“บึ้มมมมมมมมมมม!”
เกิดแรงระเบิดอย่างรุนแรงทำให้เวทีประลองทั้งหมดพังทลายไปไม่เหลือชิ้นดี ในขณะเดียวกันเกิดกลุ่มควันจำนวนมากล้อมรอบสนามประลองทำให้ผู้ชมนั้นไม่สามารถที่จะเห็นผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นได้ อย่างไรก็ตามด้วยการโจมตีที่รุนแรงระดับนี้ไม่ต้องสงสัยเลยว่าอลิสนั้นแพ้แน่นอน
ในขณะเดียวกันห้องผู้ชมที่ล้อมรอบด้วยกระจกดำนั้นเซนก็ได้กล่าวขึ้น
“มันจบแล้ว ไม่มีอะไรพลิกล็อก”
เมื่อเซนกล่าวจบ ผู้คนที่เฝ้าดูการประลองอยู่ต่างก็ร้องออกมาด้วยเสียงประหลาดใจ ฝุ่นที่บดบังวิสัยทัศน์ของพวกเขาตอนนี้ล้วนแล้วแต่หายไปแล้ว
ปรากฏร่างของอลิสซึ่งตอนนี้ยืนอยู่อย่างสบายสภาพของเธอนั้นไม่ได้แตกต่างจากตอนที่เดินขึ้นมาบนสนามประลองตอนแรกเลย ในขณะเดียวกันโดโนแวนนั้นคุกเข่าลงพร้อมกับเกือบหมดสติไปแล้วในขณะที่มีดของเขายังคงจิ้มคาอยู่ที่โล่แสงของอลิส เขากล่าวคำพูดบางอย่างออกมาก่อนที่เขาสลบไปว่า
“โล่แสงมีกี่ชั้นกัน…”
หลังจากที่โดโนแวนนั้นหมดสติไป อลิสก็ได้สลายโล่แสงของเธอซึ่งเผยให้ผู้ชมเห็นว่าโล่แสงของเธอนั้นมีสามชั้น ซึ่งการโจมตีของโดโนแวนนั้นสามารถผ่านทะลุโล่แสงได้สองชั้นอย่างไรก็ตามชั้นที่สามนั้นเขาไม่สามารถเจาะผ่านมันไปได้
ก่อนที่นักพากย์นั้นจะได้กล่าวถึงผู้ชนะในการประลองอลิสก็ได้เดินจากเวทีไปก่อนแล้วโดยไม่หันหลังกลับมามอง ท่าทางของเธอนั้นปราศจากการเหนื่อยล้ามันเป็นราวกับว่าการกระทำของเขาเมื่อสักครู่นั้นเป็นแค่การเดินเล่นเท่านั้น
ดุ๊กถอนหายใจอย่างน่าเสียดายในขณะเดียวกันผู้คนรอบๆ สนามต่างยืนขึ้นพร้อมเพรียงกันและพากันตบมือให้กับการต่อสู้ครั้งนี้
“รุ่นพี่โดโนแวนทำได้ดีแล้ว…”
“พวกท่านทั้งสองสุดยอดมาก ข้าไม่เคยเห็นการต่อสู้ที่ดุเดือดขนาดนี้มาก่อน!”
“…..”
การต่อสู้นั้นไม่ได้ทำให้ผู้ชมผิดหวังแต่อย่างใด แม้แต่เซนเองก็ยังรู้สึกว่าเขาได้อะไรจากการต่อสู้ครั้งนี้มากมายนัก ดุ๊กที่นั่งอยู่ข้างเขาเอนหลังพิงที่นั่งพร้อมกับถอนหายใจ ดูเหมือนเขาจะเชียร์โดโนแวนและผิดหวังไม่น้อยที่โดโนแวนแพ้
ในขณะนั้นเองประตูของห้องที่เซนอยู่ก็ได้ถูกเปิดออกพร้อมกับชายคนหนึ่งไว้ผมยาวสีดำร่างกายกำยำและดูหนักแน่นน่าเกรงขามได้เดินเข้ามาในห้องพร้อมกับกล่าวคำพูดบางอย่างออกมา
“น่าเสียดายจริงๆ ข้ามาไม่ทันดูน้องชายของจักรพรรดิเงาแพ้หรือเนี่ย!”
นำเสียงของชายที่มาใหม่นั้นเต็มไปด้วยความดูถูกและเยาะเย้ย ดูเหมือนว่าเขาจะไม่ค่อยถูกกับจักรพรรดิเงาเท่าไหร่นัก
“ไป๋หู่ เจ้ามาสายอีกแล้ว…”
ดุ๊กลุกขึ้นพร้อมกับยิ้มทักทายอย่างเป็นมิตรอย่างไรก็ตาม ไป๋หู่นั้นกลับไม่ได้อยากจะเป็นมิตรกับดุ๊กมากนัก
“เหอะ!”
