วันนี้เป็วันที่เราต้องไปออกค่ายอาสากันผมเก็บกระเป๋าเสร็จั้แ่เมื่อคืน นทีก็เหมือนกันเมื่อคืนแทบไม่ได้นอนเลยตื่นเต้นผมเดินไปหน้าห้องของนทีเคาะประตูสามครั้งพอเป็มารญาติ ที่จริงผมก็พึ่งกลับห้องไปเมื่อหกโมงเองเพราะช่วยนทีจัดเอกสารกับกิจกรรมที่เราจะทำให้เด็กที่ค่ายอาสากัน
ค่ายอาสาที่เราจะไปกันอยู่ในจังหวัดกาญจนบุรีเป็โรงเรียนขนาดเล็กเด็กๆ ที่นั้น้าความช่วยเหลือในหลายๆ ด้านอุปกรณ์การเรียน หนังสือ สาธารณูประโภคต่างๆ จัดได้ว่าเราไปกันครั้งนี้คือจัดเต็มสุดๆ เรานัดกันที่มหาลัยฯ เวลา 9.00 น.ผมกับนทีจอดรถที่ตึกจอดรถแต่ก็ไม่ได้เดินมาพร้อมกัน เรามาถึงแทบจะเป็คนแรกๆ เพราะ นทีต้องมาดูความพร้อมในการเดินทางด้วย ตอนนี้เริ่มมีคนมาบ้างแล้ว ผมโทรหาไอบอมกับไอพลุ ว่ามันใกล้จะมาถึงหรือยัง
"ว่าไงเพื่อน" ยังไม่ทันได้ยินเสียงรอสายไอพลุก็ลงจากรถคันสีขาวที่มีของพะรุงพะรังเต็มไปหมด
"มากูช่วย" ผมเดินเข้าไปช่วยมันถือของนิดๆ หน่อย ตามภาษาสุภาพบุรุษพึ่งกระทำ
"ไอบอมละ"
"มันตื่นสาย กำลังตามมา"
"แล้วยาพิษละ อยู่ที่กูนี่ มึงไม่ต้องห่วง"
ไม่นานนักทุกอย่างก็เข้าที่พร้อมเดินทาง บรรยากาศในรถบัสเต็มไปด้วยความหลากหลาย ไอพลุกำลังสร้างความสนุกกับไอบอมอยู่ข้างหลังมีทั้งร้องทั้งเต้น งานเอ็นเตอร์เทนแบบนี้ไอพลุกับไอบอมถนัด ส่วนใครที่อยากพักผ่อนก็จะนอนอยู่ข้างหน้า เราใช้เวลาเดินทางจากกรุงเทพมายังกาญจนบุรีประมาณ3ชั่วโมงเห็นจะได้ แต่ก็ต้องต่อรถกะบะของชาวบ้านเข้าไปอีกเกือบ2ชั่วโมง ทุกคนกำลัง่กันขนของลงจากรถ
"เห้ย ไอบอม มึงว่ามันจะได้หรอวะ ทางเข้าแม่งลึกมากถ้ากูแพ้มากไม่ตายห่าระหว่างทางกลับหรอว่ะ" เพราะทางเข้ามาทุลักทุเลมากจริงๆ ครับ นี่ขนาดไม่ใช่่หน้าฝนยังยากขนาดนี้ถ้าฝนตกจะลำบากขนาดไหน
"แล้วมึงได้เอายาแก้แพ้มาด้วยหรือป่าวว่ะ "
“ไม่ได้เอามาวะ”
“แต่ไม่เป็ไรหรอกเพราะต่อให้กูจะเป็อะไรไปแต่ขอแค่ให้นทีเป็คนดูแลก็พอ”
แหวะ !!!
