บทที่7 ตอนที่44 : ดาหน้ากันเข้ามา! การประลองที่ไม่สามารถปฏิเสธ
ณ ห้องฝึกต้นไม้ ในขณะที่ทุกคนกำลังอยู่ในความเศร้าโศกเสียใจกับการจากไปของมีสท์อยู่นั้น.. ประตูห้องก็ค่อย ๆ ถูกเปิดออกอย่างช้า ๆ จนทำให้ทุกคนในที่นั้นต่างหันจับจ้องไปยังที่นั้นเป็นสายตาเดียวกัน จึงได้พบกับเงาสีดำทมิฬค่อย ๆ เดินตะคุ่ม ๆ มาทางที่พวกเขากำลังยืนชุมนุมกันอยู่ ก่อนที่ความมืดมนที่ได้เห็นนั้นจะแตกกระจายออกอย่างพิศวง.. ที่แท้แล้วเงาดำเหล่านั้นก็คือแมลงนานาชนิดที่รายล้อมตัวของของไอนนนิเอาไว้นั่นเอง “ฉันคือ ไอนนนิ อัคคาพูลู เดอะควีน สมุนคนแรกและคนสุดท้าย ที่ท่านดันทัวร์ เทเปส ดิเอ็มเพอร์เรอร์ได้มอบพลังขั้นที่สองให้” อดีตแรงค์เจแห่งองค์กรโฉดประกาศศักดาของตัวเองและดันทัวร์ตามคำสั่ง “แล้วแกมาที่นี่เพื่ออะไร?” เกษมถามขึ้นด้วยใบหน้าสงสัย และเมื่อได้ยินเสียงนั้นไอนนนิก็มองไปยังเดอะไซท์สตีลเลอร์ในทันที “แกคือเกษมใช่ไหม? ทำไมแกถึงยังมีชีวิตอยู่ล่ะ? เจ้านั่นทำงานพลาดสินะ..” เขาพูดอย่างประหลาดใจ ซึ่งนั่นก็ทำให้หนุ่มแว่นเริ่มมีอาการโมโหขึ้นมาในทันที “‘เจ้านั่น’ ที่แกพูดถึง.. หมายถึงใคร!?” เขาตะโกนถามเสียงแข็ง “ก็พูดถึงไอ้โสตน่ะสิ! แล้วทำไมคนที่ตายกลับกลายเป็นแม่สาวคนนั้นล่ะ ได้ข่าวว่าไอ้หูกางมันรักแม่นั่นมากสะด้วยไม่ใช่หรือไง” แรงค์เอสเอสพูดพลางมองไปที่ร่างอันแน่นิ่งของมีสท์ “แก..” เสียงอันสุดจะเคียดแค้นดังออกมาจากปากอลัน “แกรู้จักโสตได้ยังไง!?” เขาคาดคั้นคำตอบต่อ “ก็เพราะมันเป็นสายลับที่ท่านดันทัวร์ส่งมาแฝงตัวในกลุ่มของพวกแกยังไงล่ะ.. แกไม่คิดมั่งเหรอว่า ไอ้การที่ท่านดันทัวร์รู้การเคลื่อนไหวของพวกแก รู้ว่าพวกแกแยกกลุ่มไปหาไอ้เม็ดเลือดขาว รู้ว่าพวกแกอยู่ไหน หรือรู้ว่าพวกแกกำลังวางแผนอะไร มันจะเป็นความบังเอิญน่ะ” ไอนนนิ อัคคาพูลู เฉลยด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบไร้ความรู้สึก “ไม่จริง.. เป็นไปไม่ได้.. ฉันอยู่ในเหตุการณ์ที่มีสท์เข้าไปช่วยโสต เธอบอกว่าเธอช่วยได้ทันก่อนที่โสตจะโดนไอ้ดันทัวร์ฝังเขี้ยวหนิ!!” ฟาคาราดีนโต้เถียงขึ้นด้วยสิ่งที่เขารับรู้มา ก่อนที่เกษมจะช่วยสนับสนุนอีกหนึ่งเสียง “ใช่! แล้วอีกอย่าง