วันที่เริ่มเขียน22 กรกฏาคม 2569
ณ คุกใต้ดินอันมืดมิด มีเพียงแสงสลัวจากตะเกียงส่องสว่าง ชายคนหนึ่งถูกมัดมือไพล่หลังศีรษะถูกคลุมด้วยผ้าดำ เขาถูกคนชุดดำ 2 คนหิ้วตัวไป กดลงคุกเข่าตรงหน้าชายคนหนึ่งที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ชายที่ถูกมัดดิ้นรน “ปล่อยข้า!”
“ปล่อยข้านะ!” เขาดิ้นรนสุดกำลัง “พวกเ้าจะทำอะไร!?”
“ข้าเป็คนขององค์ชายรองนะ!”
ชายชุดดำคนหนึ่งดึงผ้าที่คลุมศีรษะออกชายที่ถูกมัดสะบัดศีรษะเงยหน้าขึ้น ครั้นเขาเงยหน้าขึ้นมองเขาก็ใจนหน้าเปลี่ยนสี “จะ...เ้า!”
“หึ! เหมือนเ้านายของเ้าไม่มีผิด” ชายผู้ถือสร้อยประคำซึ่งนั่งอยู่บนเก้าอี้เอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบติดแววเยาะหยันเล็กน้อยเขามองลูกประคำในมือแล้วเอ่ยว่า “ข้ายังไม่ทันถาม เ้าก็รีบสารภาพซะแล้ว”
“เ้า!” ชายที่คุกเข่าเอ่ย “เ้าคือองค์ชายสี่ ชิงหยาง!”
องค์ชายสี่แห่งแคว้นต้าชิงลุกขึ้นยืนเอ่ยเนิบนาบว่า “เสด็จพ่อมีโอรสธิดา 35 คน พี่ใหญ่ ชิงอวี้เป็บุตรคนโตที่เกิดจากอดีตฮองเฮา เขาเป็คนเ็าเสแสร้ง ชอบใช้วิธีการเหี้ยมโหด”
เขาพูดพลางหันไปมองแสงตะเกียงมือก็ลูบลูกประคำในมือเล่น “องค์ชายสามชิงเค่อ เฝ้าอยู่ชายแดนมีอำนาจทหารสูงยิ่งองค์ชายองค์หญิงองค์อื่นๆ ล้วนมีความสามารถไม่น้อย”
เขาหันหน้ากลับไปมองคนที่คุกเข่าแล้วพูดว่า“แต่เ้ากลับเลือกที่จะภักดีต่อสวะอย่างชิงเหิง ที่เอาแต่เที่ยวหอนางโลมร่ำสุรา”
“หลายปีที่ผ่านมาเ้าแสร้งเป็คนโง่เขลาเบาปัญญา แต่เื้ัแอบซ่องสุมกำลัง เ้าคิดก่อกบฎหรือ?”ชายที่คุกเข่าเงยหน้าถามพลางจ้องมององค์ชายสี่ พลัน องครักษ์ขององค์ชายสี่ก้าวเข้าไปในห้องขังเขาคือฉีอาน
“นายท่าน รถม้าท่านราชครูถึงประตูวังแล้วขอรับ”ฉีอานรายงาน
องค์ชายสี่รีบหันไปมองฉีอาน“นางกลับมาแล้วหรือ?”
ชายที่คุกเข่ารีบคลานไปชิดตัวองค์ชายสี่ใช้ศีรษะถูขาองค์ชายสี่ เขารีบพูดว่า “องค์ชายสี่ไว้ชีวิตด้วย โปรดไว้ชีวิตด้วยกระหม่อมไม่กล้าขัดแย้งกับท่านอีกแล้ว เื่ในวันนี้กระหม่อมจะไม่เปิดเผยแม้แต่คำเดียว”
องค์ชายสี่ก้มมองชายที่ถูหน้าแข้งเหมือนสุนัขประจบประแจงเ้าของอย่างรังเกียจเขาถีบชายคนนั้นออกไป พลั่ก!
“อ้า!” ชายคนนั้นล้มหงายลงไปสีหน้าหวาดกลัว “เอ่อ...เอ่อ...”
องค์ชายสี่คว้ากระบี่จากองครักษ์มาแล้วสะบัดกระบี่ฟันคอชายคนนั้นฉับ!
