ตอนที่12 ค่ำคืนแสนหวาน
“พี่ฮุยหลาน หากท่านจะเข้าข้างเขาข้าก็ไม่ได้ว่าอะไรหรอกนะ แต่เหตุใดทุกครั้งต้องเอาสุนัขเช่นเขามาเปรียบเปรยทุกครั้งไปด้วยเล่า” เหวินรุ่ยส่ายหน้าให้กับสาวใช้ส่วนตัว ถึงนางจะเคยรักเขามากเพียงใด แต่ในเมื่อเรื่องได้จบลงไปแล้วนางก็ไม่อยากได้ยินชื่นนี้อีก เหวินรุ่ยถอนหายใจออกมาอย่างเบื่อหน่ายทันที
“เป็นอะไรหรือเหตุใดถึงได้ทำหน้าซังกะตายเช่นนั้นเล่า” เฟิงหานเดินมาถึงก็เห็นคนรักของตนทำหน้าเบื่อโลกจึงได้ถามไถ่
“วันนี้ข้าแค่ไม่มีสมาธิจะทำเครื่องประดับแล้วก็เท่านั้น” เหวินรุ่ยพูดออกมาด้วยสีหน้าเฉยเมย ส่วนฮุยหลานที่เป็นต้นตอของเรื่องนี้ก็ได้แต่ทำหน้าสำนึกผิดและตำหนิตนเองที่วกกลับมาพูดเรื่องเก่าๆ อยู่ได้
“เช่นนั้นเจ้าก็ควรไปพักผ่อนเสียบ้าง”
“พักผ่อนงั้นหรือ” เหวินรุ่ยที่ไม่เคยได้พักอย่างสบายใจเสียทีถึงกับเบิกตากว้างออกมา
ในชีวิตก่อนนอกจากข้าจะดูแลจวน ทำอาหาร และเป็นแม่บ้านที่ดีแล้ว ข้าก็ไม่เคยได้ไปเที่ยวเล่นหรือหาอะไรที่มันผ่อนคลายสบายใจมาก่อนเลย พอกั๋วเฟิงหานพูดขึ้นมา ข้าก็พึ่งจะนึกได้ว่าชีวิตก่อนของข้าจืดชืดเพียงไหน ไร้ทั้งเพื่อนและสังคม วันๆ เอาแต่อุดอู้อยู่แต่ในรั้วบ้านเพียงเท่านั้น
“ใช่ หากเจ้าอยากพักข้ามีที่ดีๆ ที่จะทำให้เจ้าผ่อนคลาย เจ้าอยากลองไปกับข้าหรือไม่” เฟิงหานยกยิ้มมุมปากที่แสนจะประจบสอพอนั่นขึ้นมา
“ข้าต้องถามท่านพ่อก่อนว่าท่านจะอนุญาตหรือไม่”
“ไปเถอะ เจ้าทำเพื่อพ่อมามากแล้วไปพักสักหน่อยก็น่าจะดี ฝากบุตรสาวของข้าด้วยนะ” ไม่ทันที่เหวินรุ่ยจะหาคำมาพูดต่อ ผู้เป็นพ่อก็รีบเอ่ยปากออกมา แถมยังฝากฝังกั๋วเฟิงหานให้ดูแลนางอย่างดีอีกด้วย
นี่ข้าฝันไปหรือเปล่านี่ ท่านพ่อของข้าเหตุใดถึงไม่หวงลูกสาวเอาเสียเลย เหวินรุ่ยมองหน้าบิดาอย่างไม่อยากจะเชื่อสายตาตนเอง ส่วนกั๋วเฟิงหานก็ก้มหัวผสานมือตอบรับ และบอกว่าจะดูแลเหวินรุ่ยอย่างดี
ดังนั้นช่วงบ่ายจวบจนถึงเย็นสองหนุ่มสาวจึงได้ใช้เวลาด้วยกันเพียงลำพัง
พอมาสังเกตดูดีๆ แล้วคุณชายกั๋วผู้นี้ก็งามกว่าชายใดที่ข้าเคยพบมา แม้แต่ต้าฟ่งยังไม่ได้ดูดีเท่าขี้เล็บของเขาเลย เขาทั้งเอาอกเอาใจเก่ง เขาไม่สนใจแม้ว่าสาวน้อยสาวใหญ่จะคอยทอดสะพานให้ ความสุขเช่นนี้ข้าแทบจะสำลักมันออกมาหากนี่เป็นแค่ความฝันข้าก็ไม่อยากที่จะตื่นขึ้นมาแล้วจริงๆ
“แม่นางจิ่งข้าว่าท่านดื่มสุรามากเกินไปแล้วนะ วันนี้เราพอแค่นี้กันก่อนเถอะ เดี๋ยวข้าจะไปส่งท่านกลับบ้านเอง” กั๋วเฟิงหานที่พาคนรักตัวน้อยมาลิ้มลองรสชาติอาหารที่โรงเตี๊ยมชั้นนำแห่งหนึ่ง เขาได้สั่งสุราชั้นยอดมาตามความเคยชินปกติ แต่ว่าพอเขาขอไปเข้าห้องน้ำเพียงครู่เดียว กลับมาก็ได้เห็นเหวินรุ่ยที่แก้มแดงปรั่ง ลมหายใจร้อนผ่าวจนเขาก็แทบจะอดทนกับความหวานฉ่ำของนางในตอนนี้แทบไม่ไหว
