ต่อหน้าสายตาคนหมู่มาก ฟู่เหลียงเฉิงไม่อยากเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับครอบครัวจางสักนิด เห็นชัดว่าเป็พวกหมาป่าตาขาวชอบให้ร้ายผู้อื่น ไม่ใช่คนดีที่ควรข้องเกี่ยวด้วย
แต่เมื่อเผชิญหน้ากับจางซวงโซ่ว ไม่ทราบเพราะเหตุใด เขาจึงเกิดความรู้สึกเวทนาสงสารนางอย่างไม่มีเหตุผล
แม้จะดูแปลกเกินไป กลับเป็เหตุผลเดียวที่ทำให้เขาตัดสินใจรั้งนางไว้
“ฮึก พี่ชายผู้มีคุณ ข้าหมดหนทางแล้วจริงๆ ข้าไม่อยากทรมานอยู่ในโลงแคบๆ ถูกฝังในหลุมมืดมิด ค่อยๆ หายใจไม่ออกจนตาย มันจะต้องทรมานมากแน่ๆ ฮืออออออ ข้า...ข้าไม่ได้อยากจะตายจริงๆ สักหน่อย”
ความรู้สึกของร่างเก่าผสานละครบทโศกของจางซวงโซ่ว แเีชวนให้คนเกิดความรู้สึกเวทนานางจับใจ
ป้าคนหนึ่งที่ฝีปากคมกริบอดรนทนไม่ไหว ชี้นิ้วด่าคนบ้านรองจางดังลั่น
“คนหมู่บ้านเราไม่เคยมีบ้านไหนขายลูกสาวแต่งเป็เ้าสาวผี บ้านรองจางของพวกเ้าทำเกินไปแล้ว”
“ใช่ เกิดลือไปนอกหมู่บ้านแล้วคนหนุ่มสาวแต่งไม่ออก บ้านรองจางของพวกเ้าจะรับผิดชอบไหวไหม”
“เฮอะ พวกเขาไม่ใช่คนแซ่ฟู่ มาจากนอกหมู่บ้าน จะมีใจเป็หนึ่งเดียวกับคนแซ่ฟู่ของพวกเราได้ยังไง
ข้าว่านะ ให้ใครไปตามหัวหน้าหมู่บ้านกลับมาทำเื่ไล่พวกคนแซ่จางไปให้พ้นเถอะ พวกเขาจะได้ไม่อยู่ทำให้หมู่บ้านเราเสื่อมเสียชื่อเสียงไปมากกว่านี้”
“ข้าเห็นด้วย”
เมื่อมีคนเสนอให้ไปตามหัวหน้าหมู่บ้านที่พาหลานชายไปหาหมอในเมืองกลับมาขับไล่คนบ้านจางออกจากหมู่บ้าน ชาวบ้านคนอื่นๆ ก็รีบร้องสนับสนุน
นอกจากจางซวงโซ่วแล้ว พวกเขาไม่มีความรู้สึกดีให้คนบ้านรองจางสักนิด
แต่เพราะบรรพบุรุษของคนแซ่ฟู่เคยติดหนี้บุญคุณครั้งใหญ่ต่อบรรพบุรุษของคนแซ่จางที่อพยพมาตั้งถิ่นฐานจากที่อื่น
ต่อให้ที่แล้วมาคนบ้านจางจะไม่น่าคบหา ชาวบ้านก็จำต้องยอมปิดตาข้างหนึ่งมองผ่านมาโดยตลอด
ครั้งนี้คนบ้านรองจางทำเกินไปแล้วจริงๆ
ไม่แค่ขายบุตรสาวใช้หนี้แทนบุตรชาย ยังคิดขายไปเป็เ้าสาวผี บีบคั้นจนเด็กดีๆ คนหนึ่งคิดสั้นะโน้ำฆ่าตัวตายถึงสองครั้งสองครา
หากเื่นี้เล่าลือออกไปนอกหมู่บ้าน คงยากจะมีหญิงสาวดีๆ จากหมู่บ้านอื่นกล้าแต่งเข้ามาเป็ภรรยาของชายหนุ่มในหมู่บ้าน หญิงสาวในหมู่บ้านเองก็คงยากจะแต่งออกเช่นกัน
เมื่อเป็เื่ส่วนรวมเกี่ยวพันถึงชื่อเสียงคนในหมู่บ้าน คนส่วนใหญ่ที่เดิมไม่คิดยุ่งเกี่ยวเื่การขายลูกสาวของบ้านอื่นก็เริ่มคิดเห็นตรงกัน
ครั้งนี้ไม่อาจปล่อยผ่านไปได้เหมือนที่แล้วๆ มา!
