เมื่อเห็นทุกคนต่างจ้องมาที่นางเช่นนี้ หลินฟางเซียนจึงตัดสินใจเล่าเื่ทั้งหมดให้กับทุกคนฟัง โดยที่นางเลือกที่จะเล่าเพียงบางส่วนเท่านั้น
"เอ่ออ…ก็ได้เ้าค่ะ ข้าจะเล่าให้ทุกคนฟัง" หลินฟางเซียนพูดแค่นี้ก็เงียบไปและหันหน้าไปมองสามีที มองน้องๆของสามีที จนเป็เซียวเหว่ยเทียนที่ทนไม่ไหวพูดแทรกความเงียบขึ้นมา
"พี่สะใภ้รีบพูดสิขอรับ พวกข้ารอฟังอยู่" เซียวเหว่ยเถียนพูดเร่งหลินฟางเซียน
"น้องรองอย่าเสียมารยาทกับพี่สะใภ้เ้า" เซียวซูเหวินเตือนน้องชาย
"ข้าขอโทษขอรับพี่ใหญ่ ข้าขอโทษขอรับพี่สะใภ้ที่เสียมารยาท" เซียวเหว่ยเถียนกล่าว
"ไม่เป็ไรข้าไม่ได้โกรธเ้า เ้าอย่าได้ทำหน้าเศร้าเช่นนั้นสิ" หลินฟางเซียนตอบ ก่อนจะเล่าเื่ที่ทุกคนอยากจะรู้ให้พวกเขาฟัง
"เอ่อออ ที่จริงถ้าเทียนิไม่ถามขึ้นมา ตัวข้าก็คงไม่ได้สังเกตเช่นกันเ้าค่ะ คือเื่มันเป็เช่นนี้เ้าค่ะ ตอนที่ข้ายังไม่ฟื้น ดวงจิตของข้าได้หลุดออกจากร่าง จากนั้นข้าก็ไม่รู้ว่าข้าไปอยู่ที่ไหนข้ามองไปทางไหนก็มีแต่แสงสว่างสีขาวล้อมรอบ จนกระทั่งข้าเห็นท่านตาท่านนึง ท่านตาบอกกับข้าว่าท่านคือเทพชะตา จากนั้นท่านตาก็พาข้าไปยังอีกโลกนึง ที่นั่นงดงาม มีอะไรหลายๆอย่างที่แคว้นของเราไม่เคยมี มีรถที่ใช้ขับไปได้ทุกที่และรวดเร็วกว่าม้าหรือรถม้ามาก มีอาหารแปลกๆมากมาย มีเสื้อผ้าข้าวของเครื่องใช้ที่สวยงาม มีโทรศัพท์ที่ใช้สื่อสารกัน ต่อให้อยู่ไกลกันแค่ไหนก็คุยกันได้ด้วยการพูดคุยหรือเห็นหน้ากันได้ ไม่ต้องเสียเวลามาเขียนสารเหมือนพวกเรา ที่นั่นทุกคนมีสิทธิเท่าเทียมกันไม่ว่าหญิงหรือชาย ไม่มีแรงงานทาสเหมือนที่นี่ ข้าใช้เวลาที่โลกนั้นถึงสามปี แต่พอฟื้นขึ้นมาจึงได้รู้ว่าที่นี่พึ่งผ่านไปแค่สิบกว่าวัน ก่อนที่ข้าจะฟื้นท่านเทพได้ให้พรแก่ข้ามาด้วยเ้าค่ะ ส่วนกำไลนี่ที่ทุกคนเห็นท่านเทพบอกว่ามันคือกำไลมิติ มันสามารถเก็บทุกอย่างไว้ในนี้ได้ และหากเราอยากจะนำของข้างในออกมาใช้ก็แค่คิดถึงของสิ่งนั้นแล้วของสิ่งนั้นก็จะมาปรากฏให้เรา และไม่มีใครสามารถมาขโมยมันจากข้าไปได้ ที่สำคัญคือหากว่าข้านำกำไลนี้ไปแช่ในน้ำแล้วอธิฐาน เมื่อนำน้ำมาดื่มคนที่ป่วยอยู่ก็จะหายป่วยทันทีหากนำไปรดต้นไม้หรือพืชผักต่างๆก็จะเจริญงอกงามเ้าค่ะ ข้าไม่ได้ตั้งใจจะปิดบังพวกท่านนะเ้าค่ะ ตอนแรกข้าก็ลืมเื่นี้ไปแล้ว พึ่งจะนึกขึ้นได้ก็ตอนที่ถูกถามขึ้นมานี่ล่ะเ้าค่ะ" หลินฟางเซียนเล่าทุกอย่างให้ทุกคนฟังถึงแม้ว่านางจะเล่าแค่บางเื่บางอย่างก็ตาม
