เหนือนิรันดร์ จอมราชันเทพยุทธ์

    เล่มที่ 2 บทที่ 52 สำนักเหยียนหยาง

            เขตวิญญาณตะวันออกคือพื้นที่ขนาดใหญ่ที่สุดในเขตวิญญาณ บัดนี้พบโชควาสนาอันหาได้ยากมีผู้เข้มแข็งทั่วสารทิศมาชุมนุมกันเพราะเขตวิญญาณตะวันออกมีสุสานของผู้เข้มแข็งขั้นดาราสวรรค์ที่วายชนม์ท่านหนึ่งปรากฏขึ้นด้วยเหตุนี้ เมื่อกลุ่มอิทธิพลจำนวนมากในพื้นที่ขนาดใหญ่ของเขตวิญญาณทั้งสี่ได้ยินข่าวก็พากันเคลื่อนไหวมาชุมนุมกันที่นี่ เพื่อส่วนแบ่งผลประโยชน์

            นี่คือสุสานของผู้เข้มแข็งขั้นดาราสวรรค์เชียวนะต้องมีสิ่งล้ำค่ามากมายแน่

            ถึงขั้นได้พบโชควาสนาอันหาได้ยาก

            ดังนั้น พวกเขาจะพลาดไม่ได้

            วันนี้เขตวิญญาณตะวันออกมีฝูงชนคลาคล่ำ ทว่ามีสองคนมาถึงที่นี่แต่เนิ่นๆ

            “ไม่รู้ว่าพวกเชี่ยนเอ๋อร์จะมาหรือไม่”

            เซียวเฉินพึมพำอยู่บนหอไจซิง พวกเขาแยกจากกันมาสามเดือนแล้วยังไม่มีข่าวคราวสักนิด ส่วนที่นี่มีอันตรายอย่างยิ่ง คิดถึงตรงนี้ดวงตาก็ฉายแววกังวล

            เสิ่นเล่ยที่อยู่ฝั่งตรงข้ามกวาดตามองเซียวเฉินแล้วเอ่ยเรียบๆ“กังวลไปก็ไม่มีประโยชน์”

            เซียวเฉินยิ้ม

            ความจริง ต่อให้ตนเองกังวลแล้วอย่างไรเล่าตนเองค้นหามาครึ่งเดือนก็ยังไม่มีร่องรอยของพวกเขา กลับพบเสิ่นเล่ยแทนหลังจากคนทั้งสองได้ยินว่ามีสุสานของผู้เข้มแข็งปรากฏขึ้นที่เขตวิญญาณตะวันออกจึงเดินทางมาด้วยกันขณะที่แสวงหาโชควาสนาก็คิดจะตามหาคนของสถานศึกษาชางหวงที่มาหาประสบการณ์ที่นี่ด้วย

            ในเวลาเดียวกันนี้ มีเสียงอุทานดังมา

            เซียวเฉินและเสิ่นเล่ยหันหน้าไปมองพร้อมกันเห็นรถเทียมมังกรพิภพขนาดยักษ์คันหนึ่งแล่นมา บนนั้นมีคนจำนวนมากยืนอยู่

            ผู้นำคือบุรุษหนุ่มคนหนึ่ง สวมชุดขาวยิ่งกว่าหิมะ รูปโฉมหล่อเหลาดวงตาสีทองเปล่งประกายระยิบระยับ เจิดจรัสดุจดวงดารา ให้ความรู้สึกน่ากลัวรัศมีอันแข็งแกร่งทำให้ผู้คนไม่กล้าสบสายตาประหนึ่งเขาเป็นราชันที่นั่งอยู่บนบัลลังก์ ก้มหน้ามองทวยราษฎร์ทุกคนทางด้านหลังต่างมองบุรุษผู้นั้นอย่างเคารพนบนอบ ยิ่งบ่งชัดถึงฐานะของเขา

            “คนสำนักเหยียนหยางของเขตวิญญาณใต้มาแล้ว”

            มีคนส่งเสียงอุทาน เขตวิญญาณใต้มีกลุ่มอิทธิพลใหญ่ห้ากลุ่มปกครองสำนักเหยียนหยางคือหนึ่งในบรรดานั้น

