ตอนที่ 17 ถ้ำสีเื
*****ไม่อนุญาตให้นำนิยายไปดัดแปลงหรือเผยแพร่ช่องทางอื่นทุกกรณีนะครับ*****
เฟิร์สทะยานไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว เขายังไม่ได้ใช้ความเร็วสูงสุด แต่ความเร็วนี้ก็เหนือกว่าเวเนเตอร์หลายคนที่ร่วมเดินทางมาด้วยกันแล้ว
ด้านหลังของเขามีเก่งกาจติดตามมาด้วย แน่นอนว่าเขาไม่ได้ใช้ความเร็วสูงสุด
แม้ว่าเฟิร์สจะรวดเร็ว แต่ความเร็วของเขาก็ย่อมไม่สามารถเทียบได้กับผู้บ่มเพาะดาราแดงสองแฉกได้อย่างแน่นอน
ทว่าสายตาของชายหนุ่มนั้นกลับมองเฟิร์สต่างออกไป
ระหว่างทางเฟิร์สไม่พบมอนสเตอร์สักตัวเดียว นั่นหมายความว่าการกว้างล้างครั้งใหญ่ทั้งสองรอบได้กวาดผ่านมอนสเตอร์เ่าั้ไปทั้งหมดแล้ว
เป้าหมายของพวกเขาที่เป็ถ้ำเหมืองแร่จึงอาจเป็สถานที่แห่งเดียวที่มีมอนสเตอร์เหลืออยู่
ไม่นานเฟิร์สก็ได้มาถึงสถานที่หนึ่งที่เหมือนฐานทัพชั่วคราว ที่นั่นมีสิ่งก่อสร้างที่ฝังอยู่ในพื้นดิน
เฟิร์สหยุดเท้าลงที่นั่นซึ่งมีเก่งกาจตามมาติดๆ
“ผมไม่รู้เลยว่าก่อนหน้านี้คุณเคยเป็ยอดฝีมือในยุคก่อน” เก่งกาจเอ่ย
ทว่าเฟิร์สกลับไม่ได้ตอบออกไป เขาเพียงแค่ยิ้มที่มุมปากเท่านั้น
“ดูเหมือนว่านี่จะเป็ฐานทัพชั่วคราวที่พวกเราตามหา”
สายตาของเฟิร์สมองไปที่สัญลักษณ์ของนิวโฮปที่เป็รูปสามเหลี่ยมพีระมิดบนพื้นดิน
“ใช่ครับ การที่จะเข้าใช้ฐานนี้ได้พวกเราต้องมีกุญแจรหัส” เก่งกาจยิ้มและเอ่ย ก่อนที่เขาจะกดไปที่กำไรข้อมือแล้วปรากฏภาพโฮโลแกรมรูปสามเหลี่ยมพีระมิดขึ้นมา
เก่งกาจผลักพีระมิดนั้นเข้าใส่สัญลักษณ์บนพื้น แล้วพื้นนั้นก็เรืองแสงและมีเสียงกลไกดังขึ้น
ครืน ... ครืน ... ครืน ...
พื้นดินถูกทำให้แยกออกและดันกล่องกระจกขึ้นมา
กล่องกระจกนี้มันคล้ายกับลิฟท์เพื่อที่จะขนส่งผู้คนให้ลงไปด้านล่าง
“ว๊าว พวกคุณรวดเร็วมาก”
“พวกเราตามพวกคุณแทบไม่ทันเลย”
ในที่สุดกลุ่มเวเนเตอร์ที่ถูกแซงและทิ้งไว้ด้านหลังก็มาถึง
“เฟิร์สวันคุณยอดเยี่ยมมาก ท่าวิ่งของคุณยังกับนินจาในหนังแหน่ะ” ชายคนหนึ่งกล่าวชม
เฟิร์สยิ้มแล้วพยักหน้าเล็กน้อย แต่ก็ไม่ได้พูดคำใดออกมา
ตอนนี้ทุกคนดูเหมือนจะรู้แล้วว่าทำไมเด็กหนุ่มคนนี้ถึงเป็คนพิเศษที่ถึงกับให้เวเนเตอร์ดาราแดงต้องมาคุ้มครอง
ที่แท้เขาก็คือผู้มีความสามารถพิเศษนั่นเอง!
