ทันทีที่ทุกคนลงมาที่ ริมทะเลสาบก็สัมผัสถึงความแปลกประหลาดได้ทันทีมวลพลังพิเศษในร่างกายค่อยๆ หดหายไป เมื่ออยู่ใกล้แม่น้ำ
ไม่นานแสงสว่างเส้นแรกเริ่มลอดผ่านจากฟากฟ้า เป็นสัญญาณบาง บ่งบอกบางอย่าง ทุกๆคนเหมือนจะเริ่มรู้ตัว ต่างก็ช่วยกันเร่งมือ ต่อแพไม้กันใหญ่
เข้าสู่ช่วงยามเช้าแสงสว่างส่องสาดแสงไปทั่วพื้นที่
“ฟู่!”อยู่ๆ เส้นแสงสีเขียวค่อยๆ เรืองแสงวิ่งไปรอบๆ เกาะกลางทะเลสาบ
ทุกคนพร้อมใจกันเอาอาวุธและอุปกรณ์เสริม ออกมาจากมิติส่วนตัวบ้าง บัตรมิติบ้าง เพราะรู้ว่าทันทีที่อยู่บนทะเลสาบคงไม่สามารถใช้พลังเอาของพวกนี้ออกมาได้
หน้ากากแมวและหน้ากากหมูเป็นกลุ่มแรกที่กางใบเรือขึ้นจากแพไม้หมุนหาทิศทางลม เคลื่อนตัวออกไปทันที
ติดตามไปด้วยกลุ่มสามคนของสถานศึกษากลาง กลุ่มของเอโรซ่า ก็ไม่ช้าเพราะในสมาชิก มีคนจากแผนกวิวัฒน์กลไก มาด้วย เลยทำให้เวลาต่อแพไม้ รวดเร็วขึ้น
ไม่นานก็ออกแพติดตามกลุ่มทั้งสองไปได้
“ฟู่!”ม่านพลังสีแดงเริ่มก่อตัวขึ้นจากภูเขาเบื้องหลัง ขยับบีบพื้นที่เข้ามาทีละน้อย
มีชายสองคนจากกลุ่มสมาคม ไม่ทันเตรียมตัวต่อแพไม้ เวลาไม่เหลือพอ ตัดสินใจใช้อุปกรณ์ประเภทเครื่องร่อน สักอย่าง ติดที่แผ่นหลัง เป็นรูปปีกนก ปล่อยพลังเข้าเครื่องเหินลอยข้ามทะเลสาบทันที
“ฟุบ!”ลอยไปได้ไม่ถึง 10 เมตร ก็ล่วงหล่นลงทะเลสาบสูญหายไปทันที
ทุกคนที่เห็นเหตุการณ์ดังกล่าวเร่งต่อแพไม้อย่างรีบด่วน รู้ทันทีว่าไม่มีอุปกรณ์พลังชนิดไหนข้ามผ่านทะเลสาบแห่งนี้ได้
ชายหน้ากากหมูหันกลับมามองสถานการณ์ความวุ่นวายที่ริมทะเลสาบ
“ฮ่าๆสมกับเป็นสหายจริงๆ
“ท่านรู้จักข้า?
“ใช่! สหายโด่งดังขนาดนี้ใครจะไม่รู้จัก
นาฟมองชายหน้ากากหมูแล้วหันมองอุปกรณ์ที่ชายอ้วนเอาออกมาตอนออกแพ
“ท่านเป็นคนจากหน่วยวิวัฒน์ ขององค์กรหรือ?
“อืม จะว่าแบบนั้นก็ไม่เชิงสหายแต่ต่าแก่พวกนั้นยังไม่ยอมรับข้าสักเท่าไหร่ จริงๆ ข้าก็อายุไม่ต่างจากสหายเท่าไหร่นะ
นาฟมองชายเบื้องหน้าท่วงท่าแบบนี้ พูดจาแบบนี้ เหมือนคุ่นๆ เคยได้ยินมาจากแผนกใกล้ๆ
“ว่าแต่ แม่สาวคนสวยนี่ตามเราติดไม่ยอมห่างเลย
นาฟก็รู้ว่านางติดตามเส้นทางการเดินแพของตนอยู่ตลอด
ไม่นานกลุ่มคนทั้งหมดก็สามารออกแพได้ทั้งหมดมีอยู่ 8 แพไม้ ที่ล่องลอยอยู่กลางผืนน้ำของทะเลสาบแห่งนี้
กลุ่มของนาฟที่อยู่หน้าสุดตามด้วยกลุ่มสถานศึกษากลาง และแพไม้ของสถานศึกษา อีก 4 ลำตามมาติดๆ
ส่วน2 ลำสุดท้ายเป็นของกลุ่มชายฉกรรจ์ชุดดำ
เหมือนบางสิ่งจะรอให้แพไม้เหล่านี้ล่องลอยบนผืนน้ำเสียก่อนบรรยากาศโดยรอบเริ่มส่งเสียง ท้องฟ้าครึ้มด้วยเมฆหนาทึบที่ลอยต่ำลงมาเสียงฟ้าร้องคำรามดังกึกก้องราวกับคำเตือนจากธรรมชาติถึงอันตรายที่กำลังรออยู่เบื้องหน้า
