ตลอดวันั้แ่เริ่มฝึกงานวันแรกนิดาถูกกมลาใช้งานสารพัดอย่าง ทั้งเื่จำเป็ และไม่จำเป็ส่วนชมพูรักนั้นกลับตรงกันข้าม เพราะหล่อนทำหน้าที่เพียงแค่ ‘ชงกาแฟใบสั่ง’ อย่างเดียว
ส่วนเื่รถยนต์ กงจักรก็แจ้งให้ทราบว่าตัวแทนประกันรถฯตกลงกันเรียบร้อย เพียงแต่รอให้เอารถไปซ่อมที่อู่เท่านั้นเมื่อเวลาประมาณบ่ายสามโมง ชายหนุ่มจึงบอกให้หล่อนออกไปข้างนอกพร้อมกัน
หลังจากจัดการ ‘ธุระ’ เกี่ยวกับเื่เอารถยนต์เข้าอู่ไปซ่อมเสร็จสรรพกงจักรก็อ้างว่าหิว แล้วก็เลี้ยวรถเข้าร้านอาหารข้างทาง โดยที่ไม่ขอความคิดเห็น
“ฉันยังไม่หิวนะคะ แล้วก็ตอนนี้มันเลยเวลางานแล้วด้วย”
กงจักรมองนาฬิกาที่ข้อมือแต่ก็มิได้ใส่ใจคำพูดของฝ่ายหญิง “เธอไม่หิว แต่ผมหิว แล้วก็แค่พามาทานข้าว ไม่ได้เลี้ยวเข้าโรงแรมไม่ต้องทำหน้าตื่นเป็กระต่ายหรอก ผู้หญิงสวยๆให้ผมควงมีตั้งเยอะแยะกับแค่นักศึกษาฝึกงานที่หน้าตาจืดชืด มองแล้วก็ไม่เห็นมีอะไรเจริญหูเจริญตาผมไม่ถวิลหาหรอก”
นั่นคงเป็สายตาของผู้ที่ชอบดูถูกคนอื่นจนเคยชินชมพูรักตีความเช่นนั้น ว่าผู้ชายคนนี้คงเป็คนที่ ‘ขาด’ ในขณะที่ ‘ได้’
เขาคงได้รับหลายสิ่งหลายอย่างที่ประจักษ์แก่ผู้พบเห็นคือรูปสมบัติ ทรัพย์สมบัติ จนใครต่อใครอาจหลงใหลในเปลือกนอกแต่เนื้อในที่กายเขาห่อหุ้มไว้ หล่อนมองเห็นความ้าในใจของเขาเขาคือผู้ชายที่ขาดแคลนใน ‘ความรัก’
มนุษย์ประเภทนี้มักแสวงหาให้ผู้อื่นเอาใจมักแสดงออกด้วยวาจาเพื่อใช้ข่ม บ่งบอกถึงการถูกรังแกทางจิตใจบางอย่าง แม้หล่อนจะไม่ใช่คนที่เข้าใจโลกนักแต่หล่อนก็พอเข้าใจลักษณะท่าทางที่เขาแสดงให้เห็น
เพียงแต่ชมพูรักคิดต่อยอดว่า...หล่อนไม่ใช่ผู้ที่จะไปเติมเต็มในส่วนที่‘ขาด’ ให้แก่เขา
สุดท้ายหญิงสาวก็ต้องไปนั่งเป็เพื่อนเขาทานข้าวเย็นในร้านอาหารริมแม่น้ำเ้าพระยา โต๊ะที่เขาเลือกนั่งอยู่ติดริมระเบียงซึ่งเป็ชานยื่นออกมาจากตัวร้าน ลมโชยจากแม่น้ำผาดผิวจนเย็นชื่นลืมความขุ่นใจเมื่อครู่ แถมแสงจากตะวันยามลาลับขอบฟ้ายังส่องประกายกระทบผิวน้ำเป็เงาระยับ แล้ว่ไม่กี่นาทีสีส้มอมแดงลูกกลมโตก็หล่นหายไปตามคลื่นแม่น้ำ ราวกับว่าภายใต้สายน้ำกว้างยาวมีแรงดูดกลืนสิ่งนั้นให้หายลับตา
ฟากตรงข้ามริมแม่น้ำเ้าพระยาเป็ตึกสูงระฟ้า เรียงกันเป็ทอด แสงไฟตามชั้นตึกส่องสว่างเหลืองนวลมีเรือขนสินค้าแล่นผ่านเป็ทางยาว
ทุกภาพที่หญิงสาวเห็นมันตรึงตราและสะกดให้หล่อนต้องมองเป็เวลานานแล้วความเพลินใจก็สะดุด เมื่ออาหารที่เขาสั่ง ทยอยกันมาเรียงรายบนโต๊ะหลายอย่าง
“คุณสั่งอะไรมามากมายกันคะ อยู่กันแค่สองคน แล้วฉันก็ยังไม่หิวที่สำคัญฉันมีธุระที่ต้องไปทำต่อ ถ้ากลับค่ำเดี๋ยวคนที่บ้านจะเป็ห่วง”
“เอาน่า...ไหนๆผมก็สั่งมาแล้ว เธอก็อยู่ทานเป็เพื่อนก่อนนั่งไม่นานเดี๋ยวก็กลับ รับรองผมไปส่งถึงบ้าน”
แม้กงจักรจะพูดและแสดงท่าทีราวกับว่าไม่สนใจหรือพิศวาส แต่ชมพูรักก็ไม่เคยชะล่าใจหรือวางใจผู้ชายตรงหน้าอย่างไรเสียก็เพิ่งรู้จัก