"โอ้ววววว!! เื่จริงหรือขอรับพี่สะใภ้ ท่านช่างโชคดีมากๆเลยขอรับที่ได้เจอกับท่านเทพเช่นนี้" เซียวเหว่ยเถียนที่ตั้งใจฟังเื่ที่หลินฟางเซียนเล่าอย่างตื่นเต้นก็พูดขึ้น
"ข้าก็ไม่รู้ว่ากำไลนี้จะเป็อย่างที่ท่านเทพบอกหรือไม่เพราะข้าก็ยังไม่เคยลอง" หลินฟางเซียนตอบออกไปตามจริง
"เช่นนั้นพี่สะใภ้ก็ลองเลยสิขอรับ ข้าอยากจะเห็นขอรับ" เซียวเทียนิ
"เอ่อออ มันจะดีหรือเ้าค่ะ" พูดเสร็จก็หันไปมองหน้าซูเหวินเพื่อขอความคิดเห็น
"ลองดูเถิด เื่ที่เ้าเล่ามาหากมันเป็เื่จริงพวกเราจะได้ช่วยกันระวังตัวไว้ เื่นี้ไม่อาจให้ใครรู้ได้อีก เพราะเ้าอาจจะไม่ปลอดภัย สมบัติมิติข้าเคยได้ยินว่าทั้งแคว้นของเรามีแค่เพียงสองชิ้นเท่านั้นแต่มันไม่ใช่กำไลเช่นของเ้า ข้าเคยได้ยินคนเขาพูดกันว่าฮ่องเต้ก็มีแหวนมิติสองวง วงแรกคือขององค์ฮ่องเต้เป็ผู้ถือครอง ส่วนวงที่สองจะเป็ขององค์รัชทายาท" เซียวซูเหวินบอกสิ่งที่ตัวเองรู้มา
"ถ้าอย่างนั้นเรามาลองกันเถอะเ้าค่ะ" จากนั้นหลินฟางเซียนก็มองไปที่กำไลที่อยู่บนข้อมือ 'อืมมมม จะลองเรียกอะไรออกมาดีน้าาา ฉันซื้ออะไรเก็บไว้บ้างเนี่ยเยอะเกินจนแทบจำไม่หมด งั้นลองเรียกช็อคโกแล็ตดูดีกว่า ไม่ได้กินนานแล้ว ฮ่าๆๆ' เมื่อคิดได้แล้วว่าจะเรียกอะไรออกมา หลินฟางเซียนก็คิดถึงช็อคโกแล็ตยี่ห้อดัง ไม่นานในมือของนางก็มีกล่องช็อคโกแล็ตกล่องใหญ่ปรากฏออกมา เมื่อทุกคนเห็นก็พากันใและตื่นเต้นกับสิ่งที่ตนเองเห็นเป็อย่างมาก
"อั๊ยหยาาาา!! มันคืออะไรหรือขอรับพี่สะใภ้ สิ่งนี้มันกินได้หรือไม่" เซียวเทียนิ
ในโลกที่ข้าเคยไปเขาเรียกมันว่าช็อคโกแล็ต มันกินได้และยังอร่อยมากๆด้วยนะ รสชาติมันหวานๆแบบที่แคว้นเราไม่เคยมีแน่นอน" หลินฟางเซียนตอบ
"เอ่อออ พี่สะใภ้ข้าขอลองกินเ้านี่ดูได้หรือไม่ขอรับ" เซียวเหว่ยเถียนถามขึ้นแบบอายๆ
"ได้สิ เดี๋ยวพี่สะใภ้จะแกะมาให้ทุกคนลองกินดูนะ" จากนั้นหลินฟางเซียนก็ลงมือแกะกล่องแล้วนำช็อคโกแล็ตออกมาให้กับทุกคนได้ลองกินดู แล้วก็เป็ตามที่คิดเพราะทุกคนชอบมาก โดยเฉพาะเหวยเถียนและเทียนิที่กินกันไม่หยุด ปากก็คอยชื่นชมว่าอร่อย
"มันอร่อยมากจริงๆขอรับพี่สะใภ้ ข้าไม่เคยกินของอร่อยเช่นนี้มาก่อนเลย" เซียวเหว่ยเถียน
"ใช่ๆๆขอรับ ข้าเห็นด้วยกับพี่รอง" เซียวเทียนิ
