เพราะรักของฉัน.. คือเธอ

    เพราะรักของฉัน.. คือเธอ ตอนที่ ๑๔ รักและคิดถึง

    นิยายแห่งการรำลึกถึงรักแท้   เพราะรักของฉัน.. คือเธอ  เขียนโดย  สลักกานต์

    ตอนที่ ๑๔

    รักและคิดถึง

            เตโชเดินไปจนถึงลานจอดรถจักรยานอย่างเร็ว ..เขาไม่อยากพูดหรือรับรู้อะไรอีกแล้ว .. แค่ที่พูดออกไป .. ก็มากเกินเหมาะสมแล้ว ..ยิ่งบางอย่างที่ป้องพูด .. ยิ่งเป็๞สิ่งที่ไม่ควรพูดถึง ..

            ไม้ยืนรอเตโชอยู่ที่ลานจอดรถนั่น  

            พอโชมาถึงและมองเห็นไม้  เขาก็ทำอะไรไม่ถูก ในใจเขายังพลุ่งพล่านกับเ๹ื่๪๫ราวเมื่อครู่จน..สับสนไปหมด ทำอะไรไม่ถูก 

            ไม้ยิ้มให้เตโช  “เอากุญแจมา ไม้ช่วย”  

            เตโช งง งง อยู่ แต่เขาก็ส่งลูกกุญแจไขล็อกจักรยานให้ไม้  

            ไม้รับลูกกุญแจมา ไขล็อกให้โช และบริการเตโชอย่างดี  

            ก็.. เมื่อครู่ .. ไม้ได้ยินที่เตโชคุยกับแนนและป้องในทุกเ๹ื่๪๫ราว   และตอนนี้.. ไม้รู้แล้วว่า.. โชไม่เลือกแนน โชไม่เลือกใครอีกคน.. ไม้จึงโมเมเองเลยว่า.. โชเลือกตน

             

            ไม้ขี่จักรยานนำเตโชมากินผัดไทในตำนานร้านเจ๊หน้าบูด  ซึ่งเป็๞ร้านแรกๆ ที่เตโชเคยพาเขามากิน   วันนี้ไม้ไห้โชนั่งเฉยๆ เขาขอบริการทุกอย่าง.. อะไรที่ไม่ใช่ หรือไม่พอ ไม้ขอให้โชบอกเขา เขาจะบริการทุกอย่าง

            พอเจ๊หน้าบูดเอาผัดไทมาเสริฟ   พวกเขาปรุงรสด้วยมะนาวแล้วก็เริ่มมากินข้าวเย็นด้วยกัน

            “ไม้อยากเรียนการแสดง เรียนละคร”   ไม้เปิดประเด็น   “โชจะเรียนกับไม้นะ”   

            “โชก็อยากเรียนนะ”   โชลังเล  “แต่โชไม่แน่ใจว่าจะดีมั้ย?”  

            “ดีสิ เรียนด้วยกัน”   ไม้ยุเสริม  

            “แล้ว.. ถ้าจบมาแล้ว เราจะทำอะไร”

            “ก็.. เราก็เป็๞นักแสดงไง ทำละครด้วยกัน”

            “แต่๰่๥๹เรียน โชไม่รู้ว่า.. จะต้องทำยังไง .. อยู่ยังไงดี”  

            “เรา.. อยู่ด้วยกันก็ได้นะ”   

            เท่านั้นเตโชก็ยิ้มออก  

             

            สอบปลายภาคเสร็จ   เด็กหอแต่ละคนก็แยกย้ายกันกลับบ้าน..

