"อันเอ๋อร์หากพี่บอกว่าไม่ได้แล้วล่ะ..."
ฉีคุนมองลึกเข้าไปในดวงตาสุกใสของนาง มีประกายหม่นเศร้าและสั่นไหว ถึงกระนั้นก็ยังพยักหน้าในเวลาต่อมาอย่างไม่ลังเล ไม่ใช่ว่านางไม่รักคุณชายกู้ แต่ความรักของนางไม่ได้จำกัดแค่การครอบครองและยึดมั่น และนางก็รักพี่ใหญ่ของนาง เทิดทูนเขาดุจบิดามารดา เชื่อว่าเขาต้องมีเหตุผลสำคัญที่ไม่อาจบอกนาง
"หากว่าเป็นความต้องการของพี่ใหญ่ ไม่ว่าอะไรข้าล้วนทำให้ท่านได้"
"อันเอ๋อร์ เจ้าวางใจ พี่จะไม่พรากเจ้าสองคนหรอก พี่ขอเวลาอีกหน่อยเท่านั้นให้เเน่ใจ พี่จะให้เจ้าแต่งกับเขา"
นับตั้งแต่พบอีกฝ่ายที่อู่เสวียน ฉีคุนรับรู้ว่าคนนี้เปลี่ยนไป เปลี่ยนไปอย่างมากจนดูไม่เหมือนคนเดิม ทั้งแววตา ท่าทาง คำพูดคำจา ล้วนแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง...หากว่าตอนนั้นเขาไม่ได้ทดสอบไป ไม่แน่ว่าอาจจะคิดว่ากู้เลี่ยงรุ่ยถูกวิญญาณร้ายสิงสู่ อีกทั้งคนที่ถูกยึดร่างหรือถูกอาคมมักจะทิ้งร่องรอยไว้ บนร่างของเขามีร่องรอยอาคมดั้งเดิมของประมุขมาร แต่วิญญาณนั้นอาจจะไม่ถูกต้อง เพียงแต่เขายังไม่มีเวลาตรวจสอบเท่านั้น
ในช่วงหลายวันมานี่เขานั่งขบคิดเรื่องกู้เลี่ยงรุ่ยตลอด พบว่าเขาไม่ใช่เจ้าสำนักกู้ในอดีต...มีหลายสิ่งหลายอย่างที่ไม่ถูกต้อง แต่ไม่ถูกต้องที่ไหนก็ยังไม่มีหลักฐานมารองรับ มีหลายครั้งที่เขาหยั่งเชิงและทดสอบ ไม่ว่าจะเรื่องม้า เรื่องที่ตลาด หรือเรื่องที่ตำบลอู่เสวียน หลายครั้งหลายคราที่เขามองกู้เลี่ยงรุ่ยแล้วปรากฏความแคลงใจ ทว่าก็ยังไม่มีโอกาสได้ทดสอบอย่างจริงจัง อีกทั้งผลลัพธ์ของอาคมฝ่ามือพรากวิญญาณเป็นอวิชาที่ถูกประมุขมารคิดค้นได้ไม่นาน คนที่โดนอาคมล้วนตายตกไปกันหมดไม่มีเหลือรอด แต่กู้เลี่ยงรุ่ยรอดมาได้ มีความทรงจำหายไปบางส่วน มีบางส่วนที่แปลกไป ดังนั้นหากว่าเป็นเพราะผลของอาคมทำให้กู้เลี่ยงรุ่ยเปลี่ยนไปก็ไม่แน่
เพราะขนาดคนที่คิดค้นและใช้เองยังดูโง่งมลงขนาดนั้น...
