ความแตกร้าวในฐานลับ
ในอุโมงค์ลับเสียงคนงานหลายสิบคนถกเถียงกันวุ่นวายข่าวลือจากสื่อหลักที่เรนาตาปล่อยออกไปแพร่กระจายเข้ามาในชุมชนอย่างรวดเร็ว — “เรมิโอจะเข้าร่วมรัฐบาลในไม่ช้า”
“เขาขายเราแล้ว!”แรงงานวัยกลางคนะโลั่น ใบหน้าแดงก่ำด้วยความโกรธ “ครอบครัวฉันก็ถูกจับทำไมเขาถึงได้รับอภิสิทธิ์ให้รอด?”
เสียงโต้กลับจากอีกกลุ่มดังขึ้น“อย่าด่วนตัดสิน! เรมิโอไม่ใช่คนแบบนั้น!”
การโต้เถียงเกือบกลายเป็การลงไม้ลงมือจน นายตำรวจน้ำดี ก้าวออกมาขวางตรงกลางเสียงของเขาดังก้องไปทั่วอุโมงค์ “หยุด!อย่าลืมสิว่าใครกันที่ยืนแนวหน้ากับพวกเราในวันชุมนุม ใครกันที่ถูกจับล้มลงเพราะไฟช็อตแทบเอาชีวิตไม่รอด”
บรรยากาศชะงักลงทันที แพทย์หญิงใจเด็ด ที่ยืนอยู่ด้านหลังเอ่ยเสริมเสียงแ่แต่มั่นคง“ฉันเป็คนรักษาเขาด้วยมือของฉันเอง แผลที่ยังอยู่บนร่างนั้นไม่ใช่ของคนทรยศแต่เป็ของนักสู้”
สายตาหลายคู่ค่อยๆ ลดความแข็งกร้าวลง แต่เมล็ดแห่งความสงสัยก็ยังคงฝังอยู่ในใจของบางคน…
บทสนทนาของครอบครัว
ค่ำคืนในคฤหาสน์อัลฟอนโซ คุณครูสาวในร่างใหม่ ได้พบพ่อแม่สั้น ๆ ภายใต้การจับตามองของทหารพ่อแม่ของเธอรีบโผเข้ากอดลูกสาวด้วยน้ำตา
“ลูก…เราขอโทษที่ช่วยอะไรไม่ได้เลย” มารดาสะอื้นจนเสียงสั่น
เธอส่ายหน้าน้ำเสียงสั่นพร่าแต่แน่วแน่ “อย่าโทษตัวเองเลยค่ะ พวกเขาใช้พวกเราเป็หมากฉันรู้ดีว่าต้องทำยังไง”
บิดามองหน้าลูกสาวด้วยความห่วงใย“ลูกจะยอมแต่งงานจริง ๆ หรือ…? ปิเอโตรไม่ใช่คนที่เธอรัก”
น้ำตาคลอเต็มขอบตาแต่เธอฝืนยิ้มบาง “มันเป็เพียงหน้ากากค่ะ พ่อ…เพื่อให้พวกเขาเชื่อว่าเรายอมสยบเราจะซื้อเวลา จนกว่าจะถึงวันที่เราสามารถโต้กลับ”
คำพูดนั้นทำให้ทั้งพ่อและแม่สะอื้นหนักขึ้นกว่าเดิมแต่ในใจลึก ๆ พวกเขารู้ว่าลูกสาวไม่ได้ยอมแพ้…เธอกำลังแข็งแกร่งเกินกว่าที่ใครจะจินตนาการ
สาบานใต้เงามืด
ภายในอุโมงค์ใต้ดินที่ชื้นและมืด แรงงานหนุ่ม นั่งกอดเข่าพิงผนังเสียงเครื่องจักรเก่าที่ใช้สูบน้ำดังอืดอาดราวกับหัวใจที่สั่นคลอนเขาเอามือกุมหน้า ร่างกายเต็มไปด้วยความสิ้นหวัง
คุณครูสาวในร่างใหม่ เดินเข้ามาเงียบ ๆ นั่งเคียงข้างกลิ่นโลหะเย็นจากร่างสังเคราะห์ยังใหม่เกินไปจนผิวเธอซีดขาวเธอยื่นมือวางลงบนฝ่ามือหยาบกร้านที่สั่นเทา
“ฉันมันอ่อนแอ…ไม่อาจปกป้องใครได้เลย”เขาพึมพำ น้ำเสียงแตกพร่า “ครอบครัวถูกจับ เธอเกือบตาย…แล้วฉันยังจะเรียกตัวเองว่า‘ผู้ชาย’ ได้ยังไง”
เธอหันหน้ามาสบตาดวงตาในร่างใหม่ยังคงเป็ประกายคุ้นเคย“เรมิโอ…อย่าให้พวกเขาชนะด้วยการทำให้เธอเกลียดตัวเอง”
เขาเงยขึ้นน้ำตาคลอ “แล้วฉันควรทำยังไง? ถ้ายอมครอบครัวรอด แต่เพื่อน ๆ จะเรียกฉันว่าทรยศ ถ้าไม่ยอม ครอบครัวตายต่อหน้าต่อตา”
เธอสบตาเขาแน่วแน่“บางครั้งทางออก…ไม่ใช่เลือกซ้ายหรือขวาแต่คือเดินตรงไปข้างหน้าแม้มันเป็เส้นด้าย เราจะยอมก้มหัวให้พวกเขา แสร้งทำตามแต่ในหัวใจเราจะไม่ยอมแพ้”
