บ่ายวันนั้นแสงแดดอ่อนทอดผ่านตึกสูงระฟ้าของโรงพยาบาล คุณหญิงดาริกา ก้าวลงจากรถหรูท่วงท่าสง่างามสมฐานะผู้บริหารระดับสูง เดินเข้ามาด้านในทว่าสายตาเฉียบคมของคุณหญิงกลับไปสะดุดเข้ากับภาพความน่ารักที่หน้าร้านขนมไทยโบราณที่ตั้งอยู่ในโรงพยาบาล
คุณหญิงดาริกาจำได้ทันทีว่าเด็กน้อยคนนั้นคือ‘เติมเต็ม’ เด็กชายวัยเพียงสี่ขวบเศษที่เธอนึกเอ็นดูอยู่เสมอวันนี้แกนั่งอยู่บนม้านั่งตัวเล็กหน้าร้านในชุดนักเรียนอนุบาลกางเกงขาสั้นสีน้ำเงิน เสื้อเชิ้ตสีขาวสะอาดตาปักอักษรย่อของโรงเรียนท่าทางไร้เดียงสานั้นดูน่ารักน่าเอ็นดูจนคุณหญิงต้องหยุดมอง
ดวงตาของเติมเต็มเป็ประกายกลมโตสุกใสราวกับลูกแก้วแป้นแก้มยุ้ยขาวเนียนอมชมพูธรรมชาติที่ใครเห็นก็อยากเข้าไปหยิกแก้มด้วยความหมั่นเขี้ยว ผมหน้าม้าตัดตรงล้อมกรอบใบหน้ารูปไข่และริมฝีปากบางเฉียบสีแดงระเรื่อจิ้มลิ้มที่กำลังขยับเคี้ยวขนมตุ้ย ๆรูปร่างอวบอัดจ้ำม่ำนิด ๆ ในชุดนักเรียนยิ่งขับให้เด็กน้อยดูน่ารักเหมือนตุ๊กตาที่มีชีวิต
คุณหญิงสอดส่องสายตามองพบเพียง ธราธรชายหนุ่มเ้าของสวนมะพร้าวที่กำลังช่วยยืนจัดเรียงถาดขนมอยู่หน้าร้าน ด้วยความที่ชอบและเอ็นดูเด็กน้อยคนนี้มากคุณหญิงดาริกาจึงเดินข้ามฝั่งเข้าไปหาธราธรทันที
“สวัสดีค่ะคุณธราธร”
“สวัสดีครับคุณหญิง”
“พอดีฉันเห็นหนูเติมเต็มนั่งอยู่แกน่ารักน่าเอ็นดูเหลือเกิน ฉันชอบแกมากเลยค่ะ ถ้าอย่างไร...ฉันจะขออนุญาตพาแกขึ้นไปนั่งเล่นบนห้องทำงานของฉันสักพักได้ไหมคะ? ข้างบนแอร์เย็นสบาย มีของเล่นและที่กว้าง ๆ ให้แกนั่ง”
ธราธรหันมามองแล้วยิ้มรับยกมือไหว้อย่างสุภาพ
“อ๋อ... ได้ครับถ้าคุณหญิงเอ็นดูแก ผมก็ไม่ขัดครับ เติมเต็มครับ...ไปเที่ยวห้องทำงานกับคุณหญิงไหม?”
เด็กน้อยเงยหน้าขึ้นมาดวงตากลมโตแป๋วแหววมองคุณหญิงดาริกาสลับกับธราธร เด็กน้อยจำคุณหญิงได้ ส่งเสียงเรียกออกไป
“อ๋อ คุณป้าคนสวย”
“ใช่จ๊ะ หนูน้อยดีใจจังจำป้าได้ ชมป้าว่าคนสวยด้วยปากหวานจังเลยนะเรา” คุณหญิงดาริกายิ้มน้อยยิ้มใหญ่เมื่อเด็กฉลาด ใช้คำพูดทักทายถูกใจ ก่อนจะลุกขึ้นยืนปัดฝุ่นที่กางเกงอย่างเรียบร้อยแล้วยกมือไหว้พนมประนมมือจรดปลายจมูก ทักทายด้วยน้ำเสียงเจื้อยแจ้วฉะฉาน
“สวัสดีครับเติมเต็มไปกับคุณป้าคนสวยได้ใช่ไหมครับลุงทิว?” เสียงเล็ก ๆตอบคำถามด้วยคำถาม คุณหญิงดาริกาหัวเราะร่าด้วยความถูกใจสรรพนามที่เด็กน้อยใช้เรียกทำเอาเธอเอ็นดูจนต้องคว้ามือป้อม ๆ นั้นมากุมไว้
เมื่อขึ้นมาถึงห้องทำงานสุดหรูชั้นบนคุณหญิงดาริกาก็กระตือรือร้นจัดแจงหาความสะดวกสบายให้แขกตัวน้อย เธอกดอินเตอร์คอมสั่งเลขาฯให้นำขนมทั้งไทย เบเกอรี่ และน้ำผลไม้คั้นสดเข้ามาเสิร์ฟทันที
เด็กชายตัวน้อยนั่งแหมะอยู่บนโซฟาตัวใหญ่ขาสั้น ๆ แกว่งไปมาอย่างอารมณ์ดี ทันทีที่ขนมทองเอกและวุ้นกะทิหน้าตาจัดแต่งสวยงามรวมทั้งครัวซองต์เนยสดหน้าอัลมอนด์วางลงตรงหน้า เติมเต็มก็ตาโตเป็ประกาย
“โห...ขนมน่าทานจังเลยครับ คุณป้าคนสวยใจดีที่สุดในโลกเลย” เด็กน้อยเอ่ยปากชมพร้อมกับตักขนมเข้าปากคำเล็กท่าทางเรียบร้อยเคี้ยวตุ้ย ๆ จนแก้มขยับ
“อร่อยไหมลูก? ชอบชิ้นไหนบอกฉันได้เลยนะ เดี๋ยวฉันให้คนไปหยิบมาเพิ่ม” คุณหญิงดาริกานั่งลงใกล้ ๆ สายตาเปี่ยมไปด้วยความอบอุ่น
“อร่อยมากครับคุณหญิงเติมเต็มชอบวุ้นกะทิที่สุดเลยครับ รสชาติหอมมันเหมือนที่คุณแม่ชอบทำเลย”
“อ๋อเหรอจ๊ะช่างพูดช่างเจรจาจริง ๆ ตัวแค่นี้” คุณหญิงชวนคุยพลางลูบหัวเด็กน้อยด้วยความรักคุยกันถูกคอราวกับรู้จักกันมานาน เติมเต็มเล่าเื่ที่โรงเรียนอนุบาลเล่าเื่เพื่อน และเื่ขนมหวานอย่างสนุกสนาน
ในระหว่างที่นั่งฟังเด็กน้อยคุยเจื้อยแจ้วนั้นสายตาของคุณหญิงดาริกายังคงสะดุดใจกับโครงหน้าของเด็กชายยิ่งมองพินิจพิจารณาในระยะใกล้ รอยหยักของริมฝีปาก แววตาคมกริบยามหัวเราะและจมูกโด่งรั้นนั้น มันช่างถอดแบบมาจาก ‘ภูดิศ’ ราวกับพิมพ์เดียวกัน!ความคล้ายคลึงอย่างน่าประหลาดนี้ทำให้หัวใจของคุณหญิงกระตุกวูบ ความสงสัยเริ่มก่อตัวขึ้นในอกจนยากจะเก็บงำ
คุณหญิงขยับเข้าไปใกล้เด็กน้อยอีกนิดแล้วเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลทว่าลุ้นระทึกอยู่ลึก ๆ
“นี่หนูเติมเต็มจ๊ะ...แล้ว คุณแม่ของหนูชื่ออะไรหรือลูก? บ้านอยู่ที่...”
