ทศกัณฐ์ เนบิวล่าแห่งยักษา

    บทที่ 47 คมเขี้ยวแห่งราชสีห์ปะทะหัตถ์ทำลายล้าง

            ไกรศรยืนประจันหน้ากับกาลอีกครั้งลมหายใจหนักขึ้นแต่สายตายังคงแน่วแน่ พลังอสูรราชสีห์รอบตัวเขาปะทุเป็นระลอกราวกับตอบสนองต่อแรงกดดันที่ถาโถมเข้ามา “ถ้ายังวัดกันที่พลังดิบ…ชั้นแพ้แน่”เขาคิดในใจ พลางลดท่าทางลงเล็กน้อย เปลี่ยนจากการปะทะตรงๆเป็นการเคลื่อนไหวที่เฉียบคมมากขึ้น

            ทางด้านของกาลนั้นไม่รอช้ามันพุ่งเข้ามาอีกครั้งด้วยความเร็วสูง หมัดยักษ์กดอากาศจนเกิดเสียงระเบิดไกรศรหายวับไปในเสี้ยววินาที ทิ้งเพียงภาพติดตาไว้เบื้องหน้า ตูม!!!หมัดของกาลกระแทกพื้นจนแผ่นดินยุบตัวเป็นหลุมขนาดใหญ่แต่เป้าหมายไม่อยู่ตรงนั้นอีกแล้ว “ช้าไป!” เสียงของไกรศรดังขึ้นจากด้านข้างก่อนที่กรงเล็บจะฟาดเข้าใส่ลำตัวของกาล เกิดรอยฉีกขาดของพลังเป็นแนวยาวกาลชะงักไปเสี้ยววินาที แต่ก็สวนกลับได้ทัน มันหมุนตัวฟาดแขนใส่ในแนวกว้างไกรศรยกแขนรับ แรงปะทะทำให้เขาถอยไถลไปหลายเมตร แต่คราวนี้เขายืนหยัดได้“แบบนี้แหละ…” เขายิ้มมุมปาก “ต้องเล่นให้เร็วกว่า” เขาพุ่งเข้าใส่อีกครั้งคราวนี้ไม่โจมตีตรงๆ แต่เคลื่อนที่เป็นวงรอบร่างของกาลทิ้งร่องรอยพลังสีทองแดงไว้ในอากาศ กาลขมวดคิ้วเล็กน้อย มันพยายามจับตำแหน่งแต่การเคลื่อนไหวของไกรศรเร็วและแปรผันเกินไป

            “อยู่ตรงไหน…” มันคำรามเบาๆ ทันใดนั้นเงาของไกรศรก็ปรากฏขึ้นพร้อมกันสามทิศทาง หมัด กรงเล็บและเข่าถูกปล่อยเข้าใส่ในเวลาเดียวกัน ตูม! ตูม! ตูม!แรงกระแทกต่อเนื่องทำให้ร่างของกาลเอนถอยไปหนึ่งก้าว “ได้ผล!” ไกรศรไม่หยุดเขารวบรวมพลังทั้งหมดไปที่แขนขวา พลังสีทองแดงเข้มข้นขึ้นจนส่องแสงเจิดจ้า“เขี้ยวราชสีห์!” เขาพุ่งเข้าประชิดในระยะศูนย์ก่อนจะปล่อยหมัดทะลวงเข้าใส่กลางอกของกาลอย่างเต็มแรง ตูมมมม!!!คลื่นพลังระเบิดออกเป็นวงกว้าง ร่างของกาลถูกผลักถอยหลังไปหลายก้าวพื้นดินแตกร้าวเป็นทางยาว เป็นครั้งแรกที่มันถูกผลักถอยอย่างชัดเจนไกรศรยืนหอบเล็กน้อย แต่ดวงตาเป็นประกาย

            “เห็นมั้ย…มันไม่ใช่ว่าจะล้มไม่ได้”แต่แล้ว…กาลก็ค่อยๆเงยหน้าขึ้น รอยแผลกลางอกเริ่มฟื้นตัวอย่างรวดเร็วพลังสีม่วงดำไหลเวียนกลับเข้าที่เดิมในไม่กี่วินาที “ไม่พอ…” มันกล่าวเสียงต่ำไกรศรชะงักเล็กน้อย “อะไรนะ…” กาลกำหมัดแน่น พลังรอบตัวมันพุ่งสูงขึ้นอย่างฉับพลันอากาศรอบด้านหนักอึ้งขึ้นทันที “ตาข้า…” วินาทีถัดมา มันหายไปจากตำแหน่งเดิมปรากฏตัวต่อหน้าไกรศรในพริบตา “เร็วขนาดนี้!” ยังไม่ทันคิดจบหมัดของกาลก็พุ่งเข้ากระแทกเข้าที่ท้องของไกรศรอย่างจัง ตูม!!! ร่างของเขางอทันทีแรงกระแทกทะลุผ่านเกราะพลังเข้าสู่ร่างกายโดยตรง เลือดพุ่งออกจากปากของไกรศร“อ…อึก!” ยังไม่จบ กาลใช้มืออีกข้างคว้าศีรษะของไกรศรก่อนจะกดลงกับพื้นอย่างรุนแรง ตูมมม!!! พื้นดินยุบตัวเป็นหลุมขนาดใหญ่เศษหินกระเด็นกระจาย