"หากพวกเ้าชอบวันหน้าข้าจะเอามาให้พวกเ้ากินอีก จะให้พวกเ้ากินจนกว่าจะพอใจเลย แต่ขนมพวกนี้กินมากๆไม่ดีต่อร่างกายนะ พวกเ้าต้องกินแต่พอดี เข้าใจหรือไม่" หลินฟางเซียนบอกกับน้องๆสามี
"เข้าใจขอรับ พี่สะใภ้ใจดีที่สุดเลย" เซียวเทียนิกล่าว ส่วนเซียวเหว่ยเถียนก็ได้แต่พยักหน้าเห็นด้วยเพราะมีช็อคโกแล็ตอยู่เต็มปากอยู่
"พวกเ้าสองคนห้ามบอกเื่กำไลมิตินี้กับใครเด็ดขาดเข้าใจหรือไม่ เพราะหากมีคนนอกรู้อาจจะทำให้พี่สะใภ้เ้าเป็อันตรายได้" เซียวซูเหวินกำชับกับน้องๆ
"พวกข้าเข้าใจแล้วขอรับ ข้าจะไม่บอกใครเด็ดขาด" เซียวเหว่ยเถียน
"ข้าก็จะไม่พูดขอรับ" เซียวเทียนิ
พอทุกคนพูดคุยกันจนเข้าใจกันดีแล้ว เซียวซูเหวินจึงได้ลุกออกมานอกบ้านเพื่อไปเช่าเกวียนของหัวหน้าหมู่บ้านนำหมูป่าและปลาไปขายในเมือง ส่วนหลินฟางเซียนก็ให้เหว่ยเถียนและเทียนินั่งพักกินช็อคโกแล็ตในบ้านเพราะเห็นว่าทั้งสองคนคงเหนื่อยจากการช่วยจับปลา แล้วตัวเองก็ออกมาเตรียมปลาแยกใส่ถังแล้วขังเอาไว้ทำอาหารส่วนหนึ่ง ที่เหลือก็จะให้ซูเหวินนำไปขายทั้งหมด เซียวซูเหวินไปไม่นานก็กลับมาพร้อมกับเกวียนวัว มาถึงบ้านก็เห็นภรรยากำลังวุ่นอยู่กับถังปลาอยู่
"เ้ากำลังทำอะไร แล้วเหว่ยเถียนกับเทียนิเล่า" เซียวซูเหวินถามภรรยา
"ข้ากำลังแยกปลาเตรียมไว้ให้ท่านพี่ไปขายเ้าค่ะ เอาแต่ตัวใหญ่ๆก็พอ ส่วนพวกตัวที่ไม่ใหญ่มากข้าขอเก็บไว้ทำอาหารให้ทุกคนกินนะเ้าค่ะ อ้อ!! น้องๆของท่านพี่ข้าเห็นว่าพวกเขาคงเหนื่อยเลยให้พวกเขานั่งพักกินขนมอยู่ในบ้านไปก่อนเ้าค่ะ" หลินฟางเซียนตอบ
"อืมมม แล้วเ้าเล่าไม่เหนื่อยบ้างหรือ เ้าก็เข้าไปพักผ่อนก่อนเถิด ที่เหลือเดี๋ยวข้าจัดการเอง" ขณะที่พูดก็เดินไปยกของขึ้นเกวียนไปด้วย
"ข้าไม่เหนื่อยเ้าค่ะ ท่านพี่เหนื่อยกว่าข้าเสียอีกนะเ้าค่ะ ข้าทำแค่นี้ไม่เหนื่อยเลย" จากนั้นก็ยิ้มให้กับสามี 'มองหน้าทีไรใจเต้นทุกทีเลย หรือว่าข้าจะตกหลุมรักสามีตัวเองเข้าแล้วนะ'
"ข้าไม่เหนื่อยหรอก ขอแค่ให้ทุกคนไม่อดข้าก็พอใจแล้ว ข้าไปก่อนนะขากลับข้าจะได้แวะซื้อของที่เ้าให้ซื้อมาด้วย" เซียวซูเหวิน
"เอ่อออ ท่านพี่ข้าคิดว่าท่านไม่ต้องซื้ออะไรมาแล้วล่ะเ้าค่ะ ข้าคิดว่าพวกข้าวและเครื่องปรุงท่านพี่ไม่ต้องซื้อมาแล้วก็ได้เ้าค่ะ" หลินฟางเซียนรีบบอกสามี
"ทำไม" เซียวซูเหวินที่ได้ฟังที่ฟางเซียนพูดก็สงสัย แล้วถ้าไม่ซื้อพวกเขาจะกินอะไร เพราะข้าวก็ใกล้จะหมดแล้ว