หญิงสาวสวมแว่นตากำลังจดข้อมูลบางอย่างลงบนแท็บเล็ตของเธอ แขนขวาของเธอมีสัญลักษณ์รูปดวงตา แน่นอนว่าเธอคือคนของนิวโฮปที่ติดตามทีมสำรวจมาด้วย
พวกเขาเรียกคนเหล่านี้ว่า “วอชเชอร์”
วอชเชอร์จะไม่เข้าต่อสู้แต่จะคอยบันทึกเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นในทีมสำรวจ รวมทั้งการเก็บข้อมูลความสามารถของเวเนเตอร์ด้วย
เพราะการมีอยู่ของวอชเชอร์จึงทำให้นิวโฮปมีข้อมูลของเวเนเตอร์อย่างละเอียดและเป็การป้องกันไม่ให้เวเนเตอร์ออกนอกลู่นอกทางด้วย
“ทุกคนรอผมอยู่ที่นี่ ผมจะออกไปเอารถขึ้นมาเดี๋ยวนี้” เก่งกาจเอ่ย พร้อมกับลงลิฟท์ไปยังชั้นล่าง
เมื่อลิฟท์เลื่อนลง แผ่นดินก็ถูกปิดลงด้วย
แต่เวลาไม่นานแผ่นดินที่อยู่อีกแห่งหนึ่งก็เปิดขึ้น ครั้งนี้สิ่งที่โผล่ขึ้นมาไม่ใช่ลิฟท์แต่เป็รถหุ้มเกราะคันหนึ่ง
เก่งกาจขับรถออกมาจากตำแหน่งนั้น แผ่นดินก็กลับมาเป็เหมือนเดิม
ทั้งหมดนี้ถูกสร้างขึ้นโดยนิวโฮป พวกเขา้าซ่อนสิ่งของเหล่านี้จากมอนสเตอร์
“ขึ้นมาได้เลยครับ คุณเฟิร์สเชิญทางนี้เลยครับ”
เก่งกาจชวนเฟิร์สมานั่งด้วยกันข้างหน้า ส่วนคนอื่นๆ ก็รีบขึ้นรถทันที
ดูเหมือนว่าทัศนคติของเก่งกาจต่อเฟิร์สในตอนนี้จะดีขึ้นมาก เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายเป็ผู้มีความสามารถพิเศษ
แต่อย่างไรก็ตาม แม้จะเป็ผู้มีความสามารถพิเศษ แต่พวกเขาก็ไม่ได้เก่งเหนือกว่าคนที่มีการบ่มเพาะมากกว่า ความได้เปรียบของพวกเขาเหนือกว่าผู้ที่อยู่ในขั้นเดียวกันเท่านั้น
ส่วนในกรณีของเฟิร์ส แม้จะวิ่งได้เร็วได้เทียบกับดาราขาวเก้าแฉก แต่ก็ไม่ได้การันตีว่าเขาจะมีพลังรบในระดับนั้น เพราะเื่ความเร็วกับการรบนั้นต่างกัน
ครืน ... ครืน ... ครืน ...
ทันทีที่เก่งกาจออกตัว รถหุ้มเกราะนั้นก็พุ่งออกไป จากนั้นล้อของมันก็ถูกเก็บแล้วแทนที่ด้วยไอพ่น
ถูกต้องแล้วรถคันนี้กำลังบิน!