มันหัวเราออกมาอย่างเย็นชาและกำลังจะกล่าวอะไรบางอย่างกับดุ๊กอย่างไรก็ตามทันใดนั้น มันก็ได้เหลือบไปเห็นชายหนุ่มแปลกหน้าคนหนึ่ง ซึ่งทำให้ดวงตาของมันเปลี่ยนกลายเป็นดุร้ายทันที
“เจ้าเป็นใครกัน? เหตุใดจึงได้เข้ามาในห้องวีไอพีแห่งนี้ เจ้าคงไม่รักชีวิตของตนเองสินะ”
ไป๋หู่กล่าวขึ้นพร้อมกับปลดปล่อยแรงกดดันอันมหาศาลออกมา คนที่มันกล่าวด้วยนั้นแน่นอนว่าไม่ใช่ใครอื่นแต่เป็นเซนนั่นเอง เซนนั้นได้คิดว่าห้องนี้มันดูแปลกๆ อย่างไรก็ตามเขาไม่คิดเลยว่ามันจะเป็นห้องสำหรับแขกพิเศษ ไม่ใช่สำหรับนักเรียนธรรมดาๆ ก่อนที่เซนจะได้กล่าวแก้ตัวใดๆ ทันใดนั้นเกิดแรงลมที่รุนแรงปะทะเบื้องหน้าของเขาพร้อมกับร่างของไป๋หู่ที่เข้ามาประชิดตัว
กำปั้นของไป๋หู่นั้นห่อหุ้มด้วยลมหมุนที่รุนแรงราวกับพายุที่บ้าคลั่งและพร้อมจะทำลายล้างทุกสิ่งทุกอย่าง
“ปัง!”
หมัดที่ห่อหุ้มด้วยพายุนั้นต่อยมาที่เซนอย่างรุนแรงส่งผลให้ร่างของเซนกระเด็นออกไปกระแทกกับกระจกเบื้องหลัง อย่างไรก็ตามแรงกระแทกนั้นไม่ได้หยุดแค่นั้นมันยังส่งเซนทะลุกระจกไปและตกลงไปที่สนามประลองเบื้องล่าง
“บึ้มมมมมม!”
เหล่านักเรียนที่กำลังทยอยกันออกจากสนามประลองนั้นต่างหยุดนิ่งพร้อมกับมองไปที่เวทีประลองซึ่งตอนนี้ได้พังไปแล้วจากการต่อสู้ก่อนหน้า อย่างไรก็ตามกลับมีร่างของชายหนุ่มผู้หนึ่งอยู่บริเวณเวทีประลองในท่าทางนั่งอยู่และทำสีหน้าท่าทางสับสน
เซนนั้นถูกหมัดที่รุนแรงจู่โจมจนร่วงลงมาที่สนามประลอง ในขณะเดียวกันชายหนุ่มนั้นไม่ได้มีบาดแผลหรือร่องรอยอาการบาดเจ็บใดๆ เพียงแต่ปรากฏรอยแดงจางๆ บนมือขวาของเขาที่ก่อนหน้าที่ไป๋หู่จะจู่โจมเขาใช้มือเปล่ารับมันไว้เขาจึงไม่ได้เป็นอะไรมาก และรอยแดงบนมือก็หายไปอย่างรวดเร็วราวกับว่าไม่มีสิ่งใดเคยเกิดขึ้นมาก่อน
ไป๋หู่กระโดดลงมาบนเวทีประลองพร้อมกับดัดกระดูกของตัวเอง ก่อให้เกิดเสียงดังลั่น การปรากฏตัวของไป๋หู่นั้นส่งผลให้ผู้คนต่างพากันตกตะลึงเป็นอย่างมากจนในที่สุดชายคนหนึ่งก็ได้ตะโกนขึ้นอย่างประหลาดใจว่า
“นั่นมันพยัคฆ์ขาวไป๋หู่ ลำดับหกในเจ็ดนักเรียนปีศาจ เขากำลังจะประลองเหรอ?”
อย่างไรก็ตามในเวลานั้น ลีโอและจีโน่ก็ได้สังเกตเห็นเซนที่ร่วงลงมาที่สนามและกำลังเผชิญหน้ากับหนึ่งในนักเรียนที่แข็งแกร่งที่สุดในโรงเรียน พวกเขาคิดว่าต้องเกิดเรื่องขึ้นแน่นอนอย่างไรก็ตามในขณะที่พวกเขาคิดจะทำอะไรบางอย่างนั้นก็ได้มีผู้รักษาความปลอดภัยประจำโรงเรียนเข้ามาและไล่นักเรียนที่ไม่เกี่ยวข้องออกจากสนามทั้งหมดไป
ในสนามนั้นเซนไมได้รู้สึกโกรธหรืออะไรเลย เขามีเพียงความรู้สึกว่างเปล่าเท่านั้น ละสงสัยว่าเหตุใดอีกฝ่ายจึงได้รุนแรงกับเขาถึงขนาดนี้
“ในฐานะผู้คุมกฎลำดับที่หก ข้าขอลงโทษเจ้าหน่อยก็แล้วกัน!”
