ลวงสวรรค์สู่วิถียุทธคลั่ง [จบ]

บทที่286 ผู้ทรยศที่แท้จริง

    ระหว่างที่เดินทาง เมิ่งอี้ นางมองแผ่นหลังของอี้เฉินอยู่ตลอดเวลา เมื่อเห็นอี้เฉิน ยืนมือไพล่หลัง ผู้คนที่มอง เหมือนว่าอี้เฉินในยามนี้ เย่อหยิ่ง และจองหองเป็นอย่างมาก แต่พวกเขากลับหารู้ไม่ อี้เฉินเพียงแค่ปกปิดแขนข้างซ้าย ที่บาดเจ็บของเขาก็เท่านั้น
 

 

ซึ่งในยามนี้เมิ่งอี้นางรู้ดี อี้เฉินบาดแผลไม่เคยได้ถูกรักษาแม้แต่น้อย บาดแผลภายในกายาที่ถูกอาภรณ์ สีแดงเลือดหมูปกปิดไว้ คงบาดเจ็บไม่น้อยเป็นแน่ แต่นางในยามนี้ก็ไม่กล้าพูดอะไรออกมาให้เสียแผนการของอี้เฉิน เมื่อเห็นความตั้งใจของอี้เฉินในยามนี้



.....โลกใบเล็กที่อี้เฉินสร้างขึ้น พุ่งออกไปแหวกอากาศอย่างบ้าคลั่ง เสียงอากาศแตกร้าวดังก้องไล่หลังมาแต่ไกล ประหนึ่งดาวตกที่แหวกท้องนภา พุ่งไปในทิศทางดินแดนร้อยแคว้น
ทอแสงระยิบระยับ เปล่งประกายทั่วท้องนภา ดั่งดวงดารา เอกภพ เคลื่อนที่ด้วยความรวดเร็ว

 


หากพวกเขาหลุดออกไปด้านนอกได้ถูกความรวดเร็ว ฉีกกระชากร่างเนื้อจนแหลกเละเป็นแน่ ไม่คิดเทพสวรรค์ครึ่งก้าว จะห่างกันกับขั้นพลังเทวะ มากมายถึงเพียงนี้ ราวกับเส้นแบ่งที่ไม่อาจก้าวข้ามได้ ระหว่างคนกับเทพ



...เมื่อพวกเขาก้าวข้ามมาถึงดินแดน ร้อยแคว้นได้ พวกเขาก็ถึงกับหน้ามืดทะมึน เหมือนว่าทุกแห่งหนในยามนี้จะเต็มไปด้วย ควันไฟสงครามที่ดับมอด แต่ก็ยังหลงเหลือเศษซากของความพังพินาศอยู่ ผู้คนล้มตายไม่ต่างกัน รอบทิศเต็มไปด้วยซากประหลักหักพัง พระสุธา ถูกชะล้างไปด้วยเลือด .....สายตาของหลายๆ คนที่เห็นวิวทิวทัศน์จากมุมสูง ถึงกับกำหมัดจนแน่น แค้นเคืองเทพสวรรค์แท้จริง ในใจลึกๆ อยู่ไม่น้อย


 

บางคนก็ถึงกับหลั่งน้ำตาให้เหล่า สรรพชีวิตที่ตายจากไป มองดูดินแดนที่พวกเขาเกือบจะยึดครองได้ กลายเป็นเศษซากที่น่าเวทนา หากพวกเขาไม่หยุดยั้งเทพสวรรค์แท้จริงไว้ เป็นไปได้ที่ดินแดนเบื้องล่างแห่งนี้จะถูกกวาดล้าง อย่างแน่นอน

 


เหล่าผู้อาวุโสชราหัวคิดก้าวหน้าเริ่มตระหนักได้ 'มีเพียงแต่ต้องเตรียมการรับมือเท่านั้น ไม่เช่นนั้นโลกเบื้องล่างแห่งนี้ ก็จะเป็นเพียงสนามเด็กเล่นของเทพสวรรค์ ที่รอคอยกาลเวลา แปรเปลี่ยนเป็นดินแดน รกร้างไร้ผู้คน'