ฉีคุนไม่รู้ว่าอยากให้กู้เลี่ยงรุ่นแปลกไปหรือให้คงเดิม แต่เขาไม่ปฏิเสธว่าการที่กู้เลี่ยงรุ่ยแปลกไปเป็นผลดีทั้งต่อเขา และคนอื่น ไม่อย่างงั้น เขาคงต้องลงมืออีกครั้งจริงๆ
ในระยะเวลาอันสั้นมีชาวบ้านรัฐฉีเสียชีวิตจากโรคดังกล่าวที่ยังไร้ชื่อและไร้การบันทึกถึงไปนับร้อยคนอย่างน่าหดหู่ใจ คนป่วยก็เพิ่มขึ้นทุกเวลา เพียงแค่สองวันจำนวนคนป่วยสรุปยอดล่าสุดก็นับสองพันห้าร้อยกว่าคนได้ มีทั้งคนที่อาการหนักและเบาสลับกันไป สัตว์เลี้ยงทั้งหมดที่เป็นสัตว์ปีกล้วนถูกกำจัดจนหมด นับโดยคร่าวๆ หมื่นหมื่นตัว ไม่ว่าจะเป็นไก่ เป็ด นก ล้วนถูกฆ่าจนสิ้น ไม่เว้นแม้กระทั่งนกแก้วเลี้ยงของบรรดาผู้มีอันจะกินในรัฐที่ต่างออกมาโวยวายกันมากมายเมื่อได้รับประกาศจากฉีอ๋องว่าให้จัดการขั้นเด็ดขาด บางรายเขียนคำร้องและยื่นส่งต่อฝ่าบาทเพื่อขอคำอธิบายและกล่าวหาว่าฉีคุนอ๋องใช้อำนาจในทางมิชอบ และมีกระทั่งกลุ่มผู้ต่อต้านที่ไม่เชื่อว่าโรคระบาดมีอยู่จริง ทั้งสัตว์ปีกและน้ำอยู่ๆ จะกลายเป็นตัวนำโรคได้อย่างไร ฟังแล้วน่าขันนัก แต่ก็มีกลุ่มคนบางกลุ่มที่มีวิจารณญาณ พิจารณาเรื่องราวและเห็นพ้องต้องกันว่าเรื่องโรคระบาดเป็นความจริง กลายเป็นว่าทั่วทั้งรัฐฉีได้มีกลุ่มคนแบ่งออกเป็นฝักฝ่าย หนึ่งคือกลุ่มคนที่ได้รับผลกระทบจากโรคระบาด คนกลุ่มนี้เชื่อและรู้ว่าต้องทำอย่างไรจึงจะรอด ซึ่งล้วนแต่เป็นชาวบ้านชายขอบที่ประสบเหตุคนใกล้ตัวในครอบครัวตายลงและมีคนป่วยหนักให้เห็นเป็นตัวอย่าง พอมีประกาศออกมาว่าให้กักตัว แยกคนและหากมีอาการให้รีบมารายงานที่ศาลากลางใกล้บ้านทำตามโดยดีกลุ่มคนแรกจึงไม่มีปัญหา
ปัญหาอยู่ที่กลุ่มคนที่สองและสาม ทั้งสองกลุ่มเป็นผู้สูญเสียสัตว์เลี้ยงไปจำนวนมากและเป็นกลุ่มคนสูงศักดิ์ในรัฐที่นิยมเลี้ยงนกแก้ว นกอินทรียและนกสายพันธุ์ต่างๆ เพื่อโอ้อวดฐานะ กลุ่มคนเหล่านี้คัดค้านและต่อต้านคำสั่งของฉีอ๋องอย่างหนัก รวมตัวกันเดินขบวนเรียกร้องและขัดขืนโดยการเอานกที่เลี้ยงไว้แอบซ่อนจากทางการ ทั้งยังส่งรายงานร้องเรียนไปยังเมืองหลวงหลายร้อยฉบับโดยส่งคนไปเองซึ่งฝ่าฝืนคำสั่งของฉีอ๋องที่ออกประกาศขอให้ประชาชนอย่าออกไปไหนมาไหน ให้พยายามอยู่ที่บ้าน เกรงว่าโรคระบายจะแพร่กระจายไปสู่รัฐอื่น
