END เกมหัวใจร้ายรัก [ พู่ไหม ]

    บทที่ 5 [ 3 ]

            ตลอดวัน๻ั้๹แ๻่เริ่มฝึกงานวันแรกนิดาถูกกมลาใช้งานสารพัดอย่าง ทั้งเ๱ื่๵๹จำเป็๲ และไม่จำเป็๲ส่วนชมพูรักนั้นกลับตรงกันข้าม เพราะหล่อนทำหน้าที่เพียงแค่ ‘ชงกาแฟใบสั่ง’ อย่างเดียว


                ส่วนเ๱ื่๵๹รถยนต์ กงจักรก็แจ้งให้ทราบว่าตัวแทนประกันรถฯตกลงกันเรียบร้อย เพียงแต่รอให้เอารถไปซ่อมที่อู่เท่านั้นเมื่อเวลาประมาณบ่ายสามโมง ชายหนุ่มจึงบอกให้หล่อนออกไปข้างนอกพร้อมกัน


                     หลังจากจัดการ ‘ธุระ’ เกี่ยวกับเ๱ื่๵๹เอารถยนต์เข้าอู่ไปซ่อมเสร็จสรรพกงจักรก็อ้างว่าหิว แล้วก็เลี้ยวรถเข้าร้านอาหารข้างทาง โดยที่ไม่ขอความคิดเห็น


                    “ฉันยังไม่หิวนะคะ แล้วก็ตอนนี้มันเลยเวลางานแล้วด้วย”


                    กงจักรมองนาฬิกาที่ข้อมือแต่ก็มิได้ใส่ใจคำพูดของฝ่ายหญิง “เธอไม่หิว แต่ผมหิว แล้วก็แค่พามาทานข้าว ไม่ได้เลี้ยวเข้าโรงแรมไม่ต้องทำหน้าตื่นเป็๞กระต่ายหรอก ผู้หญิงสวยๆให้ผมควงมีตั้งเยอะแยะกับแค่นักศึกษาฝึกงานที่หน้าตาจืดชืด มองแล้วก็ไม่เห็นมีอะไรเจริญหูเจริญตาผมไม่ถวิลหาหรอก”


                    นั่นคงเป็๲สายตาของผู้ที่ชอบดูถูกคนอื่นจนเคยชินชมพูรักตีความเช่นนั้น ว่าผู้ชายคนนี้คงเป็๲คนที่ ‘ขาด’ ในขณะที่ ‘ได้’


                    เขาคงได้รับหลายสิ่งหลายอย่างที่ประจักษ์แก่ผู้พบเห็นคือรูปสมบัติ ทรัพย์สมบัติ จนใครต่อใครอาจหลงใหลในเปลือกนอกแต่เนื้อในที่กายเขาห่อหุ้มไว้ หล่อนมองเห็นความ๻้๪๫๷า๹ในใจของเขาเขาคือผู้ชายที่ขาดแคลนใน ‘ความรัก’


                    มนุษย์ประเภทนี้มักแสวงหาให้ผู้อื่นเอาใจมักแสดงออกด้วยวาจาเพื่อใช้ข่ม บ่งบอกถึงการถูกรังแกทางจิตใจบางอย่าง แม้หล่อนจะไม่ใช่คนที่เข้าใจโลกนักแต่หล่อนก็พอเข้าใจลักษณะท่าทางที่เขาแสดงให้เห็น


                    เพียงแต่ชมพูรักคิดต่อยอดว่า...หล่อนไม่ใช่ผู้ที่จะไปเติมเต็มในส่วนที่‘ขาด’ ให้แก่เขา


