ลิขิตจักรพรรดิ นักการเมืองผู้สร้างตำนาน

    ตอนที่ 45 น้ำใสเกินไป ปลาก็อยู่ไม่ได้

         “ท่านพี่ทริสตันคะ”

    เสียงหวานเจือความสดใสลอยเข้ามาก่อนตัว ฟิโอร่าก้าวผ่านประตูเข้ามาพร้อมกับกิเซลล์ ทว่าฝ่ายหลังกลับมีสีหน้าบึ้งตึง สายตาที่มองตรงมายังผู้ปกครองหนุ่มเต็มไปด้วยความขุ่นเคืองอย่างไม่ปิดบัง ชายหนุ่มเห็นดังนั้นก็พอจะเดาสาเหตุได้ ทำได้เพียงส่งยิ้มแห้ง ๆ กลับไปอย่างคนมีชนักติดหลัง

    “ฟิโอร่า น้องจะไม่พักผ่อนต่ออีกหน่อยเหรอ? พี่จำได้ว่าเพิ่งจะส่งน้องนอนไปได้ไม่นานเองนี่” เขาถามกลับความห่วงใย สายตาทอดมองใบหน้าที่แม้จะยังมีร่องรอยความล้า แต่ก็ดูสดใสขึ้นมากเมื่อเทียบกับตอนที่เจอกันครั้งแรก

    ฟิโอร่ายิ้มบางพลางส่ายหน้าเบา ๆ “ตอนนี้หายเหนื่อยแล้วค่ะ ได้พักสักครู่ก็ดีขึ้นมากแล้ว เพียงแต่เมื่อครู่น้องได้คุยกับกิเซลล์… เกี่ยวกับเรื่องของท่านพี่และความเปลี่ยนแปลงของเมืองนี้ตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมา”

    หญิงสาวส่งเสียงใส ยิ้มกว้างด้วยสีหน้าภาคภูมิใจอย่างปิดไม่มิด

    “มันสุดยอดมากเลยค่ะ ท่านพี่ทริสตันเก่งที่สุดเลย!” พูดจบเธอก็ส่งยิ้มหวาน พร้อมยกนิ้วโป้งให้เขาเพื่อยืนยันคำพูด

    ชายหนุ่มได้ฟังก็หลุดหัวเราะออกมาอย่างความอารมณ์ดี รอยยิ้มกว้างคลายออกบนใบหน้า

    “แล้วแบบนี้… น้องสาวของพี่เดินมาหาถึงที่นี่ คงไม่ได้มาแค่ชมกันเฉย ๆ หรอกใช่ไหม มีเรื่องอะไรอยากจะขอพี่ชายคนนี้หรือเปล่าล่ะ?”

    หญิงสาวพยักหน้ารับรัว ๆ รอยยิ้มซุกซนฉายชัดบนใบหน้า ก่อนจะขยับกายเข้ามาคล้องแขนพี่ชายไว้อย่างประจบประแจง

    “ท่านพี่ทริสตัน... ช่วยพาน้องไปเดินเล่นชมเมืองหน่อยสิคะ น้องอยากไปเห็นกับตาตัวเองจังเลยว่าที่กิเซลล์เล่ามาน่ะจริงหรือเปล่า”

    “ฮ่า ๆ ได้สิ... เดี๋ยวพี่ออกไปสั่งการทหารให้เตรียมพร้อมก่อนนะ”

    น้ำเสียงนุ่มนวลทิ้งท้ายไว้พร้อมกับฝ่ามือใหญ่ที่ยื่นไปลูบเรือนผมของน้องสาวด้วยความเอ็นดู ร่างสูงก้าวออกจากห้องไปจัดการเรื่องนี้ที่ด้านนอก ทิ้งไว้เพียงบรรยากาศเงียบสงบที่มีเพียงสามสาวอยู่ร่วมกันในห้อง

    รอยยิ้มสุภาพปรากฏบนใบหน้าของฟิโอร่า ก่อนที่เธอจะย่อกายลงเล็กน้อยให้เบียทริซอย่างอ่อนน้อม

