บันทึกตำนานยอดปรมาจารย์

    บทที่ 35 รวยแล้ว

    บทที่ 35

    รวยแล้ว


            ฉู่ซิวซ่อนตัวอยู่ในความมืด แอบสังเกตอย่างเงียบ ๆ เย่ฝานวนรอบเทือกเขานี้หลายรอบ ในที่สุดก็เลือกหุบเขาแห่งหนึ่ง หยิบผังวิญญาณออกมาจากถุงเก็บของ แล้วเริ่มทำลายค่ายกลที่กั้นโดยรอบ


            สามชั่วยามถัดมา เทือกเขาก็สั่นสะเทือน หินกลิ้งตกจากที่สูง ทันใดนั้นก็ปรากฏโพรงทรงกลมที่พ่นไอของมังกรและเรืองแสงอันงดงามที่สูงราวสองจั้งออกมา


            “สมบัติ ข้ามาแล้ว!!” เย่ฝานที่เหาะอยู่บนกระบี่กลางอากาศ ยิ้มเล็กน้อย ไร้ซึ่งความลังเล พุ่งตัวบินเข้าไปทันที


            เขาไม่ทันสังเกตเลยว่ามีร่างที่เร็วกว่าอีกร่างหนึ่ง รีบเข้าไปในถ้ำมังกรนี้ก่อนแล้วจะเป็นใครได้นอกเสียจากฉู่ซิว เขาใช้เคล็ดวิชาอักขระลับสิงจื่อ ทำให้การเคลื่อนที่ของเขาเร็วมาก เขาวิ่งอย่างรวดเร็วในถ้ำมังกร


            ภายในเทือกเขาโล่งกว้าง ถ้ำมังกรนี้คดเคี้ยวลงไป ไม่รู้ว่ายาวเท่าไร และไม่รู้ว่าทอดยาวไปถึงที่ใด


            ฉู่ซิวใบหน้าไร้อารมณ์ แม้ว่าข้างหน้าจะมีสมบัติของขอบเขตกึ่งจักรพรรดิมารอยู่ แต่หัวใจของเขาก็ยังคงสงบนิ่ง ไร้ซึ่งอารมณ์ใดใด แต่แม้จะรวดเร็ว แต่ก็ยังระมัดระวังสิ่งรอบข้างอยู่ตลอดเวลา เพื่อป้องกันภัยคุกคามที่อาจเกิดขึ้นอย่างกะทันหัน ยิ่งไปลึกเท่าไร ก็ยิ่งเข้าใกล้แหล่งพลังใต้พิภพมากขึ้นเท่านั้น


            ฉู่ซิวรับรู้ได้อย่างชัดเจนว่าปราณวิญญาณที่นี่เข้มข้นยิ่งกว่าที่แดนศักดิ์สิทธิ์มาก


            ไอพลังของมังกรใต้พิภพพลุ่งพล่าน หากเขาบำเพ็ญที่นี่ จะเร็วกว่าภายนอกอย่างน้อยเจ็ดแปดเท่า


            ไม่รู้ว่าเดินไปนานเท่าไร ในถ้ำมืดสนิท พื้นถ้ำก็ค่อย ๆ ราบเรียบ ไม่ได้ลาดลงต่อ แต่กลับคดเคี้ยวไปข้างหน้าแทน


            ฉู่ซิวชะลอความเร็วลงเล็กน้อย ก่อนจะวาดมือทำให้ปรากฎแสงหลายสายปกคลุมร่างกายของเขาเอาไว้


            ทันใดนั้นเขาก็เห็นว่าทางด้านหน้ามีแสงสว่างจ้าส่องเข้าตา ฉู่ซิวยกมือขึ้นบังตาโดยไม่รู้ตัว หลังจากปรับตัวได้สักพัก เขาจึงค่อย ๆ หรี่ตามองออกไป ชั่วอึดใจนั้นเองที่ใบหน้าของเขาเปี่ยมไปด้วยความดีใจ


            ห่างออกไปหลายพันลี้ ในถ้ำหินปูนแห่งหนึ่ง พื้นที่กว้างใหญ่และสูง เพดานของถ้ำมีหินย้อยลงมาดั่งภูเขาน้อย ๆ หยดของเหลวใสบริสุทธิ์ลงมา กระทบกับพื้นหินด้านล่าง ส่งเสียงใสกังวาน


