ตอนที่ 20 พลังของมวลชน
นี่คนที่จะช่วยมาแล้วเหรอ?
หานชีเยว่รีบมองไปยังต้นเสียงพบว่าเป็ชายรูปร่างผอมกะหร่องหูแหลมราวกับลิงกำลังะโโหวกเหวกโวยวาย
“เ้าลูกชาย แกมาแล้วๆ รีบมาเร็วถ้าแกมาช้ากว่านี้ แม่แกคงโดนรังแกจนตายแน่!”หญิงชราะโเรียกชายรูปร่างผอมคางแหลมยาวเหมือนกับลิงกะหร่องผู้นั้นทันที
ชายผู้นั้นไม่สนใจหญิงชรามารดาของตนเขาเดินตรงไปกระชากแขนหญิงสาวไว้ “นางชั่ว! ในตอนที่ฉันกำลังนอนหลับอยู่เธอกลับแอบหนีออกมาอย่างนี้ รอกลับบ้านก่อนเถอะ ฉันจะตีให้ตายเลยคอยดู!”
“ลูกชายเอ๋ย แกเลิกนิสัยแบบนี้เถอะเมียแกจะหนีไปแล้วนะ!” หญิงชราพร่ำพูดกล่าวเกลี้ยกล่อมด้วยความหวังดีถ้ามองดูเผินๆ ใครๆ ก็คงคิดว่าหล่อนเป็แม่สามีที่ดี
“ถ้าเธอเป็คนดี ผมจะตีเธอรึ? นางผู้หญิงไม่รักดีแบบนี้ ต้องโดนสั่งสอน!แถมตอนนี้ยังคิดจะหนีตามชายอื่นไปอีก ถ้าไม่ให้ผมไม่ตีเธอแล้วจะให้ไปตีใคร!”ชายผู้นั้นชี้หน้าด่าหญิงสาวอย่างไม่เกรงกลัวท่าทางราวกับตัวเองทำถูกแล้วที่ตบตีภรรยา
หญิงชราและชายหนุ่มคนนั้นต่างเข้ากันเป็ปี่เป็ขลุ่ยสมบทบาทคู่แม่ลูกจอมปลอม พอนึกถึงคำพูดก่อนหน้านี้ที่บอกว่าหญิงสาวคิดจะพาลูกหนียิ่งทำให้ผู้คนที่ยืนมุงดูต่างลังเลใจ ไม่รู้ว่าควรเข้าข้างใครดี
ถึงขั้นที่บางคนเริ่มคล้อยตามคำพูดของสองแม่ลูกคิดว่าหญิงสาวอาจจะถูกสามีทำร้ายร่างกายจนต้องหนีออกจากบ้านก็เป็ได้
ชีเยวี่ยไม่นึกเลยว่าชายรูปร่างผอมกะหร่องคนนี้จะมีเล่ห์เหลี่ยมเอาตัวรอดเหมือนกันเป็คนที่รับมือได้ยากพอตัว เื่นี้ไม่ง่ายอย่างที่คิดแล้ว
ดูเหมือนว่าเขาจะหัวแข็งไม่ยอมแพ้โดยง่ายถ้ายังเป็แบบนี้ต่อไป เธอคงยื้อพวกเขาไม่ไหวแน่
“สหายฉู่รบกวนไปแจ้งตำรวจที่สถานีตำรวจให้ทีค่ะบอกว่ามีคนกำลังจะลักพาตัวผู้หญิงอยู่ที่นี่!” หานชีเยวี่ยตัดสินใจอย่างเด็ดขาดก่อนะโบอกฉู่เจี้ยนกั๋ว
ฉู่เจี้ยนกั๋วไม่เข้าใจว่าทำไมหานชีเยวี่ยถึงได้ช่วยเหลือหญิงสาวผู้นี้แต่เขาก็ยังคงหันหลังวิ่งไปยังสถานีตำรวจทันทีฉู่เจี้ยนกั๋วใช้ชีวิตอยู่ในชุมชนถวนเจี๋ยมานานหลายปีเขาจึงรู้จักหานชีเยวี่ยลูกคนเล็กคนโปรดของบ้านหานเป็อย่างดี
เขารู้ดีเพราะเธอคือน้องสาวคนเล็กเพียงคนเดียวที่พี่น้องบ้านหานทุกคนล้วนเอ็นดูแน่นอนว่าเขาย่อมรู้ดี พี่น้องบ้านหานมีน้องสาวเพียงคนเดียวหานชีเยวี่ยจะมีพี่สาวได้อย่างไรกัน?
