ทะลุมิติไปเป็นพระชายาแพทย์ผู้มากพรสวรรค์ [แปลจบแล้ว]

    เล่มที่ 6 ตอนที่ 180 ได้ไม่คุ้มเสีย นางไม่ทำ

            เมื่อเห็นว่าดวงตาโง่เขลาทั้งสองคนยังคงจ้องมองมาที่ตนเองมู่จื่อหลิงก็ขมวดคิ้วอย่างไม่พอใจ

            นางแค่อยากจะออกมาชมการแสดงดีๆนางกำนัลทั้งสองคนนี้ยังสบายดีอยู่ไหม? นางมีดอกไม้บนใบหน้าของตนจริงๆ หรือ?

            “มองอะไรเหตุใดถึงไม่ช่วยกันพาองค์หญิงอันหย่าเข้าไปในวังเล่า พวกเจ้าอยากให้นางตายจริงๆหรือ” มู่จื่อหลิงจ้องไปที่ชิวเซียงกับชิวเยวี่ยอย่างเย็นชาด้วยท่วงท่าที่มีบารมีโดยไม่แสดงออกถึงโทสะ

            เมื่อได้ยินเสียงเช่นนี้ชิวเซียงกับชิวเยวี่ยจึงหันมามองหน้ากันด้วยความตกใจสีหน้าของนางไม่ตื่นตระหนกมากนัก แต่กลับไม่กล้าพูดสิ่งใดสักคำพวกนางเข้าประคององค์หญิงอันหย่าขึ้นมาอย่างกระวนกระวายใจ

            พวกนางไม่เข้าใจว่าเหตุใดฉีหวางเฟยผู้นี้ถึงกล้าหยิ่งผยองถึงเพียงนี้กล้าแม้แต่สาปแช่งดวงหฤทัยของไทเฮาซ้ำแล้วซ้ำเล่า ทั้งยังแสดงท่าทางไม่เกรงกลัวอีกด้วย

            ไม่ว่าฉีหวางเฟยจะเก่งกาจเพียงใดนางก็ไม่สามารถเอาชนะไทเฮาได้ไม่ใช่หรือ?

            อย่างไรก็ตามความยิ่งใหญ่และน่าเกรงขามของฉีหวางเฟยยามอยู่ต่อหน้าพวกนางนั้นมันมีพลังอำนาจที่ถูกยับยั้งไว้ซึ่งเล็ดลอดออกมาทีละนิด และมันทำให้คนไม่กล้าจ้องมองโดยตรง

            นางกำนัลทั้งสองต่างตกตะลึงไม่ต้องพูดถึงว่าพวกนางงุนงงมากเพียงใด

            แต่ทันทีที่นางกำนัลทั้งสองช่วยประคององค์หญิงอันหย่าขึ้นมาองค์หญิงอันหย่าที่มีจังหวะการหายใจที่ไม่สมดุลก็ตื่นขึ้นมาในทันใดราวกับว่านางเต็มไปด้วยพลังงาน

            เมื่อได้เห็นสิ่งนี้มู่จื่อหลิงก็เกือบจะกลอกตาใส่แล้ว

            มุมปากของนางกระตุกเล็กน้อยนางอดไม่ได้ที่จะยกนิ้วให้องค์หญิงอันหย่า

            ต้นกล้าอ่อนแอผู้นี้...มีทักษะการแสดงขั้นเทพ!

            นางคาดไม่ถึงจริงๆว่าองค์หญิงอันหย่าที่กำลังจะสิ้นใจเมื่อครู่นี้เพราะความทุกข์ทรมานจากอาการหัวใจวายชั่วพริบตากลับตื่นขึ้นมาได้ราวกับเป็นผู้วิเศษ

            โรคหัวใจสามารถควบคุมได้ด้วยตนเองหรือ? ยามที่ต้องการหายป่วยก็สามารถหายได้ตามต้องการ สามารถควบคุมมันได้อย่างเหมาะสมและถูกที่ถูกเวลาด้วยหรือ?

            ทันใดนั้นแม้แต่มู่จื่อหลิงซึ่งเป็นหมอที่คิดว่าตนเองค่อนข้างเชี่ยวชาญทางด้านการแพทย์ก็ถูกการกระทำขององค์หญิงอันหย่าทำให้เกิดความงงงวย

            “องค์หญิง ท่านฟื้นแล้ว”

            “องค์หญิงในที่สุดท่านก็ฟื้นแล้ว บ่าวกลัวแทบตาย...”