            ของเหลวเหล่านั้นคือน้ำนมของหินที่สะสมมานานนับหมื่นปี!! หากนำออกไปข้างนอก เพียงไม่กี่หยดก็ขายได้ในราคาสูงลิ่ว


            ยังไม่หมดเพียงเท่านี้ สิ่งที่ทำให้ผู้คนตกตะลึงที่สุดคือพื้นถ้ำโดยรอบ พวกสมบัติจำพวกต้นสมุนไพรวิเศษขึ้นอยู่ ส่งกลิ่นหอมชวนใจ ล้อมรอบด้วยแสงสว่างที่งดงาม พวกมันเติบโตอย่างอิสระในถ้ำหินปูนราวกับหญ้าธรรมดา แต่กลับเจริญงอกงามอย่างยิ่ง


            มีทั้งคุณภาพลึกลับ คุณภาพปฐพี คุณภาพสวรรค์...


            ฉู่ซิวยังเห็นสมุนไพรวิเศษคุณภาพเซียนเติบโตอยู่ในส่วนลึกของถ้ำ แผ่รัศมีนับหมื่นสาย


            เขาเดินไปอย่างเชื่องช้า เข้าไปในถ้ำหินปูนแห่งนั้น ก่อนจะกวาดสายตามองไปรอบ ๆ เมื่อมองขึ้นไปเหนือศีรษะ ดวงตาของฉู่ซิวก็อดขยับไม่ได้


            เหนือศีรษะของเขา มีงูขาวตัวใหญ่ยักษ์ขดตัวอยู่!!


            งูขาวมีขนาดใหญ่มาก ขนาดขดตัวก็ไม่ทำให้ขนาดของมันเล็กลงเลยแม้แต่น้อย เกล็ดสีขาวแต่ละชิ้นมีเส้นผ่านศูนย์กลางถึงครึ่งจั้ง เรียบลื่นราวกับกระจก


            มันขดตัวอยู่ ไม่ขยับเขยื้อนราวกับยอดเขาที่สงบนิ่ง งูขาวกำลังหลับใหล ไม่ทันสังเกตเห็นผู้บุกรุกที่ปกปิดพลังปราณของตนด้วยซ้ำ


            ฉู่ซิวตกใจยิ่งนัก


            งูขาวตัวนี้ปล่อยพลังปราณของขอบเขตปี่อั้นออกมา ยิ่งไปกว่านั้น ยังเป็นขอบเขตปี่อั้นขั้นปลายอีกด้วย!!


            เป็นไปได้อย่างไร!!!


            นี่ช่างน่าประหลาดเหลือเกิน เขาไม่กล้ารบกวนอีกฝ่ายจึงค่อย ๆ เดินไปข้างหน้าอย่างระมัดระวัง หยิบขวดหยกออกมา เดินไปข้างหน้าพลางเก็บน้ำนมหินหมื่นปี พลางกวาดต้อนพวกสมุนไพรวิเศษที่มีคุณภาพสูงกว่าคุณภาพปฐพีราวกับพายุ ส่วนพวกที่มีระดับต่ำกว่าคุณภาพปฐพี เขาขี้เกียจแม้แต่จะก้มเก็บ


            หญ้าสามมาลีคุณภาพปฐพี


            ต้นอ่อนเมฆสวรรค์คุณภาพสวรรค์...


            ลูกพลัมแดงคุณภาพสวรรค์...


            ฉู่ซิวผู้บ้าคลั่งเก็บสมุนไพรวิเศษเดินหน้าเข้าไปในถ้ำอย่างไม่หยุดยั้ง จนมาถึงต้นหนึ่งที่มีคุณภาพเซียนระดับสี่ เป็นต้นที่เปล่งประกายรัศมีสีรุ้ง


            เขาไม่สนใจด้วยซ้ำว่าเป็นต้นอะไร มือถอนราวกับกำลังถอนวัชพืช คว้ามันขึ้นมาแล้วโยนเข้าถุงเก็บของ ดูแล้วเหมือนกับว่าเขากำลังบ้าคลั่ง ทันใดนั้นเองที่ระบบส่งเสียงเตือนขึ้นอย่างต่อเนื่อง


    [ติ๊ง นายท่านได้รับค่าโชคชะตา +5...]