ทว่าล้วนไม่มีคนฟัง จดหมายหลายร้อยฉบับยังคงหลุดรอดออกไปได้ ฉีอ๋องสั่งให้คนเฝ้าประตูสกัดไว้แต่อาศัยว่าตอนนี้เขาต้องนำคนมาช่วยกันระดมกำลังเปลี่ยนทิศทางน้ำเพื่อให้น้ำกลับมากินดื่มได้โดยเร็วและยังต้องแบ่งคนเพื่อตรวจตราและช่วยงานหมอที่ล้นมือก็แทบจะขาดคนอยู่แล้ว ยังมีประชาชนกลุ่มต่อต้านหัวแข็งที่ดื้อดึงออกมาเดินขบวนอยู่ทุกวัน คนพวกนี้ต่อให้เอาอะไรมากางตรงหน้าก็ปิดหูปิดตาไม่ฟังไม่ดู ฉีคุนชี้แจ้งลงไปยังทุกเมืองทุกหมู่บ้านว่าสัตว์เลี้ยงทุกตัวที่ฆ่าทิ้งจะได้รับการชดเชย คนป่วยทุกคนจะได้รับการรักษาและคนตายทุกคนจะได้รับการไว้อาลัยและความเคารพจากเขา เรื่องพวกนี้ล้วนแต่พูดไปแล้ว คนที่เข้าใจก็เข้าใจ คนที่ไม่เข้าใจก็ยากจะจัดการแล้ว
ยามนั้นฉีคุนจึงต้องใช้ไม้แข็ง กลุ่มคนทุกกลุ่มล้วนมีหัวหน้า ฉีคุนสั่งให้คนจับหัวหน้ากลุ่มต่อต้านมาพบเพื่อจะพูดคุยกับอีกฝ่ายโดยเฉพาะ ไม่คาดคิดว่าคนที่ถูกจับมาได้จะเป็นเซี่ยหยวน
"ปล่อยไป"
"อะไรกัน ข้าถูกจับมาเพื่อเรียกร้องความยุติธรรม ท่านจะปล่อยข้าง่ายๆ จริงรึ"ป๋อหยวนโวยวาย อะไรกัน ใบหน้าที่มองเขาแบบราบเรียบเช่นนี้ ราวว่าป๋อหยวนไม่สำคัญ ไร้ราคาค่างวด
"เปลืองที่ในคุก เจ้าจะไปไหนก็ไป"
"เดี๋ยวสิ ท่านทำเช่นนี้จะต้องเสียใจแน่ ข้าบอกไว้เลยนะว่าข้าจะพาคนมาบุกจวนท่านแน่ หากว่าท่านยังไม่คิดจะยกเลิกคำสั่งงี่เง่านั้น"ป๋อหยวนเป็นพ่อค้า คำสั่งปิดเมืองของฉันอ๋องทำให้สินค้าล่าช้า ส่งออกไม่ได้ กำไรหดตัว
"เซี่ยหยวน อย่าให้มันมากนัก กลับไปที่ของเจ้า"เขากล่าวเตือนเสียงนิ่ง นัยน์ตาสีอ่อนเหลือบเทาส่อเเววอันตราย ความอดทนมีขีดจำกัด ยิ่งในเวลานี้ ฉีคุนยิ่งไม่ค่อยมีความอดทน
"ท่านได้ข่าวจากรัฐอื่นบ้างหรือไม่"ป๋อหยวนถาม กังวลถึงเจ้าสำนักกู้ เขาลงใต้ไปรัฐฉู่ ต้องผ่านรัฐหลู่ สถานการณ์แถวนั้นเป็นอย่างไรก็ไม่แน่ชัด
ฉีคุนปรายตามอง กล่าวเสียงเรียบ"ไม่ใช่เรื่องของเจ้า”
“นี่ท่าน...” ป๋อหยวนจะพูด แต่ก็ต้องเงียบปากเพราะมีทหารวิ่งมารายงานเรื่องจดหมายพร้อมคนผู้หนึ่งที่ป๋อหยวนจำได้อย่างแม่นยำว่าเป็นศิษย์ของสำนักคุ้มภัยที่ดินทางไปกับกู้เลี่ยงรุ่ย ทว่าเหตุใดอีกฝ่ายมาอยู่ที่นี้
