรค์หรี่ตาลงภายใต้หน้ากากสีทอง ความโกรธเกรี้ยวที่ถูกมดปลวกท้าทาย ปะทุขึ้นประดุจภูเขาไฟ "วาจาสามหาว! ข้าจะแสดงให้เจ้าเห็น ว่าการท้าทายสวรรค์ มีจุดจบเช่นไร!"
เทพเกราะทองแทงหอกสีทองคำลงมาเบื้องล่าง!
ไม่มีการตวัดหอกให้เกิดคลื่นพลัง ไม่มีการระเบิดของปราณวิญญาณ ทว่าพริบตาที่หอกถูกแทงออกไป ปลายหอกกลับหายวับไปจากสายตา!
และในเสี้ยวลมหายใจเดียวกันนั้น ปลายหอกสีทองคำ ก็ไปปรากฏอยู่ 'ห่างจากกึ่งกลางหน้าผากของอาเจียเพียงครึ่งชุ่น' !
มันข้ามผ่านระยะทาง ข้ามผ่านเวลา และหลบหลีกการตรวจจับทุกชนิด! นี่คืออำนาจของสายเลือดสวรรค์... อำนาจที่ระบุว่า 'หอกนี้ได้แทงเป้าหมายแล้ว' โดยไม่ต้องผ่านกระบวนการเดินทาง!
"อาเจีย!" หลินซิงเสวี่ยและเฟิงอวี้หรานกรีดร้องลั่น
ทว่า ก่อนที่ปลายหอกจะทะลวงเข้าสู่วิญญาณของชายหนุ่ม...
"ไป่จื่อ! กางกระดาษ!" อาเจียตวาดก้อง
วูบ!
ม้วนกระดาษสีดำสนิท พุ่งเข้ามาระหว่างหน้าผากของอาเจียและปลายหอกสีทอง! มันกางออกอย่างรวดเร็วประดุจเกราะกำบัง ทว่ามันบางเฉียบยิ่งกว่าเส้นผม!
เปรี้ยง!
ปลายหอกสายเลือดสวรรค์ แทงเข้าใส่ผืนกระดาษสูญตาอย่างจัง!
หากเป็นเกราะระดับจักรวาล หรือมิติที่ทับซ้อนกันนับหมื่นชั้น ย่อมถูกหอกเล่มนี้ทะลวงผ่านไปอย่างง่ายดาย ทว่าเมื่อมันปะทะกับ 'ความว่างเปล่า' อันไร้ขอบเขตของกระดาษสูญตา... หอกสีทองกลับหยุดนิ่งสนิท!
แรงกระแทกมหาศาลที่แฝงมากับหอก ถูกผืนกระดาษสีดำ 'ดูดซับ' และ 'กระจาย' ออกไปทั่วทั้งผืนกระดาษ ก่อเกิดเป็น 'รอยหมึกสีทอง' ที่กระจายตัวออกไปประดุจกิ่งไม้ที่แตกแขนง! ความจริงสัมบูรณ์ที่ว่า 'หอกต้องแทงโดน' ถูกแปรสภาพให้กลายเป็นเพียง 'รอยเปื้อน' บนหน้ากระดาษ!
"อะไรกัน!" เทพทัณฑ์สวรรค์เบิกตากว้างภายใต้หน้ากาก "เจ้า... เจ้ารับการพิพากษาของข้า ด้วยผืนกระดาษโสโครกนั่นได้อย่างไร!"
"กระดาษของข้า มิได้ปฏิเสธความจริงของท่าน" อาเจียเงยหน้าขึ้นทอดสายตามองศัตรู รอยยิ้มเยือกเย็นยังคงประดับบนใบหน้า "ข้าเพียงแต่ 'ยอมรับ' พลังของท่าน... และจารึกมันไว้เป็นประวัติศาสตร์บนกระดาษของข้าเท่านั้น... บัดนี้ พลังของท่าน กลายเป็นหมึกให้ข้าใช้งานแล้ว!"
อาเจียสะบัดข้อมือขวา พู่กันนิรันดร์ปฐมกาลพุ่งเข้าไปแตะที่ 'รอยหมึกสีทอง' บนกระดาษสูญตา! อู๋และองค์หญิงน้อย ผสานเจตจำนง ดึงเอาพลังสัจธรรมแห่งการพิพากษาที่ตกค้างอยู่นั้น มาเคลือบไว้ที่ปลายพู่กัน!
"ท่านส่งความตายมาให้ข้า ข้าก็จะขอคืนมันให้แก่ท่าน!"
อาเจียตวัดพู่กันขีดเขียนอักขระ 'สะท้อน' (返) และ 'ทัณฑ์สวรรค์' (罚) ขนาดยักษ์!
"จารึกรังสรรค์... ย้อนคืนสัจธรรม หอกพิพากษามายา!"
อักขระสีเทาและดำที่อาบด้วยแสงสีทอง พุ่งทะยานออกจากผืนกระดาษสูญตา! มันแปรสภาพเป็น 'หอกสีทองคำ' ที่มีรูปลักษณ์และกลิ่นอายเหมือนกับหอกสายเลือดสวรรค์ทุกประการ! หอกจำแลงนี้ พุ่งย้อนกลับขึ้นไปหาเทพทัณฑ์สวรรค์ด้วยความเร็วที่ฉีกกระชากมิติ!
