จารึกที่ 13 : พันธะสัญญามารศิลา : หัตถ์เทวะปะทะอักขระสูญ
ผืนป่ากระดูกถูกย้อมให้กลายเป็สีเืเข้มข้น บรรยากาศวังเวงและเยือกเย็นเริ่มเข้าปกคลุมทั่วอาณาบริเวณ หมอกสีขาวขุ่นลอยอ้อยอิ่งเหนือพื้นธรณีราวกับิญญาพยาบาทที่กำลังร่ำไห้ เสียงวายุหวีดหวิวลอดผ่านซี่โครงั์ที่ตั้งตระหง่านเสียดฟ้า ฟังดูคล้ายเสียงกระซิบกระซาบของปีศาจจากขุมนรก
อาเจียนั่งขดตัวหลบอยู่หลังกะโหลกอสูรขนาดมหึมา มือข้างหนึ่งประคอง "แก่นศิลา" สีดำสนิทที่เพิ่งได้มาอย่างทะนุถนอมประหนึ่งไข่ในหิน แววตาเป็ประกายวาววับยิ่งกว่าดวงดาราบนฟากฟ้า
"ฮี่ฮี่... งดงาม... ช่างงดงามเหลือเกิน... " อาเจียหัวเราะคิกคัก พลางเอาแก้มแนบกับหินเย็นเฉียบ "เ้านี่ขายได้กี่ตำลึงนะ? ร้อยตำลึง? สองร้อย? หรือว่าห้าร้อย? ท่านปู่... หลานคนนี้กำลังจะเป็เศรษฐีแล้ว!"
[เ้าศิษย์หน้าเงิน...] เสียง มู่เฉิน ดังแทรกขึ้นมาในห้วงจิติญญาด้วยความเอือมระอา [ระวังตัวหน่อยเถิด กลิ่นอายของที่นี่เริ่มเปลี่ยนไปแล้ว... ข้าััได้ถึง 'จิตสังหาร' ที่มิใช่ของสัตว์อสูร]
"จิตสังหาร?" อาเจียชะงักกึก รีบยัดแก่นศิลาเก็บเข้าอกเสื้อทันที "โจรหรือขอรับ? หรือพวกทวงหนี้?"
ยังไม่ทันสิ้นคำ เสียงะเิกัมปนาทดัง ตูม! สนั่นหวั่นไหวมาจากทิศบูรพา พร้อมกับแสงสีแดงฉานของเปลวเพลิงที่พุ่งพวยพุ่งขึ้นสู่ท้องนภา!
"ไฟ? ในป่ากระดูกที่ชื้นแฉะเนี่ยนะ?" อาเจียขมวดคิ้วมุ่น ความอยากรู้อยากเห็น (และสัญชาตญาณนักเก็บของตก) เริ่มทำงานทันที "ไปดูหน่อยดีกว่าเผื่อมีใครทำถุงเงินตกตอนหนีไฟ"
อาเจียค่อยๆ ย่องลัดเลาะไปตามเงาของโครงกระดูกั์ เมื่อเข้าใกล้จุดเกิดเหตุเพียง ชั่วจิบชา เขาจึงได้เห็นภาพที่น่าตื่นตะลึง
ท่ามกลางลานกว้างที่เต็มไปด้วยเศษซากปรักหักพัง ดรุณีน้อยนางหนึ่งในชุดสีขาวบริสุทธิ์ที่เปรอะเปื้อนไปด้วยคราบโลหิตและเขม่าควัน กำลังยืนหยัดต่อสู้อย่างโดดเดี่ยว ใบหน้าของนางงดงามหมดจดราวกับเทพธิดาจำแลง แต่บัดนี้กลับซีดเผือดไร้สีเื ในมือกระชับกระบี่สีฟ้าใสที่สั่นระริก
เบื้องหน้าของนางคือ อสูรแมงมุมเหล็กไหลทมิฬ ที่สร้างจากโลหะดำทมึน ดวงตาของมันเปล่งแสงสีแดงก่ำ ขาศาสตรา ทั้งแปดขยับไปมาอย่างน่าสยดสยองพร้อมเสียงโลหะเสียดสี และที่น่ากลัวที่สุดคือ... บนหลังของแมงมุมั์นั้น มีชายหนุ่มในชุดสีเพลิงยืนกอดอกมองลงมาด้วยสายตาเย้ยหยันดุจาามองมดปลวก
"ยอมแพ้เสียเถอะ... แม่นางน้อย" ชายชุดเพลิงแสยะยิ้มอำมหิต "วิชากระบี่ของสำนักเมฆาคล้อย ไม่อาจเจาะทะลุ 'เกราะมารศิลา' แห่ง ศาสตร์หัตถ์เทวะ นี้ได้หรอก ส่ง 'คัมภีร์อักขระโบราณ' มา แล้วข้าจะสงเคราะห์ให้เ้าตายสบายๆ"
อาเจียที่แอบดูอยู่หลังซอกหินถึงกับตาโตเท่าไข่ห่าน 'สำนักเมฆาคล้อย? สำนักพู่กันเพลิง? แล้วนั่น... คัมภีร์โบราณ?'
