สัตย์สาบานแห่งดวงดาว

    ตอนที่ 137 หากคนมันจะชั่ว มันก็ชั่วเหมือนกัน

    ยูรันยังไม่ยอมจบเพียงเท่านั้น เขากล่าวเตือนเฮยหลงด้วยสีหน้าจริงจัง


    “คราวหน้าอย่าถามคำถามโง่ ๆ เช่นนี้อีก ข้าไม่ชอบ”


    “หากเป็นเรื่องที่เจ้าไม่รู้อะไรเลยแล้วถามยังพอว่า แต่นี่ข้าอุตส่าห์อธิบายให้ฟังทั้งหมด แถมยังมีเรื่องก่อนหน้ารองรับให้คิดตาม เจ้ากลับยังคิดด้วยตัวเองไม่ได้อีก”


    เขาชี้ไปยังเขาบนศีรษะของเฮยหลง


    “อุตส่าห์มีเขางอกออกมาแล้วแท้ ๆ อีกไม่นานก็จะได้กลายเป็นมังกรอยู่แล้ว อย่าให้ต้องอดเป็นมังกรเพราะถามคำถามโง่ ๆ เล่า”


    ยูรันเหลือบมองร่างของเฮยหลง ก่อนกล่าวเสริมด้วยน้ำเสียงจริงจัง


    “แทนที่จะได้กลายเป็นมังกร เดี๋ยวก็กลายเป็นซุปตุ๋นเนื้องูเสียก่อนหรอก”


    เฮยหลงหน้าซีดเผือดทันที ก่อนยกมือขึ้นปิดเขาบนศีรษะของตนเองโดยไม่รู้ตัว


    “ขะ ข้าเข้าใจแล้วขอรับนายท่าน คราวหน้าข้าจะคิดให้รอบคอบก่อนถาม”


    [จากมังกรกลายเป็นซุปตุ๋นเนื้องูเลยหรือ?!]


    ไป๋หลิงถอนหายใจเบา ๆ


    “ข้าเองก็ออกไปฝึกบ้างดีกว่า”


    นางลุกขึ้นยืน ทว่ากลับหยุดมองยูรันอยู่ครู่หนึ่งโดยไม่ยอมเดินจากไป


    ยูรันเอียงศีรษะอย่างสงสัย


    “ศิษย์พี่รอง ท่านมีอะไรหรือเปล่า?”


    ใบหน้าของไป๋หลิงขึ้นสีแดงระเรื่อ แต่ยังคงไม่กล่าวอะไร


    ยูรันมองนางอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนเหมือนจะเข้าใจบางอย่าง เขาจึงลุกขึ้นเดินเข้าไปหา ก้มลงจูบหน้าผากนางเบา ๆ หนึ่งครั้ง


    “ฝึกอยู่แถวนี้ก็พอ ตอนเย็นค่อยกลับมาให้ข้าดูแล้วกัน”


    “อืม”


    ไป๋หลิงตอบรับเสียงเบา ก่อนหมุนตัวเดินจากไปด้วยใบหน้าซึ่งยังแดงไม่หาย


    ยูรันกลับมานั่งลงที่เดิมราวกับไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้น


    ทันทีที่เห็นไป๋หลิงลับสายตา หลานชิงอวี้ก็รีบขยับเข้ามาเกาะแขนเขาอย่างออดอ้อน


    “ศิษย์พี่ สายตาของศิษย์พี่รองเมื่อครู่น่ากลัวมากเลยเจ้าค่ะ ฮือ ๆ ท่านต้องตั้งใจสอนข้านะ”


    ยูรันมองแขนของตนเอง ก่อนมองหน้านาง


    “ในเมื่อกลัว แล้วเจ้าจะเข้ามาทำเช่นนี้อีกทำไม?”


    เขาเหลือบไปทางที่ไป๋หลิงเพิ่งเดินจากไป


    “ไม่กลัวนางเดินย้อนกลับมาหรือ?”