 

.......ครั้นเมื่ออี้เฉิน เดินทางมาถึงจุดที่ ค่ายกลเคลื่อนย้าย ที่เหล่าจอมยุทธ์จากดินแดนเบื้องบนใช้ค่ายกลเคลื่อนย้ายลงมาเยือน อี้เฉินจึงหยุดการขับเคลื่อนวิชาหมื่นโลก


 

    เหล่าผู้คนที่อยู่ยังพื้นเบื้องล่างเองก็มีอยู่ด้วยกันไม่น้อย เหมือนพื้นที่แห่งนี้จะเป็นจุดลี้ภัย สงคราม ของผู้คนดินแดนร้อยแคว้น เมื่อผู้คนเห็น โลกใบเล็กพุ่งเข้ามาใกล้ หลายๆ คนต่างตกตะลึงดวงตาเบิกกว้าง แม้แต่พวกที่นั่งศึกษาค่ายกลเคลื่อนย้าย ผุๆ พังๆ ในยามนี้ ก็ไม่อาจสงบนิ่งได้อีกต่อไป กวาดตาขึ้นไปมองด้านบนท้องฟ้าในทันใด


 

เหล่าผู้อาวุโสชราของดินแดนร้อยแคว้นถึงกับขมวดคิ้วมุ่น เมื่อสัมผัสได้ถึงปราณพลัง ที่มากมหาศาล ภายในลูกกลมๆ ต่างจับจ้อง โลกใบเล็กอย่างไม่วางตา


 

ครั้นที่โลกใบเล็กที่แตกสลายออกมา จากการดีดนิ้วของอี้เฉิน มันก็เผยให้เห็นเหล่าผู้คนดินแดนจันทราทมิฬ จนรอบๆ เกิดจลาจล ขึ้นมา แววตาเต็มไปด้วยความอาฆาตมาดร้าย มือที่เคยว่างเปล่า หยิบศาสตราวุธขึ้นมาถือในทันใด


 

อี้เฉินเขาที่เห็นส่ายหัวน้อยๆ ก่อนจะเอ่ยน้ำเสียงออกไปดังกึกก้อง สะท้านใจ เหล่าผู้คนที่ได้ยินมัน ดั่งระเบิดลูกใหญ่ ถูกจุดใจกลางหัวใจของพวกเขา ให้ตื่นขึ้นมาจากความฝัน ที่เลื่อนลอย "โลกเบื้องล่างแห่งนี้ จะเป็นเช่นไร อยู่ที่พวกเจ้าเป็นคนขีดเขียน จงกลบฝั่งความบาดหมางลงไปเสีย ศัตรูที่แท้จริงคือ กลุ่มคนที่หมายตาดินแดนเบื้องล่างแห่งนี้"


 

เมื่อเหล่าผู้คนได้ยิน พวกเขาจึงเก็บโทสะ ที่บ้าคลั่งกลับไป พวกเขาต่างรู้ซึ้ง ถึงพลังของคนดินแดนเบื้องบนในยามนี้ดี เมื่ออยู่ต่อหน้าพวกเทพสวรรค์ดินแดนเบื้องบนเหล่านั้น พวกเขาก็เป็นแค่มด ปลวก คืบคลานอยู่บนพื้นดินเท่านั้น ไร้สิทธิ์ไร้เสียงในการเอ่ยวาจา


 

ชายชราเยว่เทียน ที่ได้รับมอบหมายจากอี้เฉิน ครั้นเมื่อเขาเห็นใบหน้าของเด็กหนุ่มผมขาว เขาบินทะยานขึ้นไปด้านบนท้องนภาโดยไม่มีท่าทีรั้งรอ ก่อนจะมาอยู่ด้านหน้าอี้เฉินเอ่ย คำพูดที่อี้เฉิน ฝากฝังให้ตามหา โม่กวาง จนเจอ แถมยังให้เหล่าผู้คนที่มีพรสวรรค์มารวมตัวยังพื้นที่แห่งนี้


 