[นั่นมัน... หลินชิงเสวี่ย (林清雪 - หลินชิงเสวี่ย)!] มู่เฉินอุทานด้วยน้ำเสียงใระคนยินดี [ศิษย์สืบทอดอัจฉริยะของสำนักเมฆาคล้อย! และคัมภีร์ที่นางปกป้องอยู่นั้น... ข้าััได้ถึงกลิ่นอายของ 'อักขระหลิง (零)' จางๆ!]
"อักขระหลิง?" อาเจียหูผึ่งทันที "ของดีนี่นา! แบบนี้ต้อง..."
[เ้าจะไปช่วยนางใช่ไหม?] มู่เฉินถามด้วยความคาดหวัง
"ต้องรอให้พวกมันสู้กันจนหมดแรงก่อนสิขอรับ!" อาเจียตอบหน้าตาย "รอเก็บศพ... เอ้ย รอเก็บของตกดีกว่า ปลอดภัยแถมกำไรเน้นๆ!"
ทว่าในชั่วพริบตา อสูรแมงมุมเหล็กไหลก็พ่นใยเหล็กพุ่งเข้ามัดร่างของหลินชิงเสวี่ยจนขยับไม่ได้ ชายชุดเพลิงะโลงมาเงื้อดาบเพลิงขึ้นเตรียมปลิดชีพ!
"จบกันแค่นี้แหละ!"
วินาทีแห่งความเป็ความตาย อาเจียรู้สึกถึงแรงกระตุ้นบางอย่างที่หน้าอก... ไม่ใช่หัวใจคุณธรรม แต่เป็ "พู่กันนิรันดร์"ที่สั่นสะท้านอย่างรุนแรงราวกับจะบอกว่า 'ถ้าไม่ช่วยนาง เ้าจะเสียของสำคัญไปตลอดกาล!'
"โธ่เว้ย! ขาดทุนยับเยินแน่งานนี้!"
อาเจียกัดฟันกรอด ควัก "ยันต์ะเิเพลิง" (เกรดต่ำ) ออกมาหนึ่งกำมือ (ราว 10 แผ่น) แล้วตวัดพู่กันวาด อักขระลม (风 - เฟิง) ผสมลงไปอย่างลวกๆ
"เห้ย! ไอ้แมงมุมขี้เหร่! รับของขวัญจากบิดาไปกินซะ!"
อาเจียะโออกมาจากที่ซ่อน ปายันต์ทั้งปึกใส่หน้าชายชุดเพลิง!
ตูม! ตูม! ตูม!
แรงะเิแม้จะไม่รุนแรงมาก แต่ฝุ่นควันที่เกิดจาก อักขระลม ก็ฟุ้งกระจายจนมองไม่เห็นทิศทาง ชายชุดเพลิงสำลักควันและถอยหลังไป อาเจียฉวยโอกาสวิ่งเข้าไปคว้าตัวหลินชิงเสวี่ยแบกขึ้นบ่า (ท่าทางทุลักทุเลเหมือนแบกกระสอบข้าวสาร) แล้วสับฝีเท้าวิ่งหนีสุดชีวิตทันที!
"เ้า... เ้าเป็ใคร?" หลินชิงเสวี่ยถามเสียงแ่ด้วยความมึนงง
"ข้าคือ... พ่อค้าผู้ผ่านมา!" อาเจียตอบหอบๆ ขณะวิ่งซิกแซกหลบใยแมงมุมเข้าสู่เขาวงกตหิน "และจำไว้ด้วยนะ... ค่าจ้างช่วยชีวิตครั้งนี้ 500 ตำลึงทอง! ห้ามเบี้ยวเด็ดขาด!"