    หลานชิงอวี้สะดุ้ง รีบหันขวับไปมองด้านหลังทันที


    เมื่อไม่พบผู้ใด นางจึงถอนหายใจด้วยความโล่งอก


    “ศิษย์พี่อย่าพูดจาน่ากลัวเช่นนั้นสิเจ้าคะ!”


    “ชิงอวี้ สำรวมหน่อย”


    เสียงของหลิงเยวี่ยดังขึ้นจากอีกฝั่งของโต๊ะ


    หลานชิงอวี้ชะงัก ก่อนยอมปล่อยแขนยูรันอย่างไม่เต็มใจ


    [อึก แม้แต่ท่านอาจารย์ก็เป็นไปกับเขาด้วยหรือ?!]


    [ไม่ยุติธรรม!]


    หลิงเยวี่ยทำเป็นไม่เห็นสีหน้าของลูกศิษย์ ก่อนถามยูรันต่อ


    “แล้วเตาหลอมดาราเทพสุริยัน เตาหลอมดาราเทพจันทรา และเนตรดาราพิสุทธิ์ที่เจ้าสร้างขึ้น มีความสามารถอย่างไรบ้าง?”


    ยูรันจึงอธิบายความสามารถของของวิเศษทั้งสามอย่างคร่าว ๆ


    เตาหลอมดาราเทพสุริยันของลู่ชิงถานมีหน้าที่กักเก็บพลังซึ่งร่างกายของนางดูดเข้ามา ทั้งยังสามารถใช้เปลวเพลิงหลอมละลายสิ่งต่าง ๆ ได้ตามความปรารถนา


    ส่วนเตาหลอมดาราเทพจันทราของลู่เหยียนหนิงใช้เปลวเพลิงเย็นชำระล้างสิ่งต่าง ๆ ให้บริสุทธิ์ เตาหลอมทั้งสองแบ่งออกมาจากต้นกำเนิดเดียวกัน เปรียบดั่งสุริยันกับจันทรา หรือหยินกับหยาง หากใช้ร่วมกันจะสามารถสำแดงประสิทธิภาพออกมาได้สูงสุด


    จากนั้นเขาจึงเล่าถึงเนตรดาราพิสุทธิ์ รวมถึงการถ่ายทอดเนตรผ่านสายเลือดของไป๋จิ้งเหวิน


    “ส่วนเนตรชนิดนั้น หากศิษย์พี่รองย้ายเข้าสู่วิถีแห่งเส้นทางดารา เมื่อถึงเวลาเนตรของนางก็จะตื่นขึ้นมาเองนั่นแหละ”


    หลานชิงอวี้ฟังด้วยความสนใจ ก่อนถามต่อทันที


    “แล้วระดับพลังของวิถีแห่งเส้นทางดาราเป็นอย่างไรเจ้าคะ? แข็งแกร่งเท่ากับวิถีบำเพ็ญเซียนของพวกเราหรือไม่?”


    ยูรันจึงสรุประดับพลังของเส้นทางดาราทั้งสิบระดับให้ฟังโดยย่อ รวมถึงความแตกต่างระหว่างพลังของทั้งสองวิถี


    เมื่อฟังจบ ดวงตาของหลานชิงอวี้ก็เบิกกว้าง


    “แข็งแกร่งกว่าผู้บำเพ็ญทั่วไปถึงหนึ่งขอบเขตใหญ่เลยหรือ?!”


    นางรีบคิดคำนวณตาม


    “ถ้าเดิมทีคนผู้หนึ่งสามารถต่อสู้ข้ามหนึ่งขอบเขตใหญ่ได้ เมื่อย้ายมาอยู่ในเส้นทางดารา ก็จะสามารถต่อสู้ข้ามได้ถึงสองขอบเขตใหญ่สินะ”


    “อืม ถูกต้อง”


    “บ้าไปแล้ว...”


