เหยียนจื่อชิงขมวดคิ้วมุ่นเพราะคำถามแข็งกร้าวของนาง หลังจากประคองเหมยอี๋เหนียงให้นั่งลงก็ปรายตามองน้องหญิงของตนแวบหนึ่ง “อย่าได้คิดว่าทุกคนล้วนติดค้างเจ้าไปเสียหมด ขอเพียงเป็นคนมีสมองย่อมไม่ทำเรื่องโง่เง่าเช่นนี้”
เดิมทีตระกูลขุนนางเก่าแก่ไม่มีเรื่องที่เป็นความลับต่อกันได้อยู่แล้ว ความสัมพันธ์ของบ่าวด้วยกันยิ่งซับซ้อนกว่าตระกูลคนธรรมดาไม่น้อย ดังนั้นเรื่องที่เกิดขึ้นในเรือนวันนี้ไม่แน่ว่าอีกประเดี๋ยวคงได้ลือกันไปทั่ว
“ท่าน...”
เหยียนจื่อชิงเห็นว่านางยังคิดเอ่ยปากพลันขยับเข้าใกล้ ก่อนกล่าวเสียงกระซิบว่า “อย่าลืมว่าเจ้าอายุสิบหกแล้ว ไม่มีเวลาให้ก่อความวุ่นวายอีก หากทำให้ท่านแม่ใหญ่โกรธ เรื่องแต่งงานของเจ้าคงเป็นตัวอย่างที่ดีที่สุด”
แม้จะไม่ชอบท่าทางเอาแต่ใจของนาง ทว่าเห็นแก่ที่เป็นลูกแม่เดียวกัน เขาจำต้องตักเตือนสักประโยค แต่ก่อนตนเองได้รับการเลี้ยงดูอยู่ข้างกายฮูหยินจึงรู้จักนิสัยของอีกฝ่ายดี
...อย่าได้เห็นว่ายามปกตินางไม่มีปากมีเสียงอะไร ทว่าคนที่ทำให้นางขุ่นเคืองล้วนมีจุดจบไม่ดีทั้งสิ้น หลายปีมานี้บิดาของเขาก็เป็นตัวอย่างให้เห็นแล้วไม่ใช่หรือ
วาจาแฝงนัยเตือนของเหยียนจื่อชิงทำให้เหยียนฉิงมีสีหน้าปั้นยาก นางไม่ใช่คนโง่ ย่อมทราบว่าชะตาชีวิตของตนอยู่ในกำมือเจี่ยนซื่อ แต่ความอัดอั้นตันใจที่ไม่อาจระบายได้กลับยังทำให้นางรู้สึกหงุดหงิดงุ่นง่านใจยิ่งนักอยู่ดี
เหมยอี๋เหนียงซึ่งอยู่ด้านข้างทนเห็นเหยียนฉิงมีท่าทีไม่สบายใจไม่ได้ จึงเม้มปากปลอบโยนเสียงเบาว่า “ฉิงเอ๋อร์ ฮูหยินไม่ถือสาหรอก วันหน้าเจ้าอย่าได้ยั่วโทสะนางอีกเลยนะ”
“อย่ามายุ่งกับข้า ทั้งหมดล้วนเป็นเพราะท่าน”
เหยียนฉิงกล่าวจบก็ร้องไห้วิ่งออกไป ใบหน้าซีดขาวของเหมยอี๋เหนียงกลายเป็นยิ้มขมขื่น น้ำเสียงเย้ยหยันของนางดังชัดกังวานอยู่ในหูเหยียนจื่อชิง “เป็นความผิดของข้าหรือ”
เช้าตรู่วันรุ่งขึ้น เหยียนจื่อชิงไปยังเรือนชิงจู๋แต่ฟ้าสาง
เมื่อเจี่ยนซื่อเห็นเขา สีหน้าที่เคยเรียบเฉยพลันเบิกบานขึ้นเล็กน้อย “เจ้ารองมาแล้ว!”
“ท่านแม่”
เหยียนจื่อชิงคารวะนางตามธรรมเนียม ทว่าเจี่ยนซื่อกลับโบกมือเป็นนัยว่าไม่ต้องมากพิธี แม้นางจะไม่ชอบเหมยอี๋เหนียงกับเหยียนฉิง แต่สำหรับเหยียนจื่อชิงกลับไม่ได้รังเกียจอะไร อย่างไรเสียตนเองก็เลี้ยงดูอีกฝ่ายมานาน
เหยียนจื่อชิงมีท่าทีกระสับกระส่ายอยู่บ้างหลังจากนั่งลง ผ่านไปครู่ใหญ่เหมือนจะรวบรวมความกล้าได้ “เรื่องเมื่อวานลูกได้ยินมาบ้างแล้ว ฉิงเอ๋อร์ทำเกินไปจริงๆ ขอรับ”
“อืม ตัวนางล่ะ”
ในเมื่อนางมีอำนาจเบ็ดเสร็จในการจัดการทุกอย่าง เรื่องนี้ย่อมต้องสืบสาวเอาความให้กระจ่าง การทะเลาะเบาะแว้งของเด็กๆ สืบความได้ไม่ยากนัก ช่วงใกล้พลบค่ำจึงทราบทุกที่มาที่ไปและสาเหตุอย่างกระจ่างแจ้งแล้ว
“ฉิงเอ๋อร์สำนึกเสียใจนัก ทั้งยังต้องลมเย็นเป็นไข้...”
น้องหญิงของเขาผู้นั้นดื้อรั้นเกินไป เดิมทีวันนี้คิดจะพานางมาด้วย แต่อีกฝ่ายกลับแกล้งป่วยเสียอย่างนั้น ตนทำอะไรไม่ได้จึงได้แต่มาคนเดียวแล้ว
“อย่างนั้นหรือ”
เจี่ยนซื่ออือออรับคำเบาๆ แม้จะไม่ทราบว่าเหยียนจื่อชิงพูดจริงหรือไม่ แต่ไม่มีทางหนีความรับผิดชอบด้วยคำกล่าวอ้างว่าป่วยไปได้หรอก! ตนเองในฐานะแม่ใหญ่จะปล่อยนางไปง่ายๆ เช่นนี้ได้เยี่ยงไร
“ท่านแม่...”
“เจ้ารอง เจ้าเป็นบุตรชายคนโตของท่านเหยียนโหว ควรให้ความสนใจเรื่องภายนอกเรือน ไม่ใช่เรื่องหยุมหยิมเล็กน้อยพวกนี้”
สองมือใต้แขนเสื้อของเหยียนจื่อชิงรวบเข้าหากันเบาๆ จากนั้นจึงปล่อยเรื่องนี้ไปแล้วพูดคุยกับนางเรื่องอื่นแทน เพียงไม่นานก็กล่าวคำอำลา