เทพเกราะทองกัดฟันกรอด เขารู้ดีว่าพลังสะท้อนกลับนี้รุนแรงเพียงใด เขารีบยกหอกของจริงขึ้นปัดป้อง!
ตูมมมมมม!
การปะทะกันของเจตจำนงสวรรค์ที่เหมือนกัน ก่อให้เกิดคลื่นระเบิดที่รุนแรงจนสุสานเทพเซียนบรรพกาลต้องสั่นสะเทือน แผ่นดินผลึกดำเบื้องล่างแตกสลายเป็นหลุมลึก เทพทัณฑ์สวรรค์ถูกแรงกระแทกซัดจนปลิวถอยหลังกลับเข้าไปในรอยแยกมิติ รอยร้าวปรากฏขึ้นบนหน้ากากสีทองของเขา!
"บังอาจนัก! มดปลวกชั้นต่ำ บังอาจใช้พลังของสวรรค์มาทำร้ายตัวแทนแห่งสวรรค์!" เทพทัณฑ์สวรรค์คำรามก้องจากภายในรอยแยก เลือดสีทองคำหยดลงมาจากหน้ากาก "พวกเจ้าคิดว่า การมีอุปกรณ์ครบชุด จะทำให้เจ้ารอดพ้นจากการล้างบางของสวรรค์ได้งั้นหรือ!"
เทพทัณฑ์สวรรค์ยกมือทั้งสองข้างขึ้นเหนือศีรษะ รอยแยกมิติสีทองพลันขยายตัวออกกว้างขึ้นหลายแสนลี้!
"มิตรสหายของเจ้า... จักรวาลของเจ้า... ทุกสิ่งที่เจ้าพยายามปกป้อง... จะต้องถูกชำระล้าง!"
เทพเกราะทองไม่ได้พุ่งเป้าโจมตีมาที่อาเจียอีกต่อไป ทว่าเขาร่ายเคล็ดวิชา 'สับเปลี่ยนชะตากรรม' ดึงเอาภาพของ 'ดาวพฤกษาหยก' และ 'ดาวศิลาผลึก' (สองดาวเคราะห์ที่สำนักหมื่นอักขระเพิ่งปลดปล่อยมา) มาปรากฏอยู่กลางรอยแยกมิติ!
"หากเจ้าคิดว่าตนเองเป็นราชัน... ก็จงดูอาณาประชาราษฎร์ของเจ้า ถูกแผดเผาเป็นเถ้าถ่านเสียเถิด!"
ลำแสงพิพากษาขนาดยักษ์นับพันเส้น ก่อตัวขึ้นรอบภาพจำลองของดาวเคราะห์ทั้งสองดวง! หากลำแสงเหล่านั้นพุ่งชน เผ่าพฤกษาโบราณและเผ่าหินดำ จะต้องสูญสิ้นเผ่าพันธุ์ในพริบตา โดยที่อาเจียไม่อาจยื่นมือไปช่วยเหลือได้ทันท่วงที!
"อาเจีย! มันกำลังจะทำลายพันธมิตรของเรา!" เฟิงอวี้หรานตวาดลั่น พยายามจะทะยานขึ้นไป ทว่าแรงกดดันมหาศาลก็กดเขากลับลงมาบนดาดฟ้าเรือ
อาเจียเบิกตากว้าง ความโกรธเกรี้ยวที่แท้จริงปะทุขึ้นในนัยน์ตาสูญตา! สวรรค์เบื้องบนที่อ้างตัวว่าสูงส่ง กลับใช้วิธีจับตัวประกันที่ต่ำช้าที่สุด!
"สวรรค์ที่ไร้ซึ่งความเมตตา ย่อมไม่สมควรเป็นสวรรค์!" อาเจียคำรามก้อง เสียงของเขาผสานเข้ากับเจตจำนงของกระดาษสูญตา แผ่ขยายออกไปสะท้านทั่วหมื่นภพ!
ชายหนุ่มมิได้ทะยานขึ้นไปต้านทานลำแสง ทว่าเขากัดปลายลิ้น พ่นโลหิตสีแดงฉานลงบนแท่นหมึกบรรพกาล! หยดเลือดของราชัน ผสานเข้ากับหมึกวิญญาณแห่งสวรรค์ ก่อให้เกิดสีแดงคล้ำที่แฝงด้วยความเคียดแค้นและความมุ่งมั่นที่สุดในชีวิต!
อาเจียจุ่มพู่กันลงในหมึกสีเลือด! ชายหนุ่มหลับตาลง ไม่มองภาพดาวเคราะห์ที่กำลังจะถูกทำลาย ทว่าเขากำลัง 'เพ่งจิต' ลงไปยังผืนกระดาษสูญตาที่กางอยู่เบื้องหน้า!
