“คุณหนูเจ้าคะ คุณชายใหญ่โจวมาขอพบเจ้าค่ะ” ซุนอิงสาวใช้คนสนิทของไฉลี่หลินเข้ามารายงาน
ไฉลี่หลินได้ยินก็เขินอายจนทำอะไรไม่ถูก วันนี้หลังจากไฉลู่ซือกลับจากบ้านสกุลโจว พี่ชายก็บอกกับนางว่าได้มอบกล่องของขวัญให้โจวหลี่เฉียงเรียบร้อยแล้ว แต่ไม่นานนางก็เริ่มกลับมาเป็นกังวล ในเมื่อมอบของขวัญให้แล้ว เหตุใดโจวหลี่เฉียงจึงต้องมาพบนางที่บ้านด้วย หรือว่าเขาจะไม่ยินดีรับที่จะรับของขวัญชิ้นนั้น หรือว่าเขาต้องการเอาของมาคืน “ซุนอิง เวลานี้คุณชายโจวอยู่ที่ใด”
“อยู่กับคุณชายใหญ่ที่ศาลาริมน้ำเจ้าค่ะ”
ไฉลี่หลินให้สาวใช้เปลี่ยนชุดให้ ก่อนที่จะเดินออกไปพบกับโจวหลี่เฉียง นางพยายามรักษาท่าทางให้ดูสงบ ซึ่งนางต้องใช้ความพยายามอย่างยิ่งที่จะระงับความตื่นเต้นและความกังวลนี้ไว้
“ลี่หลิน มาแล้วหรือ เข้ามาสิ วันนี้หลี่เฉียงมีธุระจะคุยกับเจ้า” ไฉลู่ซือเรียกน้องสาว
ก่อนที่ไฉลี่หลินจะมาถึง ไฉลู่ซือก็ได้พูดคุยกับโจวหลี่เฉียงอยู่ก่อนแล้ว และได้รู้ว่าที่โจวหลี่เฉียงต้องการมาพบไฉลี่หลินก็เพราะต้องการจะบอกความในใจกับนาง และหากทั้งสองคนมีใจตรงกัน โจวหลี่เฉียงก็จะให้ผู้ใหญ่มาสู่ขอไฉลี่หลินตามประเพณีอย่างถูกต้องทันที
ไฉลู่ซือมองว่าที่น้องเขยอย่างถูกใจ หากน้องสาวของเขาได้แต่งงานกับผู้ชายที่จริงใจและมีความสามารถ อีกทั้งครอบครัวฝ่ายชายล้วนแต่เป็นคนดี เท่านี้ในใจของคนเป็นพี่อย่างเขาก็วางใจได้แล้ว
“พวกเจ้าคุยกันอยู่ที่นี่ ข้าจะไปรออยู่ที่ศาลาเล็กด้านโน้น” ไฉลู่ซือบอกน้องสาว
“คุณหนูไฉ คือ...เอ่อ...คือว่าข้าได้รับของขวัญจากเจ้าแล้ว” โจวหลี่เฉียงล้วงผ้าเช็ดหน้าลายดอกโบตั๋นตีแดงออกมาจากอกเสื้อ “ความหมายของโบตั๋นสีแดงดอกนี้...”