            .. เตโชรู้ทันทีว่า..การกินข้าวโดยไม่เห็นหน้าไม้นั้น .. ทำให้เขาไม่มีความสุขใจเอาเสียเลย .. ก่อนนี้..โชไม่เคยอยากรู้.. และไม่สนใจเลยว่า .. ไม้จะกินข้าวหรือยัง? .. แต่ตอนนี้ ..เหมือนโชจะอยากรู้ไปเสียทุกอย่าง .. อยากเข้าใจทุกเ๹ื่๪๫ราวของไม้  

            พลันสายตาของเตโชก็เหลือบไปเห็นเทปคาสเซ็ทม้วนหนึ่งม้วนที่เขาไม่ได้เปิดฟังมานานมากแล้ว   โชหยิบเทปม้วนนั้นออกมาจากตู้เก็บม้วนเทปคาสเซ็ทของเขา  แล้วนำไปใส่เครื่องเล่นเทป  แล้วกดเพล์ เพื่อให้เครื่องเล่นเริ่มทำงาน  

            เสียงอินโทรเพลง ‘รักและคิดถึง’ ของวงโอเวชั่นดังขึ้น  

            ....... ความรักแม้นว่าใคร  ได้ผูกพันซึ้งใจ ซึ้งกัน  

            ......... แม้คนนั้นอยู่แสนไกล  เฝ้าคิดถึงกัน เฝ้าฝันอาลัย 

            ....... ถึงเธออยู่แสนไกลเพียงไหน   ฉันยังผูกพันรักมั่น

            ......... วานสายลมช่วยพัดพา   ฝากความคิดถึงไป

            ....... รักและคิดถึงเธออยู่ทุกลมหายใจ 

            ......... พานพบรักแล้วต้องมาพรากจากกันแสนไกล

            ....... ความรักนั้นมิใช่มีแต่สุขเสมอไป

            ......... บางครั้งยังอาลัย   คิดถึงคนอยู่ไกล

            ....... รักและคิดถึงเธออยู่ทุกลมหายใจ

            ......... หนาวใจ ไม่มีใครแนบครอง  

            ....... โอ้ความรักเอย อย่าร้างแรมลา  

            ......... เหมือนจันทร์ร้างแรมฟ้า หมู่ดาวในนภา   พากันหมองหม่น  

            เสียงแหบพร่าของ เอ๋ พัชรา แวงวรรณช่วยส่งให้อารมณ์เพลง บาดลึกเข้าไปในความรู้สึกของเตโช  ในความเหงาๆ เศร้าๆ ก็ยังมีความอิ่มสุขลึกๆที่ได้ฝากใจไว้กับใครสักคน  

            เพียงแต่.. พอไม่ได้พบหน้า ไม่ได้ยินเสียงไม่ได้พูดคุยถามไถ่  ใจมันเลยห่วงหา ..แต่โชก็ทำได้แค่อย่างเดียว คือ.. คิดถึง  

            ..

            ไม้ก็เช่นกัน .. เพียงแค่ห่างกันมาไม่กี่วัน ..เขาไม่คิดว่า .. เขาจะคิดถึงเตโชเร็วขนาดนี้ และมากขนาดนี้

            “ไม้ มีเพื่อนมาหาที่บ้านน่ะ”   เสียงแม่ไม้๻ะโ๠๲เรียก 

            “ครับแม่ เดี๋ยวลงไปครับ”   เขาคิดว่าเตโชอาจจะมาเซอร์ไพร์ซเขา ก็คิดได้อย่างนั้นก็ยิ้มดีใจ  ไม้วิ่งลงมาจากชั้นบนมาที่ชั้นล่างของตัวบ้าน  ซึ่งเดิมคงเป็๞แค่ใต้ถุนบ้านแต่มีการต่อเติมจนเป็๞ห้องที่ทำสารพัดประโยชน์ของบ้าน  

            วินนี่นั่งรอไม้อยู่กับอ้อยเพื่อนของเธอ   พอได้ยินเสียงไม้วิ่งลงมา วินนี่ก็ยิ้มรอ  

            แต่ไม้สิ พอเห็นเป็๞วินนี่ ก็หุบยิ้มทันที  เขาเพิ่งนึกได้ตอนนี้ว่า..เตโชไม่เคยรู้จักบ้านเขานี่นา แล้วจะมาหาเขาได้อย่างไร  

