ตอนที่ 20 ลามะเฒ่า
ผ่านไปสามวันหลังจากที่เด็กทั้งสองแยกทางกับซูรั่วซานเจียงหวู่เฉินต้องคอยปลอบน้องสาวอยู่นาน กว่าที่เด็กหญิงจะกลับมาร่าเริงดังเดิมทั้งสองขี่หลังเ้าเฮยมาจนถึงชายเขตระหว่างเมืองลู่เป่ยกับชุนหนิว
“หวู่เฉินเกอเกอใกล้จะได้เจอท่านตารึยัง?”
“อ่าพอเราข้ามไปยังเมืองชุนหนิวใกล้ๆนี้ เราก็จะได้ล่องเรือไปหุบเขาไผ่เขียว ไปหาตาของเ้า”
“ล่องเรือ! เสี่ยวไป๋อยากล่องเรือ” หวู่เฉินยิ้มเล็กน้อยก่อนจะลูบหัวน้องสาวอย่างเบามือ
ในสามวันที่ออกเดินทางกันมาเพียงสองคนบนถนนมันเจอผู้คนมากมายนัก ไม่ว่าจะเป็ขบวนพ่อค้าจากต่างเมืองหรือจอมยุทธ์จากสำนักต่างๆ ต่างเดินทางไปเมืองชุนหนิวกันอย่างคึกคัก
แสดงให้เห็นว่าเมืองชุนหนิวที่อยู่ติดทะเลแห่งนี้ใหญ่เพียงไหนยิ่งไม่ต้องกล่าวถึงสัตว์อสูร หรือโจรอันใด ที่ตามเส้นทางล้วนมีกองทหารลาดตระเวนกันขวักไขว่เด็กน้อยทั้งสองจึงไม่พบเจอภัยอันใด
เด็กทั้งสองควบม้ามาถึงแผงลอยข้างทางแห่งหนึ่ง มีหญิงวัยกลางคนตั้งร้านขายถังหูลู่สีแดงสดน่าทานเสี่ยวไป๋ร้องอยากกินขึ้น เด็กชายใช้เงินที่ซูรั่วซานให้ติดตัวมาซื้อให้น้องสาวไปสองไม้เด็กหญิงอารมณ์ดียิ่ง
...................
ทั้งสองนั่งพักอยู่ข้างลำธารให้เ้าเฮยได้พักผ่อนกินหญ้าดื่มน้ำเสี่ยวไป๋นั่งเอาขาแช่น้ำในมือมีไว้ด้วยถังหูลู่หวานฉ่ำ นางกินอย่างเอร็ดอร่อย
นางหันมามองเจียงหวู่เฉินที่นั่งข้างๆนางลังเลเล็กน้อยก่อน จะค่อยๆยื่นอีกไม้หนึ่งไปให้เด็กชาย
“เกอเกอกินมั้ย?”เจียงหวู่เฉินหันมามอง เมื่อเห็นสายตาน้องสาวที่อาลัยอาวรขนมในมือ มันก็หัวเราะ
“เสี่ยวไป๋เ้าทานเถอะ เกอเกอไม่หิว”เด็กหญิงได้ยินดังนั้นก็ตาเป็ประกาย “จริงนะ?”
เจียงหวู่เฉินส่ายหัวในความชอบของหวานของน้องสาว ‘เด็กหญิงอันตะกละ’ทันใดนั้นมีเสียงที่แห่บเล็กน้อยของชายชราดังขึ้นมาข้างๆเด็กทั้งสอง
“ถ้าประสกไม่้าขอให้อาตมาบ้างได้มั้ย?”เด็กทั้งสองงุนงง หันไปมองบุคคลข้างๆที่ค่อนข้างดูมีอายุอย่างน้อยก็หกสิบปีมันแต่งกายเหมือนพระแต่ชุดกลับเป็สีแดง นี่เรียกว่าลามะกระมัง?
แล้วมันเข้ามาข้างๆั้แ่เมื่อไหร่?ไม่รู้ตัวเลยซักนิด? หวู่เฉินที่มั่นใจในประสาทััของตัวเองมาก แต่ก็ไม่อาจรู้สึกอันใดได้เลยหรือว่าลามะเฒ่านี้จะเป็ยอดฝีมือ?
ลามะเฒ่ายิ้มอย่างใจดีเสี่ยวไป๋ลังเลเล็กน้อย ก่อนจะยื่นไม้นึงไปให้ “ขอบคุณประสกน้อย” มันหยิบมาละนั่งกินอย่างเอร็ดอร่อยข้างๆทั้งสองมันกินถังหูลู่หมดในคำเดียว
“อ่า หวานอร่อยดีจริงจริง” มันพูดพร้อมทำหน้ามีความสุขพร้อมหัวเราะออกมาหวู่เฉินขมวดคิ้วปกติพวกลามะเป็แบบนี้?
