เสียงทุบประตูหน้าห้องดังขึ้น ปลุกให้โจวหยวนเฉิงและโจวหลี่เฉียงตื่นขึ้นด้วยความตกใจ ทั้งสองรีบสวมเสื้อคลุมก่อนที่จะรีบเดินออกไปเปิดประตูห้อง
“ตงจื่อ! เกิดเรื่องอะไรขึ้น มีใครเป็นอะไรหรือ” โจวหยวนเฉิงถามอย่างตกใจ
จ้าวตงจื่อทำหน้าเก้อเขินเล็กน้อย “ข้ากลัวว่าเจ้ากับพี่หลี่เฉียงจะตื่นสายก็เลยมาปลุก เอ่อ...ข้าอยากไปดูประกาศผลสอบเร็วๆ”
“พวกข้าตกใจกันแทบแย่ นึกว่ามีใครเป็นอะไร เจ้านี่นะ” โจวหลี่เฉียงส่ายหน้าอย่างจนใจ
“ก็ข้าอยากดูประกาศผลเร็วๆ นี่ขอรับ พวกท่านรีบเตรียมตัวเร็วเข้าเถอะ ป๋อฉือกับอาเต๋อก็เตรียมตัวเสร็จแล้ว” จ้าวตงจื่อกลัวโจวหลี่เฉียงจะบ่นต่อ พูดจบก็รีบวิ่งออกไปเลย
“นิสัยเป็นเด็กของเขาคงแก้ไม่หายแล้วล่ะ” โจวหลี่เฉียงบอกน้องชาย
“เพราะเขาเป็นอย่างนี้ไงขอรับ พวกเราถึงมีเรื่องให้ได้สนุกอยู่ตลอด”
โจวหยวนเฉิงกับโจวหลี่เฉียงจัดการตัวเองเรียบร้อยก็ลงมาสมทบกับคนอื่นที่เหลือ
“ทำไมเจ้าสองคนใส่เสื้อสีเดียวกันเลยล่ะ” จ้าวตงจื่อถามพร้อมกับมองไปที่โจวหยวนเฉิงกับหวงป๋อฉือ
“เสื้อผ้าชุดนี้ท่านแม่ให้คนซื้อมาให้ข้าจากร้านหวงอี้ เป็นเสื้อผ้าสำเร็จที่ทางร้านตัดไว้เรียบร้อยแล้ว” หวงป๋อฉือตอบ
“ใช่ ท่านลุงก็ไปซื้อเสื้อผ้าชุดนี้ให้ข้ากับพี่ใหญ่ที่ร้านหวงอี้เช่นกัน แต่ข้ากับพี่ใหญ่ได้คนละสี” โจวหยวนเฉิงพูดเสริม
“มิน่าเล่า พวกเจ้าถึงได้ใส่เสื้อผ้าเหมือนกัน เพราะทางร้านตัดเสื้อสำเร็จไว้ขายแล้วนี่เอง” จ้าวตงจื่อพยักหน้าเข้าใจ “ไปกันเถอะ พวกเรารีบไปดูประกาศผลสอบกัน”
เด็กหนุ่มทั้งห้าเดินไปดูผลสอบพร้อมมีองครักษ์ติดตาม ผู้คนต่างก็มองตามเด็กหนุ่มหน้าตาดีทั้งห้าคนอย่างสนใจ
“หลี่เฉียง! หยวนเฉิง! พวกเจ้าสอบผ่านกันทั้งคู่เลย” เจียวเป่าเห็นทุกคนเดินมาก็รีบวิ่งมาหาด้วยความดีใจ
“พี่เป่า ท่านพูดว่าอะไรนะขอรับ พี่หลี่เฉียงกับหยวนเฉิงสอบผ่านทั้งคู่เลยหรือ แล้วพวกข้าเล่าขอรับ พวกข้าสามคนสอบผ่านหรือไม่” จ้าวตงจื่อชี้เข้าที่อกตัวเอง
“ผ่านสิผ่าน พวกเจ้าก็สอบผ่านด้วยกันทั้งหมด แต่ลำดับของเจ้าไม่ดีเท่าสี่คนนี้” เจียวเป่าตอบ
“จริงหรือขอรับ ข้าสอบผ่านแล้วหรือขอรับ ท่านปู่กับท่านพ่อจะต้องภูมิใจในตัวข้ามากแน่ๆ ได้ลำดับที่เท่าไหร่ก็ไม่สำคัญ ขอแค่ข้าสอบผ่านก็พอ” จ้าวตงจื่อกระโดดอย่างไม่อาจระงับความดีใจเอาไว้ได้
