เย็นนี้พี่ไปส่งหนูที่บ้านได้ไหมครับ... เราคุยกันสองคนให้ชัดเจนเลย พี่ไม่อยากให้หนูคิดมากแบบนี้”
“ค่ะ... พี่ขับรถมาส่งหนูนะคะ หนูอยากคุยกับพี่เหมือนกัน”
พี่กรได้ยินคำตอบจากแพรแล้ว ยิ้มอ่อนโยนขึ้นทันที ดวงตาที่เคยจริงจังเมื่อกี้ผ่อนคลายลงชัดเจน
“ครับ... พี่ขับรถมาส่งหนูแน่นอน”
เสียงพี่ทุ้มนุ่ม แต่แฝงความโล่งอกและดีใจ
พี่กรก้าวออกจากกรอบประตูห้อง เดินมาหยุดข้างแพร แล้วยื่นมือออกมาให้แพรเกาะเบา ๆ
“เก็บของเสร็จแล้วเดินไปรถด้วยกันเลยนะครับ พี่จอดไว้ที่เดิม”
แพรยืนรอพี่กรเก็บของ พี่กรเดินนำแพรออกจากตึกคณะช้า ๆ มือยังจับมือแพรหลวม ๆ แต่แน่นพอให้แพรรู้สึกอุ่นใจ
ระหว่างทางไปรถ พี่กรไม่ได้พูดอะไรเยอะ แต่แอบบีบมือแพรเป็นระยะ ๆ เหมือนกำลังบอกว่า “พี่อยู่ตรงนี้แล้วนะ ไม่ต้องกลัว”
พอถึงรถ พี่กรเปิดประตูฝั่งผู้โดยสารให้แพร แล้วเดินอ้อมไปฝั่งคนขับ
พอทั้งคู่นั่งลงในรถ พี่กรไม่รีบสตาร์ททันที
พี่หันมามองแพรตรง ๆ แล้วพูดเสียงจริงจังแต่เต็มไปด้วยความห่วงใย
“แพร... พี่ขอโทษจริง ๆ นะครับ ที่ทำให้หนูต้องคิดมากทั้งวัน
พี่รู้ว่าหนูเห็นพี่ไปลงพื้นที่กับอาจารย์วิภา แล้วหนูคงไม่สบายใจมาก พี่ควรจะบอกหนูก่อน หรืออย่างน้อยก็โทรหาหนูระหว่างทางกลับ แต่พี่ทำไม่ได้เพราะสัญญาณไม่ดี แล้วพอถึงคอนโดพี่ก็เหนื่อยล้าเกินไป จนลืมส่งข้อความกลับไป พี่ผิดจริง ๆ ที่ปล่อยให้หนูรอคนเดียวแบบนั้น... พี่ไม่เคยคิดจะมีอะไรกับใครนอกจากหนูเลยนะครับ อาจารย์วิภาเป็นแค่เพื่อนร่วมงาน เธอชวนคุยงาน พี่ก็ไปตามหน้าที่ แต่พี่ไม่ได้มีใจให้เธอสักนิดเดียว”
พี่กรยกมือขึ้นจับมือแพรทั้งสองข้าง แล้วบีบแน่น
“พี่รักหนูคนเดียวนะครับ... พี่อยากให้หนูเชื่อพี่จริง ๆ
ถ้าหนูยังไม่สบายใจ พี่จะไม่ลงพื้นที่กับเธอคนเดียวอีกเลย พี่จะบอกให้ชัดเจนกับเธอว่า พี่มีแฟนแล้ว หรือถ้าหนูอยากให้พี่ประกาศออกไปเลยว่าพี่กับหนูคบกัน พี่ก็ยอมครับ พี่ไม่อยากให้หนูต้องมานั่งกังวลแบบนี้อีก”
พี่กรก้มลงจูบหลังมือแพรเบา ๆ แล้วมองตาแพรตรง ๆ
“หนูอยากคุยอะไรกับพี่บ้างครับ... บอกพี่มาเลย พี่ฟังหมด ไม่ว่าจะเรื่องอ.วิภา เรื่องงาน เรื่องที่หนูรู้สึก หรืออะไรก็ได้ พี่อยากให้หนูสบายใจที่สุดก่อนกลับบ้านวันนี้”
แพรสูดหายใจเข้าลึก ๆ แล้วพูดเสียงสั่นนิด แต่พยายามให้ชัดเจน
“หนูยอมรับนะคะพี่กร... ว่าหนูหวงพี่มากเลย แล้วก็รู้สึกแย่ในเวลาเดียวกัน หนูกลัวพี่จะ—”
แพรยังไม่ทันพูดจบ
โทรศัพท์ของพี่กรที่วางอยู่บนคอนโซลกลางรถก็สั่นขึ้นทันที
หน้าจอสว่างขึ้น ชื่อ “อ.วิภา” ขึ้นชัดเจน
พี่กรชะงัก มองหน้าจอแล้วหันมามองแพรแวบหนึ่ง (เหมือนขอโทษในสายตา) ก่อนจะกดรับสายแบบลำโพงออก (ไม่ยกขึ้นหู เพื่อให้แพรได้ยินทุกคำ)