    เมื่ออี้เฉินที่เห็น โม่กวางจากที่ไกลๆ มันก็ทำให้เขายกยิ้มขึ้นมาน้อยๆ คนผู้นี้ถึงเขาจะไม่ได้รู้จักเขามากมายเท่าใดนัก แต่ในยามก่อนพวกเขาก็ถือเป็นสหายที่ดีต่อกัน พวกเขาร่วมด้วยช่วยกัน จนสามารถหนีรอดออกมาจาก ดินแดนเซียนในยามที่ถูกลักพาตัวกลับมาได้


ต้องยกความดีความชอบในครั้งนั้น ให้กับ โม่กวางที่เก่งกาจ เรื่องค่ายกลเคลื่อนย้าย ไม่เช่นนั้นพวกเขาไม่อาจรอดพ้นกลุ่มคนดินแดนเซียน ได้อย่างแน่นอน


 

อี้เฉินเอ่ยขอบคุณ ไปที่ชายชรา เยว่เทียนในทันที "ลำบากท่านแล้ว มาทางนี้ ข้าจะแนะนำให้ท่านได้รู้จัก ท่านนี้ก็คือองค์จักรพรรดิเมิ่งฉิน หวังว่าพวกท่านคงจะพูดคุยกันด้วยมิตรไมตรี"



    ชายชราเยว่เทียน มีสีหน้าบึ้งตึงเล็กน้อย ก่อนจะคำนับเล็กๆ ไปที่ องค์จักรพรรดิของฝั่งศัตรู มองดูเด็กหนุ่มผมขาว ด้วยความประหลาดใจ ว่าเขาคิดจะทำอะไรกันแน่ แต่เมื่อตัวเขาได้ยินน้ำเสียงของอี้เฉินที่เอ่ยถาม มันก็ทำให้เขาหยุดชะงักขึ้นมาน้อยๆ

"ดินแดนศักดิ์สิทธิ์ ที่นำโดยซีเซียว กับดินแดนเซียนล่ะ ข้าไม่ยักเห็นพวกเขาเลย"


 

   ชายชราเยว่เทียน กระอักกระอ่วนที่จะบอกกล่าวอี้เฉินเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยพูดขึ้นมา "ดินแดนศักดิ์สิทธิ์ ที่นำโดยเจ้าสำนัก ซีเซียว นางก็น่าจะมาสมทบในอีกไม่ช้า เอ่อ..ส่วนเรื่องดินแดนเซียน พวกเขาถูกกวาดล้างไปแทบสิ้น หลงเหลือเหล่าผู้คนไม่มาก ส่วนใหญ่ไร้ปราณพลังเป็นเพียงชาวบ้านธรรมดา"

 


    อี้เฉินถึงกับหน้าถมึงทึงในทันที ตัวเขาคิดปาดเดียวก็พอจะคาดเดาได้ ดินแดนเซียนต้องกำความลับบางอย่างไว้เป็นแน่ พวกตระกูลใหญ่ๆ คงไม่ถูกฆ่าสังหารจนหมดเช่นนี้ เป็นแน่ "ท่านคิดเหมือนข้าหรือไม่ เยว่เทียน ว่าพวกเขาไม่ได้ถูกฆ่าสังหาร แต่เหล่าผู้คนตระกูลใหญ่ๆ ถูกส่งขึ้นไปยังดินแดนเบื้องบน"


 

ชายชราเยว่เทียน พยักหน้ารับในทันที "ในบรรดาดินแดนต่างๆ ดินแดนเซียนถือว่าเก่าแก่ที่สุด เป็นไปได้ที่พวกเขาจะมีความลับบางอย่างที่ไม่บอกกล่าวพวกเรา แล้วก็เป็นไปได้ที่พวกเขาก็คือ คนทรยศที่แท้จริงของดินแดนเบื้องล่าง"


 

แม้แต่กลุ่มคนดินแดนจันทราทมิฬ ที่ได้รับรู้ต่างหน้าชากันไปเป็นแถบๆ ไม่คิดเรื่องราวเช่นนี้จะเกิดขึ้นกับดินแดนเบื้องล่างแห่งนี้ ราวกับดินแดนแห่งนี้เป็น สถานที่เพราะปลูก รอคอยให้คนดินแดน เบื้องบน มาเก็บเกี่ยวผลผลิตเสียอย่างนั้น


