จารึกที่ 158 : ค่ายกลสามประสาน : เพลงยุทธ์บนซากปรักหักพัง
"ฆ่า!"
เสียงตะโกนก้องของ ชายสวมหน้ากากกะโหลก เป็นสัญญาณเปิดฉากการปะทะ
เปลวเพลิงสีเลือดลุกโชนขึ้นรอบกายของมัน ก่อนจะก่อตัวเป็นหัวกะโหลกไฟนับสิบหัว พุ่งเข้าใส่กลุ่มของอาเจียราวกับฝูงผึ้งแตกรัง!
"รับมือ!" เย่ปิงอวิ๋น ตวาดก้อง
นางสะบัด พู่กันหยกขาว ในมืออย่างพลิ้วไหว ปลายพู่กันวาดผ่านอากาศทิ้งรอยหมึกสีน้ำเงินเข้มเอาไว้
"วิชาพู่กันเหมันต์ : กำแพงวารีเยือกแข็ง!"
รอยหมึกเหล่านั้นขยายตัวออกกลายเป็นกำแพงน้ำแข็งหนาทึบขวางกั้นลูกไฟมรณะ
ตูม! ตูม! ตูม!
เสียงระเบิดดังสนั่น น้ำแข็งแตกร้าวแต่ยังคงต้านทานไว้ได้ ไอเย็นยะเยือกแผ่ออกมาปะทะกับไอร้อนจนเกิดหมอกหนาทึบ
ในจังหวะนั้นเอง ชายถือเคียวโซ่ ก็พุ่งฝ่าหมอกควันเข้ามา!
โซ่สีดำที่ปลายติดใบมีดคมกริบพุ่งฉกไปที่ลำคอของ ฉินมู่หลาง ราวกับงูพิษ
"ลูกไม้ตื้นๆ!" คุณชายฉินแค่นเสียง
เขาวาด กระบี่เหล็กเขียว ในมือเป็นวงกลม สร้างม่านกระบี่หมุนวนปัดป้องโซ่นั้นออกไป
เคร้ง! เคร้ง!
ประกายไฟแลบแปลบปลาบทุกครั้งที่โลหะปะทะกัน ความเร็วของทั้งคู่มองแทบไม่ทันด้วยตาเปล่า
ส่วน ชายสวมเกราะกระดูก... เป้าหมายของมันคือ อาเจีย!
"ตายซะเถอะไอ้หนู!"
มันพุ่งเข้าชนด้วยพละกำลังมหาศาล ร่างกายที่หุ้มด้วยกระดูกหนามแหลมเปรียบเสมือนรถศึกที่มีชีวิต
อาเจียยืนนิ่ง ไม่ขยับหนี แต่กลับแสยะยิ้มมุมปาก
"เจ้าสัว... สอนมารยาทมันหน่อย!"
วูบ!
ร่างหยกทมิฬของ เจ้าสัว ก้าวออกมาขวางหน้า
มันไม่ได้ตั้งท่ารับ... แต่กลับแอ่นอกรับการพุ่งชนตรงๆ!
ตึงงงง!
เสียงปะทะหนักหน่วงดังสนั่น พื้นเวทีที่เจ้าสัวยืนอยู่ยุบตัวลงเป็นหลุมใยแมงมุม
ชายเกราะกระดูกเบิกตากว้าง... การพุ่งชนที่ทำลายกำแพงเมืองได้ กลับไม่ทำให้หุ่นเชิดตัวนี้ขยับเขยื้อนแม้แต่นิ้วเดียว!
[ ตรวจพบแรงกระแทกทางกายภาพ... ระบบซับแรงกระแทกทำงาน... ]
แสงสีส้มจาก ผลึกปฐพีพันปี กลางอกเจ้าสัวสว่างวาบ ส่งพลังงานไปทั่วร่างเพื่อตรึงรากฐานให้มั่นคงดุจขุนเขา
"อะไรกัน! หุ่นบ้านี่ทำด้วยอะไร!?" ชายเกราะกระดูกคำราม พยายามจะดึงตัวออก
"ทำด้วย 'ความใส่ใจ' ไงล่ะโว้ย!" อาเจียตะโกนสวน
"เจ้าสัว! สวนกลับ!"
เจ้าสัวคว้าจับไหล่ทั้งสองข้างของศัตรูไว้แน่นด้วยมือขวา... ส่วน แขนซ้ายมาร ง้างขึ้นสูง
ไอหมอกสีดำทมิฬพวยพุ่งออกมาจากแขนซ้าย มันไม่ได้เป็นเพียงแรงกายภาพ แต่แฝงด้วยแรงกดดันทางวิญญาณที่น่าสะพรึงกลัว!