“จะอวกเว้ย “ ไอสองตัวมันพูดประสานเสียงกัน จะให้ทำไงได้ก็เพราะรักไปแล้ว คนอื่นเขาก็ััได้กันหมดก็จะมีก็แต่เ้าตัวเท่านั้นแหละที่ไม่รับยอมรับมันซักที
“เห้ยๆๆๆ ไอปราบมึงหันไปดูโน้น”
ภาพที่ผมเห็นทำเอาลมออกหูนิดๆ เพราะไอเด็กหน้าละอ่อนในวันนั้นมันกำลังก้อร่อก้อติกเมียผมอยู่ ไม่ว่านทีจะเดินไปทางไหนหรือทำอะไรมันก็จะคอยตามเป็เป็เห็บหมา แต่ถ้ามันเป็เห็บหมานทีก็เป็หมานะซิ ใช้คำว่าตามเป็เงาละกันเพราะหมาโบ้น่าจะเป็ผมมากกว่า ยอมรับเลยว่า หึงมาก
“มันเป็ใครว่ะ วันก่อนกูก็เห็นมันอยู่กับนที”
“เด็กปีหนึ่ง เป็ถึงเดือนมอเลยนะเว้ยมึงไม่รู้จักได้ไง มันชื่อนนท์นี่”
นนท์นี่!!! เดี๋ยวกูจะเตะให้เป็ขนุนเลยมึงยังมีหน้าหันมายิ้มให้กูอีก น่าหมันไส้จริงเว้ยถ้าไม่ติดว่าที่นี่คนเยอะเกินไปผมคงเดินเข้าไปใส่ไม่ยั้งแล้ว ผมมองนทีอยู่ตลอดแต่ก็อยู่ห่างๆ กิจกรรมวันนี้ไม่มีอะไรมากเพราะเรามาถึงก็เป็เวลาบ่ายคล้อยแล้ว ข้าวของถูกจัดเตรียมสำหรับวันพรุ่งนี้ สำหรับวันพรุ่งนี้กลุ่มเด็กวิศวะอย่างพวกผมก็ต้องไปทาสีซ่อมห้องเรียน ส่วนสาวๆ บัญชีก็มีหน้าที่เก็บกวาดเล็กๆ น้อยแล้วก็ทำกิจกรรมกับเด็กๆ แต่เย็นวันนั้นเราก็ชวนน้องๆ ในโรงเรียนเล่นเตะบอลกันเพราะยังไม่ถึงเวลาที่เด็กๆ จะกลับบ้าน คืนนี้พวกเรานอนที่โรงเรียนกันครับ แยกชายหญิงชัดเจน
“ไอปราบมึงทนได้ไงว่ะ ไอนนท์มันใกล้ชิดพี่นทีขนาดนั้น” ผม ไอพลุ ไอบม กำลังแปลงฟันอยู่มือก็แปลงตาก็มองการกระทำของไอนนท์นี่ งานนี้มันต้องสั่งสอนกันหน่อยละมั่ง” ผมมองไปที่ไอพลุ
“ไอพลุ ไอบอม คืนนี้มึงนอนข้างใคร” ผมเอามือไปกอดคอเพื่อนรักอย่างไอพลุ
“ข้างมึงไง ช่วยกูหน่อยได้ปะว่ะเพื่อนรัก เห็นแก่ความสัมพันธ์ 80ปี ของพวกเรา”
“กูจำได้ว่า กูออกจากท้องมาดูโลกได้21ปีเองนะเว้ย”
“เอาหน่ากูนับรวมชาติที่แล้วไปด้วย คืนนี้มึงไปนอนประกบไอนนท์นี่มันเดี๋ยวกูจะไปนอนกับนทีจะไปคิดบัญชีกันซัหน่อย”
“ได้อยู่แล้ว”
เื่แบบนี้ไอบอมกับไอพลุมันชอบอยู่แล้ว แล้วดูท่าไอนนท์นี่มันก็เป็เด็กละอ่อนหน้าหวานเข้าทางไอบอมมันเลยละ หลังจากเรากินข้าวกันเสร็จก็ได้เวลาเข้านอน ตามแผนเลยครับทนีกำลังออกไปตรวจความเรียบร้อย หันไปมองทางไอนนท์นี่ มันกำลังนอนเล่นยังไม่หลับผมหันไปส่งสัญญาณให้ไอบอมกับไอพลุ บอกว่าทางโล่ง ผมจัดการเอาที่นอนของนทีมาไว้ข้างผมส่วนไอบอมเข้าไปประกบขวา ส่วนไอพลุเข้าไปประกบซ้ายก่อนที่ไอนนท์จะรู้สึกตัว