“อัก!” ชายคนนั้นร้องคำหนึ่งก็ล้มลงไป ลำคอขาดจนเกือบจะขาดออกจากกันเืกระเด็นเปื้อนองค์ชายสี่ องค์ชายสี่โยนกระบี่เปื้อนเืลงพื้นอย่างรังเกียจกระบี่ตกพื้นเสียงดังเคร้ง!
“เสื้อผ้าชุดนี้ข้าตั้งใจทำมาเพื่อไปพบนางนะ”องค์ชายสี่พูดพลางยิ้มบางๆ แล้วรีบออกจากห้องขังไปทิ้งศพคอเกือบขาดไว้ให้ลูกน้องจัดการองครักษ์คนสนิทรีบเก็บกระบี่มาเช็ดเืแล้วเก็บเข้าฝัก จากนั้นก็รีบตามองค์ชายไปส่วนคนอื่นก็จัดการศพคอเกือบขาด
ย้อนกลับไปเมื่อ 10 ปีก่อน
เด็กชายตัวเล็กคนหนึ่งถูกขันที2 คนหิ้วตัวไปโยนไว้กับพื้นตุบ!
“โอ๊ย!” เด็กชายร้องออกมา ขันทีคนหนึ่งล้วงเอาตู้โต้ว* สีชมพูอ่อนออกมายกขึ้นดมกลิ่นอย่างหื่นกามต่อหน้าเด็กชายขันทีอีกคนเห็นตู้โต้วก็รีบก้าวไปจับตู้โต้วผืนนั้นท่าทางหื่นกามเช่นกัน
(ตู้โต้ว (肚兜) คือ เสื้อชั้นในและเสื้อทับหน้าอกของผู้หญิงจีนโบราณ เริ่มเป็ที่นิยมอย่างมากในสมัยราชวงศ์ิและราชวงศ์ชิงมักทำจากผ้าฝ้ายหรือผ้าไหมมีลักษณะเป็ผ้าผืนเดียวทรงสี่เหลี่ยมขนมเปียกปูนที่ใช้ปิดบริเวณหน้าอกและหน้าท้องโดยเปิดเปลือยแผ่นหลัง)
“นี่เป็ของท่านแม่ข้าเอาคืนมา เอาคืนมานะ” เด็กชายลุกขึ้นไปแย่งตู้โต้ว “เอาคืนมา เอาคืนมานะ”
ขันทีชูตู้โต้วขึ้นสูงท่าทางสนุกสนานที่ได้กลั่นแกล้งเด็กชาย “มาๆ มาแย่งไปซิ ฮ่าๆๆๆ...”
“เอาคืนมานะเอาคืนมา!” เด็กชายพยายามะโขึ้นชูมือพยายามแย่งตู้โต้วมา แต่ก็ถูกขันทีอีกคนผลักออก “ชิ! ไปให้พ้นเลย”
พลั่ก! เด็กชายล้มลงไป “โอ๊ย!”
เขาเจ็บแต่พยายามอดทนไว้ไม่ร้องไห้ออกมา
“เ้าคิดว่าตัวเองเป็องค์ชายจริงๆรึ ั้แ่เ้าเกิดมา ในวังก็มีแต่เื่ร้ายๆ ไม่หยุดไม่หย่อน เ้ามันตัวหายนะมาเกิดแท้ๆแม่เ้าก็เป็แค่นางกำนัลในตำหนักฮองเฮาเท่านั้น” ขันทีเยาะหยันขันทีอีกคนก็เยาะว่า “แม่เ้า นังแพศยานั่นได้ร่วมอภิรมย์กับฝ่าาคืนเดียว ก็ท้องซะแล้ว”
เขายกตู้โต้วขึ้นดมกลิ่นสีหน้าหื่นกามพลางเอ่ยว่า“ร่างกายของนางช่างนุ่มนิ่มยิ่งนัก”
“คืนนี้ให้นางดูแลปรนนิบัติพวกเราเถอะ”ขันทีอีกคนพูดขึ้นมา ขันทีที่ถือตู้โต้วพยักหน้า “ดีๆ ฮ่าๆๆๆ...”
