บทที่ 5: บะหมี่เกี๊ยวหมูแดงยุทธภพะเื กับบททดสอบสายส่งเดช
แสงไฟนีออนสีส้มสลัวๆ จากป้ายหน้าร้าน "ครัวคุณลุงริมคลอง" ส่องกระทบผิวน้ำในคลองแสนแสบระยิบระยับยามค่ำคืน ลมยามดึกพัดโชยเอาความชื้นและกลิ่นอายความวุ่นวายของเมืองหลวงเข้ามาปะทะ หลี่ิในชุดผ้ากันเปื้อนทองคำป้องกันน้ำมันกระเด็นกำลังยืนเท้าสะเอว หายใจเข้าออกเป็จังหวะตามหลักการโคจรลมปราณตั้นแท่น เพื่อเตรียมรับมือกับ่เวลาดึกสงัดที่มักจะมีแขกไม่ได้รับเชิญแวะเวียนมาหาเื่เสมอ
หน้าจอโฮโลแกรมใสแจ๋วกะพริบแสงสีฟ้าสว่างวาบ พร้อมข้อความตัวอักษรวิ่งเตือนความพร้อมของระบบช่างกลแพทย์แผนไทยผสมผสาน
[แจ้งเตือนระบบ: พลังงานชี่กงสะสมครบ 2,000 แต้ม!]
[ภารกิจรอบดึกพิเศษ: 'บะหมี่เกี๊ยวหมูแดงทะลวงจิติญญา' ปลดล็อกแล้ว! เงื่อนไข: ท่านต้องรังสรรค์เมนูบะหมี่เกี๊ยวที่ใช้หลักการควบคุมแรงดันไฟฟ้าแบบ CMOS และพลังปราณเก้าสลึง เพื่อเยียวยาจิตใจของลูกค้ายามวิกาล มิฉะนั้นระบบจะทำการล็อกเตาแก๊สเป็เวลาห้าชั่วยาม!]
"ให้ตายสิ เล่นบังคับกันดะแบบนี้ตลอด... เก่งนักทำไมไม่มาผัดเองวะเนี่ย!" หลี่ิบ่นอุบพลางส่ายหัวเบาๆ แต่สองมือก็ไม่รอช้า หยิบเส้นบะหมี่ไข่เส้นแบนสีเหลืองทองอร่ามที่ทำสดใหม่ขึ้นมาเตรียมลวกทันที
กริ๊ง... กริ๊ง...
เสียงกระดิ่งลมหน้าร้านดังขึ้นแ่เบา พร้อมกับการก้าวเข้ามาของชายหนุ่มร่างสูงโปร่งในชุดเสื้อแจ็คเก็ตหนังสีดำ ทรงผมยุ่งเหยิง ใบหน้าโทรมจัดราวกับไม่ได้นอนมาสามวันสามคืน "ผู้กองธน องครักษ์พิทักษ์ราตรี" ตำรวจหนุ่มสายสืบประจำสน.ท้องถิ่น เดินคอตกเข้ามาทิ้งตัวลงนั่งที่โต๊ะมุมอับ สายตาเหม่อลอยมองตรงไปข้างหน้าราวกับคนหมดอาลัยตายอยาก
"พ่อครัวหลี่... เอาบะหมี่เกี๊ยวหมูแดงน้ำซุปเดือดๆ ชามนึง เอาแบบที่กินแล้วลืมความเครียด ลืมคดีฆาตกรรม ลืมผู้ต้องหาที่วิ่งหนีเตลิดไปเมื่อหัวค่ำทีเถอะวะ สมองฉันตอนนี้มันะเิเป็เสี่ยงๆ แล้วเนี่ย!" ผู้กองธนฟุบหน้าลงกับโต๊ะไม้เสียงดังปึ้ง
หลี่ิมองลูกค้าหนุ่มด้วยแววตาเห็นอกเห็นใจ ดวงตาสคมกริบฉายประกายแสงสีทองจางๆ วิเคราะห์ธาตุขันธ์ในร่างกายของอีกฝ่ายทันทีตามตำราแพทย์แผนไทย "อาการแบบนี้... ธาตุไฟในหัวใจกำเริบหนัก ความเครียดสะสมจนลมปราณตีบตันขึ้นสมอง นอนไม่หลับติดต่อกันหลายคืนสินะครับผู้กอง?"
ผู้กองธนเงยหน้าขึ้นมองด้วยความประหลาดใจ "เห้ย... แกรู็ได้ไงวะ หรือว่าแอบสะกดรอยตามฉัน?"
"ผมไม่ได้สะกดรอยตามครับ แต่ผมเป็เซียน... อะแฮ่ม! เป็พ่อครัวผู้เชี่ยวชาญด้านบำบัดจิตใจด้วยอาหารต่างหากเล่า!" หลี่ิเปลี่ยนคำพูดแทบไม่ทัน ร่างกายเคลื่อนไหวด้วยความเร็วสูงราวกับภูตพราย มือซ้ายตั้งหม้อลวกเส้นบะหมี่ มือขวาเตรียมแผ่นเกี๊ยวห่อหมูสับปรุงรสแน่นๆ
ในเมื่อต้องใช้หลักการ CMOS ควบคุมความสมดุล หลี่ิจึงหลับตาลงตั้งจิตประสานเป็หนึ่งเดียวกับกระแสไฟฟ้าสถิตและลมปราณชี่กง
พรึบ! ฉ่า!