หัวหน้าองครักษ์ของจวนแม่ทัพมองดูคุณชายรองด้วยความปลื้มใจ เขาดูแลคุ้มกันคุณชายรองมาตั้งแต่เล็ก ดูแลยิ่งกว่าลูกชายของตัวเองด้วยซ้ำ วันนี้คุณชายรองสอบระดับอำเภอผ่านแล้ว คุณชายรองได้เป็นซิ่วไฉแล้ว
“ยินดีด้วยขอรับคุณชายรอง ท่านแม่ทัพอาวุโสคงภูมิใจในตัวท่านมากเลยนะขอรับ”
“แน่นอนอยู่แล้ว กลับไปข้าจะต้องเขียนจดหมายไปบอกท่านพ่อ ท่านแม่ แล้วก็พี่ใหญ่ ทุกคนต้องภูมิใจในตัวข้าแน่ๆ” จ้าวตงจื่อยังดีใจไม่หยุด
ทุกคนขึ้นประจำบนรถม้าของตัวเองด้วยความดีใจ ตอนนี้ทุกคนอยากกลับให้ถึงบ้านเร็วๆ เพื่อนำข่าวดีนี้ไปบอกกับคนที่บ้านให้เร็วที่สุด
“คุ้มกันนายน้อยทุกคนให้ดี” เสียงหัวหน้าองครักษ์ดังขึ้น หลังจากที่เห็นกลุ่มคนชุดดำนับสิบคนมายืนขวางทางพวกเขาไว้
“พวกเราแค่ต้องการตัวคุณชายหวงเท่านั้น หากพวกเจ้าส่งตัวเขาออกมา พวกข้าก็จะไม่ทำร้ายคนอื่น” หัวหน้าคนชุดดำตะโกนขึ้น
“นายน้อยทุกคนอยู่ในความดูแลของพวกเรา จะไม่มีการส่งตัวใครออกไปทั้งนั้น” หัวหน้าองครักษ์ตอบเสียงดัง
“ลงมือ!”
การต่อสู้ของทั้งสองฝ่ายเกิดขึ้นอย่างดุเดือด คนชุดดำพยายามบุกเข้าไปที่รถม้าคันเมื่อจับตัวหวงป๋อฉือ แต่ก็ถูกคนของท่านอาเจียวตงและองครักษ์ช่วยกันสกัดเอาไว้ได้
“ชุดสีเขียว คุณชายหวงสวมชุดสีเขียว จับตัวคนที่ใส่ชุดสีเขียว” หนึ่งในคนชุดดำตะโกน
เด็กหนุ่มในรถม้าต่างก็หันมามองหน้ากัน คนที่ใส่เสื้อผ้าด้วยชุดสีเขียวมีโจวหยวนเฉิงกับหวงป๋อฉือ
“พี่ใหญ่ ท่านเชื่อใจข้าหรือไม่” โจวหยวนเฉิงถามพี่ชาย เมื่อเขาได้ยินเสียงคนชุดดำตะโกน
“เจ้าจะทำอะไร! ไม่ได้ ข้าไม่ยอมให้เจ้าออกไป เจ้าต้องกลับบ้านไปพร้อมกับข้า” โจวหลี่เฉียงเดาเจตนาน้องชายได้
“พี่ใหญ่ ท่านก็รู้ว่าข้าเอาตัวรอดได้” โจวหยวนเฉิงส่งสายตาไปที่รอยนูนเล็กๆ บนข้อมือของเขา “เราจะปล่อยให้องครักษ์และคนของท่านอาเจียวต่อสู้อยู่อย่างนี้ต่อไปไม่ได้ เพราะเราไม่รู้เลยว่าคนชุดดำจะมีพรรคพวกซ่อนอยู่อีกมากเท่าไหร่ พวกท่านรีบเดินทางกลับไปจะปลอดภัยที่สุด”
“เจ้าจะเข้าไปหลบอยู่ในนั้นหรือ” โจวหลี่เฉียงกระซิบถาม
