จารึกที่ 126 : หอศัสตรา : ข้อเสนอที่ไม่อาจปฏิเสธ
ดวงตะวันเริ่มลับขอบฟ้า ทิ้งไว้เพียงแสงสีส้มแดงที่ฉาบทาไปทั่วหุบเขา ผสมปนเปไปกับแสงสีแดงฉานจากเปลวเพลิงที่พวยพุ่งออกมาจากปล่องควันขนาดยักษ์ เสียงค้อนกระทบเหล็กดัง เปรี้ยง... เปรี้ยง... ก้องกังวานไปทั่วบริเวณราวกับจังหวะหัวใจของภูเขาไฟ
"หอศัสตรา" ตั้งตระหง่านอยู่เบื้องหน้า อาคารสูงใหญ่ที่สร้างจากหินภูเขาไฟสีดำทมิฬ ความร้อนระอุแผ่ออกมาปะทะใบหน้าจนรู้สึกแสบผิว แม้จะเป็นช่วงพลบค่ำแต่อากาศแถวนี้กลับร้อนเหมือนยืนอยู่ปากเหวนรก
อาเจีย ยืนเหงื่อตกอยู่หน้าประตูบานยักษ์ที่ทำจากเหล็กกล้า เขาหันไปกระชับผ้าคลุมที่ห่อหุ้ม เจ้าสัว เอาไว้อีกครั้งเพื่อให้แน่ใจว่ามิดชิดที่สุด
"ร้อนชะมัด..." อาเจียพึมพำ พลางพัดวีคอเสื้อตัวเอง "ค่าเช่าที่ก็ไม่เสีย ค่าไฟก็ไม่จ่าย แต่ทำไมข้าต้องมาเสี่ยงโดนยึดของทำมาหากินด้วยเนี่ย"
"เจ้าหนู! จะยืนขวางทางอีกนานไหม!"
ศิษย์ร่างยักษ์กล้ามโตแบกท่อนเหล็กเดินผ่านมาตะคอกใส่
"ขออภัยขอรับศิษย์พี่!" อาเจียรีบหลบทาง "ข้ามาพบผู้อาวุโสหลี่ตามคำเชิญ..."
"อ้อ... เหยื่อรายใหม่สินะ" ศิษย์ร่างยักษ์แสยะยิ้มที่ดูน่าขนลุก "ขอให้โชคดี... หวังว่าเจ้าจะออกมาโดยที่อวัยวะยังอยู่ครบ"
อาเจียกลืนน้ำลายเอือก ก้าวเท้าเดินเข้าไปในถ้ำเสือ
...
ภายในโถงกลางหอศัสตรา
บรรยากาศข้างในยิ่งร้อนแรงและวุ่นวายกว่าข้างนอกหลายเท่า เตาหลอมนับร้อยเรียงรายเป็นตับ เหล่าศิษย์ช่างฝีมือกำลังง่วนอยู่กับการตีดาบ หลอมเกราะ และประกอบกลไก เสียงโลหะกระทบกันดังจนหูอื้อ
"ทางนี้!"
เสียงแหบแห้งแต่ทรงพลังดังขึ้นจากชั้นลอย
อาเจียเงยหน้าขึ้นไปมอง เห็น ผู้อาวุโสหลี่ ในชุดช่างเปื้อนคราบน้ำมัน ยืนเท้าเอวมองลงมาด้วยแววตาวาวโรจน์ ราวกับหมาป่าที่เห็นลูกแกะเดินเข้าเล้า
"ข้าบอกให้เวลาหนึ่งก้านธูป... เจ้ามาช้าไปครึ่งลมหายใจ!" ผู้อาวุโสหลี่ตะโกนแข่งกับเสียงค้อน "ขึ้นมาเดี๋ยวนี้! เอาหุ่นเชิดนั่นขึ้นมาด้วย!"