หม้อน้ำซุปกระดูกหมูเคี่ยวเค็มกลมกล่อมเดือดพลั่านขึ้นด้วยแรงดันลมปราณ เส้นบะหมี่สีเหลืองทองถูกโยนกลิ้งลงไปในน้ำเดือดจัดเพียงสามวินาที ก่อนจะถูกตักขึ้นมาสะเด็ดน้ำแล้วคลุกเคล้ากับน้ำmันกระเทียมเจียวหอมๆ จนเส้นเหนียวนุ่มไม่เละ เกี๊ยวหมูสับก้อนโตเนื้อเด้งดึ๋งลอยตุ๊ปปองขึ้นมาเคียงคู่กับหมูแดงย่างเตาถ่านสีแดงฉาน หั่นเป็ชิ้นหนานุ่มฉ่ำซอส โรยหน้าด้วยผักชีโรยและกากหมูเจียวกรุบกรอบ
หลี่ิร่ายรำกระบี่มือเปล่ากลางห้องครัวเป็กระบวนท่าสุดท้าย ตักน้ำซุปใสแจ๋วร้อนๆ ราดลงบนชามบะหมี่ กลิ่นหอมหวลของกระดูกหมูเคี่ยวข้ามคืนผสมผสานกับรากผักชีและพริกไทยดำพุ่งทะยานเตะจมูกผู้กองธนเข้าอย่างจังจนดวงตาที่อิดโรยเบิกกว้างขึ้นมาทันที
ชามบะหมี่เกี๊ยวหมูแดงร้อนๆ ถูกนำมาวางเสิร์ฟตรงหน้าด้วยความนอบน้อม "เชิญครับผู้กอง! บะหมี่เกี๊ยวหมูแดงทะลวงจิติญญาสูตรแพทย์แผนไทยประยุกต์ ทานตอนร้อนๆ ซดน้ำซุปคล่องคอ รับรองว่าความเครียดเื่คดีความจะปลิวหายไปกับสายลมค่ำคืนนี้แน่นอน!"
ผู้กองธนไม่รอช้า หยิบตะเกียบขึ้นมาคีบเส้นบะหมี่เข้าปากคำโต ตามด้วยการซดน้ำซุปร้อนๆ ซี้ดปากด้วยความฟิน
อืมมม...
รสชาติกลมกล่อมละมุนลิ้นของน้ำซุปกระจายซ่านไปทั่วช่องปาก เส้นบะหมี่เหนียวนุ่มกำลังดี เกี๊ยวหมูสับแน่นๆ ละลายในปาก และหมูแดงย่างหอมหวานละมุน พลังปราณชี่กงที่แฝงมากับน้ำซุปพุ่งตรงเข้าสู่เส้นประสาทและสมองส่วนที่ล้า ช่วยผ่อนคลายความตึงเครียดของกล้ามเนื้อคอและบ่าให้คลายตัวลงในพริบตา ความเหนื่อยล้าจากการทำงานหนักมาทั้งวันราวกับถูกปัดเป่าให้หายวับไปด้วยปลายนิ้วัั
"โอโห... พ่อครัวหลี่!" ผู้กองธนอุทานลั่นร้าน น้ำตาคลอเบ้าด้วยความซาบซึ้งใจ "นี่มันไม่ใช่แค่บะหมี่ธรรมดา... แต่มันคือยาวิเศษชุบชีวิตชัดๆ! กินแล้วรู้สึกสมองโล่งปลอดโปร่ง หายเครียดเป็ปลิดทิ้งเลยวะ!"
หน้าจอโฮโลแกรมตรงหน้าหลี่ิกะพริบแสงสีเขียวสว่างวาบ พร้อมเสียงดนตรีเฉลิมฉลองความสำเร็จดังก้องในโสตประสาท
[ภารกิจสำเร็จลุล่วง: ผู้กองธนพึงพอใจระดับสูงสุด!]
[ได้รับแต้มพลังงานชี่กงเพิ่ม 1,000 แต้ม และปลดล็อกคัมภีร์ลับขั้นสูง 'สุกี้กุ้งสะท้านภพภาคสอง']
หลี่ิแอบถอนหายใจยาวเหยียดด้วยความโล่งอก ยืนยิ้มรับคำชมจากนายตำรวจหนุ่ม ท่ามกลางความเงียบสงบของยามวิกาลริมคลองแสนแสบ รอยยิ้มและเสียงหัวเราะของลูกค้าคือเครื่องยืนยันว่า ต่อให้เขาจะเป็อดีตเซียนกระบี่ผู้พลัดหลงมิติ การได้มาทำหน้าที่พ่อครัวรังสรรค์ความอร่อยเยียวยาผู้คนในโลกใบนี้ ก็เป็วิถีชีวิตบทใหม่ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยคุณค่าและความสุขอย่างแท้จริง!