“นางเป็น้องข้า ข้าจะขายนางหรือทุบตีนางจนตายก็ไม่เกี่ยวอันใดกับพวกเ้า!”
จางไฉไม่ใช่ฟู่เหลียงเฉิงที่จะทนต่อการชี้นิ้วด่าทอของชาวบ้านได้
ฟังถ้อยคำระคายหูไปไม่กี่ประโยค เขาก็เดือดดาล ตะเบ็งเสียงด่ากลับ เผยหางออกมาจนคนยิ่งชี้นิ้วสาปแช่ง
“ในเมื่อเ้ายอมรับแล้วว่า้าขายน้องสาวแลกเงินใช้หนี้ เช่นนั้นที่กล่าวหาว่าฟู่เหลียงเฉิงย่ำยีจางเสี่ยวโซ่วก็คงมีเจตนารีดไถเงินเขาเอาไปใช้หนี้เช่นกัน
คนแซ่จาง เ้ามันเลวนัก เห็นคนแซ่ฟู่ของพวกเราตายกันไปหมดแล้วรึไง มาอาศัยหมู่บ้านเราซุกหัวนอนไม่พอ ยังกล้ามาข่มขู่คนแซ่ฟู่ของพวกเราอีก”
เื่พลิกเปลี่ยนจากเดิมเป็แค่การขายบุตรสาวซึ่งเป็เื่ปกติของครอบครัวยากจน กลายเป็คนต่างแซ่สร้างความเสื่อมเสียข่มขู่รีดไถเงิน
หลายคนที่ก่อนหน้าปิดปากเงียบก็เริ่มผสมโรง กล้าออกหน้าสอดปากยุ่งเกี่ยวมากขึ้น
เมื่อฟู่โปหลัวพี่ชายบ้านใกล้ซึ่งมีความสัมพันธ์อันดีกับฟู่เหลียงเฉิงเพิ่งวิ่งมาถึงหลังได้ยินข่าวก็พาคนหนุ่มร่างใหญ่อีกหลายคนก้าวขึ้นหน้ากดดันจางไฉ ข่มขวัญคนจนกลัวหัวหดหลบหลังหลี่กุ้ยเหม่ย ไม่กล้าส่งเสียงสักแอะ
“ฟู่โปหลัวหุบปากเหม็นๆ ของเ้าซะ บ้านจางเราเพียงจะส่งบุตรสาวออกไปแต่งงานกับครอบครัวดีๆ กลับถูกฟู่เหลียงเฉิงทำเสียเื่ เห็นอยู่กับตาว่าเขาแตะเนื้อต้องตัวบุตรสาวข้า ลูบคลำนางไปถึงไหนต่อไหนแล้ว กลับไม่คิดรับผิดชอบนาง
พวกเ้าคนแซ่ฟู่ล้วนเป็อันธพาล มีนิสัยเสียชอบล่อลวงบุตรสาวบ้านอื่นแล้วไม่รับผิดชอบกันทั้งหมดหมู่บ้านหรือไง จึงได้เสนอหน้าออกมาเข้าข้างเขา”
บุตรชายคนโตและบุตรชายคนเล็กคือแก้วตาดวงใจ ด่าตัวนางยังไม่เดือดดาลเท่าด่าบุตรชายสองคนของนาง
หลี่กุ้ยเหม่ยทนให้คนชี้นิ้วด่าจางไฉเสียๆ หายๆ มานาน สุดท้ายก็ไม่อาจทนนิ่งเฉยได้ต่อ
จากที่เคยล้มตัวลงนั่งตบเข่าตบขาตะเบ็งเสียงร่ำไห้เรียกเห็นใจก็ผุดลุกขึ้นสะอึกเข้าหาฟู่โปหลัว ด่ากราดไม่สนว่าประโยคนี้ของนางได้ล่วงเกินคนแซ่ฟู่เกือบจะทั้งหมู่บ้านแล้ว
“แม่พั่งพั่ง เ้าเองก็มิได้แซ่จาง สมควรต้องหุบปากเช่นกัน”
ปู่จางก้าวนำจางต้าไห่บุตรชายคนโต กับจางตงไห่บุตรชายคนที่สี่พร้อมเหล่าลูกสะใภ้แหวกวงล้อมชาวบ้านเข้ามาขวางหลี่กุ้ยเหม่ย ไม่ปล่อยให้นางทำเื่ขายหน้าต่อ