เสียงอ.วิภาดังออกมาจากลำโพง ชัดเจนและดูรีบร้อน
“อาจารย์ธนากรคะ! ขอโทษที่โทรตอนเลิกงานนะคะ แต่เรื่องที่เราไปลงพื้นที่เมื่อวาน มีปัญหานิดหน่อยค่ะ
เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นแจ้งมาว่าข้อมูลบางส่วนที่เราสำรวจไว้ไม่ตรงกับเอกสารจริงค่ะ เขาขอให้รีบไปดูแก้ไขกันคืนนี้เลย ไม่งั้นพรุ่งนี้จะไม่ทันส่งรายงานเบื้องต้น
อาจารย์ว่างไหมคะ หรือฉันไปคนเดียวก่อนก็ได้ค่ะ แต่ถ้ามีอาจารย์ไปด้วยจะดีมากเลย เพราะอาจารย์เข้าใจเรื่องนี้ดีกว่า”
พี่กรเงียบไปครู่หนึ่ง มองหน้าแพรตรง ๆ สายตาเต็มไปด้วยความรู้สึกผิดและลังเลชัดเจน
พี่กรยกมือขึ้นจับมือแพรแน่น แล้วตอบกลับเสียงนิ่งแต่สุภาพ
“ครับอาจารย์วิภา... เข้าใจแล้ว เดี๋ยวผมรีบไปดูให้ครับ
แต่เย็นนี้ผมธุระด่วนนิดหน่อย ผมอาจไปช้าหน่อยได้ไหมครับ หรือถ้าเป็นเรื่องเร่งจริง ๆ ผมจะพยายามรีบที่สุดเลยครับ”
อ.วิภาดูรีบร้อนต่อ
“ได้เลยค่ะอาจารย์! ขอบคุณมากเลยนะคะ เดี๋ยวฉันจะรออยู่ที่หน้างานก่อนนะคะ จะส่งโลเคชั่นให้อีกที รออาจารย์อยู่นะคะ”
สายตัด
รถเงียบลงทันที
พี่กรวางโทรศัพท์ลง แล้วหันมามองแพร
สีหน้าพี่ตอนนี้เต็มไปด้วยความรู้สึกผิดชัดเจน
“แพร... พี่ขอโทษอีกครั้งนะครับ
เรื่องงานมันด่วนจริง ๆ พี่ต้องไปดูให้ แต่พี่สัญญาว่าจะรีบกลับมาให้เร็วที่สุดเลย
พี่จะไม่ปล่อยให้หนูต้องนั่งรอคนเดียวอีก พี่จะโทรหาหนูตลอดทางไป-กลับเลยนะครับ
หรือถ้าหนูยังไม่สบายใจ พี่จะไม่ไปก็ได้ พี่จะบอกอ.วิภาให้ไปคนเดียว หรือเลื่อนไปพรุ่งนี้เช้า พี่เลือกหนูก่อนเสมอครับ”
พี่กรจับมือแพรทั้งสองข้าง มองตาไม่วาง
“บอกพี่มาเลยนะครับ... หนูอยากให้พี่ทำยังไง พี่จะทำตามที่หนูสบายใจที่สุดเลย”
“พี่กรไปทำหน้าที่ก่อนเถอะค่ะ ส่งหนูบ้านก่อนก็ได้ พรุ่งนี้เจอกันค่ะ"
พี่กรฟังคำพูดของแพรแล้วชะงักไปครู่หนึ่ง
สายตาที่มองแพรตอนนี้เต็มไปด้วยความรู้สึกผิดและห่วงใยชัดเจน
คำพูดของแพรเรียบเฉยจนน่าใจหาย เธอไม่ได้ประชดประชัน แต่มันคือการถอยออกมาตั้งหลัก
พี่กรยกมือขึ้นจับมือแพรแน่นขึ้น แล้วพูดเสียงทุ้มต่ำ แต่จริงใจมาก
“แพร... พี่รู้ว่าหนูกำลังพยายามเข้าใจพี่ แล้วก็พยายามไม่ให้พี่ลำบาก แต่พี่ไม่อยากให้หนูต้องฝืนใจแบบนี้เลยครับ
พี่เลือกหนูก่อนเสมอ ถ้าหนูบอกว่าอยากให้พี่อยู่กับหนูคืนนี้ พี่จะไม่ไปไหนทั้งนั้น พี่จะโทรบอกอ.วิภาว่าให้เธอจัดการคนเดียว หรือเลื่อนไปพรุ่งนี้เช้าได้
พี่ไม่อยากให้หนูต้องนั่งรอคนเดียวอีกแล้วจริง ๆ”
เขาพยายามอธิบาย พยายามให้สัญญา แต่มันก็เป็นเพียงลมปากที่แพรได้ยินซ้ำแล้วซ้ำเล่าตลอดหลายวันที่ผ่านมา
แพรไม่ตอบ...
