"หมายความว่า...เจ้าต้องการทำลายสติสัมปชัญญะของมารสวรรค์งั้นหรือ?"อวี้จางถาม ตามที่เสวี้ยเจ๋ออธิบายมา หากเสวี้ยเจ๋อจงใจไม่บอกเรื่องสำคัญแบบนี้ก็คงเพราะ ต้องการทำลายสติสัมปชัญญะของมารสวรรค์
"ใช่... ตั้งแต่ที่พวกเราค้นพบร่างของมารสวรรค์พร้อมกับเคล็ดวิชาของเขา ก็รับรู้ได้ว่าหากร่างกายของเขาได้รับพลังวิญญาณเข้าไปมีสิทธิ์ที่จะทำให้มารสวรรค์คืนชีพขึ้นมาได้อีกครั้ง และคนอย่างมารสวรรค์ไม่มีทางที่จะยอมอยู่ใต้อาณัติใคร ในตอนนี้ที่ทำเหมือนยอมอยู่ใต้อาณัติแดนจันทราโลหิต ก็เพราะรู้ตัวว่าไม่อาจสู้เทพศพโลหิตได้ แต่เมื่อใดก็ตามที่เขาสามารถฟื้นพลังได้จนถึงในระดับที่เขามั่นใจว่าสามารถที่จะต่อต้านพวกเราได้ เขาก็จะหันคมเขี้ยวเข้าหาเราอย่างแน่นอน
เพราะฉะนั้นสิ่งที่ควรทำก็คือ...ทำลายสตินึกคิดของเขา เมื่อสตินึกคิดของมารสวรรค์ถูกทำลายลง ก็จะหลงเหลือเพียงร่างกาย"เสวี้ยเจ๋อกล่าวด้วยรอยยิ้ม พร้อมกับมองไปยังทิศทางที่มารสวรรค์เดินทางไปก่อนหน้านี้ สุดท้ายแล้วตั้งแต่ต้นจนจบมารสวรรค์ราวกับกำลังวิ่งอยู่บนมือของเสวี้ยเจ๋อ เป็นไปตามจังหวะที่เสวี้ยเจ๋อต้องการ
“เข้าใจแล้ว” อวี้จางยังอดขนลุกไม่ได้กับแผนการของเสวี้ยเจ๋อ ขนาดมารสวรรค์ที่ยิ่งใหญ่สุดท้ายแล้วก็จะต้องถูกทำลายสตินึกคิดและตกอยู่ในกำมือของเสวี้ยเจ๋อ
“แต่มันก็น่าอารมณ์เสียจริงๆ เจ้านั้นฆ่าสัตว์อสูรโดยที่ไม่แบ่งไว้ให้ข้าเลยแม้แต่ตัวเดียว” เทพศพโลหิตกล่าวขึ้นมาอย่างอารมณ์เสีย ทั้งๆ ที่เขาก็ต้องใช้โลหิตของสัตว์อสูรในการเพิ่มพลังเช่นเดียวกัน แต่หลังจากที่มารสวรรค์ได้ลองดูดเลือดของสิ่งมีชีวิต หลังจากนั้นมันก็ราวกับคนที่เสพติดเลือดของสัตว์อสูร กลืนกินเลือดของสัตว์อสูรอย่างบ้าคลั่งโดยที่ไม่ยอมแบ่งเทพศพโลหิตเลยแม้แต่น้อย
เสวี้ยเจ๋อที่ได้ยินแบบนั้นก็ทำเพียงยิ้มรับแล้วตอบว่า “ท่านเทพศพโลหิต ขออภัยที่ทำให้ท่านต้องอดทน แต่ว่าหากดูจากระดับพลังของเขา ขอเพียงแค่เขาเลื่อนขั้นจนถึงระดับจักรพรรดิได้ สติสัมปชัญญะของเขาจะถูกทำลายโดยสมบูรณ์ ถึงเวลานั้นถ้าจะกลืนกินโลหิตของสัตว์อสูรตัวใดก็สามารถทำได้โดยที่ไม่มีใครขัดขวางอีกแล้ว”
“ได้ ข้าจะรอจนถึงตอนนั้นแล้วกัน” เทพศพโลหิตตอบรับจากนั้นทุกคนก็เดินทางตามรอยของมารสวรรค์ไป
…………..