ฉันไม่เคยเห็นรอยเขี้ยวบนคอของโสตเลยด้วย!” “ตลกสิ้นดี.. แกรู้จักคำว่าการแสดงไหม? ท่านดันทัวร์เจอมันแอบอยู่ในตู้และจัดการฝังเขี้ยวมันก่อนที่แม่สาวคนนั้นจะวิ่งกลับมาช่วยสะอีก.. จากนั้นท่านก็สั่งมันให้แสดงเหมือนกับสิ่งที่มันทำก่อนจะโดนฝังเขี้ยวครั้งแรก แล้วก็ปล่อยให้แม่สาวคนนั้นช่วยมันออกไปเพื่อให้มันเป็นสายสืบคอยส่งข่าวสารของพวกแกให้กับเรายังไงล่ะ ส่วนที่แกบอกว่าไม่เห็นรอยเขี้ยวบนคอของมัน แกได้ลองเปิดผมที่ยาวประบ่าของมันดูที่ท้ายทอยหรือยัง!? ฮ่า ๆ ๆ ๆ ” ผู้ควบคุมแมลงอธิบายเหตุการณ์พลางหัวเราะเยาะออกมาด้วยความสังเวช “ถ้ามันเป็นอย่างที่แกพูดจริง ๆ ทำไมพวกแกถึงไม่รู้ว่าพวกเราวางแผนจะไปช่วยออแกเนียน ที่ตกเป็นสมุนของไอ้ดันทัวร์ล่ะ?” เกษมถามต่อด้วยความสงสัย จากนั้นอารมณ์ของไอนนนิก็พลิกเปลี่ยนไปในทันที “ชิ!.. ก็เพราะดันมีไองั่งคนหนึ่งทำเสียแผนน่ะสิ! แต่ก็ต้องขอบคุณมันเหมือนกัน ที่ทำให้ท่านดันทัวร์มอบพลังอันสุดพิเศษนี้ให้กับฉันเพียงคนเดียว..” เขาพูดอย่างไม่สบอารมณ์ ก่อนที่จะก้มหน้าก้มตาลง “และ.. ฉันมาที่นี่ก็เพื่อทำตามคำสั่งสุดท้ายของท่านดันทัวร์” สมาชิกองค์กรเดอะดาร์คอัลฟาเบตผู้เหลือรอดเอ่ย ก่อนจะพูดขึ้นต่ออย่างอัมหิต “ฆ่า..” เสียงนั้นสุดจะแผ่วเบาแต่กลับเต็มไปด้วยความสยดสยอง ก่อนที่ชายหนวดงามจะค่อย ๆ เหล่ตาเงยหน้าขึ้นมองพวกของเกษมอีดครั้ง “และเพื่อที่จะทำให้มันถูกกติกา.. เอ็ดเวิร์ด อาเธอร์ สปีช ที่สาม ฉันขอยื่นคำร้องในการท้าประลอง ฉันขอท้าพวกมันทุกคนที่อยู่ที่นี่! ได้โปรดพิจารณาความเหมาะสมด้วยด้วย” เดอะควีนหันไปคุยกับผู้คุมกฎ ซึ่งเมื่อได้ยินคำขอที่ถูกหลักการนั้นแล้ว.. สุภาพบุรุษชุดทักสิโด้ก็ใช้เวลาพิจารณาเพียงไม่นานจึงอนุมัติคำร้องของไอนนนิ “เมื่อพิจารณาจากความสามารถของทั้งสองฝั่งแล้ว ถือว่าอยู่ในระดับใกล้เคียงกัน ผมอนุมัติให้เริ่มทำการประลองได้..” ฟึ่บ!! ๆ ๆ ทันทีที่ เอ็ดเวิร์ด สปีช ที่สามพูดจบประโยค ก็ได้มีฝูงแมลงพุ่งเข้ามาจู่โจมพวกของเกษมจากทุกทิศทางในทันที! ซึ่งจิมมี่ก็ได้เป่าพายุออกมาจากปอดของเขาอย่างรวดเร็วเพื่อปกป้องคนในกลุ่มเช่นกัน แต่ความรุนแรงของพายุนั้นเทียบไม่ได้เลยกับตอนที่เขาได้รับพลังจากเขี้ยวของดันทัวร์ พลังทำลายล้างของมันเบาลงอย่างมหาศาลแต่ก็ยังเพียงพอที่จะจะสกัดการรุกรานของเหล่าแมลงคลั่งได้ “หึ!.. ถ้าไม่มีพลังของท่านดันทัวร์คอยช่วยแล้ว แกก็ทำได้แค่นี้เองน่ะหรอ ผู้ที่เคยอยู่จุดสูงสุดแห่งองค์กรเดอะดาร์คอัลฟาเบต” เด็กหนุ่มหนวดงอนเย้ยอดีตแรงค์เอ “ทุกคนระวังตัวด้วย! ความสามารถของมันคือการสื่อสารและควบคุมแมลงได้” เกษมเตือนพวกพ้อง หลังจากดวงตาของเขาเห็นหนวดของไอนนนิกำลังปลดปล่อยแสงสีดำทะมึน เช่นเดียวกับหนวดของแมลงที่อยู่ภายใต้อาณัติ ทางด้านอานาพาสเองก็ได้ช่วยพ่นพิษจากต่อมน้ำลายของเขาลงบนพื้นรอบล้อมที่เพื่อน ๆ กำลังยืนกันอยู่ เพื่อป้องกันแมลงที่บุกเข้ามาทางพื้นดิน ในส่วนของป๊อบปี้ ก็ได้สร้างโดมด้วยใยของเธอเอาไว้ป้องกันแมลงที่จะมาโจมตีทางอากาศ และให้ทุกคนเข้าไปหลบอยู่ด้านใน “พวกเราจะเอายังไงกันต่อดี? ใยของฉันคงต้านพวกมันเอาไว้ได้ไม่นานแน่” เดอะสไปทราพูดขึ้นในขณะที่เส้นใยของเธอกำลังถูกเหล่าแมลงนานาชนิดถาโถมเข้าจู่โจม “นี่พวกเธอ ทำไมไม่ลองพึ่งเลือดมหัศจรรย์ของพวกเกาหลีนั่นเพื่อปลดพันธะเขี้ยวดูล่ะ” ชาชาเดียร์เสนอวิธีขึ้นมากลางวงประชุมภายในโดมหยากไย่ “ครั้งนี้คงใช้วิธีนั้นไม่ได้ผลแล้ว.. ‘พลังที่ถูกปลุกขึ้นมาใหม่ ย่อมลบล้างได้ด้วยพลังที่เท่าเทียมกัน’ ฉันเคยอ่านเจอในตำราออแกเนียน ตอนที่เราวางแผนจะช่วยซีรินญ่า” สตีฟพูดขึ้นทันทีหลังจากสิ้นเสียงของแม่สาวสุดเซ๊กซี่ “อืม.. แสดงว่าถ้าเราจะไปขอเลือดของลี คา เพค ก็ต้องลุ้นให้เขาผ่านการปลุกพลังมาแล้วสินะ” อลันเสริม “ถ้าทำอย่างนั้นเท่ากับว่าเราจะต้องเสี่ยงถึงสองครั้งเลยนะ ครั้งแรกเราจะต้องฝ่าไอ้หมอนี่ออกไป ส่วนเสี่ยงครั้งที่สองคือต้องเสี่ยงดวงว่าไอ้ลี คา เพคมันปลุกพลังใหม่แล้วหรือยัง” ไทรซ์แสดงความเห็นของเขา “เราให้คุณเวิร์ดพาวาร์ปไปหาลี คา เพคเลยไม่ได้เหรอ?” โอ๊บเสนอ “ตอนนี้เรากำลังอยู่ในการประลอง แต่ถึงไม่ใช่การประลอง.. สิ่งนั้นมันอยู่นอกเหนือหน้าที่ของคุณเวิร์ดอยู่ดี” ฟาคาราดีนนึกทบทวนกฎของตระกูลสปีชอยู่ชั่วครู่ก่อนจะให้ความเห็นต่อที่ประชุม “ทำไมคุณเวิร์ดต้องอนุมัติในการประลองครั้งนี้ด้วยนะ ทั้ง ๆ ที่รู้อยู่ว่ามันไม่ได้มาดีแน่ ๆ แล้วไอ้กฎการประลองบ้านั่นก็ไร้สาระสิ้นดี มีที่ไหนกันไม่ถามความสมัครใจของอีกฝ่ายเนี่ย!” เจคพูดขึ้นอย่างฉุนเฉียว “อย่าไปโกรธคุณเวิร์ดเลย เขาเกิดมาเพื่อรักษากฎพวกนี้ ถ้าเขาไม่ทำเขาก็ตาย.. แต่ถ้าคุณเวิร์ดอนุมัติให้เกิดการประลองนี้ ก็แสดงว่าพวกเรายังมีโอกาสที่จะชนะไอ้หมอนั่นได้ไม่ใช่เหรอ!” เกษมพูดปลุกความหวังให้กับเพื่อน ๆ “ลองใช้ความสามารถของฉันดูไหมล่ะ?” ซีรินญ่าเสนอแผนการของเธอ “ฉันว่ามันไม่น่าจะได้ผลนะ เพราะเจ้านั่นมันก็เคยเป็นสมุนของดันทัวร์มาเหมือนพวกเรา แถมมันยังเป็นคนคอยส่งข้อความอีก มันน่าจะรู้ความสามารถของเธอและมีวิธีจัดการอยู่แล้วล่ะ แต่ถ้าจะลองดูก็ไม่น่าจะมีอะไรเสียหายอะไร” จิมมี่ให้ความเห็น “เอาล่ะ.. ฉันสามารถเปิดใยให้เธอเล็งเป้าหมายได้เพียงแป๊บเดียวเท่านั้นนะ ไม่งั้นแมลงมันจะโถมเข้ามาหาเราอย่างมหาศาล” ป๊อบปี้พูดกับซีรินญ่าก่อนเธอจะเปิดรูเล็ก ๆ จากโดมหยากไย่ของเธอ และทันทีที่สาวแอฟริกันหัวโล้นเปิดทางให้ ซีรินญ่าก็รีบเล็งเป้าหมายไปที่ไอนนนิ และเปล่งเสียงออกจากกล่องเสียงของเธออย่างสุดพลัง!! แต่.. ผู้เป็นนางพญาของเหล่าแมลงกลับไม่รู้สึกสะทกสะท้านเลยแม้แต่น้อย “ฟิ่ว ๆ ๆ ๆ ๆ ” “ฉึก ๆ ๆ ๆ ๆ ” เสียงเส้นขนของเจคทิ่มแทงสังหารพวกแมลงที่หลุดเข้ามาภายในโดมหยากไย่จากการเปิดช่องให้ซีรินญ่าใช้พลัง.. “เฮ้หนุ่ม ๆ สาว ๆ ที่ฉันเคยศึกษามาน่ะ หนวดของพวกแมลงพวกนี้มันสามารถทำหน้าที่แทนอวัยวะรับสัมผัสได้ ไม่ว่าจะเป็นการดมกลิ่น การลิ้มรส สัมผัส และการฟัง.. และทีนี้ไอ้เจ้านั่นมันก็คงจะปิดกั้นการฟังของมัน แล้วใช้หนวดในการรับสัมผัสแทน เพื่อป้องกันเสียงของซีรินญ่ายังไงล่ะ” อานาพาสชายหนุ่มนักสำรวจพูดด้วยสำเนียงอันเป็นเอกลักษณ์ “แล้วเพื่อน ๆ ที่เคยโดนดันทัวร์ฝังเขี้ยว ไม่มีใครที่คิดว่ามีความสามารถ พอจะเอาชนะไอ้เจ้าแมลงนั่นมาเสนอเลยหรอ” เกษมถามขึ้นพลางมองไปที่เพื่อน ๆ คนอื่นที่อวัยวะพิเศษของเขายังคงเป็นความลับ “นอกจากพวกคุณเอถึงคุณเคแล้ว ที่เหลือก็ไม่มีใครใช้พลังได้เลยจ้ะ ขอโทษด้วยนะที่ช่วยอะไรพวกเธอไม่ได้เลย” แฮปิส ซูแป็งแปร์หญิงสาวหน้ากลมอดีตสมุนของดันทัวร์ก้มหน้าตอบเสียงอ่อย ในขณะที่แอมมี่สาวร่างอวบชาวอินเดีย และมุกกี้อาหมวยสาวแว่นชาวไต้หวันก็เอาแต่ก้มหน้าไม่กล้าสบตาเพื่อน ๆ ส่วนทางฝั่งของพอลเขาก็ยังคงใช้หมวกของเสื้อฮู้ดคลุมหัวปกปิดใบหน้าต่อไปตามปกติของเขา “ไม่เป็นไร ๆ เราเอาใจช่วยพวกเธอนะ สักวันหนึ่งพวกเธอจะใช้พลังได้แน่ ๆ แล้วก็มันต้องเป็นพลังที่สุดยอดมากด้วย” หนุ่มแว่นตาสองสีพูดให้กำลังใจด้วยน้ำเสียงที่เปี่ยมไปด้วยความจริงใจพร้อมกับรอยยิ้ม ซึ่งมันก็เป็นพลังบวกชั้นดีให้กับเพื่อนใหม่ทั้งสามคน ยกเว้นพอลที่ดูไม่ค่อยจะสนใจอะไรสักเท่าไหร่ ก่อนที่จะมีเสียงของป๊อบปี้พูดแทรกขึ้นด้วยสีหน้าเคร่งเครียด “ทุกคน!! ใยของฉันจะต้านทานเจ้าแมลงพวกนี้ไม่ไหวแล้ว!!” “เอาอย่างนี้! เธอสามารถใช้แขนของเธอขยายเพื่อปกป้องคนอื่นได้ใช่ไหมไบซ์? งั้นให้เธอช่วยปกป้องพวกเราที่ไม่สามารถต่อสู้ได้เอาไว้ ส่วนคนที่พอจะสู้ได้ให้ออกไปช่วยกันต่อสู้ก่อน!” สตีฟเริ่มวางแผนรับมือเฉพาะหน้า ในสถานการณ์ที่เข้าขั้นวิกฤต “โอเค! ตกลงตามนั้น!! ทุกคนที่ไม่สามารถต่อสู้ได้ ให้มาอยู่ข้างหลังฉัน! เร็ว ๆ เข้า” ไบซ์พูดก่อนจะขยายแขนของเธอโอบล้อมเพื่อน ๆ เอาไว้จนกลายเป็นก้อนกลมขนาดใหญ่ภายในโดมใยแมงมุม และเพียงไม่กี่อึดใจต่อจากนั้น เกราะหยากไย่ของป๊อบปี้ก็ขาดสบั้นลง เนื่องจากฝูงแมลงมากมายเกินคณานับได้ถาโถมเข้ามาโจมตีอย่างบ้าคลั่ง! โดยผู้ที่ออกไปต่อสู้อย่างกล้าหาญทั้งหมดก็ได้แก่ โจเซฟ อลัน มิทาจิ ไทรซ์ จิมมี่ โอ๊บ ชาชาเดียร์ อานาพาส เจค และป๊อบปี้ ส่วนคนอื่นที่เหลือก็ยังคงอยู่ภายในอ้อมแขนของไบซ์เพื่อคิดหาวิธีที่จะเอาชนะไอนนนิและเหล่าแมลงของเขาให้ได้ “เฮ้ทุกคน!! เป้าหมายของเราคือไอ้คนบงการ ช่วยคุ้มกันฉันให้ไปถึงตัวมันด้วย!!” ไทรซ์พูดในขณะที่กำลังวิ่งเข้าประจัญบานเหล่าแมลงที่ขวางหน้าเขาอย่างห้าวหาญ และด้วยความบ้าดีเดือดนี้เองก็ได้ส่งผลให้เพื่อน ๆ เกิดความฮึกเหิมตามไปด้วย! หลังจากได้ยินคำขอร้องเชิงสั่งการของเดอะบอดี้การ์ด เพื่อน ๆ ทุกคนต่างก็ช่วยกันปกป้องและพยายามพาให้เขาเข้าไปถึงตัวของไอนนนิให้ได้อย่างสุดความสามารถ! จิมมี่ได้เป่าพายุขนาดใหญ่ที่สุดเท่าที่เขาจะทำได้ออกมา “ไทรซ์!! วิ่งตามหลังพายุของฉันไป!!” เขาเอ่ย “ส่วนฉันจะระวังด้านหลังให้!!” ป๊อบปี้พูดพลางปล่อยใยของเธอโดยมุ่งเน้นไปในการป้องกัน “ถ้างั้นไอ้พวกกระจ๊อกที่เดินตามพื้นฉันจะจัดการมันเอง!!” อานาพาสพ่นพิษสีเหลืองข้นจากต่อมน้ำลายของเขาใส่แมลงที่พยายามเดินมาจู่โจม “มิทาจิกับเจคซังจะจัดการส่วนที่อยู่บนอากาศเองค่ะ!!” นินจาสาวผนึกกำลังกับชายผู้มาจากดินแดนแห่งนักรบไวกิ้งช่วยกันใช้เล็บและขนของพวกเขายิงใส่แมลงที่กำลังบินว่อนอยู่ และทั้งหมดก็รวมพลังฝ่าฟันกันไปสักพักจนถึงเป้าหมายจนได้! จากนั้นไทรซ์ก็ได้เริ่มทำตามแผนที่เขาวางเอาไว้ทันที “ฮ่า ๆ ! ประชิดตัวอย่างนี้แกไม่รอดแน่! เอาหมัดของฉันไปกินซะ!!” ฟาน เดอร์ อาร์ม ผู้พี่พูดก่อนจะสาวหมัดโดยมีเป้าหมายคือใบหน้าของไอนนนิ แต่ในชั่ววินาทีเดียวกันนั้นเอง ก็ได้มีฝูงแมลงกลุ่มหนึ่งกุลีกุจอบินเข้ามาเพื่อป้องกันเดอะควีนจากหมัดของไทรซ์เอาไว้ได้อย่างรวดเร็ว! “หึ!.. ของฉันน่ะ.. มันเป็นแค่ตัวหลอก” ไทรซ์แสยะยิ้มมุมปาก ฟึ่บ!! ฟึ่บ!! ก่อนที่อลันและโจเซฟจะใช้ความเร็วระดับปิศาจที่สายตาคนปกติทั่วไปไม่สามามรถมองเห็นได้ทันพุ่งเข้ามาขนาบร่างทั้งสองฝั่งของไอนนนิ! และทั้งคู่ก็ได้กระโดดเตะโดยมีเป้าหมายที่ก้านคอของแรงค์เอสเอส! แต่ก็เช่นเคย.. ขาของสองพี่น้องนั้นยังคงฟาดเข้ากับกำแพงแมลงอย่างจัง!! และทันใดนั้น ก็ได้มีแส้เส้นผมสีทองอร่ามของชาชาเดียร์ เสริมการโจมตีเข้ามาจากระยะไกลเป็นดาบที่สาม หวังเพื่อจะปิดบัญชีให้จงได้ เพี๊ยะ!!.. เสียงแส้ทองฟาดดังสนั่นขึ้น แต่ก็ยังคงไม่สามารถผ่านปราการแมลงที่คอยปกป้องไอนนนิเข้าไปได้อยู่ดี “การโจมตีของพวกแกมันไร้ประโยชน์สิ้นดี.. เพราะว่าตอนนี้ฉันเป็นเสมือนนางพญาของพวกแมลงทั้งหลายยังไงล่ะ และหน้าที่ของแมลงพวกนี้ ก็คือทำทุวิถีทางเพื่อไม่ให้นางพญาของมันเป็นอันตราย ต่อให้พวกแกจะโจมตีมาอีกกี่ร้อยกี่พันครั้ง เจ้าแมลงพวกนี้มันก็จะคอยสละชีวิตเพื่อปกป้องนางพญาของพวกมันตลอดไปนั่นแหละ ในตอนนี้ฉันมีเกราะที่แข็งแกร่งที่สุดในโลกแล้ว..” ไอนนนิพูดด้วยเสียงนิ่งเรียบอย่างมั่นใจหลังจากการโจมตีประสานของเหล่าผู้ร่วมประลองยังคงไม่ได้ผล “มาลองพลังโจมตีกันบ้างดีกว่า.. ใครจะเป็นหนูทดลองให้ฉันดีล่ะ? เอาเป็นแกก็แล้วกันนะ เพราะดันโชคร้ายอยู่ใกล้มือที่สุด” เดอะควีนมองไปยังเบื้องหน้าและได้ตัดสินใจที่จะใช้การโจมตีใส่ไทรซ์ที่กำปั้นของเขากำลังติดหนึบกับบาเรียแมลงอยู่ ซึ่งเมื่อบอดี้การ์ดหนุ่มได้ยินดังนั้น