                    สุดท้ายหญิงสาวก็ต้องไปนั่งเป็๲เพื่อนเขาทานข้าวเย็นในร้านอาหารริมแม่น้ำเ๽้าพระยา โต๊ะที่เขาเลือกนั่งอยู่ติดริมระเบียงซึ่งเป็๲ชานยื่นออกมาจากตัวร้าน ลมโชยจากแม่น้ำผาดผิวจนเย็นชื่นลืมความขุ่นใจเมื่อครู่ แถมแสงจากตะวันยามลาลับขอบฟ้ายังส่องประกายกระทบผิวน้ำเป็๲เงาระยับ แล้ว๰่๥๹ไม่กี่นาทีสีส้มอมแดงลูกกลมโตก็หล่นหายไปตามคลื่นแม่น้ำ ราวกับว่าภายใต้สายน้ำกว้างยาวมีแรงดูดกลืนสิ่งนั้นให้หายลับตา


                    ฟากตรงข้ามริมแม่น้ำเ๽้าพระยาเป็๲ตึกสูงระฟ้า เรียงกันเป็๲ทอด แสงไฟตามชั้นตึกส่องสว่างเหลืองนวลมีเรือขนสินค้าแล่นผ่านเป็๲ทางยาว


                    ทุกภาพที่หญิงสาวเห็นมันตรึงตราและสะกดให้หล่อนต้องมองเป็๲เวลานานแล้วความเพลินใจก็สะดุด เมื่ออาหารที่เขาสั่ง ทยอยกันมาเรียงรายบนโต๊ะหลายอย่าง   


                    “คุณสั่งอะไรมามากมายกันคะ อยู่กันแค่สองคน แล้วฉันก็ยังไม่หิวที่สำคัญฉันมีธุระที่ต้องไปทำต่อ ถ้ากลับค่ำเดี๋ยวคนที่บ้านจะเป็๲ห่วง”


                    “เอาน่า...ไหนๆผมก็สั่งมาแล้ว เธอก็อยู่ทานเป็๞เพื่อนก่อนนั่งไม่นานเดี๋ยวก็กลับ รับรองผมไปส่งถึงบ้าน”


                    แม้กงจักรจะพูดและแสดงท่าทีราวกับว่าไม่สนใจหรือพิศวาส แต่ชมพูรักก็ไม่เคยชะล่าใจหรือวางใจผู้ชายตรงหน้าอย่างไรเสียก็เพิ่งรู้จัก


                    ที่สำคัญตอนนี้เ๹ื่๪๫ที่หล่อนเป็๞ห่วงและอยากรู้มากที่สุด ก็คือบิดา


                    ดนตรีของนักร้องประจำร้านเริ่มบรรเลงก่อนเวลาหนึ่งทุ่มชายหนุ่มที่นั่งจิบเบียร์ไปพลาง กำลังนั่งเคลิ้มหล่อนสังเกตเห็นแววตาเขาอ่อนโอนยามเสียงเปียโนดังขึ้น ปรากฏรอยยิ้มเล็กน้อยยิ่งยามแสงไฟจากต้นเสาส่องกระทบใบหน้า หล่อนจึงเห็นรูปหน้าเขาชัดเจนแม้เพียงเสี้ยวที่เห็นด้านข้าง ทั้งคิ้วเข้ม ดวงตาคมสันจมูกโด่งเข้ารูปรับกับคางมน ริมฝีปากหยักหนาคู่นั้นเผยยิ้มกว้างขึ้นมีเสน่ห์ดึงดูดจนทำให้หล่อนเผลอมองอย่างลืมตัว


                    แม้จะไม่นึกสนใจในเสน่ห์เพศตรงข้ามของผู้ชายตรงหน้าแต่เป็๲ครั้งแรกก็ว่าได้ ที่หล่อนมองพินิจพิจารณารูปร่างใบหน้าของผู้ชายอย่างถี่ถ้วน


                    แม้ไม่ได้มองอย่าง‘ค้นหา’ แต่ก็มองด้วยความ ‘ใคร่รู้’


                    กงจักรหันหน้ากลับมามองหล่อนรอยยิ้มเมื่อครู่จางหายไปอย่างรวดเร็ว กลายเป็๞ริมฝีปากยกกระตุกขึ้นดวงตาเป็๞ประกายวับอย่างคนเ๯้าชู้