เสียงการเคลื่อนที่ของรถหุ้มเกราะนั้นดังมาก แม้ว่ามันจะเหาะได้แต่ก็ต้องแลกมาด้วยมลพิษทางเสียงอยู่ดี
เฟิร์สรู้สึกตื่นเต้นขึ้นมา
“อย่างนี้สิถึงเรียกว่าโลกอนาคต”
เก่งกาจหัวเราะขึ้นมาเล็กน้อยและเอ่ย “ด้วยยานบินคันนี้พวกเราจะไปถึงที่หมายภายในยี่สิบนาที”
“อืม”
เฟิร์สยังคงสงบปากสงบคำเหมือนดังเริ่มแรก ซึ่งเก่งกาจก็เริ่มชินกับท่าทางนี้แล้ว
ชายหนุ่มตั้งพิกัดให้ยานขับแบบออโต้แล้วมองเด็กหนุ่มผู้มีรูปร่างผอมบางอย่างวิเคราะห์ก่อนจะเอ่ยขึ้นมาว่า “ผมไม่รู้มาก่อนเลยว่าคุณเฟิร์สมีความสามารถพิเศษแบบนั้นด้วย ไม่เห็นคุณปู่ท่านพูดถึงเื่นี้มาก่อนเลย”
“เื่นี้ไอ้ก้องไม่รู้หรอก” เฟิร์สตอบด้วยท่าทางที่สงบนิ่ง
การแสดงออกของเด็กหนุ่มยิ่งทำให้เขาดูลึกลับมายิ่งขึ้น
ความจริงแล้วเก่งกาจ้าให้เฟิร์สพูดมากกว่านี้ แต่การเอ่ยถามการบ่มเพาะของอีกฝ่ายก็เป็การเสียมารยาทเช่นกัน
เมื่อเฟิร์สไม่้าพูด เก่งกาจก็ไม่้าที่จะสืบอีกต่อไป
เขานั้นเป็ถึงเวเนเตอร์ดาราแดง ต่อให้อีกฝ่ายจะเป็ผู้มีความสามารถพิเศษแต่ก็เป็เพียงแค่เวเนเตอร์ดาราขาวเท่านั้น เขาจึงคร้านที่จะใส่ใจ
‘เพื่อนของคุณปู่คนนี้ช่างเป็คนเ็าจริงๆ เอาเถอะ ไม่นานภารกิจนี้ก็จบแล้ว ถึงตอนนั้นก็คงไม่ได้เจอกันอีก’
แม้ภารกิจนี้จะมีกำหนดถึงห้าสิบวัน แต่มีดาราแดงอย่างเขาอยู่ด้วย ภารกิจย่อมต้องจบลงอย่างรวดเร็วแน่นอน
ไม่นานยานบินของพวกเขาก็มาถึงจุดหมาย
ภายในระยะทางห้าร้อยกว่ากิโลเมตร พวกเขาใช้เวลาเดินทางแค่ไม่กี่นาทีเท่านั้น เรียกได้ว่าความเร็วนี้ยังเร็วกว่าเครื่องบินในยุคห้าสิบกว่าปีก่อนเสียอีก
ยานบินลงจอดลานูเาหินแห่งหนึ่ง
ทั้งพื้นดินและเศษหินของที่นี่ล้วนเป็สีแดงราวกับเื ไม่เท่านั้นแม้แต่ต้นไม้ใบหญ้าก็ยังเป็สีแดงเช่นเดียวกัน
แต่ที่สำคัญที่สุดก็คืออุโมงค์ถ้ำขนาดใหญ่ที่ปากถ้ำสูงตระหง่านมากกว่าร้อยเมตร ทำให้กลุ่มคนที่มาใหม่ตัวเล็กเหมือนกับมด
“ฉันส่งเครื่องตรวจสอบสัญญาณให้กับทุกคนแล้ว ภารกิจของเราคือการสำรวจถ้ำแห่งนี้และรายงานจุดที่มีแร่สปีริตมากที่สุด หากมีปัญหาให้รีบแจ้งทันที” หญิงสาวสวมแว่นผู้เป็วอชเชอร์กล่าวขึ้น