คำพูดนั้นเหมือนเปลวไฟที่ส่องสว่างในอุโมงค์มืดเขาคว้ามือเธอมากุมแน่น “ถ้าอย่างนั้น…ไม่ว่าคนทั้งโลกจะมองว่าเราคือคนทรยศเราจะรู้กันสองคนว่า เรากำลังซ่อนเขี้ยวรอเวลาโต้กลับ”
เงื้อมมือของเรนาตา
ในคฤหาสน์สว่างไสว ลูกสาวท่านผู้นำ นั่งพิงเก้าอี้บุนวมสีแดงเธอมองจอภาพที่ฉายภาพครอบครัวเรมิโอถูกกักขัง เสียงร้องไห้ดังแ่ ๆผ่านเครื่องขยาย เธอยิ้มบาง ๆ ดวงตาเปล่งประกายเ็า
“ผู้ชายอย่างเขา…สุดท้ายก็ไม่ต่างอะไรกับหนูในกรงเมื่อเราเอาชีวิตครอบครัวมาแขวนไว้” เธอหันไปสั่งการผู้ใต้บังคับบัญชา“กระจายข่าวไปว่าเรมิโอจะเข้าร่วมรัฐบาลในไม่ช้าให้แรงงานเริ่มลังเลในผู้นำของพวกมัน”
เื้ัรอยยิ้มใสซื่อในนามซอนญ่ากำลังเผยให้เห็นพิษร้ายของเรนาตาที่แท้จริง เธอไม่ได้้าเพียงการเชื่อฟังแต่้าทำลายชื่อเสียงของเรมิโอจนเขาไม่เหลือที่ยืน
หมั้นในเงามืด
ห้องโถงคริสตัลของตระกูลอัลฟอนโซประดับธงสีดำทองทหารยืนเฝ้าเรียงราย ปิเอโตร ก้าวขึ้นแท่นกลางห้อง รอยยิ้มเย็นปรากฏบนใบหน้า“ในอีกไม่กี่วัน จะมีพิธีหมั้นระหว่างฉัน…กับจูเลียน่า”
พ่อแม่ของคุณครูสาวถูกบังคับให้นั่งฟังดวงตาแดงก่ำด้วยความเ็ปพวกเขาแทบขาดใจเมื่อต้องเห็นลูกสาวถูกใช้เป็เครื่องมือทางการเมือง
ปิเอโตรยกแก้วไวน์ขึ้น“นี่ไม่ใช่เพียงเื่รัก หากแต่เป็การผนึกพันธมิตรใหม่ระหว่างเืแท้ของอัลฟอนโซ กับเืลูกผสม H1 ที่รัฐบาลเลือกให้ยอมรับ”
เสียงปรบมือของชนชั้นสูงดังสะท้อนในห้องกว้างแต่มันเย็นเยียบจนพ่อแม่ของเธอรู้สึกเหมือนถูกกลืนลงเหว
ศัตรูหมายเลขหนึ่ง
ค่ำคืนเดียวกันจอโฮโลแกรมทั่วเมืองฉายภาพ เบนาโต ในชุดเครื่องแบบเต็มยศใบหน้าดุดันประกาศเสียงก้อง
“เมกะโลเซียเข้าสู่ยุคใหม่ของความมั่นคง!ทุกแรงงานต้องติดตั้งชิป GPSเพื่อติดตามตรวจสอบ หากผู้ใดขัดขืนคือฏต่อรัฐ”
เสียงประกาศหยุดลงครู่หนึ่งก่อนเขาจะะโด้วยน้ำเสียงเ็า “และบัดนี้ ศัตรูหมายเลขหนึ่งของรัฐ ได้แก่อดีตตำรวจอะมาเดโอ แพทย์หญิงวิเวียน่า และหัวหน้าฏโดมินิโค…จงตามล่ามันมาไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน!”
เสียงปรบมือดังกึกก้องจากเหล่านายพลแต่ท่ามกลางเงามืด เสียงหายใจของประชาชนกลับเต็มไปด้วยความหวาดหวั่นเมืองทั้งเมืองกลายเป็เรือนจำที่มองไม่เห็นกำแพง
แผนลับที่ยังไม่ถูกเปิดเผย
ในอุโมงค์ใต้ดินหลังประกาศกฎอัยการศึก เรมิโอและจูเลียน่า สบตากันอีกครั้งความมืดรายล้อมแต่หัวใจทั้งคู่สว่างกว่าที่เคย
“เราจะแสร้งทำตามเกมของพวกเขา”จูเลียน่าเอ่ยเสียงนิ่ง “ฉันจะรับหมั้นเพื่อซื้อเวลาเธอจะยอมรับใช้เพื่อปกป้องครอบครัว แต่ในเงามืด…เราจะเป็คนเตรียมการตอบโต้”
เขากัดฟันน้ำเสียงเต็มไปด้วยแววเด็ดเดี่ยว“เราจะเป็ดั่งหนามในดอกกุหลาบ…ซ่อนพิษไว้จนถึงวันที่มันแทงทะลุหัวใจศัตรู”
มือทั้งสองประสานกันแน่นท่ามกลางเสียงเครื่องจักรอืดอาดมันเป็สัญญาอันเงียบงันของสองหัวใจ—ที่จะยอมเสียชื่อ เสียเกียรติแต่ไม่ยอมเสียอนาคตที่แท้จริง
จบตอนที่ 10
( 9 ก.ย.68 )