“หากคุณชายไม่ถูกใจ ท่านก็ทิ้งมันไปได้เลยเจ้าค่ะ ไม่ต้องลำบากนำมาคืนด้วยตัวเอง” ไฉลี่หลินก้มหน้าพยายามซ่อนน้ำตาเอาไว้ เพราะคิดว่าโจวหลี่เฉียงกำลังจะนำผ้าเช็ดหน้ามาคืน
“ข้าจะทิ้งมันไปได้อย่างไร ข้า...ข้าชอบมันมาก” โจวหลี่เฉียงรีบตอบ
“แล้วท่านมาหาข้าด้วยเรื่องใดหรือเจ้าคะ” ไฉลี่หลินถามอย่างเขินอาย
“คุณหนูไฉ หากข้าจะให้ท่านพ่อมาสู่ขอเจ้า เจ้าจะยินดีหรือไม่ เพราะว่าข้าชอบเจ้า ข้าชอบเจ้ามาก และข้าอยากให้เจ้ารู้ถึงความจริงใจของข้า” โจวหลี่เฉียงพูดความในใจออกไปอย่างรวดเร็ว
ไฉลี่หลินทั้งตกใจทั้งเขินอาย และที่มากกว่านั้นคือความดีใจจนยากจะบรรยาย “ข้า...ข้าแล้วแต่ท่านพ่อเจ้าค่ะ”
“เจ้าไม่ได้รู้สึกอย่างใดกับข้าเป็นพิเศษหรอกหรือ เหตุใดถึงต้องแล้วแต่บิดาของเจ้าด้วย หรือว่าข้าคิดไปเองว่าผ้าเช็ดหน้าผืนนี้...” โจวหลี่เฉียงเริ่มไม่มั่นใจ
ต้องบอกว่าก่อนที่โจวหยวนเฉิงจะมาที่บ้านหญิงสาวในดวงใจ น้องชายตัวดีอย่างโจวหยวนเฉิงได้กำชับให้กับเขาหนักหนาว่าให้รีบสารภาพความในใจออกไปโดยเร็ว อีกทั้งให้ถามความรู้สึกของฝ่ายหญิงให้แน่ชัดด้วย และตอนนี้โจวหลี่เฉียงก็ทำตามคำแนะนำของน้องชายทุกอย่าง แต่กลายเป็นว่าคำตอบของไฉลี่หลินนั้นไม่ใช่สิ่งที่เขาคาดคิด ‘แล้วตกลงแม่นางไฉรู้สึกอย่างไรกับข้าหรือนี่ นางบอกว่าแล้วแต่บิดา แสดงว่านางกำลังปฏิเสธข้าใช่หรือไม่’
“คุณชายโจว เรื่องการแต่งงานของข้าล้วนต้องแล้วแต่บิดาจะตัดสินใจ แต่เรื่องผ้าเช็ดหน้าผืนนั้น ข้า...ข้าตั้งใจมอบให้ท่านจริงๆ เจ้าค่ะ” ไฉลี่หลินไม่เข้าใจจริงๆ นางพูดออกไปขนาดนี้แล้ว เหตุใดโจวหลี่เฉียงจึงยังไม่เข้าใจ
“พอแล้ว ปล่อยให้พวกเจ้าพูดกันเองอย่างนี้ ไม่แน่ว่าชาตินี้พวกเจ้าคงไม่มีโอกาสได้แต่งงานกันแล้ว” ไฉลู่ซือพูดขึ้นอย่างขัดใจ เพราะศาลาเล็กที่เขานั่งอยู่นั้นไม่ได้ไกลจากศาลาที่สองหนุ่มสาวคุยกันอยู่เลย เขาได้ยินบทสนทนาของทั้งคู่ทุกคำพูดได้อย่างชัดเจน “หลี่เฉียง เจ้าฟังพี่ชายคนนี้ให้ดี ผ้าเช็ดหน้าผืนนั้นลี่หลินตั้งใจทำให้เจ้าจากใจของนาง แต่ที่นางบอกเจ้าว่าเรื่องการแต่งงานต้องแล้วแต่บิดาก็เพราะการตกลงหมั้นหมาย นางไม่อาจตอบรับได้ด้วยตัวเอง หากเจ้าส่งแม่สื่อมาทาบทามกับบิดาของข้าอย่างถูกต้อง บิดาก็จะเป็นคนมาถามความสมัครใจของนางเอง เจ้าก็รีบไปทำตามพิธีการที่ถูกต้องให้เร็วเถอะ”