"คือว่าาา..ข้าพึ่งคิดได้ว่าข้าวสารและพวกเครื่องปรุงในกำไลน่าจะมีอยู่เยอะ ท่านพี่ซื้อเนื้อหมูมาสักจินก็พอเ้าค่ะ ส่วนเงินที่เหลือเราเก็บไว้ทำบ้านกันเถอะเ้าค่ะ อีกไม่กี่เดือนก็จะหนาวแล้ว" หลินฟางเซียนบอกในสิ่งที่ตัวเองคิดออกไป
"ข้าเข้าใจแล้ว เ้าเข้าไปพักผ่อนก่อนเถิด"
"เ้าค่ะ เดี๋ยวข้าจะไปทำอาหารไว้กินตอนกลางวันนะเ้าค่ะ ท่านพี่กลับมาจากในเมืองแล้วพวกเราไปขึ้นเขาหาของป่ากันดีหรือไม่เ้าค่ะ"
"อาหารกลางวันหรือ พวกเราไม่เคยกินมื้อกลางวันเลยเ้าไม่ต้องทำก็ได้" เซียวซูเหวินรู้สึกแปลกใจไม่น้อยที่ได้ยินภรรยาบอกว่าจะทำอาหารกลางวัน เพราะครอบครัวของเขาไม่ได้กินอาหารสามมื้อมานานแล้ว ั้แ่ที่ท่านพ่อของเขาเอาสมบัติไปขายจนหมด ครอบครัวของเขาก็ต้องอยู่กันอย่างประหยัดที่สุดั้แ่นั้นมา
"ให้ข้าทำนะดีแล้วเ้าค่ะ ต่อไปนี้พวกเราจะกินข้าววันละสามมื้อ ท่านพี่ไม่ต้องกลัวว่าข้าวจะไม่พอกิน เพราะยังไงของที่อยู่ในกำไลมันก็ไม่มีวันหมด นี่คือพรที่ท่านเทพมอบให้แก่ข้า ต่อไปข้าจะไม่ยอมให้พวกเราต้องทนอดมื้อกินมื้ออีกแล้ว ไหนจะน้องๆทั้งสองคนที่อยู่ในวัยกำลังโตอีกละเ้าค่ะ"
"ขอบใจเ้ามากนะเซียนเออร์ ขอบใจที่เ้ายังห่วงใยน้องๆของข้า"
"ท่านพี่..ข้าไม่ได้ห่วงแค่น้องๆของท่านซะหน่อย แต่ข้าเป็ห่วงท่านด้วยต่างหาก อีกอย่างตอนนี้พวกเราคือครอบครัวเดียวกันแล้วนะเ้าค่ะ ท่านกับข้าที่เป็สามีภรรยากันก็เหมือนกับเป็คนๆเดียวกันแล้ว จะสุขหรือลำบากข้าก็จะไม่ทิ้งท่านพี่และน้องๆของท่านแน่นอนเ้าค่ะ"
เซียวซูเหวินที่ได้ยินว่านางเป็ห่วงตนเองแบบนี้ก็ไม่รู้จะทำตัวเช่นไร รู้สึกทำอะไรไม่ถูกขึ้นมาซะงั้น อยู่ๆก็รู้สึกร้อนๆขึ้นมาที่หน้าตัวเอง
"อื้มมม งั้นข้าไปก่อนนะ กลับมาเราค่อยขึ้นเขากัน" จากนั้นก็หันหลังเดินไปขึ้นเกวียนแล้วออกจากบ้านไปทันที
หลินฟางเซียนที่ยังยืนอยู่ที่เดิมก็ได้แต่มองตามหลังสามีที่บังคับเกวียนออกไป 'ทำไมต้องรีบขนาดนั้น เมื่อกี้ยังคุยกันดีๆอยู่เลย แต่เอ๊ะ..เมื่อกี้ท่านพี่หน้าแดงด้วยนี่ หรือว่าท่านพี่จะเขินข้าหรือไม่นะ ฮ่าๆๆๆ...น่ารักจังเลย สงสัยข้าต้องเริ่มจีบสามีตัวเองดูบ้างแล้วแหละ อิอิ' คิดแล้วก็เดินยิ้มเข้าบ้านไปเพื่อเตรียมอาหารมื้อกลางวัน
"เหว่ยเถียน เทียนิ เ้าสองคนอยากกินอะไรหรือไม่ พี่สะใภ้จะทำอาหารมื้อกลางวันให้พวกเ้ากิน" หลินฟางเซียนถามทั้งสองคน
"พวกข้าสองคนไม่อยากกินหรอกขอรับ เก็บข้าวไว้กินตอนเย็นก็ได้ขอรับพี่สะใภ้" เซียวเหว่ยเถียนตอบ