เปรี้ยง!
หมัดซ้ายทุบลงกลางหลังของชายเกราะกระดูก!
กร๊อบ!
เสียงเกราะกระดูกแตกละเอียดพร้อมกับเสียงกระดูกสันหลังหัก!
ร่างของศัตรูทรุดฮวบลงไปกองกับพื้น กระอักเลือดออกมาคำโต
"อั้ก..."
"หนึ่งศพ!" อาเจียยักคิ้วกวนประสาท "ใครจะเป็นรายต่อไป?"
แต่สถานการณ์ไม่ได้ง่ายดายขนาดนั้น
"เจ้าพวกโง่!" ชายหน้ากากกะโหลก (หัวหน้า) ตะโกนด่าลูกน้องที่พลาดท่า
"รวมพลัง! ค่ายกลโลหิตสามทิศ!"
แม้ชายเกราะกระดูกจะบาดเจ็บ แต่มันก็กัดฟันลุกขึ้น
ทั้งสามคนกระจายตัวออกล้อมกรอบกลุ่มของอาเจียเป็นรูปสามเหลี่ยม
พวกมันกรีดเลือดตัวเองลงบนอาวุธ... พื้นเวทีประลองเริ่มเปลี่ยนเป็นสีแดงฉาน
แรงกดดันมหาศาลกดทับลงมา ทำให้อาเจีย ฉินมู่หลาง และเย่ปิงอวิ๋น รู้สึกเหมือนแบกภูเขาไว้บนบ่า
"แย่แล้ว..." เย่ปิงอวิ๋นหน้าซีด "นี่คือค่ายกลสังหารของพรรคเงาโลหิต... มันจะดูดกลืนเลือดของพวกเราไปเสริมพลังให้พวกมัน!"
"ขยับตัว... ลำบากชะมัด..." ฉินมู่หลางกัดฟัน พยายามยกกระบี่แต่เหมือนแขนหนักอึ้ง
อาเจียหรี่ตาลง
(ในใจ: เนตรอักขระ... วิเคราะห์โครงสร้างค่ายกล!)
ดวงตาของเขาวูบไหวเพียงเสี้ยววินาที... เส้นสายพลังงานสีแดงที่เชื่อมต่อศัตรูทั้งสามปรากฏชัดเจนในสายตา
"จุดอ่อนอยู่ที่ 'การไหลเวียน'!" อาเจียคิดในใจ
"ถ้าตัดการส่งถ่ายพลังงานได้... ค่ายกลก็พัง!"
เขาหันไปตะโกนสั่งการทันที
"ศิษย์พี่หญิง! วาด 'บึงโคลน' ใส่เท้าเจ้าตัวโซ่นั่น! อย่าให้มันขยับ!"
"คุณชายฉิน! แทงกระบี่ไปที่ 'ไหปลาร้าขวา' ของไอ้หน้ากากกะโหลก! นั่นคือจุดรวมปราณ!"
"ส่วนข้า... จะจัดการไอ้กระดูกนี่เอง!"
ทั้งสองคนหันมามองอาเจียด้วยความแปลกใจ แต่ในวินาทีเป็นตาย พวกเขาเลือกที่จะเชื่อ!
"ย่อมได้!" เย่ปิงอวิ๋นสะบัดพู่กัน
"วิชาพู่กัน : บึงมรณะ!"
หมึกสีดำสาดลงไปที่พื้นใต้เท้าของมือเคียวโซ่ พื้นหินแข็งกลายเป็นบึงโคลนเหนียวหนืด ดูดขาของมันจมลงไปทันที!
"เฮ้ย! ขยับไม่ได้!"
"รับไป!" ฉินมู่หลางรวบรวมพลังเฮือกสุดท้าย
"กระบี่นิรันดร์ : แสงอัสนี!"
ร่างของเขาพุ่งกลายเป็นเส้นแสงสีเขียว ทะลวงฝ่าแรงกดดัน พุ่งตรงไปที่ชายหน้ากากกะโหลก!
"อย่าหวัง!" หัวหน้าศัตรูพยายามจะร่ายเวทย์ป้องกัน
แต่ฉินมู่หลางไวกว่า... ปลายกระบี่แทงเข้าที่ไหปลาร้าขวาอย่างแม่นยำตามคำบอก!
ฉึก!
"อ๊ากกกก!"
จุดรวมปราณถูกทำลาย! การไหลเวียนของค่ายกลสะดุดกึกทันที!
แรงกดดันหายวูบไป!