“กริ๊งงงงง!...”
ยังไม่ทันที่เด็กน้อยจะได้อ้าปากตอบเสียงโทรศัพท์สายภายในบนโต๊ะทำงานของคุณหญิงดาริกาก็ดังขัดจังหวะขึ้นมาเสียก่อนคุณหญิงถอนหายใจยาวด้วยความเสียดาย ก่อนจะเดินไปกดรับสาย
“มีอะไรหรือเปล่า”
(“ขออภัยค่ะคุณหญิงพอดีมีแขกมาขอเข้าพบกะทันหันค่ะ ตอนนี้รออยู่ที่ห้องรับรองแล้วค่ะ”) เสียงเลขาฯ รายงานตามสาย คุณหญิงดาริกาเหลือบมองเวลาแล้วพยักหน้า
“เข้าใจแล้ว... ถ้าอย่างนั้นช่วยพาเด็กผู้ชายที่อยู่ในห้องฉันลงไปส่งที่ร้านขนมไทยทีนะบอกคุณธราธรว่าฉันขอบใจมาก”
คุณหญิงหันมาหาเติมเต็มย่อตัวลงลูบแก้มยุ้ย ๆ นั้นเบา ๆ
“เติมเต็มลูกวันนี้คุณหญิงมีงานด่วน ต้องให้พี่เลขาฯ พาไปส่งหาพ่อทิวก่อนนะ แล้ววันหลังมาคุยกับฉันใหม่นะจ๊ะ”
“ครับผม! ขอบคุณสำหรับขนมอร่อยๆ นะครับ” เด็กน้อยยกมือไหว้ลาอย่างนอบน้อม โดยลืมแย้งไปว่าธราธรไม่ใช่พ่อของตัว ก่อนจะเดินเตาะแตะตามเลขาฯ ออกไปจากห้องทำงาน
หลังจากที่เติมเต็มคล้อยหลังออกไปไม่นานเลขานุการสาวก็เดินกลับเข้ามาพร้อมกับแฟ้มงานฉุกเฉินและในมือมีซองจดหมายสีน้ำตาลขนาดย่อมประทับตรา ‘ลับเฉพาะ’
“แขกขอเข้าพบกลับไปแล้วค่ะคุณหญิงแต่ฝากจดหมายพิเศษฉบับนี้ บอกว่าให้ส่งตรงถึงคุณหญิงโดยเฉพาะ ย้ำว่าสำคัญมาก ระบุว่าห้ามคนอื่นเปิดอออกอ่านเด็ดขาดค่ะ”
คุณหญิงดาริการับซองจดหมายนั้นมาหัวใจกระตุกวูบอย่างประหลาด เธอบอกให้เลขาฯ ออกไปรอจนกระทั่งห้องกลับสู่ความเงียบสงบนิ้วเรียวกรีดเปิดซองจดหมายดึงแผ่นกระดาษข้างในออกมาคลี่อ่าน
ข้อความเพียงไม่กี่บรรทัดในจดหมายปรากฏสู่สายตา...
ทันใดนั้นใบหน้าที่เคยมีรอยยิ้มอย่างอบอุ่นจากการได้อยู่กับเด็กน้อยเติมเต็มเมื่อครู่ก็แปรเปลี่ยนเป็ความเคร่งเครียดทันที ดวงตาคมเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยคิ้วเรียวขมวดม้วนเข้าหากันจนเป็ปม มือที่ถือกระดาษสั่นเทาด้วยความรู้สึกหลากหลายทั้งใและความกังวลที่คืบคลานเข้ามาในอก
“เื่นี้...มันเป็ไปได้อย่างไรกัน!” คุณหญิงดาริกาพึมพำเสียงเครียดสายตาจับจ้องข้อความลึกลับนั้นไม่วางตา ราวกับว่าโลกทั้งใบกำลังจะเปลี่ยนไปเพราะจดหมายฉบับนี้