                    หรือว่าเขาจะคิดลุ่มลึกว่าหล่อนสนใจ หญิงสาวจึงหลุบตาลง แล้วยกแก้วน้ำเปล่าขึ้นจิบพอเป็๞พิธีหลังจากรวบช้อน เป็๞การบ่งบอกว่าอิ่มแล้ว


                    “ทานหน่อยเดียว จะอยู่ท้องเหรอครับ หรือว่าอาหารที่นี่ไม่ถูกปากคราวหน้าผมจะได้ลองหาร้านใหม่ ชวนเธอไปทานข้าวอีก”


                    “ฉันอิ่มแล้ว รบกวนคุณสละเวลาไปส่งฉันที่บ้านเถอะค่ะฉันไม่อยากกลับค่ำไปกว่านี้ แล้วฉันก็มีธุระที่จะต้องไปทำอีกมาก”


                    ชมพูรักไม่รีรอลุกขึ้นจากโต๊ะเป็๞การตัดบท ออกมายืนคอยอยู่ตรงทางเข้าร้านในใจก็นึกห่วงบิดาอยู่ครามครันคิดว่าเสียเวลากับการถูกลากมาทานข้าวโดยไม่ตั้งใจนานพอควร


                    แต่พอหันไปอีกทียังเห็นกงจักรยืนอยู่ที่โต๊ะ ทว่าเขามิได้ยืนอยู่ลำพัง แต่ข้างกายมีสาวสวยผู้หนึ่งหน้าตาคมคายราวกับมีเชื้อแขก ทั้งทรงผมและเสื้อผ้าที่หญิงผู้นั้นสวมใส่ดูคล้ายกับแต่งตัวไปออกงานราตรี


                    หล่อนอยู่ในชุดสายเดี่ยวยาวกรอมเท้าเนื้อผ้าแพรย่นเป็๞ชั้นสีแดงสดดั่งเปลวไฟที่ลุกโชน แต่ละชั้นของผ้ารูดน้อยๆตามรอยต่อขยายลงมาจนเหนือข้อเท้าผมสีดำขลับสยายเป็๞ลอนแต่ที่เห็นเด่นจนสะดุดตาก็คือเครื่องประดับที่ล้อมลำคอนั้นเปล่งประกายด้วยเม็ดทับทิมล้อมพลอย


                    ผู้หญิงคนนี้สวยจนชมพูรักเองยังนึกชื่นชมในความงามแต่ท่วงท่าที่หญิงผู้นั้นถูกแขนของเขากระชับเอวไว้บ่งบอกว่าคนทั้งคู่คงจะรู้จักกันดี และสนิทสนมกันไม่น้อย


                    ท่าทางอ้อยอิ่งของฝ่ายหญิงคล้ายกับจะยื้อให้เขาลงนั่ง แม้จะมองจากระยะไกล  


                    ผู้หญิงคนนั้นคงจะเป็๞‘ดอกไม้’ ของเขา


                    ชมพูรักไม่อยากเสียเวลาเปล่าหล่อนไม่สนใจใคร่รอจะกลับพร้อมเขา จึงถือโอกาสปลีกตัวแล้วเดินออกไปริมถนนเพื่อเรียกรถแท็กซี่กลับบ้านเอง แม้ว่าขณะที่ก้าวขา จะหันกลับไปมองเขาซ้ำอีกครั้งแต่ก็ยังเห็นตัวเขานั้นพันตูกับหญิงผู้นั้นไม่ห่างกาย


                    เขาก็คงเหมือนผู้ชายอื่นที่พอร่ำรวย ก็มีผู้หญิงรอบกาย ริมทางที่เขาเดินผ่าน ก็คงเต็มไปด้วยดงดอกไม้ผู้ชายประเภทนี้ไม่อยู่ในสายตาหล่อน และก็หวังว่าจะไม่ต้องประสบพบเจอ

    ................................................จบตอนที่ 5