            เห็นได้ถึงศักดิ์ฐานะของสำนักเหยียนหยางในเขตวิญญาณใต้

            ผู้มาอาจจะเป็นโม่เส้าเยี่ยนเจ้าสำนักน้อยของสำนักเหยียนหยางมีคนมองบุรุษหนุ่มบนรถเทียมมังกรพิภพแล้วดวงตาฉายแววตระหนก ทุกคนตกใจและหลีกทางให้ใบหน้าของโม่เส้าเยี่ยนบนรถเทียมมังกรพิภพเผยรอยยิ้มผยอง

            “อวดศักดามาก ถึงกับใช้มังกรพิภพลากรถ” เซียวเฉินหัวเราะเบาๆ

            สมกับเป็นบุตรหลานของกลุ่มอิทธิพลใหญ่ มือเติบจริงๆ

            ทว่าเซียวเฉินเพิ่งเอ่ยจบ พลันรู้สึกได้ว่ามีรังสีเย็นเยียบส่งมาเซียวเฉินหันหน้าไปสบดวงตาสีทองคู่นั้น

            เห็นสีหน้าโม่เส้าเยี่ยนเย็นชา จากนั้นรัศมีแข็งแกร่งก็ปกคลุมพวกเซียวเฉิน

            เซียวเฉินขมวดคิ้ว รวบรวมพลังเสวียนในพริบตา แต่รัศมีของโม่เส้าเยี่ยนกลับสลายไปสุดท้ายยิ้มหยันให้เซียวเฉินราวกับกำลังเยาะเย้ยเขา

            สายตาแบบนั้นทำให้สีหน้าเซียวเฉินอัปลักษณ์

            ตนเองแค่พูดธรรมดาๆ ประโยคเดียวถึงกับถูกเยาะเย้ยนี่คือเรื่องที่เขาทนไม่ได้

            “เจ้าหมายความว่าอย่างไร?”

            เซียวเฉินเอ่ยวาจา น้ำเสียงแฝงความเย็นเยียบสายตามองไปยังโม่เส้าเยี่ยนดุจกระบี่คมกล้า

            เสิ่นเล่ยที่อยู่ด้านข้างก็มีสีหน้าไม่ค่อยดีเช่นกัน

            ดวงเนตรงามมองคนบนรถเทียมแบบไม่มีความรู้สึกดีๆ เลยสักนิด

            “เจ้ากำลังพูดกับข้าหรือ?” โม่เส้าเยี่ยนยิ้มบางๆมองเซียวเฉินอย่างไม่ใส่ใจ แต่เมื่อกวาดตาไปทางเสิ่นเล่ยแววตากลับเปลี่ยนไป

            สาวงาม ไม่ว่าท่วงท่าหรือรูปโฉมล้วนเป็นเอก

            “ขอโทษเสีย”

            เซียวเฉินมองโม่เส้าเยี่ยนแล้วเอ่ยอย่างเย็นชา เขาไม่สนว่าอีกฝ่ายเป็นใครในเมื่อล่วงเกินตนเองก็ต้องขอโทษ

            ส่วนใบหน้าของโม่เส้าเยี่ยนยังมีรอยยิ้ม

            “เจ้ารู้หรือไม่ว่ากำลังพูดอยู่กับใคร?”

            เซียวเฉินเอ่ยเสียงเย็นชา “ข้าไม่สนว่าเจ้าเป็นใคร และไม่สนว่าเจ้าเป็นประมุขน้อยของกลุ่มอิทธิพลใดในเมื่อเจ้าหาเรื่องข้าก็สมควรขอโทษข้า อย่างน้อยนี่คือการให้เกียรติกัน”ทุกคนที่มองพวกเซียวเฉินแบบเหยียดหยามดูแคลนถึงขั้นยังมีแววสงสาร

            พวกเขาสองคนไม่อยากมีชีวิตอยู่แล้วหรือ?

            ถึงกับกล้ายั่วโทสะประมุขน้อยของสำนักเหยียนหยาง?

            ศีรษะถูกประตูหนีบสินะ?