            “ช้า…อ่อน…ไม่พอ” กาลกล่าวช้าๆขณะกดเขาไว้ไกรศรกัดฟันแน่น เลือดไหลอาบหน้า แต่ดวงตายังคงลุกโชน “ยัง…ไม่จบโว้ย!”พลังในร่างของเขาปะทุขึ้นอีกครั้งอย่างรุนแรงกว่าที่เคยแสงสีทองแดงระเบิดออกจากร่างจนกาลต้องชะงักมือไปเสี้ยววินาทีไกรศรใช้จังหวะนั้นผลักตัวขึ้น พร้อมทั้งพุ่งหมัดสวนเข้าใส่ใบหน้าของกาลเต็มแรงตูม!!! ศีรษะของกาลเอียงไปเล็กน้อย ไกรศรหอบหนัก แต่ยืนหยัดได้อีกครั้งเขาจ้องไปยังศัตรูตรงหน้า ดวงตาเต็มไปด้วยความดื้อดึงและความบ้าบิ่น“ต่อให้แกจะแข็งแกร่งแค่ไหน…” เขากล่าวเสียงต่ำ “…ชั้นก็จะล้มแกให้ได้” กาลค่อยๆหันหน้ากลับมามองเขาอีกครั้งดวงตาไร้อารมณ์ยังคงนิ่งสงบ แต่แรงกดดันที่แผ่ออกมากลับหนักขึ้นกว่าเดิมหลายเท่า

            เสียงระเบิดจากการปะทะของไกรศรและกาลยังคงสะท้อนอยู่ไกลออกไปแต่ในอีกด้านหนึ่งของสนามรบ อินทราชได้ก้าวเข้าสู่การต่อสู้ของตนเองอย่างสมบูรณ์เขายืนประจันหน้ากับคารันร่างยักษ์สูงใหญ่ที่แผ่พลังสีม่วงดำออกมาอย่างหนักแน่นจนพื้นดินรอบตัวแตกร้าว

            “ข้า…จะบดขยี้เจ้า” คารันคำรามเสียงของมันดังก้องราวกับภูเขาถล่ม อินทราชสูดลมหายใจลึก ดวงตาเปลี่ยนเป็นจริงจัง“งั้นก็ลองดู” เขากล่าวเบาๆ ก่อนที่มือจะยกขึ้นแตะที่แกนพลังงานบริเวณอกชุดเกราะสีเงินเข้มเริ่มกางออกจากแกนกลาง เส้นพลังงานสีฟ้าแล่นไปทั่วร่างในพริบตาเกราะส่วนอก ไหล่ แขน และขาค่อยๆประกอบเข้าหากันอย่างสมบูรณ์แบบเสียงกลไกและพลังงานผสานกันดังขึ้น “ชุดเกราะ…เทพสายฟ้า”แสงสายฟ้าปะทุขึ้นรอบตัวเขาในทันที หอกสายฟ้าปรากฏขึ้นในมือขวาขณะที่โล่พลังงานรูปทรงเรขาคณิตกางออกที่แขนซ้าย พลังของผู้สืบสายอวตารในร่างเขาเริ่มสอดประสานกับเทคโนโลยีจนเกิดเป็นคลื่นพลังใหม่ที่เสถียรและรุนแรงกว่าเดิมหลายเท่าคารันหรี่ตาลงเล็กน้อย “พลัง…เพิ่มขึ้น”