“ข้าไม่กลับ” เหวินรุ่ยที่อยู่ในอาการมัวเมา เขยิบตัวเข้าไปใกล้ๆ กั๋วเฟิงหานเพื่อหาที่พักพิง เพราะเหมือนกับว่าห้องอาหารส่วนตัวนี่มันจะเคลื่อนที่ได้เอง
“ทำไมข้าไม่รู้มาก่อน ว่าท่าน…มีใบหน้าที่โดดเด่นเช่นนี้” เสียงพูดที่เนิบช้า พร้อมกับมือเรียวบางที่ลากไล้ไปตามโครงหน้าอันคมคายของเหวินรุ่ย ทำให้เฟิงหานกลืนน้ำลายเสียงดังอึก แต่เขาก็ไม่ได้ปัดป้องอันใดนางเลยแม้แต่นิด
เฟิงหานถอนหายใจออกมาอย่างยากลำบาก สถานการณ์เช่นนี้ เขาไม่ได้คิดเอาไว้เลยว่ามันจะเกิดขึ้น แต่เขาก็ใช้แขนอันทรงพลังประคองคนรักของเขาเอาไว้ เพราะเขาพอจะดูออกว่านางทรงตัวไม่อยู่แล้ว
“หล่อจัง หน้าอกแน่นมากเลยนะเนี่ย” เหวินรุ่ยยังคงใช้มือเล็กๆ ลูบไล้เฟิงหานเพื่อเอาเปรียบเขาและไปให้ความสนใจกับหน้าอกที่แข็งบึกบึน
“มือของท่านจะซุกซนเกินไปแล้วนะ” เฟิงหานกลืนน้ำลายลงคอ และรวบตึงมือของนางเอาไว้ ก่อนจะเรียกเสี่ยวเอ้อให้มาคิดค่าอาหาร
“เรากลับกันเถอะ” เมื่อจ่ายค่าอาหารแล้วเสร็จ กั๋วเฟิงหานก็อุ้มคนรักที่เมาแอ๋ของเขาลงไปชั้นล่าง ในขณะที่นางเอามือเรียวคล้องคอเขาเอาไว้
“อืมมม ข้ายังไม่อยากกลับเลย” เหวินรุ่ยใช้หัวเล็กๆ ถูไถหน้าอกของเฟิงหานและเอามืออีกข้างหยอกเหย้าตรงหูของเฟิงหานแล้วหัวเราะคิกคัก
“ข้าไม่ใช่พระอิดพระปูนนะเหวินรุ่ย” เฟิงหานกดเสียงลงต่ำ และมองใบหน้างามที่เข้ามาซุกตรงซอกคอของเขา
“กลิ่นน่ากินจัง” สิ้นสุดคำพูดของเหวินรุ่ยที่สูดดมระหว่างคอของคนตัวใหญ่ เส้นแห่งความเป็นสุภาพบุรุษของเฟิงหานก็ได้ขาดสะบั้นลง
กั๋วเฟิงหานกัดฟันเสียงดังกรอด ก่อนจะเดินเข้าไปยังโรงเตี๊ยมแห่งหนึ่งที่ไม่ใกล้ไม่ไกลนักแล้วเปิดห้องพักทันที
เมื่อได้ห้องพักมาแล้ว เฟิงหานก็วางนางลงบนเตียงนอนอย่างเบามือ ทว่ามือเล็กก็ไม่ยอมปล่อยมือออกจากคอของเขาแถมยังรั้งให้เขานอนลงกับนางด้วย
“จิ่งเหวินรุ่ย ท่านทำตัวของท่านเองนะ” เฟิงหานแสยะยิ้มออกมาและก้มลงซุกไซร้คอของเหวินรุ่ย จนนางหัวเราะออกมาเพราะจั๊กจี้
“คิก คิก ดีจังทำแบบเมื้อกี้อีกทีสิเจ้าคะ” เสียงที่หวานปานน้ำผึ้งพูดออกมาพร้อมกับตาที่ปรือจนแทบจะลืมไม่ขึ้น
“ทำไมเจ้าถึงได้มีเสน่ห์ขนาดนี้กัน” เฟิงหานก้มลงไปประกบริมฝีปากบาง แล้วใช้ลิ้นคว้านหาความหวานอย่างไม่หยุดหย่อน จนร่างบางดันเขาออกเพราะหายใจไม่ทัน เฟิงหานจึงเปลี่ยนเป็นก้มลงไปตรงคองามระหง แล้วใช้อีกมือลูบไล้ช่วงเอวคอดอย่างเบามือ