“ท่านอ๋อง กระหม่อมเป็นคนของศิษย์พี่เจ้าสำนักมารายงานท่านเรื่องโรคระบาดที่รัฐหลู่ ศิษย์พี่เจ้าสำนักได้เขียนทุกอย่างที่จำเป็นไว้ในจดหมายแล้วขอรับ” หม่าจวี้คุกเข่า ส่งประคองจดหมายให้ฉีอ๋อง
“เจ้าสำนักกู้รู้หรือว่าโรคระบาดเกิดจากอะไร รักษาอย่างไร?” ฉีคุนรับจดหมายที่หนาว่าปกติไว้ในมือ ทั้งยังอดสงสัยไม่ได้ว่าคนผู้นี้รู้ได้อย่างไรเรื่องโรคระบาด คนของเขาที่ส่งไปยังไม่น่าจะถึงรัฐหลู่ด้วยซ้ำ
“เรียนท่านอ๋อง ศิษย์พี่เจ้าสำนักรู้ขอรับ ทั้งยังคิดค้นยารักษาแล้ว หมู่บ้านสือซานในรัฐหลู่ได้รับการรักษา อาการดีขึ้นเป็นลำดับขอรับ ศิษย์พี่เจ้าสำนักยังคาดเดาว่าโคระบาดอาจจะมีแหล่งกำเนิดที่รัฐฉี จึงรีบส่งกระหม่อมมาหาท่านอ๋อง แนะแนวทางรับมือให้ท่าน ท่านอ๋องวางใจได้ ทุกสิ่งที่เขียนมานจดหมาย เป็นสิ่งที่ศิษย์พี่เจ้าสำนักปฏิบัติและได้ผลจริง สามารถช่วยคนได้ขอรับ”
“พี่รุ่ยส่งจดหมายมา ข้าอยากอ่านด้วย มีอะไรงั้นหรือ พี่รุ่ยเจอเรื่องลำบากอะไร ทำไมตอนนี้ยังไม่ออกจากรัฐหลู่” ป๋อหยวนแทรกตัวเข้ามากลางวง หากไม่ติดว่าตนตัวไม่สูงเท่าฉีอ๋องยังเกรงอีกฝ่ายอยู่มากคงจะเอื้อมมือที่คันยิกๆ ของตนไปแย่งจดหมายของพี่รุ่ยมาแล้ว จะปล่อยให้ฉีอ๋องเอาจดหมายไปคนเดียวได้อย่างไร ทว่าแค่นั้นเอง ทหารรักษาการณ์ก็เข้ามาลากป๋อหยวนออกมาแล้วหลายจั้ง ทั้งยังล็อกตัวไม่ให้ประชิดฉีอ๋องง่ายๆ
ฉีคุนไม่หันมามอง เก็บจดหมายไว้ในแขนเสื้อ “ขอบใจเจ้ามาก เจ้าไปพักก่อน ที่จวนมีห้องรับรอง ส่วนเด็กผู้นั้น พาออกไปไกลๆ อย่าให้มาเผ่นผ่านแถวนี้”
ตอนฉีคุนกล่าวคำว่าเด็กผู้นั้นน้ำเสียงราบเรียบยิ่งเหมือนไม่ใส่ใจและเต็มไปด้วยอารมณ์เอือมระอา ไม่หันมองและเดินหันหลังจากไป ใบหน้าของป๋อหยวนเต็มไปด้วยความไม่ยินยอม อยากจะเข้าไปแย่งจดหมายกับฉีอ๋องให้รู้แล้วรู้รอด ทั้งยังออกแรงสบัดตัวเอาเป็นเอาตายแต่ก็สู้แรงทหารร่างหนาที่หิ้วปีกป๋อหยวนมาทิ้งนอกจวนไม่ได้ ประตูจวนปิดลงตรงหน้า ตัดขาดป๋อหยวนจากคนด้านใน ปล่อยทิ้งให้ป๋อหยวนที่ร้อนใจแทบตายที่รู้ว่ากู้เลี่ยงรุ่ยส่งจดหมายมาดิ้นพล่านอยู่ด้านนอก
“โธ่เว้ย! จำไว้นะฉีอ๋อง ข้าจะทำให้ท่านต้องเสียใจบ้างในสักวัน คอยดูเถอะ”