บอม
“น้องนนท์นี่” ผมเอยทักก่อนที่นนท์นี่จะลืมตาหันมามอง
“เจอกันอีกแล้วนะครับ”
เมื่อนนท์มันเห็นผมมันก็กำลังจะโว้ยวายแต่แพ้ความไวของผมที่เอามือไปปิดปากของมันก่อน ไอพลุก็ไม่เฉยมันเอามือกับขาพันตัวนนท์เอาไว้ไม่ให้ดิ้น ก่อนที่ผมจะกระซิบข้างหูน้อง
“พวกพี่ไม่ทำอะไรหรอก แต่ถ้าน้องยังไม่สงบสติอารมณ์ พี่ไม่รับประกันความเวอร์จิ้นของน้องนะ พี่จะค่อยๆ ปลอยแล้วเขามาตกลงกันดีๆ โอเคไหม”
ผมค่อยเอามือออกจากปากของนนท์พร้อมกับไอพลุค่อยๆ คลายตัวออกแต่ยังรั้งไว้เบาๆ เพื่อกันการขัดขืน
“พวกพี่อย่าทำอะไรผมเลยนะ” นนท์นี่พูดด้วยน้ำเสียงที่แ่เบาทั้งที่ตัวยังแข็งทื่อคงเพราะไม่กล้ากระดิกตัว
“พี่ไม่ทำหรอกแต่ถ้าน้องไม่เชื่อพี่ คนที่ทำอะ” ไอพลุหันหน้ามาทางผม
“คนฝั่นโน้นตางหาก” ผมยกมุมปากยิ้มให้กับนนท์ที่นอนมองหน้าผมอยู่ ผมก้มหน้าลงไปใกล้ ที่จริงเราเจอกันก่อนหน้านี้ครับ แต่เป็สถานที่และสิ่งแวดล้มที่ต่างออกไป
“มองชัดพอไหมครับ” นนท์ทำท่าใเล็กน้อย
“ไอพลุปลอยน้องมันได้แล้วเดี๋ยวกูรับหน้าที่ต่อเอง” ไอพลุค่อยๆ ปล่อยน้อง และแทนที่กอดด้วยอ้อมแขนของผมแทน
“นอนนะคนดี โกรธมากเดี๋ยวแก่เร็วนะ” หลังจากนั้นก็ไม่มีท่าทีว่าจะมีแรงขืนจากนนท์นี่อีกเลยสงสัยจะกลัวจริงๆ
ปราบ
ผมนอนคลุมโปงรอให้นทีเข้ามานอนบนที่นอนที่ว่างอยู่ข้างๆ เพราะไม่มีที่ว่างอื่นแล้วมันมีที่เดียว เสียงนทีเดินเข้ามาก่อนจะรู้สึกว่ามีคนเข้ามานอนข้างๆ มือนิ่มๆ ลูบไล้ไปตามผ้าห่มก่อนที่จะลงแรงบิดลงบนต้นแขนของผม
โอ้ย!!!
“เจ็บนะ” นทีมองมาที่ผมด้วยตาเขียวปัด แต่ผมจะทำอะไรได้นอกจากส่งยิ้มหวานๆ ให้ไป
“ทำไมที่นอนมาอยู่ตรงนี้”
“พอดีว่าไอบอมกับไปพลุมันอยากไปนอนกับน้องเพราะว่า....” ผมไม่ได้คิดข้อแก้ตัวอันนั้นไว้เลย คิดซิว่ะไอปราบ
“น้องมันน่ารักดีดูเป็คนเก่งเลยอยากทำความรู้จักกันไว้ “ แถได้สีข้างถลอกมาก ดูท่าแล้วนทีคงจะไม่เชื่อ แต่ถ้าใครเชื่อก็บ้าแล้วครับ ยอมรับผิดตอนที่ยังมีชีวิตอยู่ดีกว่า ผมดึงมือนทีให้ลงมานอนตรงที่นอนข้างๆ
“ขอโทษ ครั้งหน้าจะไม่มีอีกแล้ว “ พอนทีได้ยินคำขอโทษจากผมก็มีท่าทีที่อ่อนลง
“ขอให้เป็ครั้งสุดท้ายนะ”