ในความเงียบสนิทที่มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศเบาๆ พี่กรมองเสี้ยวหน้าของแพรที่จ้องออกไปนอกหน้าต่างด้วยหัวใจที่หนักอึ้ง ทุกครั้งที่เขาพยายามชวนคุยแล้วได้ความเงียบกลับมา มันเหมือนเขาถูกตบหน้าด้วยความเย็นชาที่เขาไม่มีสิทธิ์โต้แย้ง
เขามองมือเล็กๆ ของแพรที่วางนิ่งอยู่บนตัก... มันอยู่ใกล้แค่เอื้อม แต่เขากลับรู้สึกว่าวันนี้เธอนั่งห่างออกไปเป็นกิโลเมตร ความนิ่งของแพรในตอนนี้ น่ากลัวกว่าการที่เธอร้องไห้โวยวายใส่เขาหลายเท่า เพราะมันคือความเงียบของคนที่กำลัง "ถอดใจ"
“แต่ถ้าหนูยืนยันว่าอยากให้พี่ไปทำหน้าที่ก่อน แล้วส่งหนูกลับบ้าน พี่ก็จะทำตามที่หนูบอกครับ
พี่จะรีบไปรีบกลับให้เร็วที่สุด แล้วโทรหาหนูทุกชั่วโมงเลยนะครับ พี่สัญญา
พรุ่งนี้เช้าพี่จะไปรับหนูที่บ้านเหมือนเดิม แล้วเราจะคุยกันให้ชัดเจนทุกเรื่องเลย ไม่ให้มีอะไรค้างคาใจอีก”
พี่กรคิดในใจด้วยความรู้สึกพะว้าพะวัง ความมั่นใจในฐานะอาจารย์ที่เคยควบคุมสถานการณ์ได้เสมอพังทลายลงสิ้นเชิง มือที่กุมมือแพรไว้เริ่มสั่นน้อยๆ เพราะความกลัว...
เขารู้ดีว่าแพรเป็นคนมีเหตุผล และเพราะแพรมีเหตุผลนี่แหละ ที่ทำให้เขารู้สึกผิดจนแทบหายใจไม่ออก เพราะเขารู้ว่าตัวเอง "ผิดสัญญา" และกำลังทำลายความเชื่อใจที่แพรเพิ่งมอบให้
พี่กรยกมือแพรขึ้นมาจูบหลังมือเบา ๆ แล้วถอนหายใจยาว
“พี่รักหนูมากนะครับ... พี่ขอโทษที่ทำให้หนูต้องรู้สึกแบบนี้
พี่จะพยายามทำให้ดีกว่านี้ พี่จะไม่ให้หนูต้องสงสัยหรือหวงพี่อีกเลย”
พี่กรขับรถมุ่งหน้าไปบ้านแพร
ระหว่างทาง พี่กรยังจับมือแพรไว้ไม่ปล่อย พูดเบา ๆ เป็นระยะ ๆ
ระหว่างทางกลับบ้าน พี่กรพยายามชวนคุย พยายามจะเยียวยาบรรยากาศ แต่สิ่งที่เขาได้รับกลับมาคือ "ความเงียบ"
“หนูอยากกินอะไรเป็นพิเศษไหมครับ เดี๋ยวพี่แวะซื้อให้ก่อนกลับบ้าน หรือถ้าหนูอยากให้พี่ซื้อของฝากให้พ่อแม่หนู พี่ก็ยินดีเลยนะครับ”
แพรไม่ตอบ....
แพรทำเพียงแค่มองออกไปนอกหน้าต่าง ดูแสงไฟข้างทางที่พร่าเลือนเพราะน้ำตาที่เอ่อคลอแต่ไม่ยอมให้ไหลออกมา
รถมาถึงหน้าบ้านแพร
พี่กรลงจากรถก่อน มาอ้อมเปิดประตูให้แพร แล้วกอดแพรแน่น ๆ ที่ข้างรถ
พี่กรซุกหน้าที่ไหล่แพร แล้วกระซิบ
“พี่จะรีบกลับมานะครับ... รอพี่โทรหาเลย ถ้าหนูยังไม่นอน พี่จะคุยกับหนูจนหลับเลย
รักหนูมากครับ... ฝันดีนะครับ แพรของพี่”
แพรไม่ได้กอดตอบ เธอเพียงแค่ยืนนิ่ง ๆ ปล่อยให้เขามอบสัมผัสสุดท้ายก่อนจากไป แพรเดินเข้าบ้าน โดยไม่หันกลับไปมองไฟท้ายรถที่ค่อย ๆ เคลื่อนตัวจากไป... ไปหาผู้หญิงอีกคนที่รอเขาอยู่ด้วย "เรื่องงาน"