เขาหัวเราะแล้วก้มมองเด็กชาย“นี่ไอ้หนู”
“ไอ้หนูเ้าช่างน่ารักสดใสจริงๆ” ขันทีอีกคนพูดพลางถูมือไปมา ขันทีทั้งสองมองเด็กชายท่าทางหื่นกามพวกเขาถูมือไปมา ค่อยๆ ย่างก้าวเข้าหาเด็กชาย “มาๆ”
“อ่ะ!” เด็กชายตะคอก “พวกเ้าอย่าเข้ามานะ”
เขากระถดตัวหนีถอยหลังไป
“มานี่”ขันทีบอกพลางก้มตัวลงไป ก้าวเข้าหาเด็กชาย เด็กชายตวาด “อย่าเข้ามานะ!”
เมื่อขันทียื่นมือไปจับหน้าเด็กชายเด็กชายจึงกัดมือขันทีคนนั้น ง่ำ!
“โอ๊ย! กัดข้ารึ!” ขันทีสะบัดมือออกอย่างโมโห“ข้าจะตีเ้าให้ตาย”
เขาเงื้อมือขึ้นจะตีเด็กชายพลันเสียงหนึ่งก็ดังขึ้นว่า “หยุดนะ!”
ขันทีทั้งสองรีบหันไปมองครั้นเห็นว่าคนพูดคือใคร พวกเขาก็รีบคุกเข่าลงทันที กุมมือคารวะ “คารวะท่านราชครู”
เด็กชายมองเหตุการณ์ตรงหน้าน้ำตาเอ่อคลอในดวงตา เขาเห็นคนๆ หนึ่งก้าวเดินมา คนๆ นั้นยื่นมือมาตรงหน้าเขา คนๆนั้นคือจิ่วเยว่ ราชครูแห่งแคว้นต้าชิง
“ลุกขึ้น” จิ่วเยว่บอกยื่นมือไปตรงหน้าเด็กชายเด็กชายมองนางท่าทางหวาดระแวง จิ่วเยว่โน้มตัวลง ยื่นมือเข้าใกล้เด็กชายพลางบอก“ลุกขึ้นซิ”
เด็กชายมองสตรีนางนั้นและยื่นมือไปจับมือนางเขาลุกขึ้นพลางมองใบหน้างดงามนั้น
นั่นเป็ครั้งแรกที่ข้าได้พบจิ่วเยว่ราชครูแห่งแคว้นต้าชิง และเป็ครั้งแรกที่ข้ารู้สึกได้ถึงความอบอุ่นว่าเป็อย่างไรองค์ชายสี่ระลึกความหลังด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม
อีกครั้งคือตอนที่ชิงเหิงคว่ำจานขนมของข้า ขนมตกพื้น เขาใช้เท้าเหยียบขนมจนบี้แบน พลางเอ่ย“เ้ากล้าแอบขโมยขนมในโรงครัวหลวง วันนี้ข้าจะให้เ้ากินเสียให้พอ”
เขาพูดพลางพยักหน้าให้ขันทีคนสนิทขันทีมองท่าทีองค์ชายรองแล้วจึงหยิบขนมที่ถูกเหยียบจนบี้แบนขึ้นมายัดใส่ปากเด็กชายเด็กชายดิ้นๆ แต่ว่าเขาตัวเล็กจะสู้ขันทีหลายคนที่จับตัวเขาได้อย่างไร “อุกๆ”
เขาถูกยัดขนมใส่ปากจนสำลักกระอักกระไอ“แค่กๆ”
เมื่อปากหลุดพ้นจากมือขันทีได้เขาก็ร้องว่า “พี่รอง ข้าไม่กล้าแล้วพะย่ะค่ะ”
“หุบปาก!” องค์ชายรองตวาด “เ้ามันตัวหายนะ แม่เ้าเป็แค่นางกำนัลในตำหนักเสด็จแม่ข้ากลับบังอาจยั่วยวนเสด็จพ่อจนคลอดลูกนอกคอกเช่นเ้าออกมาอย่างเ้าคู่ควรเรียกข้าว่าพี่รองรึ”
เขาเงื้อมือขึ้นจะตีเด็กชายพลัน เสียงหนึ่งก็ดังว่า “หยุดนะ!”
“ชิงเหิง”
องค์ชายรองและคนอื่นๆรีบหันไปมอง ครั้นเห็นคนพูด พวกเขาก็รีบคุกเข่าลงทันที
“หยางเอ๋อร์?”ฮ่องเต้มองบุตรคนที่ 4 พลางถามน้ำเสียงดุว่า “ใครให้เ้ามาที่นี่?”