            เมื่อชิวเซียงและชิวเยวี่ยเห็นว่าองค์หญิงอันหย่าฟื้นขึ้นมาพวกนางก็ร้องอุทานออกมาอย่างตื่นเต้นในทันที

            อย่างไรก็ตามขณะที่ทั้งสองกำลังตื่นเต้นอยู่นั้น พวกนางกลับได้รับสายตาเย็นชาจากองค์หญิงอันหย่าราวกับมีคำพูดที่ส่งออกมาทางสายตาว่า เจ้าคนโง่เง่าทั้งสอง!ไม่ว่าทำสิ่งใดก็ไม่อาจทำให้ดีได้

            ความเย็นชาเปล่งประกายออกมาจากดวงตาขององค์หญิงอันหย่าก่อนที่มันจะหายไปในพริบตา

            มู่จื่อหลิงในยามนี้ดูเหมือนจะจัดการได้ยากกว่าที่นางคาดคิด

            สวรรค์ทราบดียามที่นางเห็นภาพของคนสองคนที่กำลังเกี้ยวพาราสีกันในรถม้านั้นในใจของนางแทบจะคลั่งด้วยความหึงหวง

            ในใจขององค์หญิงอันหย่าหลงเซี่ยวอวี่นั้นเป็นคนโหดเหี้ยมเสมอมา ปฏิเสธและถอยห่างจากผู้คนนับพันลี้ไม่ว่ากับเรื่องใดล้วนไม่เคยไว้หน้าผู้ใด ไม่ว่าจะเป็นคำพูดหรือการกระทำก็ตาม

            นางไม่กล้าแม้แต่จะคิดว่าจะมีวันหนึ่งที่หลงเซี่ยวอวี่จะอ่อนโยนกับผู้หญิงคนหนึ่งนางไม่กล้าคิด แต่วันนี้นางได้เห็นกับตาของนางเอง

            เมื่อได้เห็นด้วยตาของนางเองถึงความรักอันอ่อนโยนระหว่างผู้ชายที่นางชื่นชมมาหลายปีที่แสดงต่อผู้หญิงอีกคนหนึ่งมันให้ความรู้สึกที่เลวร้ายยิ่งกว่าการสังหารนางเสียอีก

            สิ่งที่ทำให้องค์หญิงอันหย่าไม่พอใจมากขึ้นก็คือหลงเซี่ยวอวี่ ได้ทำให้มู่จื่อหลิงเสียนิสัยในระดับที่ไม่สามารถจินตนาการได้

            มู่จื่อหลิงหญิงผู้นี้ไม่รู้จักดีชั่ว ทั้งยังเป็นคนที่ได้หนึ่งยังจะเอาสองนางยั่วยุหลงเซี่ยวอวี่ซ้ำแล้วซ้ำเล่า และพูดคุยกับเขาด้วยท่าทีที่หยาบคายแต่หลงเซี่ยวอวี่ไม่เพียงจะเพิกเฉยต่อความหยาบคายของมู่จื่อหลิงเท่านั้นแต่เขากลับยังคงโน้มตัวเข้าหาพร้อมกับหน้าทะเล้นใส่อีกต่างหาก

            ในท้ายที่สุดมู่จื่อหลิงก็ผลักหลงเซี่ยวอวี่ออกไปอย่างป่าเถื่อนภาพที่เขาทำเหล้าผูเถาหกเลอะชุดและนั่งลงบนพื้นอย่างน่าอับอายโดยไม่ทันได้ตั้งตัวนั้นยิ่งแย่เข้าไปอีก

            สิ่งเหล่านี้เพียงพอที่จะแสดงให้เห็นว่าตำแหน่งของมู่จื่อหลิงในใจของหลงเซี่ยวอวี่ในยามนี้เป็นเช่นไร

            การค้นพบนี้ทำให้องค์หญิงอันหย่าโกรธมากจนอยากจะฆ่าคน

            มู่จื่อหลิงจ้องมองไปที่องค์หญิงขี้โรคด้วยความสนใจและแน่นอนว่านางย่อมไม่พลาดร่องรอยของอารมณ์ใดๆบนใบหน้าที่ซีดขาวขององค์หญิงอันหย่า