“แต่เพียงเท่านี้ยังไม่พอหรอกมีอะไรให้อาตมากินอีกมั้ย”
เสี่ยวไป๋ได้ยินดังนั้นจึงรีบยัดถังหูลู่ในมือเข้าปากจนหมด“อะ...อีไอ่แอ้ว”(มะ...ไม่มีให้แล้ว) ลามะเฒ่ายิ้มก่อนจะทำจมูกฟุดฟิด
“แต่อาตมาได้กลิ่น...ซูดดหอมเหลือเกิน”เสี่ยวไป๋สะดุ้งขยับตัวออกห่างจากลามะเฒ่าเล็กน้อยเจียงหวู่เฉินรู้สึกไม่ดีจึงชิงฉุดมือน้องสาวลุกขึ้น
“ในเมื่อไม่มีอะไรแล้วพวกเราขอลา”หวู่เฉินจูงมือน้องสาวและเ้าเฮยเดินจากไปซักระยะ ทันใดนั้นลามะเฒ่านั้นก็โผล่มาเดินข้างพวกมันั้แ่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้
“แต่อาตมาได้กลิ่นของที่ล้ำค่า...กลิ่นเหมือนโลหิต อ่า ช่างแทบจะทนไม่ไหวแล้ว” มันพูดพลางทำหน้าใจดีมีเมตตาหวู่เฉินเห็นท่าไม่ดี หันซ้ายหันขวาเพื่อเรียกให้คนช่วย
แต่น่าแปลกที่อยู่ดีๆจากผู้คนเดินให้ขวักไขว่เต็มท้องถนนเหล่าทหารที่ลาดตระเวนตลอดทาง...ล้วนหายไปทั้งหมด! เหงื่อเย็นๆไหลขึ้นมาบนหลังหวู่เฉิน
“หอมจนแทบบ้ามันกลิ่นอะไรนะ ข้าอยากจะลิ้มลองจนจะแย่”มันพูดด้วยสีหน้าเมตตา แต่แววตานั้นแฝงแววชั่วช้าออกมา
มันหายตัวมาอยู่ต่อหน้าหวู่เฉิน มือใหญ่คว้ามือขวาที่มีตราดวงดาราของเด็กชายขึ้นมาสูดดม
“อ่ากลิ่นนี้ล่ะใช่เลย น่ากินเหลือเกิน”หวู่เฉินใหน้าซีดเผือดมันพยายามสลัดมือที่ถูกคว้ากุมให้หลุด แต่ไม่ว่ามันจะพยายามเท่าไหร่ก็ไม่อาจขยับเขยื้อนมืออกมาได้ดุจโดนหนีบไว้ด้วยคีมเหล็ก
“ท่านจะทำอะไรท่านปล่อยข้านะ”
“ปล่อยหวู่เฉินเกอเกอนะ!”
“ทำไมประสกถึงหอมถึงเพียงนี้กลิ่นที่เหมือนกับโลหิตที่รุนแรงนี้ชั่ง อ่า” หวู่เฉินขมวดคิ้วกลิ่นโลหิตอันใดข้าไม่เห็นได้กลิ่นอะไรเลย อ้ะ...
ภาพเหตุการณ์ในหุบเขาหมอกนั้นขึ้นมาในหัวของเด็กชายภาพที่ไข่งูทมิฬดวงดารานั้นดูดซับเห็ดหลินจือหมอกโลหิตจนหมดก่อนที่มันจะพุ่งเข้าไปอยู่ในมือเด็กชาย
หรือว่าลามะเฒ่านี่ จะได้กลิ่นของไข่งูทมิฬที่แฝงตัวในมือของเขา? นี่จะเป็ไปได้เยี่ยงไร?
“ดีข้าทนไม่ไหวแล้วเ้ามากับอาตมา”ลามะเฒ่ากระชากร่างเจียงหวู่เฉินทะยานออกไปอย่างรวดเร็ว ทิ้งเสี่ยวไป๋และเ้าม้าเฮยไว้ข้างหลัง
“หวู่เฉินเกอเกอ!”
....................
ลามะเฒ่าพาเจียงหวู่เฉินมาที่ถ้ำแห่งหนึ่งพอมาถึงมันก็สกัดจุดแล้วโยนเด็กชายไว้บนพื้น ก่อนจะเดินวนไปวนมากระส่ำกระส่ายพูดกับตัวเองซ้ำไปซ้ำมา
“หอมเยี่ยงนี้ข้าทนไม่ไหวแล้ว”
“แต่...นี่จะเป็บาปกรรมมั้ย?”
“แต่เ้าเด็กนี่มีกลิ่นน่ากินรุนแรงถึงเพียงนี้มันต้องได้รับโอสถ์บางอย่างมาแน่?”
“นั้นซิ ประสกตัวน้อยเช่นมันมีกลิ่นอายเช่นนี้คงจะทำให้มันลำบากแย่”
“ถูกแล้วภายภาคหน้ามันไปเจอคนไม่ดีจับตัว จะทำยังไง”
“ถูกแล้วพุทธองค์ทรงตัดไว้ว่า เมตตาธรรม ช่วยเหลือผู้คนที่ทุกข์ร้อน คือสิ่งอันประเสริฐ!”
“ถูกแล้ว อาตมาช่วยแบ่งเบาภาระมันย่อมถือเป็เมตตาธรรม”
“แล้วจะช่วยให้ประสกตัวน้อยนี่พ้นทุกข์ยังไง?”ลามะเฒ่าพูดด้วยสีหน้าดำมืดค่อยๆหันมามองเด็กชายที่ขยับตัวไม่ได้
“ตัดมือมันไป...ย่อมทำให้มันกลายเป็คนพิการไปเป็บาปกรรมไปเปล่าๆ”
“ก็...กินมันไปทั้งตัวเลยแล้วกันถือซะว่าส่งประสกน้อยนี่ไปรับใช้พระพุทธองค์?” มันฉีกยิ้มอย่างมีเมตตาก่อนจะเดินไปนำหม้อขนาดั์มาก่อไฟ