    “สวัสดีค่ะท่านหญิงเบียทริซ เมื่อช่วงเช้าเราแทบไม่ได้คุยอะไรกันเลยนะค่ะ ได้ยินว่าท่านมาอยู่ที่นี่เกือบสามเดือนแล้ว ไม่ทราบว่ารู้สึกอย่างไรกับที่นี่บ้างหรือคะ”

    เบียทริซมีสีหน้าอึกอักเล็กน้อยกับคำถาม ก่อนจะเอ่ยตอบเสียงเบา

    “ที่นี่... ดีมากเลยค่ะ แต่ถึงอย่างนั้น ฉันคิดว่าให้ท่านหญิงฟิโอร่าได้สัมผัสด้วยตาตัวเองน่าจะดีที่สุด สมดังคำที่ว่า สิบปากว่าไม่เท่าตาเห็นนั่นแหละค่ะ”

    คำตอบนั้นเรียกรอยยิ้มและเสียงหัวเราะแผ่วเบาจากฟิโอร่า

    “ดิฉันได้ยินข่าวมาว่า การมาเยือนของท่านหญิงเบียทริซครั้งนี้... เกี่ยวข้องกับเรื่องการหมั้นหมายกับท่านพี่ ไม่ทราบว่าท่านหญิงคิดจะ...”

    เธอละคำพูดไว้ในฐานที่เข้าใจ พลางช้อนสายตามองอีกฝ่ายด้วยความอยากรู้อยากเห็น

    เบียทริซถอนหายใจออกมาเบา ๆ ก่อนจะจุดรอยยิ้มหวานบนใบหน้า

    “ตอนนี้ดิฉันกับท่านทริสตัน ตกลงเรื่องการแต่งงานกันเป็นที่เรียบร้อยแล้วค่ะ”

    ฟิโอร่าตกตะลึงจนต้องยกมือขึ้นมาทาบปาก สายตาจ้องมองอีกฝ่ายอย่างคลางแคลงใจ...

    แปลกจริง... ข่าวที่เธอได้ยินมาก่อนหน้านี้ คือเบียทริซไม่ชอบใจพี่ชายของเธอเป็นอย่างมากและมีความตั้งใจจะถอนหมั้นด้วยซ้ำ แต่ไฉนตอนนี้กลับตกลงไปถึงการแต่งงานเสียได้?

    คิดแล้วเธอก็หันไปมองกิเซลล์ด้วยสีหน้าเหนื่อยใจ อุตส่าห์ตั้งใจไว้ว่า หากมีการถอนหมั้นเกิดขึ้นจริง เธอจะดันกิเซลล์ขึ้นมาแทนที่แท้ ๆ

    ท่ามกลางบรรยากาศกระอักกระอ่วนที่เริ่มตึงเครียดขึ้นเรื่อย ๆ ประตูก็ถูกเปิดออกพร้อมกับการกลับเข้ามาของทริสตัน เขายกยิ้มอารมณ์ดีพลางกวาดสายตามองสามสาวตรงหน้า

    “เอาล่ะ ถ้าอย่างนั้นพวกเราไปเดินชมเมืองด้วยกันทั้งหมดนี่เลยแล้วกัน ฟิโอร่า... ครั้งนี้พี่จะพาน้องเดินดูเพื่อให้เห็นเมืองที่พี่ปกครองในตอนนี้”

    น้ำเสียงอ่อนโยนเอ่ยขึ้นก่อนจะปิดท้ายด้วยเสียงหัวเราะอย่างอารมณ์ดี จากนั้นชายหนุ่มจึงเดินนำสามสาวออกไปด้านนอก โดยมีเหล่าทหารอารักขาคอยตามคุ้มกันอย่างแน่นหนา

    ฟิโอร่ามองภาพผู้คนมากหน้าที่เดินขวักไขว่กันอย่างคึกคักด้วยความตื่นตา บ้านเมืองดูสะอาดสะอ้านเป็นระเบียบเรียบร้อย ถนนหนทางถูกปูพื้นไว้อย่างปราณีต ทั้งยังแบ่งสัดส่วนทางเดินเท้าและเส้นทางรถม้าได้อย่างเป็นระบบระเบียบช่างวางผังเมืองได้ชาญฉลาดนัก