    หลานชิงอวี้นิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนดวงตาจะเป็นประกายขึ้นมา


    “ถ้าเช่นนั้น ข้าสามารถเปลี่ยนมาบำเพ็ญวิถีเดียวกับศิษย์พี่ได้หรือไม่?”


    “ข้าหมายถึงนอกเหนือจากห้าวิธีที่ศิษย์พี่บอกมา ยังมีวิธีอื่นอีกหรือเปล่า?”


    “อืม...”


    ยูรันครุ่นคิดอย่างจริงจังอยู่นาน ก่อนพยักหน้าช้า ๆ


    “ข้าลองคิดดูแล้ว เหมือนจะมีเพิ่มขึ้นมาอีกวิธีหนึ่ง”


    “วิธีที่หก”


    ทุกคนตั้งใจฟังขึ้นมาทันที


    “ข้าจะจำลองวิธีที่สอง วิธีที่สาม และวิธีที่ห้าเข้าด้วยกัน”


    ยูรันเริ่มอธิบายตามสิ่งที่คิด


    “ก่อนอื่น ข้าต้องสร้างห้องซึ่งสามารถจำลองปรากฏการณ์สุริยุปราคาขึ้นมา แล้วกำหนดให้สิ่งที่เกิดขึ้นภายในห้องเป็นพิธีกรรมรูปแบบหนึ่ง”


    “จากนั้นให้ผู้ที่ต้องการเปลี่ยนวิถีสร้างพลังตามเส้นทางดาราขึ้นมาด้วยตนเองตามหลักของวิธีที่สาม”


    “สุดท้ายจึงใช้หลักการแลกเปลี่ยนจากวิธีที่ห้า เปลี่ยนตบะซึ่งได้จากการบำเพ็ญเซียนให้กลายเป็นตบะของการบำเพ็ญเทพแทน”


    เขาพยักหน้าให้กับความคิดของตนเอง


    “หากทำทั้งหมดพร้อมกัน ก็น่าจะเปลี่ยนวิถีได้โดยไม่ต้องรอให้เกิดสุริยุปราคาจริง”


    หลานชิงอวี้ถามด้วยความตื่นเต้น


    “ทำได้จริงหรือเจ้าคะ?”


    “น่าจะได้”


    “น่าจะ?”


    ยูรันกางมือออก


    “ข้าไม่เคยทดลองมาก่อนเหมือนกัน”


    หลานชิงอวี้ฟังจนดวงตาเป็นประกาย


    “ถ้าเช่นนั้น ศิษย์พี่ลองสร้างพิธีกรรมนี้ขึ้นมาตอนนี้เลยได้หรือไม่เจ้าคะ?”


    “ตอนนี้ยังไม่ได้”


    ยูรันส่ายหน้า


    “ตามหลักแล้ว ผลลัพธ์ของการเปลี่ยนวิถีไม่ได้แตกต่างจากเดิมมากนัก ยกตัวอย่างเช่นท่านอาจารย์ ตอนนี้อยู่ขอบเขตหลอมสุญญตา หากเปลี่ยนมาบำเพ็ญเส้นทางดารา ระดับพลังของท่านก็จะกลายเป็นขอบเขตเปิดห้วงดารา ซึ่งเทียบเท่ากับหลอมสุญญตา”


    เขาเหลือบมองหลิงเยวี่ย


    “เพียงแต่ด้วยความแข็งแกร่งของเส้นทางดารา หลังเปลี่ยนวิถีแล้ว ท่านอาจารย์จะสามารถบดขยี้ผู้บำเพ็ญขอบเขตหลอมรวมเต๋าได้”


    หลิงเยวี่ยชะงักเล็กน้อย


    ยูรันกล่าวต่อ


    “แต่พิธีกรรมซึ่งจำลองปรากฏการณ์สุริยุปราคาขึ้นมามีข้อเสียอยู่ เพราะมันไม่มีพลังต้นกำเนิดจากสุริยุปราคาที่แท้จริงคอยค้ำจุนรากฐานในระหว่างการแลกเปลี่ยน”