"ตาข้าล่ะ!" อาเจียแสยะยิ้ม
เขาพุ่งตัวพร้อมกับเจ้าสัวเข้าหาชายเกราะกระดูกที่บาดเจ็บอยู่
ในมือของอาเจียกำ "ยันต์ระเบิดเพลิง" ไว้ปึกใหญ่... แต่ภายใต้ยันต์เหล่านั้น
ปลายนิ้วของเขาแอบวาด "อักขระหลิง (สูญตา)" ขนาดจิ๋วเอาไว้เงียบๆ
(ในใจ: จงกลับคืนสู่ความว่างเปล่า... เกราะของแกน่ะ!)
อาเจียแปะยันต์ลงบนหน้าอกศัตรู!
แปะ!
พลังของอักขระสูญตาทำงานเงียบเชียบ... มัน "ลบ" พลังป้องกันของเกราะกระดูกทิ้งไปในพริบตา ทำให้เกราะนั้นเปราะบางยิ่งกว่ากระดาษ
ตามด้วย...
"เจ้าสัว! ทุบ!"
ตูมมมมม!
หมัดคู่ของเจ้าสัวทุบลงบนยันต์ระเบิด! แรงระเบิดผสานกับแรงหมัด ส่งร่างของชายเกราะกระดูกปลิวหายไปในกองเพลิง ไม่เหลือแม้แต่ซาก!
"บ้าน่า..." ชายหน้ากากกะโหลกมองดูค่ายกลที่พังทลายและลูกน้องที่ตายเรียบด้วยความตกตะลึง
"พวกแก... เป็นตัวอะไรกันแน่!?"
ฉินมู่หลางสะบัดเลือดออกจากกระบี่
"ก็แค่... ศิษย์สำนักธรรมะที่พวกแกดูถูกไงล่ะ"
แต่ก่อนที่จะได้ปิดบัญชีหัวหน้า
ครืนนนนน!
ท้องฟ้าสั่นสะเทือนอีกครั้ง!
เรือเหาะลำยักษ์ของพรรคเงาโลหิตลำหนึ่ง กำลังลดระดับลงมาเหนือศีรษะพวกเขา! ปืนใหญ่พลังปราณบนเรือเริ่มชาร์จแสงสีแดงเจิดจ้า
"พวกมดปลวก! ตายไปพร้อมกับยอดเขานี้ซะ!" เสียงประกาศิตดังมาจากบนเรือ
"ซวยแล้ว! ระดับนั้นรับไม่ไหวแน่!" อาเจียหน้าถอดสี
"ต้องหนี! เดี๋ยวนี้!" เย่ปิงอวิ๋นตะโกน
นางโยน พู่กันหยกขาว ขึ้นฟ้า มันขยายขนาดใหญ่ขึ้นจนยาวกว่าสามเมตร!
"ขึ้นมาเร็ว!"
อาเจียกระโดดเกาะด้ามพู่กันอย่างทุลักทุเล (พร้อมเก็บเจ้าสัวเข้าถุงมิติ) ฉินมู่หลางลังเลนิดหน่อยแต่ก็กระโดดตามขึ้นมา
"ไป!"
เย่ปิงอวิ๋นบังคับพู่กันเหาะทะยานหนีออกจากเวทีประลองด้วยความเร็วสูงสุด!
ตูมมมมมม!
ลำแสงสีแดงยิงถล่มลงมาที่จุดที่พวกเขาเคยยืนอยู่เพียงเสี้ยววินาที
ลานประลองผาพยัคฆ์ขาว... แหลกละเอียดกลายเป็นหลุมยักษ์ในพริบตา
บนท้องฟ้า... อาเจียเกาะพู่กันแน่น มองลงไปดูความวินาศสันตะโรเบื้องล่างด้วยใจระทึก
"เกือบไปแล้ว..."
"เราจะไปไหนกัน?" ฉินมู่หลางตะโกนถามแข่งกับเสียงลม
"หอคัมภีร์!" เย่ปิงอวิ๋นตอบ โดยสายตายังคงจดจ้องไปข้างหน้า
"นั่นคือป้อมปราการสุดท้าย... และเป็นที่ที่ท่านเจ้าสำนักสั่งให้รวมพล!"
อาเจียมองไปที่ยอดเขาหลัก... ที่ซึ่งหอคัมภีร์ตั้งตระหง่านอยู่
แต่สิ่งที่เขาเห็น... ไม่ใช่แค่หอคัมภีร์
แต่เป็น "ม่านพลังสีทอง" ที่กำลังกะพริบอ่อนแรง และฝูงปีศาจเงาโลหิตที่กำลังรุมทึ้งมันราวกับฝูงแร้ง
ศึกครั้งนี้... ไม่ใช่แค่การเอาตัวรอด
แต่มันคือสงครามที่จะตัดสินชะตาของสำนักหมึกวารี!