            นางไม่คาดคิดมาก่อนว่าต้นกล้าอ่อนแอผู้นี้จะไม่ใช่เจ้านายที่ดีเช่นกันนางมีรูปร่างหน้าตาอ่อนแอ ดูแล้วช่างน่าสงสาร แต่จิตใจของนางกลับเย่อหยิ่งจนเกินไป

            สิ่งแรกที่องค์หญิงอันหย่าทำหลังจากที่นาง ‘ตื่น’ คือการสั่งให้นางกำนัลทั้งสองนำเสื้อผ้าไปให้มู่อี๋เสวี่ยซึ่งยังอยู่ในสภาพทรุดโทรมด้วยความมีเมตตา

            แน่นอนว่าการส่งเสื้อผ้าเป็นเรื่องรองหรือเป็นเพียงแค่ข้ออ้าง

            องค์หญิงอันหย่าไม่ลืมใช้มุมที่มู่จื่อหลิงมองไม่เห็นแล้วส่งสายตาเพื่อบ่งบอกว่านางกำนัลงี่เง่าทั้งสองควรพูดสิ่งใดยามไปหามู่อี๋เสวี่ย

            ยามนี้หลงเซี่ยวอวี่ยังคงอยู่ตรงนี้มีเพียงนางเท่านั้นที่รู้ว่าองค์หญิงอันหย่าต้องการทำสิ่งใด

            นางกำนัลที่งี่เง่าทั้งสองนั้นช่างโง่เขลาแต่ไม่ว่าจะพูดอย่างไรพวกนางก็ยังเป็นนางกำนัลส่วนพระองค์ขององค์หญิงอันหย่าพวกนางย่อมเข้าใจสายตาของผู้เป็นนายได้บางส่วน

            เมื่อครู่ชิวเซียงกับชิวเยวี่ยเพิ่งได้รับการจ้องมองอย่างเย็นชาจากองค์หญิงอันหย่านางรู้ว่าพวกนางเพิ่งทำเรื่องวุ่นวาย และทำให้ผู้เป็นนายไม่พอใจ

            ดังนั้นพวกนางทั้งสองจึงไม่กล้าละเลยแม้แต่น้อยรับคำสั่งและรีบไปในทันที...

            มู่จื่อหลิงนั่งสบายๆบนรถม้า มองลงมาจากด้านบนอย่างวางตัว

            แม้ว่านางจะไม่เห็นการสบตาระหว่างสามคนด้านล่างแต่นางก็ไม่เชื่อว่าองค์หญิงผู้เจ้าเล่ห์จะใจดีเช่นนี้หลังจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนางจะยังแสนดีถึงขั้นยอมส่งเสื้อผ้าไปให้มู่อี๋เสวี่ยที่แทบจะเปลือยเปล่า

            นางไม่รู้ว่าต้นกล้าอ่อนแอผู้นี้กำลังคิดอะไรอยู่แต่นางรู้สึกอยู่เสมอว่ามู่อี๋เสวี่ยผู้น่าสงสารกำลังจะมีปัญหาอีกครั้ง

            ดวงตาของมู่จื่อหลิงหรี่ลงเล็กน้อยนางมองดูมันอย่างสงบ คิดในใจอย่างรอบคอบ

            หลังจากที่นางกำนัลทั้งสองจากไปแล้วองค์หญิงอันหย่าก็ยกมือเรียวยาวของนางขึ้นมาปิดปาก ไอออกมาอีกสองครั้งจากนั้นจึงเงยหน้าขึ้นมองดูมู่จื่อหลิงอย่างว่างเปล่าด้วยดวงตาคู่งามและเย่อหยิ่ง

            องค์หญิงอันหย่าแสร้งทำเป็นว่าเพิ่งเห็นมู่จื่อหลิงเอามือวางบนหน้าอกของนาง พร้อมทำท่าทางประหลาดใจ“หวะ...หวางเฟยก็อยู่ที่นี่ด้วยหรือ”

            มู่จื่อหลิงเกือบจะสาปแช่งออกมาดังๆ

            นางอยากจะถามว่าเจ้าตาบอดและหูหนวกหรือ? คนตัวใหญ่ขนาดนี้ไม่เห็นเลยหรือ? หมายความว่าอย่างไรที่มาถามว่านางอยู่ด้วยหรือ?