    “ตบะของผู้เข้าพิธีอาจตกลงไปหนึ่งขอบเขตใหญ่ หรืออาจเป็นสองขอบเขตใหญ่ ข้าเองก็ยังไม่แน่ใจ”


    หลานชิงอวี้เริ่มมีสีหน้ากังวล


    ยูรันจึงกล่าวรับรองอย่างจริงจัง


    “แต่ที่แน่นอน ไม่ว่าพิธีกรรมจะผิดพลาดเพียงใด ระดับพลังหลังเปลี่ยนวิถีก็ไม่มีทางต่ำกว่าขอบเขตหลอมรวมละอองดาวอย่างแน่นอน”


    คำรับรองนั้นไม่ได้ทำให้สีหน้าของผู้ฟังดีขึ้นแม้แต่น้อย


    หลานชิงอวี้ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนถามด้วยสีหน้าจริงจัง


    “แล้วข้าควรทำอย่างไรดีเจ้าคะ? ข้าเองก็อยากเปลี่ยนมาบำเพ็ญวิถีเดียวกับศิษย์พี่”


    “ก็ง่าย ๆ”


    ยูรันตอบทันที


    “เจ้าก็บำเพ็ญวิถีเดิมต่อไปก่อน แล้วค่อยเปลี่ยนวิถีภายหลัง จะรอให้เกิดสุริยุปราคาจริง ๆ หรือไม่ก็...”


    เขาหยุดพูดกลางคัน


    หลานชิงอวี้รีบถามต่อ


    “หรือไม่ก็อะไรเจ้าคะ?”


    “ให้ข้ารับศิษย์มาสักคนแล้วใช้เป็นหนูทดลองก่อน”


    ยูรันนิ่งคิดเล็กน้อย ก่อนส่ายหน้า


    “แต่การทำเช่นนั้นขัดกับหลักคุณธรรมของข้า คงใช้ไม่ได้”


    หลานชิงอวี้ครุ่นคิดตามอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนเหลือบมองไปทางเฮยหลงกับเยว่หลิน


    “ศิษย์พี่เจ้าคะ”


    “ว่า?”


    “พวกเรามีงูอยู่ตั้งสองตัวนี่เจ้าคะ”


    “...”


    เฮยหลงกับเยว่หลินชะงักพร้อมกัน ร่างกายพลันแข็งค้างเมื่อพบว่าสายตาของทุกคนกำลังหันมาหาพวกตน


    ยูรันลูบคางพลางพิจารณาอยู่ครู่หนึ่ง


    “อืมมมม...”


    เหงื่อเย็นเริ่มไหลลงมาตามใบหน้าของงูทั้งสอง


    ทว่าสุดท้ายยูรันกลับส่ายหน้า


    “ไม่ได้หรอก”


    เขากล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจังขึ้น


    “ข้าไม่ทำสิ่งใดซึ่งอาจเป็นอันตรายต่อครอบครัวหรือผู้ที่อยู่ใต้บังคับบัญชาของตนเอง”


    “ต่อให้เป็นเพียงคนรับใช้ ข้าก็จะดูแลให้ดีที่สุดเท่าที่ทำได้ ยกเว้นการแกล้งเล็ก ๆ น้อย ๆ บ้างเป็นครั้งคราวเท่านั้น”


    ยูรันหันกลับมาหาหลานชิงอวี้


    “เพราะฉะนั้นวิธีนี้ใช้ไม่ได้ โทษทีนะชิงอวี้”


    “ไม่เป็นไรเจ้าค่ะ...”