            “นี่คือของใหม่ที่รัฐบาลโลกจัดมาให้ชั้นเพื่อสงครามครั้งนี้โดยเฉพาะมันยังไม่พอจะล้มแกได้หรอก…แต่ก็คงทำให้สู้ได้สนุกขึ้น” อินทราชตอบก่อนจะพุ่งเข้าใส่คารันทันที ตูม!!! พื้นดินระเบิดใต้เท้าความเร็วของเขาเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน สายฟ้าทิ้งร่องรอยไว้ในอากาศเขาปรากฏตัวตรงหน้าคารันในเสี้ยววินาที หอกสายฟ้าถูกแทงออกไปอย่างแม่นยำแสงสีฟ้าฉีกอากาศเข้าใส่ลำตัวของศัตรู เคร้ง!!! เสียงกระแทกดังขึ้นหอกของเขาทะลุผ่านเกราะพลังบางส่วน แต่ไม่ลึกพอ คารันคำรามก่อนจะเหวี่ยงแขนสวนกลับอินทราชยกโล่ขึ้นรับเอาไว้ได้ทัน ตูมมม!!!แรงปะทะมหาศาลทำให้เขาถูกผลักถอยหลังไปหลายเมตร แต่เขายังทรงตัวได้ “หนักจริงๆ”เขาพึมพำ แต่ดวงตายังคงนิ่ง เขาไม่ปล่อยจังหวะ พุ่งเข้าใส่อีกครั้งคราวนี้เคลื่อนที่เป็นสายฟ้าหลายเส้น สร้างภาพลวงตารอบตัวศัตรูคารันหมุนตัวกวาดแขนใส่ในแนวกว้าง แต่กลับไม่โดนตัวจริง

            “อยู่ตรงไหน!” มันคำราม ทันใดนั้นอินทราชก็โผล่ขึ้นด้านหลัง แทงหอกเข้าใส่จุดเดิมซ้ำอีกครั้ง ฉึก!!!  เปรี้ยง!!!  แรงระเบิดของสายฟ้าทำให้เกราะพลังของคารันแตกกระจายออกเล็กน้อย“ได้ผล!” อินทราชถอยออกมาตั้งหลัก แต่รอยแผลนั้นเริ่มฟื้นตัวอย่างรวดเร็วพลังสีม่วงดำไหลกลับเข้าที่เดิม “ยังไม่พอ” เขากัดฟันแน่น คารันยกมือขึ้นพลังสีม่วงดำรวมตัวกันเป็นก้อนมหึมา ก่อนจะเหวี่ยงลงมาอย่างรุนแรงอินทราชกระโดดหลบ แต่แรงระเบิดก็ยังซัดเขากระเด็นกลางอากาศเขาหมุนตัวลงพื้นอย่างมั่นคง แต่เกราะบริเวณแขนซ้ายเริ่มมีรอยแตกร้าวเล็กน้อย

            “รับแรงขนาดนั้นยังยืนอยู่ได้…ไม่เลว” คารันกล่าวอินทราชยิ้มมุมปาก “ชั้นก็คิดเหมือนกัน” เขากำหอกแน่นพลังสายฟ้าเริ่มรวมตัวหนาแน่นยิ่งขึ้น “ถ้าโจมตีธรรมดาไม่พอ”สายฟ้ารอบตัวเขาเริ่มหมุนวนเป็นเกลียว พลังของอวตารในร่างถูกดึงออกมาใช้มากขึ้นเกราะตอบสนองด้วยการปล่อยพลังเสริมออกมาอีกชั้นหนึ่ง แสงสีฟ้าสว่างขึ้นจนแสบตา“งั้นก็ต้องเพิ่มระดับ” เขากล่าวเสียงต่ำ ก่อนจะพุ่งออกไปอีกครั้งคราวนี้เร็วกว่าเดิมหลายเท่าร่างของเขากลายเป็นเส้นสายฟ้าพุ่งทะลวงตรงเข้าใส่คารันอย่างไม่หยุดยั้ง ตูม! ตูม!ตูม! การโจมตีต่อเนื่องราวกับพายุสายฟ้าฟาดไม่หยุดรอยแตกบนเกราะพลังของคารันเริ่มขยายออก แต่ในขณะเดียวกัน คารันก็เริ่มยกยิ้ม “ดี…”มันกล่าวเสียงต่ำ ก่อนที่พลังของมันจะปะทุขึ้นอย่างรุนแรงยิ่งกว่าเดิมคลื่นพลังสีม่วงดำระเบิดออกจากร่างมันในทันที ตูมมมม!!!อินทราชถูกซัดกระเด็นออกไปหลายสิบเมตร กระแทกพื้นจนเกิดหลุมลึก

            เขาลุกขึ้นช้าๆ หอบเล็กน้อย เกราะยังคงทำงานแต่พลังในร่างเริ่มถูกใช้ไปมาก “ยัง…เหนือกว่าอยู่ดีสินะ” เขาพึมพำแต่สายตายังไม่ยอมแพ้ คารันเดินเข้ามาช้าๆ แรงกดดันเพิ่มขึ้นทุกก้าว “จบ” มันกล่าวอินทราชยกหอกขึ้นอีกครั้ง สายฟ้ายังคงลุกโชนรอบตัว แม้จะรู้ว่าตนยังด้อยกว่าเล็กน้อยแต่เขาก็ไม่ยอมถอย “ยังไม่จบ…จนกว่าชั้นจะล้มแกได้”