ฉีคุนไม่รอช้ารีบเปิดจดหมายออกอ่าน เมื่อกวาดตาผ่านทีหนึ่งทุกหน้าจนครบ ก่อนจะแยกจดหมายเป็นสองส่วน ส่วนหนึ่งที่เป็นภาพสมุนไพรที่วาดอย่างละเอียดอ่อนจนสามารถมองออกได้อย่างง่ายดายว่าเป็นพืชชนิดใดให้จื่อหย่ง ก่อนจะบอกให้เรียกตัวหมอทุกคนมาภายในครึ่งเคอเพื่อประชุมกันเรื่องยา ก่อนที่ทุกคนจะพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ชื่อยาที่อยู่ในจดหมายนั้นใช้ได้ และให้ผลลัพธ์ที่น่าพอใจในเวลาต่อมา
ฉีคุนแยกคนออกมาตามที่จดหมายแนะนำ แยกอาการหนักเบาไม่ใช่รวมอยู่ที่เดียวเป็นกระจุก ทั้งยังสั่งให้คนส่วนหนึ่งออกตามหาสมุนไพร ผลิตยาขึ้นมาเพื่อต้านโรคระบาดแต่ก็ยังต้องลองผิดลองถูกอยู่ ยามนั้นเอง ปันน่ากับผู้อาวุโสเว่ยชิงก็มาถึง การปรุงยาจึงเป็นไปอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยที่ไม่มีใครได้รู้เลยว่าจริงๆ แล้วสูตรยาและแผนรับมือล้วนมาจากกู้เลี่ยงรุ่ย โดยผ่านการตรึกตรองและพิจารณาจากฉีคุน เขาเก็บจดหมายที่มีลายมือกู้เลี่ยงรุ่ยไว้ ไม่ยอมให้ผู้ใดได้อ่านหรือเห็น...
ในวันนั้นเอง ข่าวจากรัฐหลู่ก็มาถึง โรคระบาดลามไปทั่วรัฐ หลู่อ๋องโทษรัฐฉีที่เป็นตัวกำเนิดโรคทั้งยังถวายฏีกาขอให้ฝ่าบาททรงลงโทษ ฉีคุนเจรจาพร้อมยอมรับ ให้ความร่วมมือกับทุกรัฐที่ต้องสงสัยว่าอาจมีโรคระบาดลุกลามไปถึงแล้ว ส่งม้าเร็วไปแจ้งเรื่องยาที่ทางฝ่ายเขาจะส่งไปให้รัฐหลู่ แลกกับตัวผู้ส่งสาน์สที่ต้องกลับคืนสู่รัฐฉีทันที ทว่าน่าเสียดายที่ได้กลับมาแค่คนเดียว ศิษย์น้องหนิงเก่อของกู้เลี่ยงรุ่ยได้ทำความผิดใหญ่หลวงขึ้นมาจนฉีคุนยากจะยื่นมือไปช่วย ต่อให้หม่าจวี้ร้องขออ้อนวอนให้เขาช่วยอย่างไร เขาก็ทำไม่ได้แล้ว
ฉีคุนได้จดหมายที่ส่งมาถึงเขาจากหลู่อ๋อง ฝ่ายนั้นตอบมาว่าหนิงเก่ออยู่ในขบวนการก่อความวุ่นวาย มั่วซุ่มกับกลุ่มต่อต้านหัวรุนแรง จะทำการลงโทษตามกฎของรัฐหลู่ หากว่าเขายื่นมือไปสอด นั้นไม่เท่ากับว่าเป็นการประกาศตัวหรือว่าเตรียมพร้อมจะก่อสงครามในภาวะโรคระบาด ซึ่งเขาไม่ต้องการเช่นนั้น ต่อให้รัฐฉีดีขึ้นแล้วแต่สถานการณ์ตอนนี้ไม่เหมาะอย่างยิ่งที่จะเผาผลาญกำลังพลที่ต้องอาศัยเงินทองจำนวนมากในการเคลื่อนทัพ สภาพอากาศไม่เอื้อ คนไม่พร้อม ขวัญกำลังใจก็ไม่ได้ ฉีคุนไม่คิดจะบุกรัฐหลู่ให้เหนื่อยยาก
อย่างไรในขณะนี้รัฐหลู่ก็ได้เกิดความวุ่นวายขึ้นแล้ว