พวกเขาเป็แก๊งค้ามนุษย์จริงๆ งั้นหรือ?
“ฉันวิ่งไปถึงเร็วแน่นอน!”ฉู่เจี้ยนกั๋วสับฝีเท้าอย่างรวดเร็วพร้อมกับะโบอก
หานชีเยวี่ยมองฉู่เจี้ยนกั๋ววิ่งไกลจนลับสายตาไปแล้วก็เบาใจลงได้เปลาะหนึ่ง สถานที่แห่งนี้อยู่ไม่ไกลจากสถานีตำรวจนักฉู่เจี้ยนกั๋ววิ่งไปกลับ ถ้าไม่มีปัญหาอะไร โชคดีก็คงใช้เวลาแค่ห้าหกนาทีเท่านั้น
หญิงชรากับชายหนุ่มเห็นว่ามีคนไปแจ้งตำรวจจริงๆสีหน้าของพวกเขาก็เปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด ชายคนนั้นรีบลากแขนหญิงสาวทำท่าจะจากไปหญิงชราเองก็พยายามจะแย่งเด็กน้อยไป
หญิงสาววัยรุ่นเริ่มขัดขืนอย่างรุนแรง
“พวกคุณปล่อยฉันนะ ปล่อย!พวกคุณเอาแต่พูดว่าตัวเองเป็สามี เป็แม่สามีของฉันถ้าอย่างนั้นก็ไปคุยกันพูดให้ชัดเจนที่สถานีตำรวจเลย!”ตอนนี้หญิงสาวน่าจะเริ่มมีสติมากขึ้นแล้วเธอจึงรู้ว่าต้องทำเช่นไรจึงจะเป็ผลดีกับตัวเองมากที่สุด
หานชีเยวี่ยกางแขนปกป้องหญิงสาวกับเด็กน้อยไว้อย่างองอาจเธอถีบชายคนนั้นจนกระเด็น ก่อนจะดึงตัวหญิงชราออกไปจากนั้นก็กางแขนปกป้องทั้งสองแม่ลูกไว้
“พวกคุณลักพาตัวผู้หญิงไม่สำเร็จยังคิดจะมาแย่งเด็กไปต่อหน้าต่อตาอีกอย่างนั้นรึ?” หานชีเยวี่ยตวาดลั่น
“นี่แก! เป็เด็กเป็เล็กทำไมถึงต้องมายุแหย่ให้ลูกสะใภ้มาทะเลาะกับพวกเราด้วยห๊ะ?” หญิงชราชี้หน้าต่อว่าหานชีเยวี่ย“พี่สาวแกชีวิตมันจะไปไม่รอดแล้ว แกได้ประโยชน์อะไร?”
“น้องสะใภ้ เธออย่ามาทำแบบนี้เลยเธอเป็ผู้หญิงอยู่ข้างนอกตัวคนเดียวแบบนี้ ฉันไม่วางใจฉันต้องพาเธอกลับไปส่งบ้านพ่อตาแล้วถามให้รู้เื่ไปเลยว่าเขาสอนสั่งลูกสาวยังไง!”
“นี่! พี่เขยฉันน่ะกำลังยืนเฝ้ากระเป๋ารออยู่ที่ทางเข้าสถานี พวกคุณลองทำอะไรสิ”
“ถ้างั้นก็ไปเรียกพี่เขยเธอมาเจอหน้ากันตรงนี้เลยสิ!”ดูเหมือนว่าตอนนี้ชายคนนั้นคงเริ่มมองแผนของหานชีเยวี่ยออกแล้วเขาน่าจะเดาได้ว่าพี่เขยที่หานชีเยวี่ยพูดถึงนั้นไม่มีจริง จึงได้หาทางเอาคืน
หานชีเยวี่ยกลอกตาแล้วพูดว่า“นายคิดว่าฉันไม่รู้งั้นหรือว่านายคิดอะไรอยู่? นายก็แค่อยากให้ฉันออกไปจากตรงนี้จากนั้นค่อยพาพี่สาวกับหลานชายฉันไปใช่ไหมล่ะ?”