ทางด้านอูหลินเฟิง
ในระหว่างการเดินทางบนหงส์น้ำแข็งที่ถูกสร้างโดยหงส์เหมันต์สัตว์อสูรระดับสิบหรือจักรพรรดิอสูรศักดิ์สิทธิ์
“พวกเจ้าเข้าไปในสร้อยคอ แล้วรีบทะลวงขั้นให้ได้ซะ” อูหลินเฟิงหันไปออกคำสั่ง กังปี้ เสี่ยวหยุน เสี่ยวปิน และ หมาป่าแปดหาง หลังจากที่อูหลินเฟิงสามารถทะลวงขั้นได้ในตอนนี้ก็ถึงตาของสัตว์อสูรของเขาแล้ว เมื่อได้ยินคำสั่งสัตว์อสูรทั้งหมดก็ยอมเข้าไปภายในสร้อยคออย่างง่ายดาย และใช้เวลาภายในนั้นเพื่อทะลวงขั้นให้ได้
เรียกได้ว่าการที่พญาหงส์เหมันต์เข้าช่วยเหลือและให้พวกเขาเดินทางมาพร้อมกัน ทำให้ระยะเวลาการเดินทางสั้นลงเป็นอย่างมากเพียงแค่ไม่นานก็เดินทางมาถึงเขตตะวันตกแล้ว
“สมกับที่เป็นพลังของจักรพรรดิอสูรศักดิ์สิทธิ์จริงๆ จากที่ต้องใช้เวลาหลายวันกลับใช้เวลาเพียงไม่กี่นาทีก็สามารถมาถึงเขตตะวันตกได้แล้ว” อูหลินเฟิงกล่าว จากนั้นก็มองไปยังเขตตะวันตกของแดนเทพรกร้าง
เมื่อเข้าสู่เขตตะวันตกแต่ละคนสามารถสัมผัสได้ทันทีถึงบรรยากาศที่เปลี่ยนแปลงไป ในตอนที่อยู่เขตใต้ เขตใต้จะเต็มไปด้วยป่าไม้ทุ่งหญ้าภูเขา เป็นบรรยากาศที่มีแต่ธรรมชาติโดยรอบ แต่ว่าเขตตะวันตกนั้นแตกต่างกัน ยิ่งมองจากหงส์น้ำแข็งที่กำลังโบยบินอยู่ทำให้มองเห็นภาพของเขตตะวันตกนี้ได้อย่างชัดเจน
เขตตะวันตกของแดนเทพรกร้างมีความคล้ายคลึงกับป่าร้อยปรากฏการณ์ในเขตใต้ของทวีปปราณฟ้า มองไปทิศทางหนึ่งจะเห็นภูเขาที่เต็มไปด้วยหิมะ แต่ทิศทางตรงกันข้ามกลับมีภูเขาที่เต็มไปด้วยลาวา บางที่ก็มีป่าที่เต็มไปด้วยเมฆหมอก บางที่ก็มีทะเลสาบที่เต็มไปด้วยพิษร้าย เรียกได้ว่าเขตตะวันตกของแดนเทพรกร้างแห่งนี้มีความหลากหลายทางภูมิศาสตร์อย่างยิ่ง
“นั่นมัน เมืองวิญญาณ” เนี่ยหลุนกล่าวออกมาหลังจากที่เห็นจุดหมายของหงส์เหมันต์คือที่ไหน ที่ที่ตรงไปก็คือเมืองวิญญาณอันเป็นโบราณสถานของหอคอยวิญญาณ
“ดูเหมือนว่าหัวใจแห่งเทพรังสรรค์จะอยู่ภายในเมืองวิญญาณแห่งนั้น” อูหลินเฟิงกล่าวขึ้นมา เพราะว่าตั้งแต่ที่เข้ามาภายในเขตตะวันตกแห่งนี้ ความรู้สึกถึงหัวใจแห่งเทพรังสรรค์ก็ชัดเจนขึ้นอย่างมาก และยิ่งหงส์เหมันต์บินตรงมาทางเมืองวิญญาณมากเท่าไหร่ความรู้สึกถึงหัวใจแห่งเทพรักฉันก็ชัดเจนมากขึ้นเท่านั้น