    [ติ๊ง นายท่านได้รับค่าโชคชะตา +5...]


    [ติ๊ง นายท่านได้รับค่าโชคชะตา +8...]


    [ติ๊ง นายท่านได้รับค่าโชคชะตา +7...]


    [ติ๊ง นายท่านได้รับค่าโชคชะตา +6...]


    [ติ๊ง นายท่านได้รับค่าโชคชะตา +15...]




            เขาลงมืออย่างรวดเร็วและดุดัน ถอนสมุนไพรวิเศษคุณภาพลึกลับในถ้ำจนเกือบหมด


            สายตากวาดไปรอบ ๆ ก้าวเข้าไปในโถงหินที่มีแสงสีแดงล้อมรอบ และในส่วนที่ลึกสุดทางด้านขวาของผนังถ้ำ


            “ข้าอาจจะรู้แล้วว่าทำไมพลังโชคชะตาถึงเพิ่มขึ้นโดยไร้สาเหตุ”


    [อ้อ อ้อ...]


            “อ้อ อ้อ…”


            “การตัดช่องทางของผู้ที่มีชะตากรรมเป็นตัวเอก ข้าก็จะสามารถเพิ่มโชคชะตาของตนเองได้หรือพูดอีกอย่างคือ ดูดซับพลังโชคชะตาจากอีกฝ่าย!!”


    [เป็นเช่นนั้น! หากเจ้าเย่ฝานไม่ใช่คนผู้เดียวที่ได้รับโอกาสจากที่นี่ นายท่านย่อมสามารถเพิ่มค่าโชคชะตาได้อย่างแน่นอน]


            “โอสถวิญญาณคุณภาพปฐพีมากกว่าพันต้น คุณภาพสวรรค์มากกว่าร้อยต้น คุณภาพเซียนสิบเอ็ดต้น น้ำนมหินหมื่นปีสามขวดหยก”


            “หากนำสิ่งเหล่านี้ออกไปขาย คงจะรวยมิรู้เรื่องเป็นแน่” ฉู่ซิวลูบคางของตน ในที่สุดก็อดหัวเราะอย่างพอใจออกมาไม่ได้ ทว่าในอึดใจถัดมารอยยิ้มของเขาก็ค่อย ๆ แข็งค้างลง


            สายตาจ้องตรงไปยังกลางโถงหินบนแท่นหยกขาวสูงราว ๆ เอว มีสองสิ่งลอยอยู่เหนือนั้น กระจกหินสีเขียวครึ่งหนึ่งขนาดฝ่ามือ ส่งกลิ่นอายความป่าเถื่อนแต่โบราณ ส่องประกายสีเขียวจ้าจนแสบตา


            ไข่สีแดงดำสลับกัน ปกคลุมด้วยลวดลายประหลาดมากมาย แสงรัศมีส่องสว่างเจิดจ้า ปรากฏภาพประหลาดนานัปการ เสียงเต้นตุบ ๆ ดั่งหัวใจแว่วมา ปราณที่เข้มข้นกระจายออกมา ช่างผิดปกติอย่างยิ่ง


            ไข่ใบนี้มีขนาดใกล้เคียงกับไข่นกกระจอกเทศที่เขาเคยรู้จัก ฉู่ซิวคาดว่าภายในต้องเป็นสิ่งมีชีวิตที่ทรงพลังอย่างแน่นอน


            “สองสิ่งนี้ต้องเป็นส่วนที่ล้ำค่าที่สุดของถ้ำนี้แน่” ฉู่ซิวพึมพำ เขาไม่ลังเล ก้าวไปข้างหน้าสองสามก้าว ยกมือคว้ากระจกหินสีเขียวครึ่งหนึ่งไว้ในมือ


            สัมผัสของมันเย็นเฉียบ และหนักอึ้ง ราวกับกำภูเขาเล็ก ๆ ไว้ในมือ กดให้แผ่นหินใต้เท้าของเขาแตกละเอียด ฉู่ซิวประหลาดใจยิ่งนัก เขาต้องการเก็บมันลงในถุงเก็บของ แต่กลับล้มเหลวอย่างประหลาด 


            ‘ถุงเก็บของไม่สามารถใส่สมบัติชิ้นนี้ได้’


            “นี่มันกระจกอะไรกัน เหตุใดจึงได้ผิดปกติถึงเพียงนี้” เขาส่ายหัว จำต้องหยิบผ้าคุณภาพลึกลับจากถุงเก็บของมาห่อมันเอาไว้ แล้วนำกลับไปศึกษาต่อ


            ‘ครื่น!!’