ตอนนี้คนที่ยืนมุงทำได้แค่ยืนดูกันอย่างนิ่งๆ เพราะพวกเขาก็เดาไม่ออกว่าใครกันแน่ที่พูดความจริง
“ทุกท่านคะ เื่นี้จัดการง่ายมากเลยค่ะเพียงแค่รอให้เ้าหน้าที่ตำรวจมาถึง ทุกอย่างก็กระจ่างชัด แต่ก่อนที่ตำรวจจะมาถึงรบกวนทุกท่านช่วยกันเฝ้าดูแลสถานการณ์ตรงนี้ไว้ อย่าปล่อยให้ใครออกไปได้เด็ดขาด”น้ำเสียงใสกังวานของหานชีเยวี่ยดังขึ้น ทุกคนในที่แห่งนั้นต่างได้ยินทุกคำ
ที่สำคัญที่สุดคือ คำว่าใครของเธอหมายรวมถึงหญิงชรา ชายหนุ่ม หญิงสาว รวมถึงตัวเธอเองด้วย
หานชีเยวี่ยรู้ดีว่าลำพังด้วยกำลังของเธอเพียงคนเดียวนั้นไม่อาจปกป้องหญิงสาวกับเด็กคนนี้ได้เธอจำเป็ต้องพึ่งพากำลังของมวลชน
ชาวบ้านที่อยู่ในเหตุการณ์ต่างเห็นด้วยกับข้อเสนอของหานชีเยวี่ยก็แค่ช่วยกันจับตาดูคนพวกนี้เอาไว้แค่นั้นเองไม่ใช่หรือ?เื่ง่ายๆ แค่นี้เอง
“เอาล่ะพวกเรามาช่วยกันควบคุมสถานการณ์เอาไว้ คนพวกนี้ต้องอยู่ที่นี่รอเ้าหน้าที่ตำรวจมาจัดการ!” แล้วก็มีคนอาสาเป็คนนำจัดให้ชาวบ้านที่มุงดูยืนล้อมกันเป็วงกลม กักตัวหญิงชรา ชายหนุ่มและหญิงสาวเอาไว้ด้านใน
พอเห็นว่าตัวเองไปไหนไม่ได้แล้วหญิงชราก็เริ่มร้องไห้โฮยกมือปาดน้ำตาอีกครั้ง
“พวกเธออย่าไปหลงเชื่อคำพูดของสองพี่น้องไร้หัวใจคู่นี้สิฉันน่ะน่าสงสารจะตายไป อายุอานามก็ปูนนี้แล้วยังต้องมาเหนื่อยใจกับเื่ของลูกอีก...”
การแสดงอันไร้ที่ติของหญิงชราทำให้หานชีเยวี่ยรู้สึกว่าประเทศนี้กำลังขาดนักแสดงยอดเยี่ยมไปคนหนึ่งเลยทีเดียว
“อย่าเพิ่งคร่ำครวญไปก่อนเลย รอไปที่สถานีตำรวจค่อยร้องไห้ก็ยังไม่สาย”หานชีเยวี่ยหานชีเยว่เอ่ยด้วยน้ำเสียงเ็า
“พวกคุณไม่ต้องเป็ห่วงไปหรอกค่ะว่าตำรวจที่มาถึงจะเป็ตำรวจจริงหรือเปล่า ที่นี่อยู่ไม่ไกลจากสถานีตำรวจไปพิสูจน์ความจริงที่สถานีกันตอนนี้เลยก็ได้!” หานชีเยวี่ยเป็ฝ่ายพูดขึ้นตัดหน้าปิดกั้นคำพูดของฝ่ายตรงข้ามเอาไว้ทั้งหมด
“ฉันอยากรู้จังพวกคุณทำเื่ชั่วช้าแบบนี้ ไม่กลัวกฎหมายลงโทษหรือไง? พอถึงตอนกินถั่วลิสง[1]พวกคุณสองแม่ลูกจะยังสามัคคีกันแบบนี้หรือเปล่า? ”
เมื่อเจอกับคำพูดของหานชีเยวี่ยเข้าไปทำให้ทั้งหญิงชราและชายหนุ่มต่างร้อนรน กระวนกระวายใจยิ่งนักถ้าตอนนี้ยังมีใครที่คิดว่าคนพวกนี้ไม่มีพิรุธอะไรอีก ก็คงโง่เต็มทน
“งั้นพวกเราช่วยกันพาคนพวกนี้ไปส่งสถานีตำรวจดีไหม?”