“หมายความว่าพวกเราจะต้องไปเอาหัวใจแห่งเทพรังสรรค์ในนั้นสินะ” หลางจวินกล่าว
“พวกเจ้าเข้าไปไม่ได้หรอก” เนี่ยหลุนกล่าว
“หมายความว่ายังไง” จงหมิ่นถาม
“ลองดูรอบๆ เมืองให้ดี เจ้าเห็นโดมแสงนั้นหรือไม่” เนี่ยหลุนกล่าวพร้อมกับ บอกให้ทุกคนสังเกตโดนแสงที่อยู่รอบๆ
“นั่นมันคืออะไร??” จงหมิ่นถาม
“โดมนั้นคืออาณาเขตของเมืองวิญญาณที่จะอนุญาตให้แต่วิญญาณคนตายเข้าเท่านั้น” เนี่ยหลุนกล่าว
“แบบนี้พวกเราก็เข้าไปเอาหัวใจแห่งเทพรังสรรค์ไม่ได้น่ะสิ” อูหลินเฟิงถาม
“ถ้าเป็นคนอื่นย่อมไม่ได้ แต่ถ้าเป็นพวกเราก็ทำได้แน่นอน การจะเข้าไปเมืองวิญญาณจะต้องทำให้เขตแดนของเมืองคิดว่าเราเป็นวิญญาณคนตาย นั่นก็คือการใช้พลังวิญญาณผนึกทั่วร่าง หลอกอาณาเขตว่าเราคือวิญญาณดวงหนึ่งเท่านั้น” เนี่ยหลุนกล่าว
“หมายความว่าคนที่เข้าไปได้มีเพียงข้า เรน ลุค และ พี่เนี่ยสินะ” อูหลินเฟิงกล่าว หลังจากที่พูดจบพวกเขาก็เดินทางมาถึงหน้าเมืองวิญญาณทันที พญาหงส์น้ำแข็งค่อยๆ ร่อนลงหน้าเมืองวิญญาณอย่างช้าๆ จากนั้นทุกคนก็ลงจากหงส์น้ำแข็งทันที
“ถึงแล้ว ข้ามาส่งพวกเจ้าเพียงเท่านี้” หงส์เหมันต์กล่าวจากนั้นสะบัดมือเพียงครั้งเดียวหงส์ที่ถูกสร้างจากน้ำแข็งก็หายไป
“ต้องขอบคุณท่านหงส์เหมันต์มากที่ช่วยเหลือให้พวกเรารอดชีวิต และยังเดินทางมาส่งพวกเราด้วยตนเอง” อูหลินเฟิงกล่าว จากนั้นทำท่าคารวะไปยังคงพญาหงส์เหมันต์ ไม่ใช่เพียงแค่อูหลินเฟิงเท่านั้นแต่ทุกๆ คนในกองกำลังพันธมิตรก็คารวะไปยังหงส์เหมันต์เช่นเดียวกัน
“ไม่จำเป็นต้องขอบคุณ ข้าเพียงแค่ทำตามคำขอของสหายเท่านั้น” พูดจบพญาหงส์เหมันต์ก็หายตัวไปจากจุดเดิมอย่างรวดเร็ว เมื่อพญาหงส์เหมันต์หายไปทุกคนก็จ้องมาอูหลินเฟิง ราวกับต้องการถามว่าหลังจากนี้จะทำยังไงต่อไป
“คิดจะทำยังไงต่อไป” หลางจวินถาม
“เพราะการช่วยเหลือของพญาหงส์เหมันต์ ทำให้เราสามารถเดินทางมาที่เขตตะวันตกนี้ได้อย่างรวดเร็วกว่าที่คิดไว้ การจะเข้าไปยังเมืองวิญญาณได้คงมีเพียงแค่ข้า เรน ลุค และพี่เนี่ย ข้าจึงอยากให้ทุกคนใช้เวลาที่ข้าเข้าไปภายในเมืองวิญญาณ พยายามเลื่อนระดับพลังให้ได้ไวที่สุด อาศัยทรัพยากรที่เติบโตภายในแดนเทพรกร้างแห่งนี้ ย่อมต้องมีพลังมากกว่าภายในมิติหลักอย่างแน่นอน แต่ว่าพวกท่านจะต้องเดินทางกันไปเป็นกลุ่ม เพราะมีความเป็นไปได้ที่จอมยุทธ์ที่แยกตัวออกมาจากแดนจันทราโลหิตเพื่อแสวงหาโชคจะเดินทางมาภายในเขตตะวันตกแห่งนี้เช่นเดียวกัน อย่างน้อยก็น่าจะต้องเดินทางกันไปสองหรือสามคน” อูหลินเฟิงกล่าว
เฟิ่งหวงหยางชุนที่ได้ยินแบบนั้นก็เสนอตัวแยกไปเป็นคนแรก “ถ้าเป็นแบบนั้นข้าจะไปยังหุบเขาลาวา ภายในนั้นมีพระราชวังโบราณของราชวงศ์โชติช่วงตั้งอยู่ หากข้าไปฝึกฝนภายในนั้นกลับออกมาคงสามารถตามพวกเจ้าได้ทัน” เฟิ่งหวงหยางชุนกล่าวพร้อมกับมองไปยังหลางจวิน เนี่ยหลุน จงหมิ่น และ อูหลินเฟิง ที่มีระดับพลังมากกว่าตนเองอย่างไม่ยอมแพ้
“งั้นข้าไปกับท่านแล้วกัน” เยว่ฟงเสนอตัวในการเดินทางไปกับเฟิ่งหวงหยางชุน
“ได้ แต่อย่าได้เดินมั่วซั่วภายในพระราชวังโบราณเด็ดขาด ไม่อย่างนั้นอาจจะตายได้โดยไม่รู้ตัว” เฟิ่งหวงหยางชุนกล่าว
“รับทราบ ท่านชาย” เยว่ฟงตอบรับ
“ในตอนที่อยู่บนหงส์น้ำแข็ง ข้าเห็นทะเลสาบพิษข้าจะไปที่นั่น” กู่ซือเอินบอกจุดหมายของตนเองทันที
“ข้าจะไปกับศิษย์พี่เจ้าค่ะ” เสวี่ยหานเอ๋อร์กล่าว
ในระหว่างที่ ทุกคนกำลังคุยเกี่ยวกับจุดมุ่งหมายของตนเอง เรน ก็ได้ทำสีหน้าราวกับกำลังคิดบางอย่าง
"ข้าคงไม่เข้าไปในเมืองวิญญาณกับพวกเจ้า"อยู่ๆ เรนก็ตัดสินใจที่จะไม่เข้าไป
"แน่ใจงั้นหรือ?? ไม่แน่ว่านางอาจจะอยู่ภายในนั้น"อูหลินเฟิงถามเพื่อความแน่ใจ เพราะหากคิดจากเรื่องราวที่เคยได้ฟังจากอาจารย์มีความเป็นไปได้ที่แม่ของพวกเขา เนี่ยอันหลิงจะอยู่ภายในนั้น
"นาง?? ใครงั้นหรือ"จงหมิ่นที่ ได้ยินบทสนทนาเป็นผู้ถามขึ้นมา
"นางที่ข้าพูดถึง อาจจะเป็นแม่ของข้า"อูหลินเฟิงตอบ
"แม่ของเจ้า??"จงหมิ่นถามเพื่อความแน่ใจ
"ใช่ เมื่อยี่สิบเอ็ดปีก่อนในเหตุการณ์ที่แดนศักดิ์สิทธิ์ต่อสู้กันเพื่อแย่งชิงหัวใจแห่งเทพรังสรรค์ มารดาของข้าเป็นคนสุดท้ายที่ได้ หัวใจแห่งวัฏสงสารไป หลังจากที่ข้าเกิดมา แม่ของข้าก็หายตัวไป โดยที่ไม่มีร่องรอยของหัวใจของเทพรังสรรค์เลยแม้แต่น้อย จึงมีความเป็นไปได้ว่าตอนนี้หัวใจแห่งเทพรังสรรค์อยู่กับนาง"อูหลินเฟิงตอบ