            ถึงกับให้ประมุขน้อยของสำนักเหยียนหยางขอโทษพวกเขา? อย่าว่าแต่ยั่วโทสะเลย ถึงผู้อื่นฆ่าเจ้าก็หาเป็นไรไม่

            เพราะเบื้องหลังของผู้อื่นคือสำนักเหยียนหยาง แล้วพวกเจ้ามีอะไร?

            หลบหลีกยังแทบไม่ทัน แต่พวกเจ้ายังกล้าเสนอหน้า?

            คงเบื่อชีวิตแล้วจริงๆ!

            สีหน้าของโม่เส้าเยี่ยนแปรเปลี่ยนนิดๆ ใบหน้าที่มองเซียวเฉินประดับด้วยรอยยิ้ม

            จากนั้นเอ่ยช้าๆ “เจ้าอยากให้ข้าขอโทษ?”

            พริบตาก็เปลี่ยนสีหน้าทันควัน “เจ้ายังไม่คู่ควรฉวยโอกาสที่ข้ายังไม่มีโทสะ ไสหัวไปให้พ้นจากสายตาข้า ไม่เช่นนั้นจะใช้โลหิตของเจ้าปูถนนสายนี้ให้รถม้าข้าแล่น!” คำพูดของโม่เส้าเยี่ยนหยิ่งทะนง

            เขาเป็นใคร ประมุขน้อยของสำนักเหยียนหยางกลุ่มอิทธิพลสูงสุดในเขตวิญญาณใต้มีศักดิ์ฐานะน่าเคารพถึงขั้นใด!

            เขาคือผู้สืบทอดตำแหน่งประมุขในอนาคตแม้แต่ผู้อาวุโสยังกริ่งเกรงเขาสามส่วน จู่ๆก็มีมดแมลงตัวหนึ่งพูดจาข่มขู่ในเขตวิญญาณตะวันออก ทั้งยังจะให้เขาขอโทษเป็นเรื่องน่าขำเทียมฟ้าโดยแท้

            “เจ้าไสหัวไปได้แล้ว”

            เอ่ยจบ โม่เส้าเยี่ยนจะหันกายจากไป แต่กลับถูกกระบี่เล่มหนึ่งขวางทาง

            ตูม!

            คมกระบี่ปักลงพื้น แผ่นดินสะเทือน จากนั้นปริแตกเป็นทางยาว ตัวกระบี่คำรามแผ่ปราณกระบี่ไร้ที่สิ้นสุดดุจค่ายกลกระบี่นับหมื่น ปราณกระบี่พวยพุ่งเบิกฟ้าในขณะนี้ดั่งแปลงกายเป็นกระบี่เทพที่ทรงพลังสามารถสะบั้นทุกสิ่งเรื่องนี้ทำให้คนสำนักเหยียนหยางทุกคนมีสีหน้าน่าเกลียด

            ส่วนรอบด้านมีคนมามุงดูไม่น้อยเพราะความขัดแย้งของเซียวเฉิน เสิ่นเล่ยกับคนสำนักเหยียนหยาง

            ทุกคนมองดูอยู่ไกลๆ เกรงว่าตนเองจะติดร่างแหไปด้วย

            ยามที่เซียวเฉินลงมือขวางโม่เส้าเยี่ยน ทุกคนต่างสูดลมหายใจหนาวเหน็บ

            เขาถึงกับลงมือจริงๆ! ลงมือกับคนของสำนักเหยียนหยาง!

            ใช้กระบี่ขวางทาง ทรงพลังระดับใด!

            ถึงขั้นมีคนไม่น้อยกำลังคาดเดาฐานะของพวกเซียวเฉินคงไม่ใช่คนของกลุ่มอิทธิพลระดับสูงของเขตวิญญาณตะวันออกหรอกนะ?

            ไม่เช่นนั้น เหตุใดจึงกล้าขวางคนของสำนักเหยียนหยางต่อหน้าธารกำนัล

            “บังอาจ!”

            คนสำนักเหยียนหยางบริภาษอย่างเดือดดาล ปลดปล่อยพลังทั่วร่างออกมาทันทีมีความสามารถขั้นเสวียนฟ้า ดวงตาคู่นั้นแทบพ่นไฟได้เหมือนย้อมด้วยหินหนืดแต่เซียวเฉินกับเสิ่นเล่ยกลับไม่เกรงกลัวคนทั้งสองเป็นผู้มีพรสวรรค์ของสถานศึกษาชางหวง ย่อมมีความทะนงตน ชั่วขณะนี้สีหน้าของโม่เส้าเยี่ยนก็เปลี่ยนเป็นเย็นเยียบ

            พวกเขากล้าขวางทางตน?