“อือ..ทำต่อสิเจ้าคะ” เหวินรุ่ยเอื้อนเอ่ยออกมาเหมือนกับคนละเมอ
“เจ้าแน่ใจนะว่าต้องการให้ข้าทำต่อ” เฟิงหานหายใจหอบ น้ำเสียงของเขาเริ่มแหบพร่าอย่างเด่นชัด และรู้สึกว่าตนจะเริ่มทนกับร่างกายที่อ่อนระทวยนี้ไม่ไหวแล้วเช่นกัน
จิ่งเหวินรุ่ยไม่ได้พูดอะไรมาก นางเพียงแค่ส่งสายตาหวานฉ่ำให้กับเฟิงหานก่อนจะเอื้อมมือขึ้นไปลูบไล้คนตัวโตที่ใช้แขนสองข้างคร่อมตัวนางเอาไว้
“เสื้อผ้านี่เกะกะเสียจริง แล้วมันถอดยังไงเนี่ย” จิ่งเหวินรุ่ยลูบดึงเสื้อที่เฟิงหานใส่ไว้อย่างแน่นหนาทว่ามันก็ไม่ยอมหลุดออกสักทีนางจึงบ่นไปดึงเสื้อของเขาไป
“ถอดออกมานะ ข้าอยากเห็นว่าท่านจะเป็นอย่างที่ข้าคิดไว้หรือไม่” เหวินรุ่ยหงุดหงิดและผลักให้เฟิงหานนอนลงบนที่นอน และนางก็ค่อยๆ ปีนขึ้นไปนั่งบนตัวของเฟิงหานด้วยสติที่เหลือน้อยนิด
กั๋วเฟิงหานมองดูการกระทำของจิ่งเหวินรุ่ยที่เงอะงะๆ แล้วระบายยิ้มออกมา ทว่าพอเหวินรุ่ยนั่งลงทับแก่นกายที่ขึงขังของเขา เฟิงหานก็ถึงกับหน้าแดงระเรื่อขึ้นมา
“ท่านจะทำให้ข้าบ้าตายแล้วนะเหวินรุ่ย” เฟิงหานบ่นออกมาเบาๆ เพียงไม่กี่อึกใจเหวินรุ่ยก็ถอดเสื้อช่วงบนของเฟิงหานออกมาได้อย่างเก้ๆ กังๆ
“ถอดได้แล้วฮ่าๆๆ” เหวินรุ่ยที่ไม่เหลือเคล้าโครงของสตรีอันรักนวลสงวนตัวนอนลาบลงไปบนตัวของเฟิงหานที่หายใจไม่เป็นส่ำ
“ท่านยังไม่พร้อมหรอกนะเหวินรุ่ย” เฟิงหานกระซิบเสียงเบาเขาไม่อยากเคลื่อนไหวใดๆ อีกแล้วเพราะทุกการขยับของร่างกายของนางช่างปลุกเร้าความป่าเถื่อนภายในให้ลุกโชนขึ้นมาไม่หยุดหย่อน
“อือ” เหวินรุ่ยเขยิบร่างกายเล็กน้อยและไปโดนมังกรที่พึ่งตื่นจากการจำศีล เฟิงหานได้แต่เอามือหนาขึ้นมาก่ายใบหน้าของตนเองไว้ และท่องในใจ ว่านางกำลังเมาเขาจะมาฉวยโอกาสแบบนี้ไม่ได้ แต่ช่วงล่างของเขาก็เริ่มปวดหนึบๆ ขึ้นมาจนเกินจะทนไหว
เฟิงหานไม่เคยคิดเลยว่า ร่างกายเล็กๆ ของเหวินรุ่ยที่เคลื่อนตัวไปมาจะทำให้เขาทุกข์ทรมานได้ขนาดนี้ เขาอยากจะจับตัวของนางกดลงเตียงและระบายโทสะแห่งความใคร่นี่ให้มันรู้แล้วรู้รอดไปซะ ทว่าพอนึกถึงตอนที่นางได้สติกลับคืนมาเขาก็รีบดึงนางเข้ามากอดไว้ข้างกายแล้วรัดตัวของนางที่ขยับไปมาเอาไว้แน่นจนนางเผลอหลับไป
“เกือบไปแล้วนะเหวินรุ่ย” กั๋วเฟิงหานกระซิบข้างหูจิ่งเหวินรุ่ยที่หลับตาพริ้มและจุมพิตที่หน้าผากมนของนางและถอนหายใจออกมา
“ดูท่าคืนนี้ข้าคงต้องใช้ความอดทนมากหน่อยเสียแล้ว ส่วนเจ้าก็นอนนิ่งๆ ไปนะ หากเจ้ายังขืนไม่อยู่สุขอีกล่ะก็ ครั้งนี้อย่าหาว่าข้าลงมือหนักกับเจ้า” เฟิงหานปิดตาลงแล้วกระชับอ้อมแขนของตนอย่างหวงแหนคนในอ้อมกอด