    เฮยหลงกับเยว่หลินมองยูรันนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง ความหวาดกลัวเมื่อครู่ค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นความรู้สึกอบอุ่นอย่างบอกไม่ถูก


    แม้ปากของนายท่านจะข่มขู่ว่าจะจับพวกเขาลงหม้อตุ๋นอยู่เป็นประจำ แต่เมื่อเป็นเรื่องซึ่งมีอันตรายจริง เขากลับไม่เคยคิดผลักพวกเขาออกไปรับความเสี่ยงแทนแม้แต่น้อย


    หลานชิงอวี้คิดหาทางออกใหม่อยู่ครู่หนึ่ง


    “ถ้าเช่นนั้น พวกเราไปจับผู้บำเพ็ญสายมารมาทดลองดีหรือไม่เจ้าคะ?”


    “ก็คงไม่ได้เหมือนกัน”


    ยูรันปฏิเสธโดยแทบไม่ต้องคิด


    “หากเจ้าคิดจะจับคนชั่วมาเป็นหนูทดลอง ก็เลิกคิดเสียเถอะ”


    หลานชิงอวี้ชะงัก


    “แต่พวกนั้นเป็นผู้บำเพ็ญสายมารนะเจ้าคะ”


    “แล้วยังไง?”


    ยูรันมองนางด้วยสีหน้าจริงจัง


    “สุดท้ายสิ่งที่เราทำก็ไม่ต่างจากศิษย์พี่เย่ของเจ้า ซึ่งคิดจับสตรีไปใช้เป็นเตาหลอมสักเท่าไร เพียงเปลี่ยนจากเตาหลอมมาเป็นหนูทดลองเท่านั้น”


    “ข้าจะไม่ทำเรื่องซึ่งขัดแย้งกับหลักการของตนเอง แล้วอ้างว่าทำได้เพราะพวกเราเป็นฝ่ายธรรมะ ส่วนอีกฝ่ายเป็นมารหรอกนะ”


    เขาเอนหลังพิงเก้าอี้


    “ไม่ว่าจะอยู่ฝ่ายธรรมะหรือฝ่ายมาร หากคนมันจะชั่ว มันก็ชั่วเหมือนกัน”


    “ผู้ที่กระทำผิดสมควรถูกลงโทษตามความผิดของตน ไม่ได้หมายความว่าพวกเราจะมีสิทธิ์นำร่างกายและชีวิตของคนผู้นั้นไปทำอะไรก็ได้ตามใจชอบ”


    หลานชิงอวี้นิ่งคิดตาม ก่อนพยักหน้าช้า ๆ


    “ข้าเข้าใจแล้วเจ้าค่ะ”

    คล้ายกับเรื่องสัตย์สาบานแห่งดวงดาว ที่คุณอ่าน

    ก็แค่ตาลุงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่บังเอิญได้รับพรจากพระเจ้าแล้วถูกส่งไปยังต่างโลก

    ก็แค่ตาลุงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่บังเอิญได้รับพรจากพระเจ้าแล้วถูกส่งไปยังต่างโลก

    นิยาย แฟนตาซี
    161K 179
    [นิยายแปล] เทพมังกรสงครามอหังการ

    [นิยายแปล] เทพมังกรสงครามอหังการ

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    2.72M 5471
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    ตำนานวิญญาณแฟนซี (Seirei Gensouki)

    ตำนานวิญญาณแฟนซี (Seirei Gensouki)

    นิยาย แฟนตาซี
    3.26M 1036
    เงาเทพผ่าจันทรา ( Martial MoonKnight )

    เงาเทพผ่าจันทรา ( Martial MoonKnight )

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    481K 312
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    จอมกระบี่กบฏสวรรค์

    จอมกระบี่กบฏสวรรค์

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    5.35M 1277
    ข้าจะเป็นเศรษฐีแห่งราชวงศ์หมิง

    ข้าจะเป็นเศรษฐีแห่งราชวงศ์หมิง

    นิยาย แฟนตาซี
    81K 280
    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    85K 247