    บนใบหน้าของผู้คนที่ผ่านไปมาเต็มไปด้วยหยาดเหงื่อ ทว่าแววตากลับเปล่งประกายด้วยพลังและความหวังในการดำเนินชีวิต ในหลายจุดจะยังคงมีการก่อสร้างอยู่ แต่เมื่อเธอเดินย่างก้าวเข้าสู่โซนตลาดที่เรียงรายไปด้วยร้านค้านานาชนิด ภาพความคึกคักตรงหน้าก็ทำเอาเธอถึงกับตาโตและอ้าปากค้างด้วยความตื่นตะลึง

    “ท่านพี่คะ นี่มันสุดยอดไปเลย! ร้านค้ามากมายขนาดนี้ น้องว่าต่อให้เป็นเมืองหลวงของจักรวรรดิก็ยังเทียบที่นี่ไม่ได้เลยด้วยซ้ำ!”

    ฟิโอร่าเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นพลางชี้นิ้วไปเบื้องหน้าของย่านการค้าที่เต็มไปด้วยฝูงชนมหาศาลที่เดินขวักไขว่จนแทบมองไม่เห็นพื้น เสียงพ่อค้าแม่ค้ากู่ร้องเชียร์สินค้าแข่งกับเสียงต่อรองราคาของลูกค้าดังเซ็งแซ่ไปทั่วบริเวณ

    ทว่าสิ่งที่น่าประทับใจยิ่งกว่าคือความมีระเบียบ แม้แผงค้าจะแน่นขนัด แต่กลับถูกจัดสรรพื้นที่อย่างลงตัวไร้ความวุ่นวาย สายตาของเธอสะดุดเข้ากับผู้คนที่กำลังลิ้มลองอาหารหน้าตาแปลกตา นี่คงเป็นเมนูแปลกใหม่ที่ท่านพี่คิดค้นขึ้นอย่างที่กิเซลล์บอกไว้แน่ๆ อีกทั้งตามจุดต่างๆ ยังมีเหล่าทหารในชุดเครื่องแบบเนียบกริบยืนประจำการรักษาความสงบอยู่อย่างรัดกุม

    ทริสตันยิ้มรับพลางยื่นมือไปลูบเรือนผมของน้องสาวด้วยความเอ็นดูอ่อนโยน

    “ในอนาคตที่นี่จะยังขยายพื้นที่ออกไปได้อีกเยอะเลยล่ะ ตอนนี้มีพ่อค้าแม่ค้าจากทั่วทุกสารทิศยื่นเรื่องขอเข้ามาไม่เว้นแต่ละวัน... คอยดูเถอะ ต่อไปพี่จะเนรมิตให้ที่นี่กลายเป็นศูนย์กลางการค้าที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ที่ซึ่งรวบรวมสินค้าจากทั่วทั้งจักรวรรดิเอาไว้ในที่เดียว”

    คำพูดนั้นทำเอาหญิงสาวตาโตด้วยความทึ่งผสมกับความตื่นเต้นอย่างปิดไม่มิด... นั่นหมายความว่า ขอแค่ก้าวเท้าเข้ามาที่นี่ ไม่ว่าจะเป็นสินค้าชนิดใดจากทั่วทั้งทวีป ก็จะมีให้เลือกสรรอย่างครบครันงั้นหรือ? ช่างเป็นความคิดที่วิเศษเหลือเกิน!

    ตามค่านิยมเดิมที่เธอรับรู้ เมืองใหญ่มักจะกีดกันหรือจำกัดการนำเข้าสินค้าต่างถิ่นเพื่อปกป้องพ่อค้าในพื้นที่ แต่พี่ชายของเธอกลับเลือกทำในสิ่งตรงกันข้ามโดยสิ้นเชิง เป็นการทลายกรอบเดิมๆ แล้วเปิดประตูอ้าแขนรับทุกสิ่งอย่างยิ่งใหญ่! ยิ่งคิดไปมากเท่าไหร่เธอก็ยิ่งชื่นชมพี่ชายคนนี้มากยิ่งขึ้นไปอีก

    “ไปกันเถอะ! ไปเดินดูของกัน น้องอยากได้อะไรบอกพี่ได้เลยไม่ต้องเกรงใจ ตอนนี้พี่ชายคนนี้กระเป๋าหนักพอตัวเลยล่ะ”