            “ไม้”  วินนี่เรียกชื่อเขาอย่างดี  

            ไม้เดินมานั่งตรงข้ามกับวินนี่และอ้อย  

            “วินนี่มาหาไม้ก็อยากให้ไม้ติวการแสดงให้วินนี่กับอ้อยหน่อยสิ”  

            “วินนี่จะให้ไม้ติวอะไรไม้ก็ไม่ค่อยรู้เ๹ื่๪๫อะไรพวกนี้หรอก”  ไม้พูดเรียบๆ 

            อ้อยเพื่อนผู้หญิงที่มากับวินนี่เริ่มชักสีหน้า  

            วินนี่เห็นอ้อยชักสีหน้าก็พยายามพูดให้ทุกอย่างดีขึ้น  “แต่ที่ไม้แสดงน่ะ มันดี๊ดีนะ”  

            “ไม้ก็แค่ทำ คือ.. รู้สึกอะไร ก็ทำเลยไม่มามัวคิดว่า ดีไหม? ใช่ไหม? ก็แค่นั้น”  น้ำเสียงไม้ เจือความรำคาญค่อนข้างชัดเจน  

            “ไม้ไม่อยากติวให้วินนี่เหรอ?”   วินนี่ตัดใจถามตางๆ 

            “มันไม่ใช่อยากหรือไม่อยาก  แต่.. วินนี่จะให้ไม้ติวอะไร  ไม้เองก็ยังไม่รู้อะไรเลย”  

            “เราว่าไม้เค้าพูดจริงนะวินนี่”   อ้อยบอกวินนี่

            วินนี่มองอ้อยเพื่อนตัวเอง ..ในใจก็พยายามหาเหตุผลอะไรสักอย่าง .. ที่จะช่วยให้ตัววินนี่ได้อยู่ใกล้ไม้ ..แต่ก็จนด้วยเหตุผล ..

            อ้อยจึงพาตัววินนี่กลับบ้านไป 

            “แม่ว่าเด็กผู้หญิงคนขาวๆ สวยๆ นั่นเค้าชอบลูกนะ”  

            “ครับแม่ คนนี้แหละครับ  วินนี่  ที่ไม้เคยคบอยู่เป็๞ปีเลย  แล้วก็ต้องเลิกกัน”  

            “ทำไมล่ะ”  

            ไม้มองหน้าแม่แล้วจึงตัดสินใจเล่าทั้งหมดให้แม่ฟัง .. ๻ั้๫แ๻่ทั้งสองเริ่มชอบกันตอน ม.ต้นจนมาถึง ม.๔ คุณหญิงแม่ของวินนี่จับได้ ก็บังคับให้เลิกกัน ..แต่ทั้งสองก็แอบคบกันอีก และถูกบังคับให้เลือกอีกครั้ง

            ม.๕ ไม้พยายามไม่คบวินนี่อีก แต่วินนี่ก็มาง้อจนไม้ยอมคบอีกครั้ง คราวนี้คือเ๱ื่๵๹ใหญ่ คุณหญิงแม่ของวินนี่แผลงฤทธิ์สุดตัวเธอไล่ไม้กับพี่ต้นออกจากหอพัก พอดีพี่ต้นสอบเอนทรานซ์ติด ก็เลยได้ย้ายไปอยู่หอในมหา’ลัย ไม้จึงไปต้องย้ายไปอยู่อีกหอนึง 

            คุณหญิงแม่ด่าไม้ ประณามไม้ว่า.. จนไม่อยู่ส่วนจนแส่มาคบกับคนรวย และด่าพ่อแม่ไม้ว่า.. ไม่สั่งสอนลูกให้เจียมตัว ..ไม้บอกแม่ของเขาว่า.. คุณหญิงแม่ของวินนี่ใช้คำหยาบคายมาก 

            แม่ไม้พยักหน้ารับรู้และโกรธแค้นมากที่ว่าเธอว่าไม่สั่งลสอนลูกชาย แต่แม่ไม้ก็สะกดความโกรธนั้น  “แล้วไม้ยังรักเค้าอยู่หรือเปล่า?”   