ราชครูมองฮ่องเต้แล้วมองเด็กชายซึ่งเป็องค์ชายสี่นางเดินไปหาองค์ชายสี่ ยอบตัวลงตรงหน้าเด็กชายตัวน้อย นางจับใบหน้าเขาใช้มือเช็ดเศษขนมออกจากใบหน้าเขาอย่างอ่อนโยน นางยิ้มให้เขาแล้วลุกขึ้นมองฮ่องเต้พลางเอ่ยว่า “ฝ่าา เกิดจากสายเืเดียวกันจะลำเอียงได้อย่างไร”
“เช่นนั้นก็ให้เขาไปเรียนพร้อมกับองค์ชายคนอื่นเถอะ”
นั่นคือครั้งที่ 2ที่ข้าพบจิ่วเยว่ ราชครูแห่งแคว้นต้าชิง นางคือนางเซียนที่เกี่ยวพันกับชะตาของแคว้นต้าชิงนางอยู่ยืนยงคู่ฟ้าคู่แผ่นดินคำพูดประโยคเดียวของนางก็พาข้าออกจากขุมนรกมาสู่โลกมนุษย์ได้
“องค์ชายจะสวมใส่เสื้อผ้าขาดๆอย่างนี้ได้อย่างไร” ฮ่องเต้เอ่ยขึ้นพลางมองขันทีอย่างตำหนิ“ยังไม่รีบพาไปแต่งตัวอีก”
“พะย่ะค่ะ”ขันทีรับคำสั่งตัวสั่นๆ อย่างหวาดกลัวแล้วพวกเขาก็รีบประคององค์ชายสี่ลุกขึ้นพาเขาไป
ต่อมา ในห้องเรียน องค์ชายคนอื่นๆ กลั่นแกล้งองค์ชายสี่พวกเขามักจะแอบปาของเล็กๆ น้อยๆ ใส่องค์ชายสี่อย่างสนุกสนานส่วนองค์ชายสี่ก็ไม่สนใจคนอื่นนักสายตาเขาจับจ้องไปที่ราชครูผู้งดงามที่กำลังนั่งสอนหนังสืออยู่
องค์ชายสี่รีบวิ่งไปที่ประตูวัง ใบหน้าเปี่ยมไปด้วยรอยยิ้ม เขาดีใจยิ่งนักอยากจะรีบวิ่งไปถึงประตูวังเร็วๆ รถม้ากำลังเคลื่อนเข้าไปผ่านประตูวังชั้นในรถม้าหยุดลงหน้าท้องพระโรง ราชครูก้าวออกมาจากรถม้านางยังคงมีใบหน้างดงามและอ่อนเยาว์ไม่เปลี่ยนแปลงมีเพียงเส้นผมที่เป็สีขาวราวกับหิมะทั้งศีรษะองค์ชายสี่วิ่งไปเกือบจะถึงประตูวังชั้นในแล้วเขาเห็นราชครูบนรถม้าก็เอ่ยอย่างดีใจว่า “จิ่วเยว่”
ราชครูยืนอยู่บนรถม้านางมองไปรอบๆ กุมมือคารวะฟ้าแล้วเอ่ยว่า “ขอฟ้าคุ้มครองต้าชิงให้รุ่งเรืองตลอดไป”
ทุกๆคนจึงกุมมือคารวะฟ้าแล้วเอ่ยว่า “ขอฟ้าคุ้มครองต้าชิงให้รุ่งเรืองตลอดไป”
ขุนนางเอ่ยแล้วกระซิบกันว่า“นับั้แ่ฮ่องเต้ขึ้นครองราชย์ ท่านราชครูได้ช่วยเหลือฮ่องเต้มา 8 องค์แล้วรูปโฉมจนบัดนี้ยังไม่เปลี่ยนเลย ต้าชิงได้รับพรจากท่านเทพเช่นนี้ชะตาของแคว้นต้องรุ่งเรืองต่อไปเป็แน่”
“เมื่อ 10 กว่าปีก่อนท่านราชครูออกไปสวดขอพรให้แคว้นคราวนี้ท่านกลับมาเพื่อเป็ประธานในพิธีสถาปนาองค์รัชทายาท” ขุนนางอีกคนกระซิบกระซาบ
องค์ชายสี่วิ่งไปถึงรถม้าเขากุมมือคารวะราชครู “ขอต้อนรับท่านราชครู”
ราชครูมององค์ชายสี่ด้วยสายตาเรียบเฉย