    ทริสตันหัวเราะอย่างอารมณ์ดีก่อนจะก้าวเดินนำไป หญิงสาวส่งเสียงร้องยินดีพลางปรี่เข้าไปเกาะแขนพี่ชาย เดินเคียงคู่กันไปตามแผงค้าด้วยความตื่นตาตื่นใจ ท่าทางน่าเอ็นดูของน้องสาวทำให้ชายหนุ่มอดไม่ได้ที่จะหลุดยิ้มออกมา... นานแค่ไหนแล้วนะที่เขาไม่ได้รู้สึกผ่อนคลายและมีความสุขขนาดนี้? 

    หลังจากเดินทอดสายตาชมตลาดไปได้สักระยะ เขาก็นึกขึ้นมาได้ จึงเอี้ยวตัวหันกลับไปยิ้มให้สองสาวที่เดินตามหลังมาแล้วพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน

    “เบียทริซ กิเซลล์ เราจะให้งบคนละสิบเหรียญทองนะ อยากได้อะไรก็เลือกซื้อกันได้ตามสบายเลยนะ”

    พูดจบเขาก็กระชับแขนพาน้องสาวเดินท่องตลาดต่ออย่างอารมณ์ดี ทิ้งให้สองสาวที่เดินตามหลังได้แต่มองหน้ากันด้วยความประหลาดใจ... สภาพของทริสตันในตอนนี้ทำเอาพวกเธออึ้งไปเล็กน้อย เพราะตั้งแต่รู้จักกันมา พวกเธอไม่เคยเห็นชายหนุ่มเผยรอยยิ้มและผ่อนคลายได้มากขนาดนี้มาก่อนเลย

    แม้เบื้องหน้าจะดูเหมือนมีเพียงทหารอารักขาคอยตรวจตราอย่างเข้มงวด แต่ในความเป็นจริง ย่านตลาดคึกคักแห่งนี้กลับคลาคล่ำไปด้วยทหารนอกเครื่องแบบที่แฝงตัวเป็นชาวบ้าน คอยคุ้มกันอยู่ฉากหลังอีกชั้นหนึ่ง

    ทริสตันไม่มีทางยอมเอาชีวิตตัวเองและคนที่รักมาแขวนบนเส้นขนานของความเสี่ยงนอกกำแพงปราสาทเป็นอันขาด... ใครจะรู้ว่าศัตรูจะส่งมือสังหารมาลอบสังหารยามใด? และคงไม่มีช่วงเวลาไหนจะเหมาะเจาะไปกว่าตอนที่เขาออกมาเดินปะปนกับฝูงชนในเมืองที่แทบจะเปิดเสรีเช่นนี้

    ในสถานที่ซึ่งเต็มไปด้วยคนแปลกหน้าไหลทะลักเข้ามาไม่ขาดสาย ย่อมต้องมีสายสืบและนักฆ่าแฝงตัวอยู่เป็นธรรมดา เรื่องนี้เขารู้ซึ้งดีที่สุด เพราะตัวเขาเองก็ส่งคนแบบเดียวกันนั้นปะปนเข้าไปในเมืองปกครองของคนอื่นด้วยเช่นกัน

    ความเจริญรุ่งเรืองและบรรยากาศอันคึกคักของเมืองในยามนี้ ย่อมต้องแลกมาด้วยราคาที่ต้องจ่าย... เบื้องหน้าแม้จะดูงดงามไร้ที่ติ ทว่าเบื้องหลังกลับซุกซ่อนรอยแผลและปัญหาเอาไว้ไม่น้อย

    ธุรกิจสีเทาที่ผุดขึ้นเป็นดอกเห็ดคือสิ่งที่เขาจำเป็นต้องยอมแกล้งทำเป็นหลับตาข้างหนึ่งเพื่อมองข้ามมันไป ในฐานะนักการเมืองผู้โชกโชน เขารู้ซึ้งถึงสัจธรรมที่ว่า น้ำใสเกินไป ปลาก็อยู่ไม่ได้ ขอเพียงฝ่ายนั้นรู้ความ และไม่ก้าวล้ำเส้นที่เขากำหนดไว้... ตอนนี้ก็ถือว่าเพียงพอแล้ว