เขาก็พยายามอย่างสุดความสามารถเพื่อจะดึงแขนที่คาอยู่ออกมา แต่มันก็ไม่ได้ผล หมัดของเขาถูกบีบแน่นจนขยับไม่ได้ “หนอยแน่ะแก!!” “ย๊ากก!!” เมื่อถูกต้อนอับจนหนทางเขาจึงตัดสินใจใช้หมัดอีกหนึ่งข้างที่ยังเหลืออยู่ซัดเข้าไปเพื่อวัดใจ.. ฟุ่บ! แต่กำปั้นเดิมพันครั้งนี้ของเขาก็ได้ถูกโล่แมลงรับการโจมตีไว้ได้อย่างเด็ดขาดอีกเช่นเคย.. เดอะควีนชูแขนขึ้นเหนือหัวของเขาก่อนที่เหล่าแมลงจะมาเกาะกลุ่มรวมตัวกันจนมีรูปร่างคล้ายกับเหล็กในของผึ้งขนาดมหึมากำลังล้อมอยู่รอบแขน “ตายซะ..” ไอนนนิมองหน้าชายชาวดัตช์ด้วยสายตาเย็นชาก่อนจะลงทัณฑ์หวังปลิดชีพ ตึ้ง!!! ครืดด... เสียงของแข็งสองอย่างกระทบกัน ก่อนที่ทั้งสองสิ่งนั้นจะหักล้างกันได้อย่างพอดิบพอดี “ขอบใจสำหรับพลังนะ!!” โอ๊บพูดขึ้นหลังจากโถมตัวเข้ามาเพื่อใช้แผ่นหลังของเขาในการรับเหล็กในยักษ์แทนไทรซ์ได้อย่างทันท่วงที ก่อนที่จะโอนถ่ายพลังงานที่ได้รับมานั้นไปที่หมัดขวา.. “แต่เอามันคือไปเถอะ!” เจ้าของสมญาแผ่นหลังลูกผู้ชายเหวี่ยงซัดมันกลับไปสุดแรง! ฟู่มม!!.. ครืดด.. หมัดนั้นพุ่งทะยานเข้าไปกระทบกับเกราะแมลงของไอนนนิเข้าเต็มเปา! ทายาทของผู้พิทักษ์พยายามดันกำปั้นนั้นเข้าไปอย่างสุดแรงเกิด จนกระทั่งมันค่อย ๆ ทะลุม่านบาเรียเข้าไปจนได้ ก่อนที่ปลายหมัดนั้นจะค่อย ๆ ขยับเข้าไปกระทบกับปลายจมูกของหนุ่มหนวดงอนในที่สุด.. ซึ่งมันก็เล่นทำเอาเดอะควีนถึงกับตะลึงตาค้างจนเสียสมาธิไปชั่วขณะ จึงทำให้ไทรซ์และคนอื่น ๆ ฉวยโอกาสนี้ดึงส่วนที่ถูกตรึงไว้อยู่โดยเหล่าแมลงออกมาได้พลางถอยกลับไปตั้งหลักกันใหม่.. “ไม่ไหว.. เราจะชนะมันได้ยังไงเนี่ย? ขนาดรุมโจมตีขนาดนั้นยังเอามันไม่ลงเลย” เจคเริ่มท้อกับการต่อสู้ที่แทบมองไม่เห็นหนทางแห่งชัยชนะ “นี่พี่บึ้ก ทำไมไม่เอาออกาเน็มออกมาใช้อีกทีล่ะ? ถ้าเป็นไอ้นั่นต้องขยี้มันได้แน่!” อานาพาสมองไปยังไทรซ์อย่างมีความหวัง แต่ฟาน เดอร์ อาร์ม ผู้พี่กลับยืนนิ่งไปชั่วครู่ “ใช้งานเจ้านั่นไม่ได้อีกแล้วล่ะ.. พวกเราทำข้อตกลงกันไปแล้ว ฉันทุ่มพลังทั้งหมดของออกาเน็มไปในตอนสู้กับจิมมี่ครั้งนั้นแล้ว..” เขาพูดพลางใช้มือกุมไปยังหัวเข็มขัดที่สลักชื่อตระกูล “งั้นฉันเอง.. ทางฉันก็มีอะไรอยากจะทดลองสักหน่อยน่ะ” อลันเดินมาขนาบข้างบอดี้การ์ดหนุ่ม