ที่สำคัญตอนนี้เื่ที่หล่อนเป็ห่วงและอยากรู้มากที่สุด ก็คือบิดา
ดนตรีของนักร้องประจำร้านเริ่มบรรเลงก่อนเวลาหนึ่งทุ่มชายหนุ่มที่นั่งจิบเบียร์ไปพลาง กำลังนั่งเคลิ้มหล่อนสังเกตเห็นแววตาเขาอ่อนโอนยามเสียงเปียโนดังขึ้น ปรากฏรอยยิ้มเล็กน้อยยิ่งยามแสงไฟจากต้นเสาส่องกระทบใบหน้า หล่อนจึงเห็นรูปหน้าเขาชัดเจนแม้เพียงเสี้ยวที่เห็นด้านข้าง ทั้งคิ้วเข้ม ดวงตาคมสันจมูกโด่งเข้ารูปรับกับคางมน ริมฝีปากหยักหนาคู่นั้นเผยยิ้มกว้างขึ้นมีเสน่ห์ดึงดูดจนทำให้หล่อนเผลอมองอย่างลืมตัว
แม้จะไม่นึกสนใจในเสน่ห์เพศตรงข้ามของผู้ชายตรงหน้าแต่เป็ครั้งแรกก็ว่าได้ ที่หล่อนมองพินิจพิจารณารูปร่างใบหน้าของผู้ชายอย่างถี่ถ้วน
แม้ไม่ได้มองอย่าง‘ค้นหา’ แต่ก็มองด้วยความ ‘ใคร่รู้’
กงจักรหันหน้ากลับมามองหล่อนรอยยิ้มเมื่อครู่จางหายไปอย่างรวดเร็ว กลายเป็ริมฝีปากยกกระตุกขึ้นดวงตาเป็ประกายวับอย่างคนเ้าชู้
หรือว่าเขาจะคิดลุ่มลึกว่าหล่อนสนใจ หญิงสาวจึงหลุบตาลง แล้วยกแก้วน้ำเปล่าขึ้นจิบพอเป็พิธีหลังจากรวบช้อน เป็การบ่งบอกว่าอิ่มแล้ว
“ทานหน่อยเดียว จะอยู่ท้องเหรอครับ หรือว่าอาหารที่นี่ไม่ถูกปากคราวหน้าผมจะได้ลองหาร้านใหม่ ชวนเธอไปทานข้าวอีก”
“ฉันอิ่มแล้ว รบกวนคุณสละเวลาไปส่งฉันที่บ้านเถอะค่ะฉันไม่อยากกลับค่ำไปกว่านี้ แล้วฉันก็มีธุระที่จะต้องไปทำอีกมาก”
ชมพูรักไม่รีรอลุกขึ้นจากโต๊ะเป็การตัดบท ออกมายืนคอยอยู่ตรงทางเข้าร้านในใจก็นึกห่วงบิดาอยู่ครามครันคิดว่าเสียเวลากับการถูกลากมาทานข้าวโดยไม่ตั้งใจนานพอควร
แต่พอหันไปอีกทียังเห็นกงจักรยืนอยู่ที่โต๊ะ ทว่าเขามิได้ยืนอยู่ลำพัง แต่ข้างกายมีสาวสวยผู้หนึ่งหน้าตาคมคายราวกับมีเชื้อแขก ทั้งทรงผมและเสื้อผ้าที่หญิงผู้นั้นสวมใส่ดูคล้ายกับแต่งตัวไปออกงานราตรี
หล่อนอยู่ในชุดสายเดี่ยวยาวกรอมเท้าเนื้อผ้าแพรย่นเป็ชั้นสีแดงสดดั่งเปลวไฟที่ลุกโชน แต่ละชั้นของผ้ารูดน้อยๆตามรอยต่อขยายลงมาจนเหนือข้อเท้าผมสีดำขลับสยายเป็ลอนแต่ที่เห็นเด่นจนสะดุดตาก็คือเครื่องประดับที่ล้อมลำคอนั้นเปล่งประกายด้วยเม็ดทับทิมล้อมพลอย
ผู้หญิงคนนี้สวยจนชมพูรักเองยังนึกชื่นชมในความงามแต่ท่วงท่าที่หญิงผู้นั้นถูกแขนของเขากระชับเอวไว้บ่งบอกว่าคนทั้งคู่คงจะรู้จักกันดี และสนิทสนมกันไม่น้อย
ท่าทางอ้อยอิ่งของฝ่ายหญิงคล้ายกับจะยื้อให้เขาลงนั่ง แม้จะมองจากระยะไกล
ผู้หญิงคนนั้นคงจะเป็‘ดอกไม้’ ของเขา
ชมพูรักไม่อยากเสียเวลาเปล่าหล่อนไม่สนใจใคร่รอจะกลับพร้อมเขา จึงถือโอกาสปลีกตัวแล้วเดินออกไปริมถนนเพื่อเรียกรถแท็กซี่กลับบ้านเอง แม้ว่าขณะที่ก้าวขา จะหันกลับไปมองเขาซ้ำอีกครั้งแต่ก็ยังเห็นตัวเขานั้นพันตูกับหญิงผู้นั้นไม่ห่างกาย
เขาก็คงเหมือนผู้ชายอื่นที่พอร่ำรวย ก็มีผู้หญิงรอบกาย ริมทางที่เขาเดินผ่าน ก็คงเต็มไปด้วยดงดอกไม้ผู้ชายประเภทนี้ไม่อยู่ในสายตาหล่อน และก็หวังว่าจะไม่ต้องประสบพบเจอ
................................................จบตอนที่ 5