            คิดถึงจุดนี้ก็ได้แต่ส่ายหน้าถอนหายใจยาวออกมา ช่างมันเถอะ! ค่อยเป็นค่อยไปก่อนก็แล้วกัน เรื่องบางเรื่องก็ใจร้อนเกินไปไม่ได้

            หลังจากเดินทอดน่องเลือกซื้อของกันร่วมสองชั่วโมงเศษ แรงกายของสามสาวก็เริ่มที่จะถดถอย ชายหนุ่มผู้ช่างสังเกตจึงโบกมือเรียกทหารอารักขาให้ช่วยยกข้าวของกองโตที่พวกเธอช้อปปิ้งกันมาไปเก็บไว้ก่อนล่วงหน้า

    “นี่ก็ใกล้จะเที่ยงเต็มทีแล้ว เรากลับคฤหาสน์ไปหาของอร่อย ๆ ทานกันก่อนดีกว่า... ฟิโอร่าน้องว่าอย่างไร ความคิดนี้เข้าท่าไหม?”

    หญิงสาวที่เริ่มออกอาการเหน็ดเหนื่อยรีบพยักหน้ารับคำอย่างเห็นด้วยทันควัน

    “น้องเห็นด้วยกับความคิดนี้ของท่านพี่ทริสตันที่สุดเลยค่ะ!”

    พูดจบก็ยกหลังมือขึ้นมาทำท่าปาดเหงื่อบนหน้าผากเนียนอย่างเว่อร์วัง ท่าทางน่าเอ็นดูนั้นทำเอาทริสตันหลุดยิ้มด้วยความเอ็นดูผสมนึกสงสาร ก่อนจะรีบหันไปสั่งการทหารอารักขาให้จัดเตรียมรถม้ามารับ เพื่อให้สามสาวได้นั่งพักผ่อนสบาย ๆ ระหว่างทางกลับคฤหาสน์

    ทันทีที่เดินทางมาถึงคฤหาสน์ ทริสตันก็พาคณะเดินตรงไปยังห้องรับประทานอาหารประจำคฤหาสน์ทันที เขาผายมือส่งสัญญาณให้สาวใช้ส่ง เล่มเมนูอาหาร ให้แก่สามสาว มันไม่ใช่แค่แผ่นกระดาษตัวหนังสือธรรมดา แต่เป็นเล่มเมนูที่ถูกวาดรูปของอาหารชนิดนั้น ๆ ว่าหน้าตาเป็นยังไง เพื่อให้พวกเธอได้เลือกรสรรเมนูที่ดูถูกใจตามใจชอบ

    ทันทีที่เล่มเมนูถูกคลี่ออก ดวงตาของฟิโอร่าก็ทอประกายวาววับ เธอพลิกหน้ากระดาษไปมาพลางเปล่งเสียงอุทานด้วยความตื่นตาตื่นใจให้แก่หน้าตาอันน่าทานของอาหารทุกจานในเมนู

    หลังจากสั่งรายการอาหารจนครบถ้วน บรรยากาศบนโต๊ะอาหารก็อบอวลไปด้วยความคึกคักและมีชีวิตชีวา มื้ออาหารดำเนินไปพร้อมกับเสียงพูดคุยหยอกล้อและรอยยิ้มอย่างมีความสุขของทุกคนที่สะท้อนก้องอยู่ภายในห้องไม่ขาดสาย

    ทว่าช่วงเวลาแห่งความสุขดำเนินไปได้ไม่นาน เสียงก้าวเท้าอันเร่งรีบก็ดังขัดจังหวะขึ้น พร้อมกับทหารอารักขาผู้หนึ่งที่ปราดเข้ามารายงานด้วยสีหน้าเคร่งเครียด

    “เรียนท่านผู้ปกครองทริสตันครับ! ท่านอาร์วิน ท่านเธอา และท่านเอ็ดการ์ มีเรื่องด่วนสำคัญยิ่งต้องการขอเข้าพบท่านโดยเร็วที่สุดครับ!”

    คล้ายกับเรื่องลิขิตจักรพรรดิ นักการเมืองผู้สร้างตำนาน ที่คุณอ่าน