“ข้าไม่พูดแล้ว...ไม่พูด”
หลี่กุ้ยเหม่ยไม่เกรงฟ้าไม่กลัวดิน มีแต่พ่อสามีที่นางไม่กล้ามีปากมีเสียง นางหดหัวถอยกลับไปยืนหลบหลังจางเต๋อไห่ จากเสือดุเปลี่ยนเป็แมวป่วยตัวหนึ่ง
“ท่านปู่ ข้าเปลี่ยนชื่อเป็จางไฉตั้งนานแล้ว ท่านเลิกเรียกข้าว่าพั่งพั่งซะทีเถอะ”
จางไฉเถียงกลับเสียงเบา อับอายแทบแทรกแผ่นดินหนี
เขาอุตส่าห์ต่อสู้ดิ้นรนให้บิดาเปลี่ยนชื่อจาก ‘จางเสี่ยวพั่ง’ เป็ ‘จางไฉ’ อยู่ตั้งหลายปีกว่าบิดาจะยอม ท่านปู่กลับชอบเรียกแต่ชื่อเล่นเดิมเขาไม่หยุดปาก
“เ้าเลิกเป็คนไม่เอาถ่านได้เมื่อใด ข้าค่อยเรียกชื่อใหม่เ้าเมื่อนั้น ตอนนี้ไสหัวไปให้พ้นหน้าข้าซะ”
ไม่ติดว่าอยู่ท่ามกลางชาวบ้าน ปู่จางคงด่าหลานชายสารเลวไม่ซ้ำประโยคไปนานแล้ว
ยิ่งมองจางไฉยิ่งไม่สบอารมณ์ เอาไม้เท้าในมือเขี่ยๆ ไล่ ก่อนหันไปถามจางเต๋อไห่น้ำเสียงเข้มงวด “เ้ารองบอกข้ามา เ้าจะขายโซ่วโซ่วเป็เ้าสาวผี แลกเงินใช้หนี้ให้พั่งพั่งจริงเหรอ”
“ท่านพ่อ นางเป็บุตรสาวแท้ๆ ของข้า ข้าไหนเลยจะทำใจขายนางแต่งเป็ภรรยาผีได้ลง ล้วนเป็เื่เข้าใจผิดทั้งนั้น
หลี่ตาเดียวจากหมู่บ้านหลี่ซานมาสู่ขอโซ่วโซ่วจริง แต่ไม่ได้ขอไปแต่งให้หลี่ต้าหู่ที่ป่วยตาย คนที่นางจะแต่งให้เป็หลี่คนพี่ พวกเขาอยากใช้กลิ่นอายมงคลลดความอัปมงคลในบ้าน เป็โซ่วโซ่วที่ฟังไม่ได้ความแล้วเก็บไปคิดมากฝ่ายเดียว
ส่วนเื่ฟู่เหลียงเฉิง ต้องโทษที่กุ้ยเหม่ยห่วงโซ่วโซ่วจนเกินไป นางเห็นเขาอุ้มโซ่วโซ่วขึ้นมาจากน้ำก็เข้าใจผิดคิดว่าเขาย่ำยีนาง หัวใจคนเป็มารดาย่อมรักใคร่ห่วงใยบุตรเป็ที่ธรรมดา ท่านก็เข้าใจนางหน่อยเถอะ”
จางเต๋อไห่ไม่ใช่คนช่างพูด แต่เมื่อได้เอ่ยปาก วาจาเขาล้วนเป็เหตุเป็ผล พลิกเปลี่ยนความรู้สึกย่ำแย่ที่ชาวบ้านมีต่อบ้านรองจางให้กลับเป็ดีขึ้นมาเล็กน้อย
จางซวงโซ่วได้ฟังแล้วแทบจะทิ้งตัวลงคุกเข่าคารวะบิดาของร่างเดิม คนผู้นี้คือเสือซ่อนเล็บโดยแท้ เปิดปากคำหนึ่งก็ปัดความผิดพ้นตัวจนหมดจด
ยิ่งรู้ซึ้งถึงโฉมหน้านี้ของบิดาเ้าของร่าง จางซวงโซ่วยิ่งมุ่งมั่นอย่างแรงกล้า...