            “ไม้ว่า.. ไม้น่าจะแค่.. อาลัย..อาวรณ์นะครับ”  ไม้ก้มหน้าสำรวจจิตใจตนเอง  “อีกไม่นาน ไม้คงตัดใจได้”   

            “ดีแล้วล่ะลูก คนแบบนี้ อย่ายุ่งวุ่นวายกับเค้าเลย ปล่อยให้เค้าอยู่กับความรวยของเขาไปเถอะ”  

            ไม้ฟังเสียงแม่ เขารู้ทันทีว่าแม่โกรธมาก  

            “อย่าให้แม่ต้องไปอะไรกับคนแบบนี้”  แม่ไม้พูดชัดเจน

            “ครับแม่ แม่อย่าโกรธไปเลยครับ”  

            แม่ไม้พยายามยิ้มให้ลูกชาย   “แล้ว.. ลูกแม่.. ได้ทำอะไร..ที่ไม่ให้เกียรติผู้หญิงบ้างหรือเปล่า?”  

            “ไม่เคยเลยครับแม่  แม่สอนผมกะพี่ต้นเสมอ ว่าเราเป็๞ผู้ชายต้องให้เกียรติผู้หญิงไงครับ”  

            “ถ้าลูกไม่เคยทำไม่ดีกับลูกสาวเค้าเลย  แต่แม่เค้ามาว่า.. ว่าเราไม่ดี!!  มันก็ไม่มีเหตุผล  ที่เราจะคบค้าสมาคมกับคนแบบนี้”   แม่ไม้สอนลูก  

            “ครับแม่”  

             

            หลังจากกินอาหารเย็นกับแม่เรียบร้อยแล้ว   ไม้ก็เดินไปหาตู้โทรศัพท์สาธารณะซึ่งกว่าจะพบตู้โทรศัพท์ที่ใช้ได้ ก็ต้องเดินเช็คไปสามสี่ตู้   ไม้หยอดเหรียญ พอได้สัญญาณก็กดเบอร์โทรศัพท์บ้านเตโช  

            เตโชรับสายพอดี  “สวัสดีครับ”  

            ไม้จำเสียงได้ทันที   “โช.. นี่ไม้นะ”  

            โชยิ้มดีใจ .. ความคิดถึงในใจคลายลงแล้ว   “เป็๲ไงบ้าง”  

            “ก็ดี แต่อยู่บ้าน ไม่มีอะไรทำเลย ..เลยโทรมาคุยกะโช”

            “โชไปรื้อของเก่าของที่บ้านก็เจอกล่องหนังสือเก่า  ในนั้น..โชเจอบทละคร โรเมโอและจูเลียต”  

            “โรมิโอ ไม่ใช่เหรอ?” 

            “ที่ปกหนังสือ เค้าพิมพ์ว่า.. โรเมโอ ..นะ”   เตโชบอก  “หนังสือเก่าน่ะ ภาษาก็อ่านย้ากยาก” 

            “เดี๋ยวเปิดเทอม เราช่วยกันอ่านน่าจะพอได้นะ” 

            เตโชยิ้มดีใจ  “น่าจะได้นะ”  

            “เหรียญจะหมดแล้ว   วันหลังไม้จะโทรมาหาใหม่นะ”  

            “ได้ได้ โชจะรอ”  

            “หวัดดีนะ”

            “หวัดดี” 

            ขณะที่ทั้งสองร่ำลา น่าจะพูดคำว่า ‘สวัสดี’ ไม่ครบคำด้วยซ้ำ สัญญาณโทรศัพท์ก็ตัดไป   แต่การพูดคุยเพียงแค่นี้  ก็ช่วยให้จิตใจของเตโชและไม้ชุ่มชื่นขึ้นมากทีเดียว

    ..... 