แพไม้ที่ใช้เวลาประกอบขึ้นอย่างหยาบๆ โคลงเคลงไปมาบนผิวน้ำที่เริ่มจะกระเพื่อมอย่างบ้าคลั่งลมแรงพัดผ่านทำให้เกิดคลื่นลูกใหญ่ในทะเลสาบ พร้อมที่จะกระแทกแพจนแทบพลิกคว่ำได้เสมอ
น้ำเย็นเฉียบสาดเข้ามาเปียกชุ่มจนถึงกระดูกผู้คนบนแพต้องใช้เรี่ยวแรงที่มีอยู่ เกาะแน่นกับขอบแพเพื่อต่อสู้กับกระแสลมและคลื่นน้ำ
ท้องฟ้าเริ่มมืดครึ้มอีกครั้งแทบจะปิดบังแสงสว่างทั้งหมด มีเพียงแสงวาบของฟ้าแลบเป็นระยะที่ทำให้เห็นภาพความโหดร้ายของทะเลสาบ
เสียงร้องโหยหวนของลมที่พัดผ่านเหมือนเสียงคร่ำครวญของวิญญาณที่หลงทางในทะเลสาบนี้
กลุ่มผู้ใช้พลังที่ก่อนหน้าล้วนแต่เป็นคนจิตใจหนักแน่น ยังเกิดอารมณ์อ่อนไหวหวาดกลัวขึ้น
นาฟสัมผัสอากาศโดยรอบเร่งหมุนใบเรือตามทิศทางลม หลบหลีกคลื่นน้ำอย่างคล่องแคล่ว หน้ากากหมูดูการบังคับแพไม้ของนาฟอย่างสนอกสนใจ
“องค์หญิง! ข้าคงบังคับแพติดตามเจ้าหนุ่มนั้นไม่ทันแน่ จะเอายังไงดีขอรับ
หญิงสาวชุดขาวมองสภาพแวดล้อมรอบๆ ครุ่นคิดอยู่
รู้ว่าสิ่งที่ทำอยู่เป็นสิ่งใหม่ ที่คนในอาณานิคมไม่เคยเรียนรู้ ยากที่จะเชี่ยวชาญในระยะเวลาอันสั้นแพที่ตนยืนอยู่ ก็เริ่มเสียสภาพจากคลื่นน้ำ ที่รุนแรงขึ้น
“ข้าขอผูกแพไม้ ติดกับแพของเจ้าได้หรือไม่?
หญิงสาวแสนสวยส่งเสียงไปหาแพไม้เบื้องหน้า
นาฟที่ได้ยินเสียงดังกล่าวกลับไม่มีปฏิกิริยา ใดๆ เร่งบังคับแพไม้ต่อ
คลื่นน้ำรุนแรงขึ้นเรื่อยๆหญิงสาวกำมือแน่น กัดริมฝีปาก สุดท้ายก็เอ่ยออกไปอีกครั้ง
“องค์กรจันทร์เสี้ยว เป็นของราชวงศ์ การปกป้องดูแลเป็นส่วนหนึ่งของหน้าที่ ข้าเป็นส่วนหนึ่งของราชวงศ์อาณานิคมขอสั่งให้พวกเจ้าทั้งสอง จงช่วยเหลือเดี๋ยวนี้
หน้ากากหมูถึงกับหันไปมองหญิงสาวชุดขาว เกิดลังเลอยู่ชั่วขณะ
“สหาย นางคงเป็นคนของราชวงศ์จริงๆพวกเราควรทำยังไงดี
นาฟก็คิดตามคำพูดของหญิงสาวอยู่ถ้าปล่อยไว้แบบนี้ไม่นาน แพของพวกนางคง พลิกคว่ำแน่
“ท่านช่วยดึงพวกเค้าเข้ามาได้มั๊ย
หน้ากากหมูพยักหน้า หยิบอุปกรณ์เครื่องยิงเชือกขึ้นมา ยิงกลับไปที่แพไม้เบื้องหลัง ดึงแพเข้ามาผูกติดกันไว้ เป็นแพเดียวกันแล้ว
“พวกท่านลดใบเรือลง เดี๋ยวข้าจะบังคับให้เอง
ชายหนุ่มด้านหลังรีบทำตามที่นาฟสั่งทันที หญิงสาวชุดขาวขยับเข้ามาใกล้ๆ นาฟแล้วพยักหน้าให้
นาฟพยายามเดินแพเป็นแนวทแยง เพราะสัมผัสบางสิ่งที่อยู่ใกล้ๆ เกาะกลางที่มีแรงกระทำบางอย่างส่งออกมารุนแรงมาก
แพของกลุ่มของนักศึกษาตอนนี้โครงเคลงอย่างหนัก ใบเรือหลุดปลิวออกไปตอนไหนไม่รู้
ทุกคนเกาะขอบแพกันอย่างใจเต้นระรัวพยายามตรงเข้าสู่เกาะกลางให้เร็วที่สุด ช่วยกันเอามือกวักน้ำ โดยไม่ระวังเกิดคลื่นน้ำ มวลมหาศาลเข้ากระแทกซ้ำแล้ว ซ้ำเล่า
ไม่นานแพไม้ก็แตกออก เพราะทนแรงกระแทกไม่ไหว
ทุกคนหลุดลอยออกไปคนละทิศละทางส่งเสียงหากันอย่างสุดเสียง