"ไม่อยากกินก็ต้องกิน ต่อไปนี้พวกเราจะกินข้าววันละสามมื้อ" หลินฟางเซียน
"แต่ถ้าเรากินสามมื้อแบบนั้น ข้ากลัวว่าเราจะไม่มีเงินไปซื้อข้าวกับแป้งบ่อยๆนะขอรับ" เซียวเหว่ยเถียน
"ใช่ขอรับ ข้าเห็นด้วยกับพี่รอง" เซียวเทียนิ
"เ้าสองคนไม่ต้องคิดมากหรอกน่า พวกเ้าลืมไปแล้วหรือว่าข้ามีกำไลที่ท่านเทพมอบให้มา ต่อไปนี้ข้าจะไม่ยอมให้ครอบครัวเราต้องอดอยากอีกแล้ว ถึงตอนนี้เราจะไม่มีเงินแต่เรายังมีข้าวกิน เมื่อเรากินอิ่มเราก็จะมีแรงทำงานเพื่อหาเงิน เ้าสองคนเข้าใจที่ข้าพูดหรือไม่" หลินฟางเซียนบอกให้ทั้งสองคนเข้าใจ
"ข้าเข้าใจแล้วขอรับ" เซียวเหว่ยเถียน
"ข้าก็เข้าใจขอรับ" เซียวเทียนิ
เมื่อเห็นว่าทุกคนเข้าใจในสิ่งที่นางพูดแล้ว หลินฟางเซียนจึงเรียกข้าวสารออกมาจากมิติ เป็ข้าวที่หลินฟางเซียนซื้อไว้เยอะมาก ตั้งใจจะซื้อเพื่อไปบริจาคให้กับชาวเขาที่อาศัยอยู่บนดอย แต่ก็ไม่เคยคิดว่าจะได้นำมาไว้กินเองในชาตินี้ ซึ่งถ้ามองอีกมุมนึงก็ถือว่าตัวนางเองนั้นโชคดีมาก หลินฟางเซียนเรียกข้าวออกมาจากกำไลมิติสองถุง หนึ่งถุงหนักถึงยี่สิบชั่งเลยทีเดียว นอกจากข้าวแล้วนางยังเรียกเอาเครื่องปรุงต่างๆออกมาด้วย ไม่ว่าจะเป็เกลือ น้ำตาล น้ำปลา ผงปรุงรส และซอสต่างๆ แถมมาด้วยไอศกรีมรสวนิลาอีกสองแท่งให้กับเหว่ยเถียนและเทียนิด้วย
"โอ้วววว พี่สะใภ้นี่มันข้าวนี่ขอรับ ข้าวขาวมากเลยขอรับ" เซียวเหว่ยเถียนที่เห็นสิ่งของต่างๆที่หลินฟางเซียนเรียกออกมาเยอะแยะมากมายก็อดตื่นเต้นกับของใหม่ๆที่พึ่งเคยเห็นไม่ได้จึงได้พูดออกมา
"พี่สะใภ้ท่านมีข้าวเยอะขนาดนี้เลยหรือขอรับ แล้วของพวกนั้นคือสิ่งใดขอรับ ข้าไม่เคยเห็นมาก่อนเลย" เซียวเทียนิ
"ข้าวที่พวกเ้าเห็นยังมีไม่ถึงครึ่งที่ข้ามีเลย ส่วนของพวกนี้คือพวกเครื่องปรุงต่างๆ และนี่คือไอศกรีมข้าเอามาให้พวกเ้ากิน ถ้าพวกเ้าอยากรู้ว่ารสชาติมันเป็ยังไง ก็ลองกินดูสิ" จากนั้นหลินฟางเซียนก็สอนวิธีแกะถุงพลาสติกออกแล้วส่งไอศครีมให้กับเหว่ยเถียนและเทียนิลองกินดู
"ฮื้มมมม อร่อยมากเลยขอรับ" เซียวเทียนิ
"อร่อยจริงๆเลยขอรับ รสชาติทั้งหวานทั้งหอม แถมยังเย็นสดชื่นมากเลยขอรับ ข้าชอบมันมากเลย" เซียวเหว่ยเถียน