“เ้าเห็นไหมรูปโฉมของท่านราชครูนับว่าหาได้ยากยิ่งเฮ้อ...เสียดายที่ท่านมีท่าทางเ็าอยู่ตลอด คนธรรมดายากนักจะเข้าใกล้” ขันทีคนหนึ่งกระซิบกระซาบขันทีอีกคนก็กระซิบว่า “อย่างองค์ชายสี่คนนั้นก็เอาแต่ประจบสอพลอท่านราชครูทุกวัน เ้าดูซิท่านราชครูยังไม่ชายตาแลเขาเลยสักครั้ง”
“การบำเพ็ญเพียรของท่านราชครูล้ำเลิศยิ่งนักองค์ชายสี่นั่นเกิดมาเป็ตัวหายนะ เขาเป็เพียงตัวตลกเท่านั้นแหละ เ้าดูซิ ดูซิ”ขันทีกระซิบเยาะหยัน
“ขอเชิญท่านลงจากรถม้า”องค์ชายสี่ยื่นมือไปจะประคองราชครู
“องค์ชายสี่ช่างเคารพท่านราชครูยิ่งนักถึงกับยอมประคองท่านราชครูด้วยตัวเอง”ขุนนางคนหนึ่งกระซิบกระซาบ
ราชครูมององค์ชายสี่นางมองเห็นปราณัสีดำเปล่งออกมาจากร่างเขา นางคิดในใจว่า ‘ไม่ได้พบกัน 10 ปีกว่า เขามีปราณัแท้ปรากฏแล้วราชวงศ์ชิงรุ่งเรืองคงอยู่นับพันปีปราณันี้ของเขากลับเป็ัแห่งหายนะที่จะทำลายต้าชิง’
นางละสายตาจากองค์ชายสี่แล้วลงจากรถม้าเมินมือที่ยื่นมาช่วยประคองอย่างสิ้นเชิง นางยื่นมือให้สาวใช้ช่วยประคองแทนแล้วก้าวลงจากรถม้าด้วยสีหน้าเ็าองค์ชายสี่รู้สึกเสียใจจึงค่อยๆ หดมือไป ราชครูเดินไปตรงหน้าฮ่องเต้ “ฝ่าา”
ฮ่องเต้กุมมือคารวะไม่ได้พูดอะไรราชครูหันไปมององค์ชายสี่อีกครั้งพลางเอ่ยว่า “องค์ชายไม่จำเป็ต้องทำเช่นนี้”
“ท่านราชครูเชิญ”ฮ่องเต้เอ่ยพลางผายมือเชื้อเชิญ ราชครูจึงเดินไปกับเขา
‘เป็เช่นนี้จริงๆมีเพียงได้เป็ฮ่องเต้ต้าชิงเท่านั้นถึงจะทำให้ท่านอยู่เคียงข้างข้ามองแต่ข้าคนเดียว จิ่วเยว่ แผ่นดินและท่านต้องเป็ของข้าทั้งหมด’ องค์ชายสี่คิดในใจอย่างหมายมั่นขณะที่มองราชครูเดินเคียงคู่ไปกับเสด็จพ่อ
“พิธีสถาปนารัชทายาทมีกำหนดในอีก5 วัน ท่านราชครู โอรสทั้งหมดของข้าใครเหมาะจะเป็รัชทายาท?” ฮ่องเต้ถามราชครูฟังแล้วจึงหันกลับไปมององค์ชายและองค์หญิงทั้งหลาย“ฮ่องเต้ของต้าชิงองค์ต่อไปนั้น”
นางมององค์ชายทีละคน...ทีละคนทำให้องค์ชายแต่ละคนมองตอบอย่างคาดหวังว่าราชครูจะบอกว่าเป็ตนเอง
ราชครูชี้นิ้วไป“คือเขา”
ทุกคนมองตามนิ้วที่ชี้ไป
“ข้าคือฮ่องเต้ ข้าข้าเอง ข้าคือรัชทายาท” องค์ชายรองพูดอย่างดีใจพลางหันไปจับมือองค์ชายใหญ่องค์ชายใหญ่ตบๆ ไหล่องค์ชายรองพลางชมว่า “น้องรองเฉลียวฉลาดมาั้แ่เด็กอีกทั้งยังได้รับการทำนายชะตาจากราชครูในอนาคตเ้าต้องเป็ฮ่องเต้ของต้าชิงเป็แน่”
“ย่อมต้องเป็อย่างนั้นอยู่แล้ว”องค์ชายรองเอ่ยอย่างได้ใจ องค์ชายใหญ่ได้แต่ยิ้มบางๆ องค์ชายสี่คิดในใจว่า ‘ชิงเหิงโง่เง่าเช่นนี้ เป็สุนัขรับใช้ข้ายังยากจิ่วเยว่กลับเลือกเขางั้นหรือ? เฮอะ!’