“นี่หมายความว่า...แม่นางไฉ ข้าจะรีบให้ท่านพ่อจัดการเรื่องนี้ให้เร็วที่สุด เจ้ารอข้านะ” โจวหลี่เฉียงเริ่มเข้าใจอะไรขึ้นมาบ้างแล้ว “พี่ลู่ซือ ขอบคุณมากนะขอรับ ถ้าเช่นนั้นวันนี้ข้าขอตัวก่อน”
โจวหลี่เฉียงเดินออกจากกลับออกไปด้วยรอยยิ้มสดใส ปล่อยให้ไฉลู่ซือและไฉลี่หลินมองตามอย่างไม่ขบขัน
“ข้าไม่คิดว่าโจวหลี่เฉียงจะทึ่มขนาดนี้ เหตุใดเขาถึงไม่ฉลาดและหัวไวเหมือนเวลาที่เขาทำการค้ากันนะ” ไฉลู่ซือพูดกับน้องสาวอย่างไม่จริงจังนัก
“คุณชายโจวไม่ได้ทึ่มสักหน่อยเจ้าค่ะ เขาแค่อยากได้ความมั่นใจเท่านั้น” ไฉลี่หลินรีบออกตัวแทน
“นี่เจ้าถึงกับออกตัวแทนเขาแล้วอย่างนั้นหรือ” ไฉลู่ซือมองน้องสาวยิ้มๆ “ลี่หลิน เรามีกันอยู่แค่สองคนพี่น้อง การที่เจ้าจะได้แต่งให้กับคนดีๆ อย่างคุณชายโจวนั้น ข้าดีใจยิ่ง ข้าคงไม่ต้องเป็นห่วงเรื่องอนาคตของเจ้าอีกแล้ว”
“ขอบคุณเจ้าค่ะพี่ใหญ่” ไฉลี่หลินมองพี่ชายอย่างซาบซึ้ง
โจวสือชวินและฝูเจา ในฐานะบิดาบุญธรรมและบิดาที่แท้จริง ต่างก็ยินดีอย่างยิ่งเมื่อได้รู้ว่าลูกชายคนโตของบ้านมีหญิงสาวในดวงใจแล้ว และว่าที่ลูกสะใภ้ของพวกเขาก็ไม่ใช่ใครที่ไหน เป็นคุณหนูไฉลี่หลิน บุตรสาวเพียงคนเดียวของท่านเจ้าเมืองอีกด้วย มีเรื่องดีอย่างนี้มีหรือที่ผู้อาวุโสทั้งสองจะรอช้า ไม่ว่าจะเป็นแม่สื่ออันดับหนึ่งของเมือง ของหมั้นแบบจัดเต็ม และร้านค้าที่จะมอบให้ว่าที่ลูกสะใภ้ถูกตกแต่งออกมาอย่างหรูหรา
โจวหยวนเฉิงกับหลินซูลี่ยืนดูพิธีหมั้นของโจวหลี่เฉียงและไฉลี่หลินอยู่ที่มุมหนึ่งของห้อง
“พี่หยวนเฉิง พี่ใช่ไหมคะที่เสนอความคิดเรื่องพิธีหมั้นสุดอลังการอย่างนี้ออกมาน่ะ” หลินซูลี่กระซิบถามคู่หมั้น
“พี่ชายจัดงานหมั้นทั้งที พี่จะปล่อยให้เป็นงานเล็กๆ ได้ยังไง อย่างงานหมั้นของเรา ถ้าเธอไม่ห้ามพี่ไว้นะ พี่ก็จะจัดให้ใหญ่เหมือนกันนั่นล่ะ” โจวหยวนเฉิงกระซิบตอบเช่นกัน
“คู่นี้จะจัดพิธีแต่งงานกันเมื่อไหร่คะ”
“จัดวันเดียวกับงานแต่งของเราเลย”
“ทำไมล่ะคะ ท่านพ่อของพี่ยอมด้วยเหรอ พี่ชายกับน้องชายจัดงานแต่งวันเดียวกัน”
“ไม่ยอมก็ต้องยอม ลี่ลี่รู้ไหมว่าทำไมพี่ถึงอยากจัดงานแต่งวันเดียวกับพี่หลี่เฉียง”
“ไม่รู้ค่ะ” หลินซูลี่ส่ายหน้า
โจวหยวนเฉิงกระซิบเข้าไปใกล้หูคู่หมั้นมากกว่าเดิม “เพราะพี่ไม่อยากให้ใครมารบกวนพิธีส่งตัวเข้าหอของเราน่ะ”
“พี่หยวนเฉิง!” หลินซูลี่อุทานออกมาเสียงดัง เรียกให้แขกทุกคนในงานหันมามองเธอเป็นตาเดียว เมื่อรู้สึกตัวเธอก็ก้มหน้าหลบด้วยความอาย