 

อี้เฉินเอ่ยแบบขอไปที "พวกเจ้าเหล่าผู้อาวุโสชรา พูดคุยกันไปก่อน ข้าขอไปพูดคุยกับโม่กวางสักหน่อยว่าค่ายกลเคลื่อนย้าย ที่ผุๆ พังๆ สามารถฟื้นคืนกลับมาใช้งาน ได้หรือไม่"


 

เมื่อหลายๆ คนได้ยินถึงกับหน้าเขียวคล้ำ ไม่คิดเด็กหนุ่มผมขาวผู้นี้จะไม่รู้อะไรเลยแต่คิดจะส่งพวกเขาขึ้นไปยังดินแดนเบื้องบน ในใจนึก ก่นด่าขึ้นมาในทันที ไม่คิดพวกเขาจะกลายเป็นหนูทดลองของเด็กหนุ่มผมขาว ไปเสียได้

 


    อี้เฉินที่บินทะยานลงมาจากท้องนภา เขาที่จับสังเกตได้ว่ามี หญิงสาวนางหนึ่ง ติดตามเขามา มันก็ทำให้อี้เฉินขมวดคิ้วมุ่นขึ้นมาน้อยๆ นางก็คือ เมิ่งอี้ที่ตามอี้เฉินไม่ห่างกาย คล้ายกับองครักษ์ ของเขาเสียอย่างนั้น อี้เฉินจึงคิดจะไต่ถาม ลองใจนางดู นางจะมีท่าทีเช่นไร "เจ้าไม่กลัวถูกฆ่าสังหารงั้นหรือ เมิ่งอี้ ท่ามกลางเหล่าผู้คนพวกนี้เจ้าก็คือศัตรูของพวกเขานะ"

 


"อี้เฉินเจ้าอย่าข่มขู่ข้าไปหน่อยเลย เจ้าจะไปที่ใด พาข้าไปด้วยไม่ได้งั้นหรือ อย่างน้อยๆ ข้าก็ไม่ได้งอแงที่จะไปดินแดนเบื้องบน ข้าอยากพูดคุยอยู่ข้างกายเจ้าเป็นครั้งสุดท้ายก็เท่านั้น" ในทันใดที่เมิ่งอี้เอ่ยพูดออกมา แววตาของนางก็เต็มไปด้วยความเว้าวอน


 

อี้เฉินเพียงยกมือข้างขวาเกาหัวเบาๆ ไม่ได้ห้ามปรามนางอีกต่อไป เมื่อทั้งสองเดินเคียงคู่กันไป มันก็ทำให้สายตาของเหล่าผู้คน จับจ้องไปที่เขาทั้งสองเป็นตาเดียว


 

     เนินกว้างที่พวกเขากำลังจะเดินผ่าน เต็มไปด้วย กระโจมที่ถูกตั้งขึ้น ส่วนใหญ่ เป็นกระโจมชั่วคราวของ เหล่าอนุชน ที่เตรียมพร้อมจะไปดินแดนเบื้องบน เมื่อพวกเขาออกมาภายนอก มองเห็นเด็กหนุ่มผมขาว ริมฝีปากซีดขาวน้อยๆ ราวกับขาดเลือด เดินมาพร้อมกับ หญิงสาวที่สง่างาม มันก็ทำให้พวกเขาอดอิจฉาไม่ได้ มองดูเด็กหนุ่มผมขาวเดินเคียงคู่ ตรงไปในทิศทางค่ายกลเคลื่อนย้าย ที่มีแต่เหล่าอนุชน ที่มีชื่อ กำลังช่วยกันซ่อมแซม ค่ายกลเคลื่อนย้ายที่ ผุพัง อยู่


 

ไม่มีแม้แต่คนเดียวที่คิดเข้าไปห้ามปราม ยืนดูเด็กหนุ่มผมขาว ย่างก้าวเดินไปอย่างมั่นคง

คล้ายกับเรื่องลวงสวรรค์สู่วิถียุทธคลั่ง [จบ] ที่คุณอ่าน