            ในตอนนั้นเอง เสียงระเบิดดังก้องภายในถ้ำ เย่ฝานดูท่าจะไปกระตุ้นกับดักที่ฉู่ซิวทิ้งไว้ที่ทางเข้า เสียงคำรามสะเทือนฟ้า งูขาวตื่นขึ้น เมื่อมันพบผู้บุกรุก จึงโกรธเป็นอย่างยิ่ง!


            ภูเขาสั่นไหว หินร่วงกราวลงมา


            ฉู่ซิวรู้ว่าไม่ควรอยู่ที่นี่นาน รีบหยิบไข่ประหลาดนั้นลงมาแล้วห่อด้วยผ้า เขาผสานมือด้วยความรวดเร็วดุจเงา วาดลายบางอย่างบดบังพลังปราณลงบนสิ่งของทั้งสองสิ่ง จากนั้นก็เอาห่อผ้าใส่บนหลัง ใช้เคล็ดวิชาอักขระลับสิงจื่อ ชั่วพริบตาเดียวก็กลายเป็นเงาพุ่งออกจากโถงหิน มาถึงถ้ำ


            เห็นงูขาวยักษ์ที่มีเขางอกบนหัวดูคล้ายกับมังกร ดวงตาของงูใหญ่ฉายแสงสีเลือด อ้าปากที่เต็มไปด้วยเขี้ยว พ่นลมหายใจอันเย็นยะเยือกใส่เย่ฝานที่ตกใจสุดขีดอยู่ด้านล่าง


            มันโกรธจัด ต้องการทรมานหนูที่บังอาจบุกเข้ามาขโมยของในบ้านของมันให้ตายอย่างทารุณ ส่วนฉู่ซิวไม่หยุดอยู่กับที่ ในขณะที่ไม่มีใครสังเกตเห็นเขา เขาก็ใช้วิชาอักขระลับสิงจื่อหลบงูยักษ์กับเย่ฝานหายออกไปที่ทางเข้าทันที


            ได้ยินเสียงตะโกนด่าทอของเย่ฟานดังมาจากในถ้ำลาง ๆ “แม่ง! ซวยซะแล้ว!”


            ฉู่ซิวพุ่งขึ้นไปไม่หยุด


            ฟิ้ว!


            มินานก็พุ่งออกจากถ้ำมังกร หายลับไปในป่าโบราณ


            ในชั่วขณะที่ฉู่ซิวจากไป เย่ฝานที่คิดว่าตัวเองกำลังจะตายกลับรู้สึกประหลาดใจที่พบว่ากำลังของงูขาวขอบเขตปี่อั้นขั้นปลายที่น่าสะพรึงกลัวนั้น กลับอ่อนแรงลงอย่างรวดเร็ว


            จากขอบเขตปี่อั้นขั้นปลาย ก็ลดลงมาเป็นขอบเขตปี่อั้นขั้นกลาง จากนั้นก็ลดลงมาอีกหนึ่งขั้น... จนอยู่ในขอบเขตเสินเฉียวขั้นปลาย


            ดวงตางูที่เปล่งประกายของงูขาว กลายเป็นไร้ชีวิตชีวาและอ่อนแรงลงทุกที ๆ


            ร่างของเย่ฝานที่ถูกปกคลุมด้วยน้ำแข็งสั่นเทิ้ม เขาดีใจเหลือเกิน 


            “แกก็ไม่ไหวแล้วสินะ? ฮ่า ๆ ๆ”


            “ข้าจะจัดการแกเอง!”


            ‘ฉึก!!’ เย่ฝานดึงกระบี่ยาวออกมา หัวเราะอย่างประหลาด พุ่งเข้าไปต่อสู้กับงูขาว ชั่วขณะหนึ่งภูเขาก็พังทลาย หินและดินระเบิดออก แตกปลิวว่อนเป็นผุยผงไปในท้องนภา



    คล้ายกับเรื่องบันทึกตำนานยอดปรมาจารย์ ที่คุณอ่าน