ตอนที่ 30: เพลิงโหมชายแดนเหนือ
ค่ำคืน ณ ป้อมปราการพยัคฆ์คำราม ชายแดนเหนือของราชวงศ์เทียนหลง ลมหนาวพัดกรูเกรียวราวกับเสียงโหยหวนของิญญา ท่ามกลางความมืดและอากาศที่เย็นะเื เงาร่างหนึ่งได้เคลื่อนไหวไปตามซอกมุมของกำแพงราวกับไร้ตัวตน
เหลียงในชุดคลุมสีเทาเข้มกลมกลืนไปกับเงาของสิ่งปลูกสร้าง เขาหลบหลีกทหารยามที่เดินตรวจตราด้วยทักษะการลอบเร้นขั้นสูงสุดที่ฝึกฝนมาจากการเอาชีวิตรอดในสนามรบจริง เป้าหมายของเขาไม่ใช่การต่อสู้ แต่คือการทำลายล้างอย่างเงียบเชียบ
เขามาถึงเบื้องหน้ายุ้งฉางเสบียงหลวงที่ใหญ่ที่สุดของค่าย มันคือหัวใจสำคัญที่หล่อเลี้ยงทหารนับหมื่นนาย เขาไม่ได้ลงมือทันที แต่ได้ลอบนำ 'หลักฐาน' ที่เตรียมมาไปวางไว้ตามจุดต่างๆ...เศษซากลูกธนูที่มีขนนกอันเป็เอกลักษณ์ของทหารม้าอสูรทมิฬ และปลอกแขนหนังเก่าๆ ที่มีตราสัญลักษณ์ของแคว้นอสูรทมิฬประทับอยู่
เมื่อทุกอย่างพร้อม เขาก็หยิบขวดน้ำมันดิบออกมาและราดมันไปรอบๆ ฐานของยุ้งฉาง ก่อนจะจุดคบไฟและโยนมันเข้าไปในกองฟางที่แห้งกรอบ
พรึ่บ!
เปลวไฟลุกโหมขึ้นมาในทันที! มันลามเลียยุ้งฉางที่ทำจากไม้อย่างรวดเร็วและรุนแรงราวกับอสูรร้ายที่หิวกระหาย ในเวลาไม่กี่อึดใจ เพลิงก็ลุกท่วมสว่างไสวไปทั่วท้องฟ้ายามค่ำคืน
"ไฟไหม้! ยุ้งฉางไฟไหม้!"
เสียงะโและสัญญาณเตือนภัยดังก้องไปทั่วทั้งค่ายทหาร ท่ามกลางความโกลาหลนั้น เหลียงก็ได้หายตัวไปในเงามืดอย่างไร้ร่องรอย ภารกิจของเขา...สำเร็จลุล่วงแล้ว
ในขณะเดียวกัน ณ ตำหนักเมฆาคล้อยที่อยู่ห่างออกไปหลายพันลี้...
ภายในห้องลับใต้ดิน ร่างของเฟิงหวงกำลังสั่นะเือย่างรุนแรง! ไอพลังงานสีขาวหนาทึบห่อหุ้มร่างของเขาไว้จนมองไม่เห็น ค่ายกลเมฆามายาทั่วทั้งตำหนักทำงานอย่างเต็มกำลังเพื่อกักเก็บแรงกดดันมหาศาลนี้ไว้ไม่ให้เล็ดลอดออกไป
มหาสมุทรลมปราณในตันเถียนของเขากำลังปั่นป่วนราวกับคลื่นั์ มันถูกบีบอัด...และบีบอัด...จนถึงขีดสุด! เขากำลังทุบทำลายกำแพงที่มองไม่เห็นซึ่งกั้นขวางระหว่างขั้นนภากับขั้นจักรพรรดิ...คอขวดที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของโลกเบื้องล่าง!
"ทะลวง!"
เฟิงหวงคำรามในใจ!
เปรี้ยง!
เสียงที่ดังขึ้นในจิตสำนึกของเขาราวกับฟ้าผ่า! กำแพงที่ขวางกั้นได้พังทลายลง! ลมปราณที่เคยเป็เพียงพลังงานบริสุทธิ์ บัดนี้ได้เกิดการเปลี่ยนแปลงเชิงคุณภาพ มันแฝงไว้ด้วย "เจตจำนง" แห่งผู้ปกครอง!
เขาสามารถััได้ถึงทุกสรรพสิ่งในตำหนักเมฆาคล้อยได้อย่างชัดเจน...ใบไม้ทุกใบ สายลมทุกสาย เขาสามารถสั่งให้ฝุ่นที่ลอยอยู่หยุดนิ่งได้ด้วยเพียงแค่ความคิด!
นี่คือพลังแห่ง ขั้นจักรพรรดิ! จุดสูงสุดแห่งปฐมภพ!
เช้าวันรุ่งขึ้น ข่าวจากชายแดนเหนือก็ถูกส่งมาถึงเมืองหลวงด้วยพญาเหยี่ยวที่เร็วที่สุด
แม่ทัพหลิว ผู้บัญชาการป้อมปราการพยัคฆ์คำราม เมื่อพบว่ายุ้งฉางเสบียงถูกเผาจนวอดวายและเห็นหลักฐานที่ถูกทิ้งไว้ ก็บันดาลโทสะอย่างสุดขีด
"พวกเดรัจฉานอสูรทมิฬ! บังอาจล่วงล้ำเข้ามาเผาเสบียงของเรา! นี่คือการประกาศา! ทหาร! ตามข้าบุกข้ามแดนไปสั่งสอนพวกมัน!"
โดยไม่รอราชโองการจากเมืองหลวง แม่ทัพหลิวได้นำกองทหารม้าที่ดีที่สุดของตนบุกข้ามชายแดนเข้าไปโจมตีค่ายของแคว้นอสูรทมิฬเพื่อ "ล้างแค้น" ทันที!
ชนวนา...ได้ถูกจุดขึ้นแล้วอย่างเป็ทางการ!
ลุงจงรีบนำข่าวที่น่าในี้มารายงานเฟิงหวงด้วยใบหน้าที่ซีดเผือด "องค์ชาย! เกิดเื่ใหญ่แล้วพ่ะย่ะค่ะ! มีรายงานด่วนจากชายแดนเหนือ...ยุ้งฉางเสบียงหลวงถูกเผา...และแม่ทัพหลิวได้นำทัพข้ามชายแดนไปแล้ว!"
เฟิงหวงที่เพิ่งออกจากสภาวะบ่มเพาะพลัง ลืมตาขึ้นช้าๆ ดวงตาของเขาในยามนี้ดูลึกล้ำราวกับห้วงจักรวาลที่เต็มไปด้วยดวงดาว เขาลุกขึ้นยืนอย่างมั่นคง รัศมีที่มองไม่เห็นแต่กลับกดดันอย่างมหาศาลแผ่ออกมาจากร่าง ทำให้แม้แต่ลุงจงยังรู้สึกชาวาบไปทั้งตัวและอยากจะคุกเข่าลงโดยไม่รู้ตัว
แทนที่จะตื่นตระหนก...รอยยิ้มที่สงบนิ่งและอ่านไม่ออกกลับปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเฟิงหวง
"ดี" เขากล่าวด้วยน้ำเสียงที่เรียบง่ายแต่กลับก้องกังวานอยู่ในใจของผู้ฟัง
"ในที่สุด...พายุก็มาถึงแล้ว"