            ไม่รู้จักตายแท้ๆ

            “ท่านอาซุน ฆ่าพวกเขาเสียทำให้พวกเขารู้ว่าสำนักเหยียนหยางเราไม่ใช่ว่าผู้ใดก็สามารถล่วงเกินได้!”

            เสียงของโม่เส้าเยี่ยนเพิ่งสิ้นสุด ด้านหลังก็มีบุรุษวัยกลางคนก้าวออกมามีความสามารถขั้นเสวียนฟ้าสองชั้นฟ้าระดับสูงสุดซุนเซิ่งเสวียนคือหนึ่งในองครักษ์ของโม่เส้าเยี่ยนความสามารถแข็งแกร่งและฝีมือไม่ธรรมดาในสำนักเหยียนหยาง

            เห็นซุนเซิ่งเสวียนก้าวออกมา สะบัดมือลงโดยแรง

            สายลมคลั่งม้วนตัวขึ้น พลังเสวียนเหิมเกริมมือเต็มไปด้วยแสงเสวียนอันน่าสะพรึงราวกับสังหารทุกสิ่งได้!

            “รับความตาย!”

            เซียวเฉินสืบเท้าขวางอยู่เบื้องหน้าของเสิ่นเล่ย สายตาเย็นเยียบอีกฝ่ายล่วงเกินตนเองก่อน มิเพียงไม่ขอโทษ กลับหยามเกียรติตนเองต่างๆ นานาตอนนี้ถึงขั้นใช้ผู้เข้มแข็งขั้นเสวียนฟ้าลงมือสังหารตนเองเซียวเฉินเกิดความชิงชังบุคคลเช่นนี้จากใจ หากสายตาสามารถฆ่าคนได้เซียวเฉินคงสับพวกเขาเป็นชิ้นๆ นานแล้ว

            ตูม!

            เซียวเฉินต่อยหมัดออก แผ่นดินสะเทือน

            หมัดนี้ เซียวเฉินออกสุดกำลังโดยไม่ยั้งมือ

            ในเมื่อไม่ขอโทษ เช่นนั้นก็เอาคืน

            ให้พวกเขารู้จุดจบของการล่วงเกินตนเอง!

            ชั่วพริบตา ซุนเซิ่งเสวียนรู้สึกว่าแขนทั้งสองข้างเจ็บปวดเหมือนหมัดนี้ต่อยลงบนแผ่นเหล็กก็มิปาน

            เซียวเฉินพลิกมือรับลูกเตะของซุนเซิ่งเสวียนไว้เร่งเร้าแรงมังกรเถื่อนยุคกำเนิดโลก คว้าขาของซุนเซิ่งเสวียนฟาดลงพื้นอย่างแรงได้ยินเสียงตูม ซุนเซิ่งเสวียนกระแทกพื้นเป็นหลุมลึกภายใต้เรี่ยวแรงมหาศาลเซียวเฉินกลับไม่หยุดมือ สะบัดแขนฟาดซุนเซิ่งเสวียนกับพื้นครั้งแล้วครั้งเล่าแต่ละครั้งฟาดจนเป็นหลุมลึก

            คนที่เห็นต่างอกสั่นขวัญแขวน

            แม้แต่เสิ่นเล่ยก็หวาดกลัว

            ซุนเซิ่งเสวียนถูกฟาดจนโลหิตไหลไม่หยุดความสามารถขั้นเสวียนฟ้าสองชั้นฟ้าถึงกับถูกเซียวเฉินทรมานเยี่ยงสุนัข

            นี่คือผู้มีความสามารถแข็งแกร่งเพียงใด!

            “เขายังเป็นคนอยู่หรือไม่?”

            ทุกคนตกใจจนลูกตาแทบร่วงพื้นส่วนสีหน้าของโม่เส้าเยี่ยนก็อึมครึมจนน่ากลัว

            สภาวะแข็งแกร่งมารวมตัวกันฉับพลัน