"เรน เจ้าแน่ใจแล้วรึ...ที่จะไม่เข้าไป"จงหมิ่นถาม เพราะนี้อาจจะเป็นโอกาสเดียวที่จะได้พบแม่ของตัวเอง
"ข้าแน่ใจ...ตอนนี้ พวกเราได้แต่คาดการณ์ว่า กองกำลังหลักของแดนจันทราโลหิตจะเดินทางมายังเขตตะวันตกเมื่อไหร่ แต่เราไม่ย่อมไม่รู้เวลาที่แน่นอน ข้าเลยจะไปอยู่บริเวณเขตรอยต่อระหว่างเขตตะวันตกและตะวันออก เพื่อเฝ้าดูสถานการณ์หากว่าพบเจอกับกองกำลังหลักของแดนจันทราโลหิตข้าจะแจ้งข่าวมาทันที"เรนบอก ถึงแม้ในใจของเขาจะเสียดาย และเสียใจเป็นอย่างมากที่ไม่อาจ เข้าไป
" เรื่องนั้น...ให้ข้าใช้ชิกิงามิระดับต่ำคอยตรวจสอบดูก็ได้"อูหลินเฟิงบอก ถึงแม้เรื่องที่เรียนพูดจะเป็น สิ่งสำคัญแต่ว่า หากแม่ของพวกเขาอยู่ภายในนั้นจริงๆ เขาก็อยากให้เรนได้พบนางสักครั้ง
" แล้วเจ้าจะแน่ใจได้ยังไงว่าจะไม่เกิดเหตุการณ์แบบเดียวกับตงฟางชุนขึ้นอีก"เรนถาม ในการต่อสู้อูหลินเฟิงที่ต้องเพ่งสมาธิทำให้การรับรู้ถึง สถานการณ์โดยรอบลดน้อยลง เสวี้ยเจ๋อจึงสามารถเล่นงานตงฟางชุนได้โดยที่อูหลินเฟิงไม่รู้ตัว
"เรื่องนั้น..."
"หรือต่อให้ไม่มีสถานการณ์ที่ทำให้เจ้าเสียสมาธิภายในนั้น แต่ว่าถ้าภายในเมืองวิญญาณมีเขตบางเขตที่ตัดขาดจากโลกภายนอก การเชื่อมต่อระหว่างเจ้าและชิกิงามิก็จะหายไป ถ้าเป็นแบบนั้นละก็ เจ้าก็จะไม่สามารถรับรู้ถึงสถานการณ์ข้างนอกได้ การที่ข้าอยู่ข้างนอกจึงเป็นผลดีกับทุกๆ คน" เรนกล่าว เพราะว่าดวงวิญญาณของอูหลินเฟิง เรน และ ลุค เชื่อมต่อกันผ่านดวงวิญญาณ ขนาดมิติแบ่งโลกยังไม่อาจข้างดวงวิญญาณของพวกเขาได้ ก็ให้อูหลินเฟิงเข้าไปภายในมิติเมืองวิญญาณ เรนก็ยังสามารถรับรู้ถึงอูหลินเฟิงได้อยู่ดี
อูหลินเฟิงที่เห็น ถึงความแน่วแน่ของเรนก็ไม่คิดที่จะขัดขวางอีก "ก็ได้ ตามใจเจ้า"
เมื่อได้ยินแบบเรนบอกว่าไม่ต้องการเข้าไป ลุคก็ได้นำของบางอย่างออกมามันคือของที่เขาต้องการนำมาให้เรนโดยเฉพาะ มันก็คือคทาเวทสองอันที่ได้มาจากเมจิกและแม่มดน้ำแข็ง " รับไป ฉันตั้งใจไปเอามาให้นายโดยเฉพาะ มันคงเหมาะกับคนที่ใช้พลังเวทเป็นหลักอย่างนาย"
"ขอบใจ"เรน รับคทาทั้งสองมาอย่างเต็มใจ สำหรับนักเวทแล้ว ถ้าหากว่ามีคาถา จะทำให้ประหยัดพลังงานในการร่ายเวท ทั้งยังสามารถร่ายเวทได้เร็วและรุนแรงมากขึ้น
..
..
จบตอน