            การแสดงร่วมกับนางกำนัลสองคนโดยการอุทิศร่างของตนนั้นก็สร้างมาเพื่อนางไม่ใช่หรือ? ไม่จำเป็นต้องเสแสร้งโง่ขนาดนั้นหรอกจริงไหม? พอแล้วจริงๆ...

            มู่จื่อหลิงยังคงพิงขอบหน้าต่างอย่างเกียจคร้านเหลียวมององค์หญิงอันหย่าซึ่งยืนอยู่เบื้องล่างอย่างเฉื่อยชา และไม่พูดสิ่งใด

            เมื่อเห็นเช่นนี้องค์หญิงอันหย่าก็ไม่ได้รู้สึกลำบากใจที่ถูกเมิน

            นางมองไปที่มู่จื่อหลิงแล้วยิ้มบางๆอย่างเชื่อฟัง ทำความเคารพด้วยร่างผอมเพรียวแลดูบอบบางและอ่อนแอ“อันหย่าคารวะหวางเฟย”

            คนทำความเคารพหากนางไม่ตอบรับ ก็จะเป็นการไร้มารยาท

            มู่จื่อหลิงเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยมุมปากของเขาโค้งขึ้นเป็นเชิงเยาะเย้ย

            ผ่านไปสักพักนางถึงได้อ้าปากพูดอย่างแผ่วเบา ใบหน้าเหมือนจะมีรอยยิ้มพูดด้วยน้ำเสียงหมดหนทางและเศร้าใจ “ดูเหมือนว่าองค์หญิงอันหย่าจะป่วยหนัก ดูซิเหตุใดจู่ๆ เจ้าถึงได้ล้มป่วยลงกะทันหันเช่นนี้ อนิจจาโชคดีที่ข้ายังคงอยู่ต่อให้เจ้าได้คารวะ”

            คำพูดของมู่จื่อหลิงไม่สามารถพูดได้ว่าเป็นพิษจนคิดได้เพียงเป็นการสาปแช่งคนเท่านั้น

            คำพูดของนางไม่ชัดเจนแต่แฝงความหมายบางอย่าง และผู้ฟังย่อมรู้ดีอยู่แล้ว

            ไม่ต้องสงสัยคำพูดของมู่จื่อหลิงดูเหมือนจะเล่นซ้ำฉากนี้ต่อหน้าต่อตาองค์หญิงอันหย่าแทงมีดเข้าที่หัวใจของนางโดยไม่มีการเตือนล่วงหน้าซึ่งทำให้นางหงุดหงิดจนไม่สามารถสงบสติอารมณ์ได้

            หมัดใต้แขนเสื้อขององค์หญิงอันหย่ากำแน่นดวงตาของนางหลุบลงเล็กน้อย และเมื่อนางลืมตาขึ้นอีกครั้ง ความโกรธที่เคยปรากฏขึ้นมาก็หายวับไป

            “อันหย่าก็อยากไปเยี่ยมหวางเฟยอีกครั้งเช่นกันเพียงแต่พระวรกายของเสด็จย่าไม่ดีนักอันหย่าจึงไปที่วัดชิงอันเพื่อสวดมนต์ขอพรให้คนเฒ่าคนแก่ของตนเอง โชคดีที่วันนี้กลับมาทันจนได้บังเอิญพบเข้ากับหวางเฟยพอดี”ดวงตาขององค์หญิงอันหย่าเปล่งประกายด้วยแสงที่ซับซ้อน นางกล่าวด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา

            อันที่จริงเมื่อเป็นเรื่องการไปที่จวนฉีอ๋ององค์หญิงอันหย่าไปที่นั่นบ่อยครั้ง

            แต่ตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมาทุกครั้งที่นางไปที่นั่นล้วนถูกปิดประตูใส่ พูดตรงๆนางไม่สามารถแม้แต่จะเข้าไปในจวนฉีอ๋องได้แม้แต่ครึ่งก้าว

            บอกว่าเจ้าป่วยแต่เจ้ากลับบอกว่าไทเฮาป่วย นี่ควรเรียกว่าอะไร?