"ฮ่าๆๆ..กินช้าๆก็ได้ไม่มีใครมาแย่งพวกเ้ากินหรอก อ้อ...ถ้าเ้าสองคนกินเสร็จแล้วก็เอาข้าวนี่ไปให้ท่านตากับท่านยายด้วยนะ เอาเกลือกับน้ำตาลนี่ไปด้วย" พูดเสร็จก็หันไปจัดการนำผ้ามาลองที่ก้นตะกร้าเพื่อกันข้าวหกลงพื้น เสร็จแล้วก็เทข้าวใส่ตะกร้าไม้ไผ่สานแล้วนำผ้ามาปิดคลุม้าไว้อีกที ที่ต้องทำแบบนี้ก็เพื่อไม่ให้คนอื่นสงสัย เพราะหากยกไปทั้งถุงแบบที่ในโลกก่อนเขาทำกันคงไม่ดีแน่ๆ ส่วนเกลือและน้ำตาลหลินฟางเซียนก็แยกเทใส่ไหเล็กๆไว้ หลังจากเตรียมของเสร็จนางก็เดินไปที่อ่างน้ำหลังบ้าน เพราะนางคิดจะทำปลาราดพริกให้ทุกคนลองกินเป็อาหารมื้อกลางวัน จึงต้องไปจัดการปลาซะก่อน
จัดการปลาเสร็จแล้วก็ถือจานใส่ปลาเดินไปในครัวเพื่อก่อไฟเตรียมทอดปลาก่อน พอก่อไฟเสร็จแล้วทั้งสองเตาฟางเซียนก็เลือกหุงข้าวหนึ่งเตา ส่วนอีกเตานางก็จะใช้ทอดปลา 'โชคดีนะเนี่ยที่ซื้อพวกเครื่องปรุงแล้วก็ผักบางส่วนไว้ในกำไล ไม่อย่างนั้นคงหาเครื่องปรุงในยุคนี้ลำบากแน่ๆ เฮ้อออ' คิดแล้วก็ได้แต่ทำใจยอมรับในโชคชะตาของตัวเอง แล้วจึงตั้งใจทำอาหารต่อ ใช้เวลาสักสองก้านธูปฟางเซียนก็ทำอาหารเสร็จ พอออกจากครัวมาก็เจอกับเหว่ยเถียน เทียนิที่กลับมาจากบ้านท่านยายซู่เจินพอดี
"อ้าว..กลับมากันแล้วหรือ" หลินฟางเซียนถามกับทั้งสองคน
"ขอรับ ท่านตากับท่านยายฝากข้ามาขอบคุณพี่สะใภ้ด้วยขอรับ แล้วมีอะไรให้พวกข้าสองคนทำอีกหรือไม่ขอรับ" เซียวเหว่ยเถียนถามกลับ
"ไม่มีแล้วล่ะ ข้าว่าจะไปซักผ้าซะก่อนเ้าสองคนอยู่เฝ้าบ้านรอท่านพี่กลับมาก็แล้วกัน อีกไม่นานท่านพี่ก็คงกลับมาแล้วล่ะ วันนี้เราจะขึ้นเขาไปหาเก็บของป่ากัน" หลินฟางเซียนบอกกับทั้งสองคนแล้วก็เดินเข้าบ้านไปเอาเสื้อผ้าออกไปซักที่ลำธาร
"ขอรับ / ขอรับ" ทั้งสองคนตอบรับพร้อมกัน
ระหว่างทางที่ต้องเดินไปยังลำธารที่คนในหมู่บ้านชอบนำเสื้อผ้าไปซักกันนั้นก็เดินสวนกันกับชาวบ้านบ้าง บางคนก็ทักทายบ้างตามมารยาทส่วนบางคนก็ใช้สายตาดูถูกนางแล้วเดินผ่านไป ซึ่งหลินฟางเซียนก็ไม่คิดจะสนใจกับคนพวกนี้อยู่แล้ว หลังจากที่เดินมาไม่นานก็ถึงลำธาร
"อั๊ยหย๋าาาา!! ดูซิว่านั่นใคร นี่ไม่ใช่นางทาสเก่าของบ้านข้าหรอกหรือ ข้าได้ข่าวว่าป่วยหนักจนนอนไม่ฟื้นตั้งหลายวัน ก็หลงนึกว่าตายไปแล้วซะอีก หึหึ" เป็หลินอ้ายฉิงที่เกลียดหลินฟางเซียนอยู่แล้ว พอเห็นหลินฟางเซียนเดินมาจึงตั้งใจจะหาเื่กลั่นแกล้งด่าทอนางเหมือนกับที่ทำมาตลอดตอนที่หลินฟางเซียนอาศัยอยู่ที่บ้านของนาง