ผมพยักหน้าให้เหมือนลูกหมู ทำไงได้หลงรักเขาไปแล้ว เวลาแห่งค่ำคืนที่แสนสุขภานไปเร็วมาก ผมตื่นมาไม่เห็นนทีที่นอนอยู่ข้างๆ แล้วทุกคนในห้องกำลังทยอยตื่นและเก็บที่นอน
ตอนเช้าของที่นี้อากาศดีมากพวกเราเริ่มลงมือทำกันแล้ว ผมรับหน้าที่ทาสีอาคาร ไอพลุทำหลังคา ไอบอมอยู่บริการครับแปลกใจละซิ หน้าตาคมเข้มแต่เป็หนุ่มชอบทำอาหารนะครับ ทุอย่างราบลืนดีครับ จะมีก็แต่ไอนนท์นี่ที่กวนสายตา ทำเป็อัธยาศัยดีชอบเดินเอาน้ำกับขนมไปให้คนอื่น ผมเดินเข้ามาหาไอพลุที่กำลังพักเหนื่ออยู่ใต้ลมไม้
“ไอพลุมึงลองทักไปถามไอบอมดิว่ามันพร้อมยัง กูพร้อมละ”
“ได้เพื่อน”
เนิร์ดฮอต
ไอบอมมึงพร้อมยัง ไอปราบบอกว่าส่งมาเลย
คมเข้ม
ได้เลยมึง เดี๋ยวพี่นทีมากูให้เขาเอาแซนวิสไปให้
ไอปราบมันทำแซนวิสไส้เนยถั่วมาเป็ของว่างครับและนั้นแหละคือยาพิษชั้นดีแต่จะให้โต้งก็โดนจับได้แน่นอน มันเลยจะวานให้พี่นทีเป็คนเอามาให้ผม เหยื่อกำลังเดินมาแล้ว นทีกำลังเดินมาพร้อมกับแวนวิสในมือกับน้ำเปล่า ผมนั่งรอที่ใต้ร่มไม้พร้อมใจจดจ่อ แต่ฝันสลายครับไอนนท์นี่มันเดินเข้ามาชนนทีทำให้ของที่อยู่ในมือหล่นหมดเลย
“หมดกันแผนกู”
ผมได้แต่นั่งมองนทีที่กำลังหยิบแซนวิสในมือไปทิ้งลงถังขยะ หันไปที่ไอบอม มันก็ชี้ไปที่แซนวิสที่หมดไปแล้ว ผมอยากจะวิ่งไปบีบคอไปเด็กเปรดนนท์นี่ซะตอนนี้เลยจบแล้วแผนที่คิดกันมา คงหมดโอกาศแล้วละผมนั่งคอตกอยู่ตลอดการนั่งรถกลับจากค่ายอาสา จนไอพลุกับไอบอมเข้ามาปลอบ
“ไม่เป็ไรเว้ยครั้งหน้ายังมีพี่นทีเขาไม่รีบไปไหนหรอก”
“ไอพลุมึงก็พูดได้ครั้งหน้าสำหรับกูอาจจะไม่มีแล้วก็ได้”
ผมนั่งทำเอ็มวีตลอดทางจนถึงมหาลัยฯ พวกเราขนของลงเตรียมตัวจะกลับกันแล้วผมมองไปที่นทีเป็การส่งสัญญาณว่ากลับกันได้แล้ว ผมเดินขึ้นไปเอาขับออกมารับนทีที่หน้าตึก เราออกมาจากมหาลัยฯ ก็เป็เวลาเย็นมากแล้วไม่ต้องพูดถึงเื่รถติด ยิ่งเส้นลาดพร้าวมันเหมือนนรกดีๆ นี่เอง ผมถอนหายใจไม่รู้กี่รอบจนนทีสังเกตได้
“เหนื่อยหรอ” เสียงของนทีถามขึ้นพร้อมกับส่งเครื่องดื่มมาให้ผม
“ก็นิดหน่อยอะ” พูดจบผมก็กระดกเครื่องดื่มในมือ แต่ก็รู้สึกว่ารสชาติมันแปลกๆ จึงก้มลงไปดู นทีที่นั่งข้างๆ ก็มองผมจนเริ่มแปลกใจ
“มันคืออะไรอะ” ผมถามนทีด้วยสีหน้าค่อนข้างใ
“นมอัลมอนด์ปั่น”
ร้านน้ำปั่นน้องสมศักดิ์
“น้องศักดิ์จ๋า” พี่บอมขอนมอัลมอนด์ปั่นแก้วหนึ่งจ๊ะ