อาเจียลากเจ้าสัวเดินขึ้นบันไดวนไปอย่างทุลักทุเล เมื่อถึงห้องทำงานส่วนตัวของผู้อาวุโสหลี่ ประตูก็ปิดล็อคเองอัตโนมัติ ปัง!
ภายในห้องเต็มไปด้วยกองเศษเหล็ก ม้วนพิมพ์เขียว และชิ้นส่วนอาวุธระดับสูงที่ถูกรื้อทิ้งเกลื่อนกลาด
"แกะผ้าออก!" ผู้อาวุโสหลี่สั่งเสียงเขียว ไม่รอช้าพุ่งเข้ามาจะกระชากผ้าคลุมเจ้าสัวเอง
"ช้าก่อนขอรับ!" อาเจียเอาตัวเข้าขวาง กางแขนกั้น "ท่านผู้อาวุโส... เรามาตกลงกันก่อนดีกว่า ท่านเรียกข้ามาเพื่อจะ 'ดู' หรือจะ 'ยึด' ของข้ากันแน่?"
"ข้าจะดู!" ผู้อาวุโสหลี่ตาขวาง "ข้าอยากรู้ว่าศิษย์สายนอกกระจอกๆ อย่างเจ้า ผสาน 'แกนวิญญาณธาตุมืด' เข้ากับ 'หุ่นเชิดธาตุดิน' ได้ยังไงโดยที่มันไม่ระเบิด! ตามทฤษฎีแล้วมันเป็นไปไม่ได้!"
"เป็นไปได้สิขอรับ... ก็มันยืนหัวโด่อยู่นี่ไง" อาเจียยักไหล่
ผู้อาวุโสหลี่หรี่ตาลง "งั้นข้าขอ 'ผ่า' ดูแกนกลางหน่อย... แค่ผ่าอก ผ่าแขน แล้วก็เลาะโครงสร้างภายในออกมาวิเคราะห์... เดี๋ยวข้าประกอบคืนให้ (ถ้าทำได้)"
"นั่นแหละที่เรียกว่ายึด!" อาเจียร้องเสียงหลง "ไม่ได้ขอรับ! หุ่นตัวนี้คือชีวิตของข้า คือบ่อเงินบ่อทองของข้า ข้าไม่ยอมให้ท่านเอาไปชำแหละเล่นเหมือนกบเขียดแน่!"
"เจ้ากล้าปฏิเสธข้ารึ!" ผู้อาวุโสหลี่คำราม แรงกดดันระดับ 'แก่นทองคำ' แผ่ออกมากดทับจนอาเจียเข่าทรุด "ที่นี่คือหอศัสตรา! ทุกศัสตราวุธในสำนักต้องผ่านการตรวจสอบจากข้า!"
อาเจียกัดฟันกรอด เหงื่อท่วมตัวจากแรงกดดัน แต่สมองยังคงทำงานเร็วจี๋
'สู้ด้วยแรงไม่ได้... ต้องสู้ด้วยผลประโยชน์!'
"ตรวจสอบได้ขอรับ!" อาเจียตะโกนสวน "แต่ถ้าท่านผ่ามัน... ท่านจะไม่มีวันรู้วิธีทำมันอีกเลย! เพราะโครงสร้างนี้มันละเอียดอ่อนมาก หากรื้อผิดขั้นตอน มันจะสลายไปทันที!"
ผู้อาวุโสหลี่ชะงัก "เจ้าขู่ข้า?"
"ข้าเสนอทางเลือกต่างหาก!" อาเจียค่อยๆ ยันกายลุกขึ้น แววตาเจ้าเล่ห์เปล่งประกาย
"ท่านอยากรู้วิธี 'ผสานธาตุขัดแย้ง' ใช่ไหมขอรับ? ...ข้าบอกท่านได้"
ผู้อาวุโสหลี่ลดแรงกดดันลงทันที ความอยากรู้อยากเห็นของช่างฝีมือชนะความโกรธ
"เจ้าจะบอกสูตรข้า? ฟรีๆ?"