"อี้หราน มู่หลาง ซิงเสวี่ย ปิงอวิ๋น หลิงเออร์! ประทับวิถีเต๋าของพวกเจ้า ลงบนดาดฟ้าเรือ! เชื่อมต่อเจตจำนงของพวกเรา เข้ากับมหานาวาดาราจักร!" อาเจียสั่งการอย่างบ้าคลั่ง
มิตรสหายไม่มีผู้ใดลังเล แม้ร่างกายจะถูกแรงกดดันจนแทบแหลกสลาย ทว่าพวกเขาทรุดตัวลงทาบฝ่ามือลงบนเกราะกระดูกมังกร ปลดปล่อยจักรวาลภายในของตนให้หลอมรวมเข้ากับ 'หัวใจพฤกษา' และ 'แก่นมิติ' ของเจ้าถุงเงินที่นอนอยู่ด้านใน!
มหานาวาเกราะมังกรพฤกษา เปล่งแสงสว่างเจิดจ้าที่สุดเท่าที่เคยมีมา มันมิใช่เรือรบอีกต่อไป ทว่ามันกลายเป็น 'ตราประทับ' ขนาดยักษ์ ที่มีชีวิตและเจตจำนงของมิตรสหาย!
"กระดาษสูญตา รับฟังเสียงของข้า! พู่กันปฐมกาล ถ่ายทอดโทสะของข้า!"
อาเจียลืมตาขึ้น ชายหนุ่มตวัดพู่กันที่อาบหมึกสีเลือด ขีดเขียนอักขระ 'คุ้มครอง' (庇) 'เชื่อมโยง' (连) และ 'แทนที่' (代) ลงบนกระดาษสูญตา!
"จารึกรังสรรค์... อาณาเขตหมื่นอักขระ สับเปลี่ยนชะตาหมื่นดาว!"
วูบ!
ลวดลายอักขระสีเลือดบนกระดาษสูญตา พุ่งทะยานออกไปพันรอบภาพจำลองของดาวพฤกษาหยกและดาวศิลาผลึกในรอยแยกมิติ! และในเสี้ยวลมหายใจเดียวกันนั้น มหานาวาดาราจักรก็เปล่งแสงสว่างวาบ ก่อนที่ภาพจำลองของดวงดาวทั้งสอง จะถูก 'สับเปลี่ยน' ให้มาปรากฏอยู่บนกระดาษสูญตา!
ส่วนมหานาวาดาราจักร... กลับถูกย้ายไปปรากฏอยู่ 'แทนที่' ภาพจำลองเหล่านั้น รับการโจมตีของลำแสงพิพากษาสวรรค์เข้าอย่างจัง!
ตูมมมมมมม!
ลำแสงทำลายล้างนับพันเส้น พุ่งกระหน่ำเข้าใส่เกราะกระดูกมังกร! แรงระเบิดสั่นสะเทือนไปทั่วทั้งรอยต่อสวรรค์! เถาวัลย์พฤกษาขาดกระจุย โลหะดาราจักรหลอมละลาย มหานาวาเกราะมังกรที่เคยแข็งแกร่งที่สุด กำลังจะถูกบดขยี้!
ทว่า... ท่ามกลางทะเลเพลิงและแสงทำลายล้างนั้น...
ร่างของอาเจียและมิตรสหาย ยังคงยืนหยัดอยู่บนดาดฟ้าเรือที่กำลังพังทลาย! พวกเขาไม่ได้หนี พวกเขาเลือกที่จะใช้เรือของตนเอง รับความพินาศแทนพันธมิตรผู้บริสุทธิ์!
"เจ้าพวกมดปลวกบ้าคลั่ง! ยอมตายเพื่อเศษสวะงั้นหรือ!" เทพทัณฑ์สวรรค์ตวาดลั่นด้วยความไม่เข้าใจในเจตจำนงของมนุษย์
"พวกเรามิได้มาเพื่อตาย... ตาเฒ่าเกราะทอง!" เฟิงอวี้หรานตะโกนฝ่าพายุระเบิด เลือดไหลอาบใบหน้า ทว่ารอยยิ้มกลับดุดันประดุจปีศาจ "พวกเรามาเพื่อ... พาเรือลำนี้ พุ่งชนสวรรค์ของพวกเจ้าต่างหาก!"
อาเจียที่ใบหน้าอาบเลือด ยกพู่กันขึ้นอีกครั้ง นัยน์ตาสูญตาสาดประกายความบ้าคลั่งที่สงบนิ่งที่สุด!
"เจ้าสัว! จุดชนวนค่ายกลแกนกลาง! ถุงเงิน... เปิดมิติอุโมงค์ มุ่งตรงเข้าสู่รอยแยกสวรรค์!"
ราชันหมื่นอักขระ จะใช้มหานาวาที่กำลังพังทลาย เป็นหัวหอกในการบุกทะลวงเข้าสู่อาณาเขตของสวรรค์เบื้องบนโดยตรง! การเสียสละเพื่อมิตรสหาย มิใช่จุดจบ ทว่ามันคือจุดเริ่มต้นของการรุกฆาต ที่จะทำให้ผู้บัญญัติกฎแห่งสวรรค์ ต้องหลั่งน้ำตาเลือด!