            เห็นได้ชัดว่า ‘ความเจ็บป่วย’ นั้นไม่ใช่เรื่องเล็ก แล้วเหตุใดถึงไม่ยอมรับเล่า? มู่จื่อหลิงอดไม่ได้ที่จะกลอกตาไปมาในใจ

            “จริงหรือ?” การแสดงออกของมู่จื่อหลิงดูเฉยเมยดวงตาของนางเต็มไปด้วยความเย้ยหยันที่เด่นชัด

            เมื่อกล่าวถึงไทเฮานางก็นึกขึ้นมาได้ดูเหมือนว่าตั้งแต่เหตุการณ์เลวร้ายที่เกิดขึ้นในตำหนักโซ่วอันในวันนั้นจิตวิญญาณของไทเฮาก็ดูจะยังทรมานกับเหตุการณ์นั้นและนอนหลับไม่สนิทมาอย่างยาวนาน

            ยังดีที่หญิงชรามีอาการซึมเศร้าไม่มีเรี่ยวแรงจะจับผิดตนเองเหมือนแต่ก่อน

            แต่ยามนี้ที่องค์หญิงอันหย่าผู้นี้แอบเล่นเล่ห์ใช้กลเกรงว่าหญิงชราจะเริ่มสร้างคลื่นอีกครั้งในไม่ช้า

            แน่นอนว่าสิ่งที่องค์หญิงอันหย่ากล่าวต่อไปนั้นอยู่ไม่ต่างจากการคาดเดาของนางมากนัก

            องค์หญิงอันหย่ายิ้มและพยักหน้า“เมื่อไม่นานมานี้เสด็จย่าทรงมีปัญหาในการนอนหลับและรับประทานอาหารยามค่ำคืนมักนอนไม่หลับ ข้าได้ยินมาว่าหวางเฟยมีทักษะทางการแพทย์ยอดเยี่ยมมากไม่ทราบว่า...”

            ดวงตาคู่งามขององค์หญิงอันหย่าเลื่อนไหลไปมานางทำราวกับลังเลไม่กล้าพูด

            แต่คำพูดที่นางลังเลนั้นมีความหมายว่าอะไรมู่จื่อหลิงจะไม่เข้าใจได้อย่างไร?

            เมื่อได้ยินเช่นนี้ดวงตาของมู่จื่อหลิงก็ฉายแววประชดประชัน

            กล้าที่จะเชิญนางที่เมื่อครู่ไม่ยอมตรวจอาการให้กับต้นกล้าอ่อนแอผู้นี้และยามนี้ยังกล้าขอให้นางไปตรวจอาการให้ไทเฮาโดยตรงหรือ?

            นางจะไม่รู้ได้อย่างไรว่าในน้ำเต้าของต้นกล้าอ่อนแอผู้นี้กำลังขายยาอะไร[1]?

            อยากให้นางไปตรวจอาการประชวรให้กับไทเฮาเฒ่าผู้นั้นหรือ? หึ! อย่าพูดถึงประตูเลยแม้กระทั่งรอยต่อก็ไม่มีให้เห็น [2] มู่จื่อหลิงบ่นอย่างเย็นชาอยู่ภายในใจ

            ไม่ต้องพูดถึงว่านางไม่อยากไปตรวจอาการให้ไทเฮาด้วยแม้ว่านางจะไปรักษาให้ไทเฮา นางก็รู้ตนเองดีว่าไม่อาจทำให้ไทเฮาพอพระทัยได้

            บางทีนางอาจจะต้องถูกทุบตีจนพ่ายแพ้ในที่สุดการเข้าไปในรังโจร [3] ย่อมได้ไม่คุ้มเสีย นางไม่ทำเรื่องโง่ๆ หรอกนะ

            มู่จื่อหลิงกางมือออกเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย แล้วยกมุมปากขึ้นช้าๆ พูดอย่างสบายๆ“องค์หญิงอันหย่าพูดเรื่องตลกแล้ว เปิ่นหวางเฟยค่อนข้างงุ่มง่ามในด้านการแพทย์อีกทั้งยังไม่ใช่หมอผู้เชี่ยวชาญท่านจะผลีผลามปล่อยให้คนที่มีทักษะทางการแพทย์ในระดับปานกลางเข้าไปตรวจอาการประชวรของไทเฮาได้อย่างไรไม่ทราบว่าหากไทเฮาทรงทราบ พระนางจะเสียใจบ้างหรือไม่”

            ไทเฮาเฒ่ารักองค์หญิงอันหย่ามากแต่องค์หญิงอันหย่ากลับเชิญนางซึ่งถูกไทเฮาเกลียดชังจากก้นบึ้งของหัวใจให้ไปตรวจอาการประชวร

            ความเมตตาขององค์หญิงอันหย่านี้เป็นการใช้นางไปกระตุ้นความโกรธในใจไทเฮาเฒ่า เพราะยามนี้นางไม่อาจกระตุ้นได้แล้วไม่ใช่หรือ?