"ของฟรีไม่มีในโลกขอรับ" อาเจียแสยะยิ้ม ถูนิ้วโป้งกับนิ้วชี้เป็นสัญลักษณ์สากล (เรื่องเงิน)
"ข้าจะอธิบายหลักการคร่าวๆ ให้ท่านฟัง... แลกกับ 'วัสดุอัปเกรดระดับสูง' ที่ข้าต้องการ และท่านต้องเป็นคนลงมือ 'ปรับปรุง' เจ้าสัวให้ข้าด้วยตัวเอง... โดยห้ามทำพังเด็ดขาด!"
"เจ้าเด็กบ้า!" ผู้อาวุโสหลี่หัวเราะลั่น "กล้าต่อรองกับหัวหน้าหอศัสตรา? ...แต่ก็น่าสนใจ! ถ้าความรู้ของเจ้าเป็นของจริง ข้ายอมจ่าย! แต่ถ้าเจ้าแค่ราคาคุย..."
เขาหยิบ "เศษกระบี่หักๆ" เล่มหนึ่งขึ้นมาจากกองขยะ แล้วโยนไปให้อาเจีย
"นี่คือกระบี่บินระดับจิตวิญญาณที่สร้างพลาด โครงสร้างภายในมันขัดแย้งจนบินไม่ได้... ถ้าเจ้าแน่จริง ลองบอกสาเหตุและวิธีแก้มาให้ข้าฟังภายในสามลมหายใจ!"
อาเจียรับกระบี่หักมาถือไว้ น้ำหนักของมันเบาหวิวแต่แฝงไว้ด้วยความร้อนระอุ
"เนตรอักขระ... เปิด!"
ดวงตาของอาเจียวูบไหวเป็นสีทอง จ้องมองทะลุเปลือกนอกเข้าไปถึงแกนกลาง
เขาเห็นเส้นสายพลังงานที่พันกันยุ่งเหยิง... แต่ท่ามกลางความยุ่งเหยิงนั้น เขาเห็นจุดบอดจุดหนึ่ง
"หนึ่งลมหายใจ..." ผู้อาวุโสหลี่เริ่มนับ
"สอง..."
"เจอนี่..." อาเจียใช้นิ้วชี้จิ้มไปที่ด้ามกระบี่ ตรงจุดเชื่อมต่อระหว่างใบมีดกับด้ามจับ
"ท่านใช้อักขระ 'วายุ' มากเกินไปเพื่อเพิ่มความเร็ว แต่มันไปกดทับอักขระ 'ควบคุม' ทำให้กระแสปราณหมุนวนย้อนกลับ... วิธีแก้คือไม่ต้องรื้อใหม่ แค่เจาะรูระบายปราณเล็กๆ ตรงนี้ แล้วเติม 'อักขระถ่วงน้ำหนัก' ลงไปอีกหนึ่งตัวเพื่อสมดุล"
เงียบ...
ผู้อาวุโสหลี่อ้าปากค้าง เขาแย่งกระบี่คืนไปส่องดูใกล้ๆ แล้วพึมพำกับตัวเอง
"เจาะรูระบาย... เติมอักขระดินถ่วงน้ำหนัก... จริงด้วย! ทำไมข้าคิดไม่ออก! เส้นผมบังภูเขาแท้ๆ!"
เขาเงยหน้ามองอาเจียด้วยสายตาที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง... จากมองเหยื่อ กลายเป็นมอง "เพชรในตม"
"เจ้าชื่ออาเจียสินะ..." ผู้อาวุโสหลี่ยิ้มกว้างจนเห็นฟันเหลืองๆ "ยินดีต้อนรับสู่หอศัสตรา... เรามีเรื่องต้องคุยกันยาว... ยาวมาก!"
"จะคุยยาวแค่ไหนก็ได้ขอรับ..." อาเจียยิ้มตอบ (แต่ในใจร้องไห้)
"แต่ขอความกรุณา... อย่าลืมเรื่อง 'ค่าวิชา' ที่ตกลงกันไว้นะขอรับ!"