                มือของเตโชในวัยห้าสิบเศษลูบไล้อยู่บนปกบทละครเวที‘โรมิโอกับจูเลียต’บทละครเวทีเ๹ื่๪๫แรกที่เตโชกับไม้ช่วยกันเรียบเรียงขึ้น  จากการประยุกต์ภาษาในหนังสือเก่าเล่มนั้นให้อ่านแล้วเข้าใจง่ายขึ้น  

                บทละครเวที ‘โรมิโอกับจูเลียต’ เล่มนี้ก็มีที่มาจากการพูดคุยผ่านโทรศัพท์ให้ครั้งนั้น.. นั่นเอง  

            เตโชคิดถึงอดีตที่แสนหวาน แล้วก็อดไม่ได้ที่จะยิ้มออกมา  ความที่ทั้งเขาและไม้ไม่ได้เชี่ยวชาญภาษาไทยมากมายนัก เวลาพบคำศัพท์ที่ไม่เข้าใจ แปลไม่ได้ ทั้งสองจึงต้องไปขอร้องให้อาจารย์ภาษาไทยช่วยแปลให้ซึ่งการขอร้องให้อาจารย์แปลให้ครั้งใด ก็ขนคำศัพท์ไปครั้งละหลายสิบคำ จนบางครั้งอาจารย์ก็ออกปากบ่นว่ามากไป  

                บทละครเวที ‘โรมิโอกับจูเลียต’ เล่มนี้  ช่วยให้ลูกศิษย์ของเตโชได้ฝึกแสดงในห้องใช้แสดงเป็๲งานสอบ และงานจบมานับครั้งไม่ถ้วน

    .....   

            วันแรกที่เปิดเทอมกลับมา   เพื่อนๆ ในห้องรีบชวนกันไปเที่ยวแบบยกห้อง  ก่อนที่จะต้องอ่านหนังสือเพื่อสอบเอ็นทรานซ์   เพื่อนๆ เริ่มเห็นด้วยกันหลายคน  

            ตุ๊กหัวหน้าห้องจึงพูดหน้าห้องเรียนเพื่อให้เพื่อนๆ รู้โดยทั่วกัน   เพื่อนๆ จะได้ช่วยกันนำเสนอว่าอยากเที่ยวที่ไหนและโหวตเลือกที่เที่ยวกัน 

            ซึ่งก็เป็๲โชคของเด็กๆ เพราะมีประกาศแจ้งมาว่าทางจังหวัดขอให้อาคารเรียน ม.๖ สอบข้าราชการ ๓วัน  นักเรียนชั้นม.๖ จึงต้องหยุดเรียนทั้ง๓วัน และบังเอิญที่ ๓ วันนั้นติดเสาร์อาทิตย์พอดี เด็ก ม.๖ จึงได้หยุด ๕ วันเต็มๆ  

            เพื่อนๆ เตโชนำเสนอและโหวตเลือกกันว่าจะไปเที่ยวภูกระดึงใน๰่๭๫วันหยุดทั้ง๕ วันนั่น และยินดีให้ชวนเพื่อนต่างห้องไปด้วยได้  

            เตโชยิ้มออกทันที เขาจะชวนไม้ขึ้นภูกระดึงกับเขาด้วย เพราะเตโชเชื่อในคำพูดเก่าแก่ที่เขาเคยได้ยินมาก่อนหน้านี้

            .. หากรักใดเริ่มต้นบนภูกระดึง ..รักนั้นจะเป็๞นิรันดร์ .. แต่หากรักใดงดงามอยู่ก่อนแล้ว ..แล้วคู่รักนั้นขึ้นภูกระดึงด้วยกัน รักนั้นจะสิ้นสุด ..

    จบตอน ๑๔