โจวหยวนเฉิงพยักหน้า ก่อนที่จะหันไปพูดกับทุกคน “ข้ากับป๋อฉือใส่เสื้อผ้าคล้ายกัน ดังนั้นข้าจะล่อคนร้ายออกไป เมื่อข้าล่อคนร้ายออกไปแล้ว ให้ทุกคนรีบเดินทางกลับบ้านให้เร็วที่สุด แต่ทุกคนไม่ต้องห่วง ข้ามีวิธีเอาตัวรอดได้”
“ไม่ได้ ข้าจะปล่อยให้เจ้าไปรับเคราะห์แทนข้าได้อย่างไร ในเมื่อพวกเขาต้องการตัวข้า พวกเจ้าก็แค่ส่งตัวข้าออกไป” หวงป๋อฉือพูดอย่างไม่ยินยอม
“ป๋อฉือ เจ้าไม่ห่วงแม่ของเจ้าหรือ เหตุการณ์วันนี้เจ้าพอจะคาดเดาได้หรือไม่ว่าเพราะเหตุใดพวกเขาถึงต้องการมาจับตัวเจ้าไป เจ้าเป็นเพียงบุตรชายคนรองที่เกิดจากอนุ แล้วทำไมคนชุดดำเหล่านั้นถึงได้ต้องการตัวเจ้าถึงขนาดนี้ เรื่องนี้อาจเกี่ยวพันกับบิดาหรือฮูหยินใหญ่ของบิดาเจ้าก็ได้” โจวหยวนเฉิงยังอธิบาย
“พวกเขาจะทำอย่างนั้นไปเพื่ออะไร” หวงป๋อฉือพูดอย่างเจ็บปวด บิดากับฮูหยินใหญ่เกลียดเขาขนาดนั้นเลยหรือ
“เรายังไม่รู้เหตุผลแน่ชัดหรอก เอาเป็นว่าพวกเจ้าฟังแผนของข้าให้ดี เมื่อเดินทางกลับถึงบ้านแล้วให้ป๋อฉือไปอยู่กับตงจื่อที่จวนท่านแม่ทัพก่อน” โจวหยวนเฉิงหันไปพูดกับจ้าวตงจื่อด้วยท่าทางจริงจัง “เจ้าต้องขอร้องท่านปู่ให้สั่งการองครักษ์ไปพาตัวแม่ของป๋อฉือออกมาให้ได้ วันนี้หากคนชุดดำทำงานไม่สำเร็จ ข้ากลัวว่าแม่ของเขาจะไม่ปลอดภัย”
“เจ้า...เจ้ามีวิธีเอาตัวรอดได้จริงหรือ วรยุทธ์ของเจ้าไม่น่าจะสู้กับคนชุดดำพวกนั้นได้” จ้าวตงจื่อยังคงกังวล
“ข้ามีวิธี เจ้าไม่ต้องเป็นห่วง อย่าลืมล่ะ เมื่อข้าออกไปแล้ว ทุกคนต้องรีบเดินทางกลับบ้านและทำตามแผนการของเราให้เร็วที่สุด” โจวหยวนเฉิงหันไปหาพี่ชาย “พี่ใหญ่ บอกท่านพ่อกับท่านลุงว่าไม่ต้องเป็นห่วง ข้าสัญญาว่าข้าจะกลับไปหาพวกท่านอย่างปลอดภัย”
โจวหยวนเฉิงกระโดดออกจากรถม้าแล้ววิ่งเข้าป่าไปอย่างรวดเร็ว คนชุดดำเมื่อเห็นอย่างนั้นก็ไล่ตามโจวหยวนเฉิงไปจนเกือบหมด ยังเหลือบางคนที่ยังต่อสู้ติดพันอยู่กับองครักษ์ของจวนท่านแม่ทัพ แต่ไม่นานก็ถูกองครักษ์จัดการไม่เหลือเลยสักชีวิต
“รีบตามคุณชายไปเดี๋ยวนี้” หัวหน้าองครักษ์ตะโกนสั่ง
“หยุด!” เสียงจ้าวตงจื่อตะโกนขึ้น องครักษ์ได้แต่หันไปมองเขาเป็นตาเดียว “ทุกคนไม่ต้องตามไป รีบเดินทางกลับบ้านให้เร็วที่สุด”
“แต่ว่าคุณชายป๋อฉือ...” หัวหน้าองครักษ์กำลังจะพูดต่อก็เห็นห่วงป๋อฉือยังนั่งอยู่ในรถม้า “แล้วคุณชายที่วิ่งเข้าป่าไปเมื่อสักครู่เป็นผู้ใดขอรับ”