หลินฟางเซียนที่ได้ยินแบบนั้นในใจก็นึกโกรธอยู่บ้าง แต่ด้วยความที่ไม่อยากมีเื่จึงไม่พูดอะไรแล้วเดินไปนั่งลงที่ข้างลำธาร นั่งซักผ้าของนางโดยไม่สนใจสายตาของพวกชาวบ้านที่มองมา บางคนก็มองอย่างสงสารเห็นใจ แต่บางคนก็มองแบบสะใจ ส่วนหลินอ้ายฉิงที่เห็นว่าหลินฟางเซียนไม่สนใจที่นางพูดก็เริ่มโกรธมากกว่าเดิม จึงเริ่มพูดจาทำร้ายจิตใจเพื่อหวังให้หลินฟางเซียนโกรธ
"นี่เ้ากล้าดีอย่างไรถึงได้เดินหนีข้าเช่นนี้ เ้าอยากเจ็บตัวอีกใช่หรือไม่" หลินอ้ายฉิงพูดเท่าไรหลินฟางเซียนก็ทำเฉยไม่สนใจนางเลยแม้แต่น้อย
"นี่!! นังฟางเซียน นังอกตัญญู ข้าอุตส่าห์ยกท่านพี่ซูเหวินคู่หมั้นของข้าให้เ้าได้แต่งแทนข้าไป เ้ายังกล้าทำไม่สนใจข้าเช่นนี้ได้อย่างไร นังคนสารเลวข้าจะตีเ้าให้ตายเลย" พูดจบหลินอ้ายฉิงก็เดินไปหยิบท่อนไม้ เดินตรงไปหาหลินฟางเซียนเพื่อหวังจะทำร้ายนาง แต่ครั้งนี้หางตาของหลินฟางเซียนที่เห็นว่าหลินอ้ายฉิงกำลังถือไม้เดินเข้ามาหาตัวเองก็ลุกขึ้นยืนอย่างช้าๆแล้วหันหลังกลับไปมองหน้าหลินอ้ายฉิงทันที
"เ้าก็ลองเข้ามาดูสิ แล้วเรามาดูกันว่าครั้งนี้เ้าจะทำร้ายข้าอยู่ฝ่ายเดียวเหมือนเมื่อก่อนได้อีกหรือไม่" หลิงฟางเซียนพูดออกไปอย่างไม่ได้รีบร้อนอะไรนัก
"ข้าไม่สน เ้าจะทำอะไรข้าได้นังคนชั้นต่ำ วันนี้ข้าจะสั่งสอนเ้าเอง คราวหน้าเ้าจะได้รู้ไว้ว่าอย่ามาคิดทำเป็ไม่สนใจข้าอีก หึ!!" หลินอ้ายฉิงมีหรือว่าจะยอมฟังในสิ่งที่หลินฟางเซียนพูด นางเดินถือไม้เข้าไปหาหลิงฟางเซียนแล้วง้างมือที่ถือไม้ขึ้นมา จากนั้นก็ฟาดลงไปหวังจะให้โดนที่หัวของหลินฟางเซียน แต่หลินฟางเซียนที่เคยเรียนเทควันโดมาก่อนมีหรือที่จะหลบไม่ได้ พอเบี่ยงตัวหลบท่อนไม้ที่หลินอ้ายฉิงตีลงมาได้แล้ว หลินฟางเซียนก็ใช้เท้าถีบเข้าที่ท้องของหลินอ้ายฉิงทันที ซึ่งการถีบครั้งนี้นางถีบเข้าไปจนสุดแรงที่มีเลยก็ว่าได้ ส่วนคนอื่นๆที่ยืนดูทั้งสองคนทะเลาะกันก็ต้องใไปตามๆกันที่วันนี้พวกเขาเห็นหลินฟางเซียนกล้าสู้กับหลินอ้ายฉิง เพราะที่ผ่านมาชาวบ้านแทบจะทุกคนจะเห็นแค่หลินฟางเซียนผู้น่าสงสารถูกหลินอ้ายฉิงคอยตามหาเื่มาตลอด แต่วันนี้กลับไม่เป็เช่นนั้นแล้ว หลินฟางเซียนเปลี่ยนไปจนทำให้บางคนถึงกับตกตะลึง แต่บางคนก็แอบสะใจที่เห็นหลินอ้ายฉิงถูกทำร้ายเช่นกัน
"กรี๊ดดดดดด!! นังฟางเซียนแกกล้าทำร้ายข้า ข้าจะไปบอกท่านแม่ให้มาจัดการกับเ้า" หลินอ้ายฉิงที่โดนฟางเซียนถีบอย่างแรงก็รู้สึกจุกมาก จึงได้แต่ยืนกุมท้องของตัวเองแล้วะโด่าหลินฟางเซียนไม่หยุด