“ลี่เอ๋อ เกิดอะไรขึ้นหรือ” หลินป๋อฉือเดินเข้ามาถามน้องสาวอย่างเป็นห่วง
“ไม่มีอะไรหรอกเจ้าค่ะ ข้าแค่ตกใจ พอดีมีแมลงบินมาเกาะที่เสื้อ ข้าขอโทษด้วยนะเจ้าคะ” หลินซูลี่ตอบพี่ชาย
“ใช่ๆ มีแมลงบินมาเกาะที่ไหล่ของลี่เอ๋อน่ะ แต่ว่าข้าปัดออกไปแล้ว” โจวหยวนเฉิงพูดสำทับขึ้นอีกคน
“พี่ใหญ่ พี่หยวนเฉิง ข้าขอตัวไปหาท่านแม่ก่อนนะเจ้าคะ”
เมื่อเห็นน้องสาวเดินออกไปแล้ว หลินป๋อฉือจึงถามโจวหยวนเฉิงเพราะยังไม่หายสงสัย “เมื่อครู่ ลี่เอ๋อเป็นอะไรไป หรือว่าเจ้าแกล้งน้องสาวข้าอีกแล้ว ระวังเถอะ ข้าจะให้ท่านแม่เลื่อนงานแต่งออกไปก่อน”
“มีแมลงมาเกาะที่ไหล่ลี่เอ๋อจริงๆ เจ้าก็รู้ว่าลี่เอ๋อกลัวแมลงมาก” โจวหยวนเฉิงหันไปหาเพื่อน “เดี๋ยวนะ เมื่อครู่เจ้าบอกว่าจะให้ท่านแม่เลื่อนงานแต่งออกไปก่อนอย่างนั้นหรือ ดูท่าแล้ว เจ้าคงยังไม่อยากจัดงานหมั้นของเจ้าเร็วๆ นี้เหมือนกันสินะ”
“หยวนเฉิงเพื่อนรัก ข้าเป็นพี่ชายก็ต้องห่วงน้องสาวมากเป็นธรรมดา ส่วนเรื่องเลื่อนงานแต่ง ข้าแค่แกล้งแหย่เจ้าเล่นเท่านั้น” หลินป๋อฉือเปลี่ยนท่าทีเป็นอ้อนวอนเพื่อนแทน เพราะคนรักของเขาคือหญิงสาวที่ทำงานที่ร้านเช่าหนังสือของโจวหยวนเฉิง อีกทั้งบิดาของนางยังสนิทสนมกับโจวหยวนเฉิงมากอีกด้วย
‘เฉาเยว่’ เป็นบุตรสาวของอาจารย์เฉาจิ่งที่สอนอยู่ที่สำนักศึกษาลำดับที่สอง ซึ่งอาจาร์เฉาจิ่งก็คืออาจารย์ที่เคยเป็นพยานในการประลองระหว่างโจวหยวนเฉิงกับจ้าวตงจื่อเมื่อครั้งยังเรียนอยู่ที่สำนักศึกษานั่นเอง
เฉาเยว่ได้รับการถ่ายทอดความรู้มาจากบิดามากมาย แต่เพราะเกิดมาเป็นลูกผู้หญิง โอกาสที่จะได้แสดงความสามารถนั้นจึงมีน้อย เฉาเยว่เป็นคนไม่ชอบอยู่เฉย นางจึงมาขอร้องให้โจวหยวนเฉิงช่วยหางานให้นางทำ สุดท้ายเพราะโจวหยวนเฉิงเกรงใจอาจารย์เฉาจิ่ง เขาจึงรับเฉาเยว่ให้เข้ามาเป็นผู้ดูแลที่ร้านเช่าหนังสือ ซึ่งก็เหนือความคาดหมายของโจวหยวนเฉิงมาก เพราะเฉาเยว่บริหารร้านเช่าหนังสือได้ดีมาก จนเวลาไม่มีบัณฑิตคนใดในเมืองหยินที่ไม่รู้จักร้านเช่าหนังสือของสกุลโจวเลย
หลินป๋อฉือก็เช่นกัน เพราะเขาเป็นคนชอบอ่านหนังสือ เขาจึงมักจะแวะเวียนมาเลือกดูหนังสือที่ร้านเช่าหนังสือสกุลโจวอยู่ตลอด ทำให้เขาได้มีโอกาสรู้จักกับเฉาเยว่ หลังจากนั้นทั้งสองก็ได้สานสัมพันธ์กันจนกำลังจะจัดพิธีหมั้นกันในไม่ช้านี้