วันนี้นางจะต้องตัดขาดจากพวกเขาให้ได้!
“จางเสี่ยวโซ่ว แม้ข้าจะไม่อาจสอบขุนนางได้แล้ว แต่ยังครองตำแหน่งอั้นโส่วอยู่ ข้ายังสามารถร้องทุกข์กับทางการเื่ที่ถูกหลี่กุ้ยเหม่ยให้ร้าย ขอให้พวกเขาคืนความเป็ธรรมให้ข้า
เ้าสามารถใช้โอกาสนี้ขอให้คนของทางการสืบหาความจริงเื่บ้านหลี่ตาเดียวของหมู่บ้านหลี่ซาน คนของทางการเชี่ยวชาญการเค้นหาความจริงเป็ที่สุด พวกเขาสู่ขอเ้าไปแต่งให้หลี่คนพี่หรือหลี่คนน้อง ย่อมสืบหาความจริงได้ไม่ยาก
กฎหมายแคว้นหูอาจไม่เข้มงวดเื่ขายบุตรหลานแลกเงิน แต่นับั้แ่ฮ่องเต้ขึ้นครองบัลลังก์ก็มีราชโองการยกเลิกกฎที่ว่าสามีสิ้นใจภรรยาร่วมฝังไปแล้ว
กระทั่งอดีตเ้ากรมกลาโหมที่ลักลอบฝังสะใภ้คนรองร่วมกับบุตรชายคนรองที่ป่วยตายยังถูกปลดจากตำแหน่ง เนรเทศทั้งครอบครัวไปไกลกว่าสามพันลี้
หากสิ่งที่เ้าเล่ามาเป็ความจริง บ้านรองจางก็อย่าหวังจะมีจุดจบดีไปกว่าอดีตเ้ากรมกลาโหมผู้นั้นเลย ถ้าเ้าเต็มใจก็เข้าเมืองไปร้องทุกข์พร้อมกันกับข้า ไม่จำเป็ต้องเสียเวลาทุ่มเถียงให้มากความ”
แช่อยู่ในน้ำมาเค่อกว่า ฟู่เหลียงเฉิงไม่สบอารมณ์มาตั้งนานแล้ว
เมื่อคนบ้านรองจางหาข้ออ้างมาหักล้างเจตนาร้ายที่พุ่งเป้ามาที่เขาตั้งท่าจะต่อความยาวไปอีกนาน ชายหนุ่มก็เอ่ยประโยคยาวๆ เต็มไปด้วยเหตุผลออกมาต่อหน้าฝูงชนเป็ครั้งแรก
“พี่ชายผู้มีคุณ ขะ...ข้าเต็มใจจะไปร้องทุกข์พร้อมกับท่าน”
น้ำตาจางซวงโซ่วหยดแหมะ เกือบลืมตัวไชโยโห่ร้องออกมา ดีแต่ยั้งตนเองไว้ได้ทัน นางรีบก้มหน้าก้มตาเดินตามเขาขึ้นฝั่งอย่างว่าง่าย
เพราะนางไม่ได้เชื่อคำยุยงของหลี่กุ้ยเหมยป้ายสีว่าเขาย่ำยีตน
ทั้งยังไม่ได้คิดแต่จะเอาตัวรอดจากการเป็เ้าสาวผี บีบบังคับให้เขาแต่งนางเป็ภรรยาเหมือนเนื้อเื่เดิมในซีรี่ส์
พี่ชายก้อนน้ำแข็งจึงได้อ้างเื่ทางการขึ้นมาช่วยนางคิดหาทางออกใช่หรือไม่?
ฮือ ขอบคุณ์ ในที่สุดเนื้อเื่ในซีรี่ส์ก็เปลี่ยนไปแล้ว