"เชิญเ้าไปฟ้องเลย เมื่อก่อนที่ข้ายอมให้ครอบครัวเ้าและเ้าทำร้ายข้า ยอมให้ครอบครัวของเ้าใช้งานข้าเยี่ยงทาสก็ถือว่าข้ากตัญญูต่อผู้ที่ให้ที่อยู่อาศัยแก่ข้ามากพอแล้ว ตอนนี้ข้าแต่งออกมาจากบ้านของเ้าแล้ว ข้าก็เหมือนคนอื่นไปแล้ว ส่วนเื่ที่ท่านลุงท่านป้าและเ้าให้ข้าแต่งเข้าบ้านท่านพี่ซูเหวิน นั่นก็เป็เพราะเ้าเห็นว่าท่านพี่ซูเหวินยากจนไม่ได้ร่ำรวยเหมือนเมื่อก่อนไม่ใช่หรือ เป็เ้าที่ไม่อยากแต่งและไม่อยากคืนของหมั้นแก่พี่ซูเหวินไม่ใช่หรอกหรือถึงได้บังคับให้ข้ามาแต่แทนเ้า แต่ยังไงข้าก็ต้องขอบคุณพวกเ้าสักหน่อยก็แล้วกันที่ยกให้ข้าแต่งแทนเ้า เพราะถึงท่านพี่ซูเหวินจะไม่ร่ำรวยแต่เขาก็เป็คนดี ดีมากเลยล่ะ ดีแบบที่ชาตินี้ทั้งชาติเ้าก็คงจะหาสามีดีๆเช่นข้าไม่ได้แน่ๆ หึหึ..กลับไปซะแล้วอย่ามายุ่งกับข้าอีก ถ้ายังกล้ามายุ่งกับข้าและครอบครัวข้าอีกอย่าหาว่าข้าไม่เตือนก็แล้วกัน"
"เ้าๆๆ ฝากไว้ก่อนเถอะ ข้าจะไปฟ้องท่านแม่ให้ท่านแม่มาจัดการเ้า ข้าจะบอกให้ท่านแม่มาตีเ้าให้ตายเลยนังคนสารเลว" เมื่อเห็นว่าตัวเองคงสู้ไม่ได้ บวกกับรู้สึกอับอายสายตาชาวบ้านที่มองมา หลินอ้ายฉิงก็ถือตะกล้าแล้วเดินกลับบ้านของตนทันที ส่วนหลินฟางเซียนก็หันหลังกลับไปซักผ้าของนางต่อ โดยเลือกที่จะไม่สนใจสายตาชาวบ้านที่กำลังมองมาที่นางอยู่
"เหว่ยเถียน ท่านพี่ยังไม่กลับมาอีกหรือ" หลังจากตากผ้าเสร็จหลินฟางเซียนก็กลับเข้ามาในบ้าน แต่กลับไม่พบสามีตัวเองจึงได้เอ่ยปากถาม
"กลับมาแล้วขอรับ พี่ใหญ่กับเทียนินำเกวียนไปคืนท่านลุงหัวหน้าหมู่บ้านขอรับ" เซียวเหว่ยเถียนตอบ
"อืมมม เช่นนั้นเดี๋ยวข้าไปอุ่นกับข้าวก่อน หากท่านพี่กับเทียนิกลับมาจะได้กินข้าวกัน" หลินฟางเซียนบอก
"ขอรับ"
หลินฟางเซียนอุ่นอาหารเสร็จซูเหวินและเทียนิก็กลับมาพอดี ทั้งสี่คนจึงได้พากันนั่งกินข้าว แต่วันนี้ฟางเซียนได้รับคำชมจากเด็กชายทั้งสองคนมากเป็พิเศษ เพราะปลาราดพริกวันนี้มีรสชาติที่อร่อยกว่าอาหารทุกมื้อที่พวกเขาเคยกินมา ปลาที่นำมาทำก็ไม่คาวเหมือนที่เคยได้ยินคนอื่นๆเขาเล่ามา เนื้อปลาที่กรอบ น้ำราดที่มีรสชาติเผ็ดนิดๆ เปรี้ยวอมหวานตัดกับรสเค็มน้อยๆกินกับข้าวขาวร้อนๆมันช่างอร่อยอย่าบอกใคร ทั้งสามคนพี่น้องพากันเติมข้าวถึงคนล่ะสามชามเลยทีเดียว เมื่อกินเสร็จเหว่ยเถียนกับเทียนิก็เก็บจานชามไปล้าง วันนี้พวกเข้ากินข้าวจนหมดหม้อเลย ทั้งข้าวทั้งอาหารไม่มีอะไรเหลือเลยจริงๆ