            เมื่อได้ยินเช่นนี้สีหน้าขององค์หญิงอันหย่าก็แข็งทื่อไป มีหยาดน้ำระหว่างดวงตาคู่งามคู่นั้นซึ่งเดิมมีความผิดปกติเล็กน้อยอยู่ก่อนแล้วท่าทางเช่นนี้ทำให้คนเข้าใจผิดได้โดยง่าย

            “หวางเฟยอันหย่าเป็นห่วงเสด็จย่า แต่หมอหลวงในวังช่วยสิ่งใดไม่ได้ เลยคิดว่า...”ดวงตาคู่งามขององค์หญิงอันหย่าเริ่มพร่ามัว ทันใดนั้นทั้งร่างก็เริ่มซวนเซอีกครั้ง

            มู่จื่อหลิงยิ้มอย่างเย็นชาและขัดจังหวะคำพูดขององค์หญิงอันหย่า“เจ้าบอกเองว่าหมอหลวงไม่อาจช่วยอะไรได้ทักษะทางการแพทย์ของเปิ่นหวางเฟยสามารถเทียบเคียงกับหมอหลวงได้หรือ? เจ้ากำลังประเมินเปิ่นหวางเฟยสูงเกินไปหรือว่าไม่คิดที่จะให้สุขภาพของไทเฮาดีขึ้นเป็นจริงเป็นจัง”

            ความหมายก็คือหากนางรักษาไทเฮาได้ไม่ดีมันจะเป็นความผิดขององค์หญิงอันหย่า

            มู่จื่อหลิงรู้ว่ายามนี้องค์หญิงอันหย่ากำลังกล่าวเตือนนางด้วยความตั้งใจที่ดี

            ด้วยจากความรักของหญิงชราที่มีต่อต้นกล้าอ่อนแอผู้นี้สันนิษฐานได้ว่าตราบใดที่ต้นกล้าอ่อนแอผู้นี้ไปกราบทูลเพื่อเป่าไฟถึงพระกรรณของไทเฮานางจะต้องไปแม้ว่านางจะไม่อยากไปรักษาไทเฮาก็ตาม

            ---------------------------------------

            เชิงอรรถ

            [1] ในน้ำเต้าขายยาอะไร (葫芦里想卖什么药) เป็นคำอุปมา มีความหมายว่า ไม่รู้เรื่องราวภายในไม่รู้ว่าอีกฝ่ายกำลังจะทำอะไร หรือแอบเล่นตุกติก แอบซ่อนบางสิ่งเอาไว้

            [2] อย่าพูดถึงประตูเลย แม้กระทั่งรอยต่อก็ไม่มีให้เห็น (不要说门了,连缝都没有)เป็นคำอุปมา มีความหมายว่า เรื่องที่ไม่อาจเป็นไปได้

            [3] รังโจร (贼窝) เป็นคำอุปมา มีความหมายว่าสถานที่ที่คนไม่ดีหรือเป็นศัตรูมารวมตัวกัน

    คล้ายกับเรื่องทะลุมิติไปเป็นพระชายาแพทย์ผู้มากพรสวรรค์ [แปลจบแล้ว] ที่คุณอ่าน

    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    169K 382
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ไม่เป็นแล้วโสมพันปี เกิดใหม่ชาตินี้ขอเป็นคุณหนูหกที่ได้แต่งงาน! [จบ]

    ไม่เป็นแล้วโสมพันปี เกิดใหม่ชาตินี้ขอเป็นคุณหนูหกที่ได้แต่งงาน! [จบ]

    นิยาย รัก
    421K 828
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    355K 668
    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    712K 1023
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80

    ยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80

    นิยาย รัก
    627K 1276
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    207K 185