ไป๋หู่กล่าวขึ้นพร้อมกับหยิบตราสัญลักษณ์แปลกประหลาดบางอย่างออกมา มันดูเหมือนเหรียญรางวัลอย่างไรก็ตามมันกลับถูกสลักเอาไว้ด้วยเลขหก ในขณะที่ไป๋หู่ต้องการจะลงมือต่อนั้นเงาของเซนก็ได้เกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้น พร้อมกับปรากฏร่างของชายคนที่เซนคุ้นเคย นั่นคือดุ๊กนั่นเอง เขาปรากฏออกจากเงาของเซนเหมือนกับโดโนแวนเคยทำกับเงาของอลิสทำให้เซนค่อนข้างงุนงงอย่างมาก
“ไป๋หู่คิดว่าตนเองกำลังทำอะไร เจ้ารู้หรือไม่การใช้ฐานะของผู้คุมกฎในการข่มเหงนักเรียนใหม่นั้นมันผิด!”
ดุ๊กกล่าวขึ้นด้วยสีหน้ายิ้มๆ ทำให้สีหน้าของไป๋หู่นั้นดูไม่ดีนัก อย่างไรก็ตามดูเหมือนไป๋หู่นั้นจะไม่ยอมลงให้ใครง่ายๆ เขามีความเป็นนักเลงอยู่พอตัวเหมือนกัน
“ดุ๊กอย่าได้เอาคำพวกนั้นมากล่าวอ้าง เห็นได้ชัดว่ามันทำผิด เจ้ายังต้องการปกป้องมัน?”
สีหน้าของดุ๊กนั้นไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปแม้แต่น้อย เขายิ้มอยู่ตลอดเวลาพร้อมกับกล่าวอีกครั้งซึ่งการกล่าวครั้งนี้ทำให้สีหน้าของไป๋หู่เสียไปในทันที
“เขาเป็นนักเรียนที่พึ่งเข้าใหม่ การที่เจ้าทำเช่นนี้เจ้าคิดว่ามันถูก? หากคิดว่ามันถูกต้องทำไมไม่ลองเอาเรื่องนี้ไปตัดสินกันที่สภาล่ะ? ข้าเชื่อว่าคนอื่นๆ จะต้องเห็นด้วยกับข้าแน่นอน”
ไป๋หู่นั้นลังเลที่จะกล่าวบางอย่างแต่สุดท้ายแล้วเขาก็ยอมลงจนได้ เขานั้นเก่งเรื่องการใช้กำลังอย่างไรก็ตามเขานั้นไม่สามารถต่อปากต่อคำเก่งเหมือนกับดุ๊กได้ ดังนั้นหากให้ไปตัดสินกันที่สภาผลลัพธ์ที่เขาจะพ่ายแพ้มันก็ได้กำหนดมาแล้ว
“ข้าจะปล่อยเจ้าไปก่อน อย่าให้มีครั้งหน้าอีก!”
ไป๋หู่กล่าวพร้อมกับส่งสายตาดุร้ายมองมาทางเซน ในขณะเดียวกันเซนนั้นเพียงยักไหล่พร้อมกับทำสีหน้ากวนๆ
“น้องเซนเราออกจากที่นี่กันเถอะ รุ่นพี่คนนี้ขอโทษเจ้าด้วยที่เข้ามาห้ามไม่ทัน เอาอย่างนี้เป็นไงเดี๋ยวข้าเลี้ยงข้าวเจ้าเองมื้อนี้!”
ดุ๊กกล่าวขึ้นพร้อมกับพยุงร่างเซน การกระทำของดุ๊กนั้นดูจริงใจไม่น้อยซึ่งเซนก็ไม่อยากจะปฏิเสธเขาจึงได้ตอบตกลงไป ในขณะที่ทั้งคู่เดินออกจากเวทีประลองศักดิ์สิทธิ์ ทั้งคู่ก็เดินเฉียดไหล่ของไป๋หู่ไป ดุ๊กนั้นเดินนำหน้าเซน ในขณะที่เซนเดินตามหลังติดๆ เมื่อเขาผ่านไป๋หู่ดูเหมือนว่าไป๋หู่นั้นจะคิดแผนชั่วบางอย่างเขารวบรวมออร่าไว้ที่หัวไหล่ ก่อนที่จะใช้หัวไหล่ข้างนั้นกระแทกหัวไหล่ที่ปราศจากการป้องกันของเซน
“ไป๋หู่!”
สีหน้าของดุ๊กเปลี่ยนไปเย็นชาในขณะที่หันหลังกลับมาอย่างไรก็ตามมันสายไปที่จะหยุดอีกฝ่ายแล้ว