จ้าวตงจื่อรีบเล่าแผนการให้หัวหน้าองครักษ์ฟังทันที ทุกคนต่างอยู่ในสถานการณ์ตึงเครียด แต่ทุกคนก็พยายามสงบอารมณ์เอาไว้
เมื่อฟังแผนการจบ หัวหน้าองครักษ์สั่งให้องครักษ์หนึ่งนายล่วงหน้ากลับไปรายงานท่านแม่ทัพอาวุโสก่อน เพราะหากรอให้พวกเขากลับไปถึง เกรงว่าเวลานั้นคงจะไปช่วยมารดาของหวงป๋อฉือออกมาไม่ทันแล้ว
ด้านโจวหยวนเฉิง เมื่อเขากระโดดออกมาจากรถม้า เขาก็วิ่งเข้าป่าไปอย่างไม่คิดชีวิต เขายังไม่เข้าไปหลบในมิติทันที เพราะอยากถ่วงเวลาให้คนชุดดำวิ่งตามเขาเข้าไปในป่าให้ลึกกว่านี้ก่อน วิ่งไปนานจนเกือบจะไม่ไหว โจวหยวนเฉิงก็มองไปเห็นถ้ำเล็กๆ เข้าพอดี เขารีบวิ่งเข้าไปในถ้ำด้วยเรี่ยวแรงทั้งหมดที่มีอยู่
หัวหน้าชายชุดดำเห็นอย่างนั้นก็ยกมือเป็นสัญญาณให้ลูกน้องหยุดการเคลื่อนไหว ทั้งหมดยืนเฝ้าอยู่ปากถ้ำไม่ขยับ
“คุณชายหวง ท่านออกมาหาพวกข้าดีๆ เถอะ ข้ารับรองว่าจะไม่ทำอันตรายท่านแน่นอน”
“เหตุใดข้าต้องเชื่อเจ้าด้วย ข้าเป็นเพียงเด็กหนุ่มที่ไม่มีวรยุทธ์ แต่พวกท่านมีกันเป็นสิบ หากพวกเจ้าจะเอาชีวิตข้า มันก็ง่ายนิดเดียว” โจวหยวนเฉิงตะโกนตอบกลับไป เขาอยากรู้จุดประสงค์ที่แท้จริงของคนชุดดำว่าจะเป็นอย่างที่เขาคาดเดาหรือไม่
“นายท่านหวงแค่ต้องการให้ท่านไปพบ ท่านก็รีบออกมาเถอะ หาไม่แล้ว มารดาของท่านอาจจะต้องเดือดร้อนเพราะความดื้อรั้นของท่านเอง” ชายชุดดำไม่ได้คิดที่จะปิดบัง เพราะคำสั่งของนายท่านหวงนั้นบอกไว้ชัดอยู่แล้วว่าให้พาหวงป๋อฉือไปหาเขาให้ได้ แต่หากเด็กหนุ่มขัดขืน ก็ให้กำจัดทิ้งได้ทันที
“เป็นท่านพ่อที่ต้องการพบข้าหรอกหรือ อีกไม่กี่ชั่วยาม ข้าก็จะกลับไปถึงบ้านแล้ว ข้าไม่คิดมาก่อนเลยว่าท่านพ่อจะคิดถึงข้าถึงเพียงนี้ ซ้ำยังเอาชีวิตของท่านแม่มาขู่ข้าอีก หากจะบอกว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องดีแล้วจะมีใครเชื่อ ถ้าพวกเจ้ามีปัญญาก็มาพาตัวข้าออกไปเถอะ” โจวหยวนเฉิงทำเสียงเยาะ
“เช่นนั้นคุณชายก็อย่าหาว่าข้าไม่เกรงใจ” หัวหน้าคนชุดดำสั่งลูกน้อง “ไปพาตัวเขาออกมา จับเป็นไม่ได้ก็จับตาย”
คนชุดดำเริ่มทยอยถือคบไฟเดินเข้าไปในถ้ำอย่างไม่รีรอ แต่เมื่อพวกเขาเข้าไปถึงข้างในกลับพบแต่ความว่างเปล่า ทั้งหมดค้นหาไปจนทั่วแต่ก็ไม่พบเงาของเด็กหนุ่มเลย