“องค์ชายรองทั้งบุ๋นก็ไม่เก่ง บู๊ก็ไม่ได้ เขากลับได้เป็รัชทายาทงั้นรึ?”ขุนนางคนหนึ่งกระซิบกระซาบขึ้นมา ขุนนางอีกคนจึงกระซิบว่า “เดิมทีข้าว่าองค์ชายใหญ่มีหวังจะได้ครองบัลลังก์มากที่สุดองค์ชายสามก็มีอำนาจทางทหารสูงยิ่ง เป็ตัวเลือกที่ดีทีเดียวองค์ชายสี่อย่างน้อยก็ยังเก่งกว่าเขามากนัก”
องค์ชายสี่เดินไปหาองค์ชายรอง“ยินดีกับพี่รองด้วย”
“หึ”องค์ชายรองแค่นเสียงดูแคลนทีหนึ่งแล้วพูดว่า“ไม่ใช่ว่าหมาแมวที่ไหนก็ได้ที่จะคู่ควรมาอวยพรให้องค์รัชทายาทอย่างข้า หึ!”
เขาพูดแล้วก็เดินจากไปองค์ชายใหญ่เดินตามไป องค์ชายสี่ยืนมองอย่างเจ็บใจปนดูแคลน เขาพึมพำเบาๆ ว่า“พี่รองที่แสนดีของข้ามีชะตาได้เป็รัชทายาทแต่ไม่อาจได้ขึ้นครองบัลลังก์หรอก”
ในห้องทรงอักษร ฮ่องเต้นั่งที่เก้าอี้พลางมองราชครูที่อยู่ตรงหน้า เขาเอ่ยว่า“ท่านราชครูได้เลือกองค์รัชทายาทที่ปรีชาที่สุดให้กับต้าชิงแล้วท่านจะมาหารือเื่พิธีสถาปนากับข้าหรือ?”
“ไม่ใช่” ราชครูตอบ“ข้าอยากจะถามว่าองค์ชายสี่ ชิงหยาง อยู่ในวังมีพฤติกรรมเช่นไรบ้าง?”
“หยางเอ๋อร์หรือ?”ฮ่องเต้ทวนถาม แล้วคิดครู่หนึ่งก่อนจะตอบว่า “ตลอดหลายปีนี้หยางเอ๋อร์หาได้ก่อเื่ร้ายแรงใดๆ ไม่เขามีทั้งคุณธรรมและกตัญญูที่รับรู้กันทั่วทั้งราชสำนักท่านราชครูทำนายอะไรที่เกี่ยวข้องกับหยางเอ๋อร์ได้งั้นหรือ?”
Donate
เชิญบริจาคให้ไรท์ได้ทาง บัญชี ธ.กสิกรไทย
เลขบัญชี 084-3-79715-6
ชื่อบัญชี น.ส.แสงแข ช้วนใย
หรือทาง True Money wallet :098-651-1489
จะบริจาค 1 บาท 2 บาทก็ได้ค่ะ
ติดตามข่าวสารและพูดคุยกับไรท์เตอร์ได้ทาง
เพจ readfree.in ค่ะ
https://www.facebook.com/readfree.in/
ทางเว็บไซต์ www.readclub.in ค่ะ
และทาง Line Official Account : @www.readclub.in
ขอบคุณรีดเดอร์ทุกท่านที่เข้ามาอ่านค่ะ