“ฉันว่าทำแบบนั้นก็ไม่เลว”
“มีอะไรก็ให้ตำรวจจัดการ ถูกต้องแล้ว!”ผู้คนในยุคสมัยนี้ต่างมีน้ำใจ ชอบช่วยเหลือผู้อื่นแถมยังเต็มไปด้วยความบริสุทธิ์ใจพวกเขายอมเสียสละเวลาส่วนตัวเพื่อช่วยเหลือผู้อื่น
หญิงชราและชายหนุ่มสบตากันก่อนที่ชายหนุ่มจะเอ่ยขึ้นด้วยสีหน้าข่มขู่ “นางสารเลว! ถ้าแกอยากไปนักก็เชิญ!พอแกไปแล้ว ฉันจะแต่งงานใหม่กับผู้หญิงที่ดีกว่าแก!” กล่าวจบชายผู้นั้นก็สะบัดแขนแล้วเดินจากไป
“ซิ่วฟางเอ๋ย...ถ้าเธอใช้ชีวิตอยู่ข้างนอกไม่ไหวก็กลับบ้านมาเถอะนะ” หญิงชราแสร้งปาดน้ำตาราวกับว่าเป็ห่วงเป็ใยหญิงสาวผู้นั้นมากถ้าไม่ใช่เพราะสีหน้าร้อนรนจนเกินเหตุของทั้งคู่บางทีอาจจะมีคนหลงกลเชื่อคำพูดเสแสร้งนี้ของสองคนนี้อีกก็ได้
“อย่าปล่อยให้พวกเขาหนีไป!”หานชีเยวี่ยะโขึ้นทันที แม้ว่าจะมีคนยืนล้อมไว้หมดแล้วสองแม่ลูกก็ยังคิดจะฉวยโอกาสฝ่าวงล้อมออกไปคนละทาง แต่ก็ถูกชาวบ้านจับตัวเอาไว้ได้
ผู้คนที่ยืนมุงดูต่างพากันโกรธแค้นเมื่อนึกได้ว่าก่อนหน้านี้เกือบจะช่วยคนร้ายทำร้ายคนดีพวกเขาเกือบจะถูกสองแม่ลูกนี้หลอกให้กลายเป็คนเลวไปแล้วไม่รู้ว่าใครเป็คนเริ่มก่อน แต่ชายหนุ่มที่โดนจับตัวไว้ได้ก็โดนเตะเข้าไปหลายทีพอคนอื่นๆ เห็นแบบนั้นก็พากันรุมประชาทัณฑ์ทันที
“หนีทำไมล่ะห๊ะ! ไม่เอาเมียแล้วหรือไง?ไม่เอาลูกแล้วเหรอห๊ะ?”
“ยังกล้าบอกอีกว่าไม่ใช่แก๊งค้ามนุษย์พวกแกเชี่ยวชาญเื่ลักพาตัวผู้หญิงไปขายใช่มั้ยล่ะ!?”
“เมื่อกี้ฉันเกือบจะโดนยายแก่คนนี้หลอกให้กลายเป็คนไม่ดี!น่ารังเกียจที่สุด!”
“เกือบจะไปช่วยเหลือสองคนแม่ลูกทำชั่วเข้าแล้วสาวๆ ฉันขอโทษด้วยนะ!”
ชายคนนั้นถูกคนอื่นรุมทำร้ายร่างกายดวงตาของเขาก็เต็มไปด้วยเพลิงโทสะจ้องมองมาที่หานชีเยวี่ย
“เด็กเวร! แกมันชอบยุ่งเื่ชาวบ้านนักระวังชีวิตแกเอาไว้!” เขาอาศัยจังหวะตอนที่คนที่จับเขาไว้เผลอสะบัดตัวหลุดออกมาจากวงล้อมเขากัดฟันกรอดจากนั้นก็พุ่งเข้าไปหาหานชีเยวี่ยอย่างรวดเร็ว
หานชีเยว่เห็นประกายวาววับจากคมมีดอย่างชัดเจน…...
เชิงอรรถ
[1] 吃花生 กินถั่วลิสงหมายถึง กินลูกปืนใช้เปรียบเปรยว่าลูกะุที่ใช้ยิงวิสามัญคนทำผิดมีเม็ดเล็กเหมือนลูกะุ