สิ่งที่นิวโฮป้าคือเหมืองแร่แห่งนี้ ดังนั้นเพื่อความปลอดภัยพวกเขาจึงส่งคนมาจัดการกับมอนสเตอร์เพื่อความปลอดภัยของทีมเก็บเกี่ยว
“เอาล่ะ แบ่งออกเป็ห้ากลุ่มแล้วแยกย้ายกันออกไป ภารกิจจะสำเร็จเมื่อพวกเรากำจัดมอนสเตอร์ที่อยู่ข้างในนี้ทั้งหมดได้และทำแผนที่ออกมาได้อย่างครบถ้วน” เก่งกาจที่เป็หัวหน้าทีมสำรวจกล่าว
แม้เื่ราวทั้งหมดจะเหมือนกับอยู่ในโลกแห่งเกมส์ แม้สถานที่แห่งนี้จะถูกจัดให้อยู่ในระดับสีขาว แต่ทุกสิ่งที่พวกเขาทำคือชีวิตจริง
ที่นี่ไม่มีมอนสเตอร์ที่ไล่ไปแต่ละเลเวล ไม่มีบอสใหญ่ที่เมื่อฆ่าแล้วดันเจี้ยนจะปิด
แต่มันคือชีวิตจริง ชีวิตจริงเมื่อถูกฆ่าแล้วจะตาย บางคนอาจตายเพราะแมลงตัวเล็กๆ กัดหรือถูกเชื้อโรคที่ไม่รู้จักทำให้เจ็บป่วยและตายไปก็ได้
ไม่มีใครรู้ว่าหาประตูอบิสปิดลงพวกเขาจะอยู่ข้างในนี้ได้หรือไม่ หรือพื้นที่แห่งนี้จะพังถล่มลงมา เพราะไม่มีใครรอดชีวิตไปหลังจากที่ประตูอบิสปิดลง
แม้จะมีการคาดการณ์ว่าประตูอบิสเหล่านี้จะถูกเปิดไว้มากกว่าหนึ่งปี แต่ก็ไม่มีใครกล้าประมาทกับมัน
“เฟิร์สวันคุณมากับผม ... วอชเชอร์คุณก็ด้วย” เก่งกาจเอ่ยขึ้นมา
แน่นอนว่าหน้าที่ของเขาคือคุ้มครองเด็กหนุ่ม ด้วยการบ่มเพาะที่แข็งแกร่งเขาย่อมต้องมีหน้าที่ดูแลคนที่อ่อนแอ ซึ่งรวมไปถึงวอชเชอร์ด้วย
แม้ความจริงแล้ววอชเชอร์แต่ละคนจะเป็ผู้ที่มีฝีมือ แต่ความปลอดภัยของพวกเขาก็เป็สิ่งสำคัญเช่นกัน
ไม่นานพวกเขาก็แบ่งกลุ่มสามคนกันได้ครบและเริ่มออกเดินทาง
“ไปกันเถอะ”
ผู้คนทั้งห้ากลุ่มเดินทางเข้าไปข้างในถ้ำที่มืดมิด กำไลของพวกเขาถูกออกแบบมาอย่างเป็พิเศษ มันสามารถเปิดปิดการเรืองแสงได้เมื่ออยู่ในที่มืด
ดังนั้นเมื่อพวกเขาเข้าไป พื้นที่บริเวณนั้นก็ถูกแสงส่งสว่างด้วยกำไลของพวกเขา
ภายในถ้ำเต็มไปด้วยความเปียกชื้นและกลิ่นที่เหม็นอับ ทั้งตัวถ้ำประกอบไปด้วยหินสีเืที่มองดูแล้วเหมือนกับอวัยวะภายในของสัตว์ประหลาดั์
จากเส้นทางเดี่ยวที่มุ่งตรงเข้าไปข้างใน เมื่อเดินเข้าไปเรื่อยๆ มันก็เริ่มมีทางแยกมากขึ้น
แต่ละทีมเริ่มเดินฉีกออกไปตามแยกเ่าั้
โดยที่จะมีเครื่องติดตามคอยจับตำแหน่งและค่อยๆ วาดแผนที่ตามที่ทีมสำรวจเดินทางเข้าไป