Dominari: A song of evolution

    ตอนที่ 15 ความทรงจำ

     “อาเบลมันไม่ตลกเลยนะ ให้ฉันไปสอนไอ้หมอนั่น แค่ต้องอยู่ใกล้กันฉันก็จะทนไม่ไหวแล้ว” เรย์ชิงโวยวายก่อนจนวลาดิเมียร์ที่คิดจะโวยวายเหมือนกันต้องตัดสินใจถอยหลบให้“เรย์ ในหมู่พวกเรานอกจากวลาดแล้ว คนที่มีความถนัดในการต่อสู้ประชิดตัวก็มีแต่เธอเท่านั้นแหละ แล้วฉันก็คิดแล้วว่าในช่วงเวลาที่จำกัดนี้ คาลจะมีโอกาสได้เรียนรู้การต่อสู้ก็ต้องผ่านการต่อสู้จริง ๆ เท่านั้น ฉันเชื่อว่าวลาดกับเธอจะทำสิ่งนี้ได้ดี”สาเหตุที่อาเบลตัดสินใจให้วลาดิเมียร์และเรย์เป็นคนสอนวิชาการต่อสู้นั้นค่อนข้างตรงไปตรงมา เพราะด้วยเวลาที่กระชั้นชิดคงไม่มีวิธีการเรียนรู้การต่อสู้วิธีไหนที่ดีไปกว่าการต่อสู้จริง ๆหากจะให้เยว่เฟิงสอนเรื่องการใช้มานา เกรงว่าภารกิจทั้งหมดคงจะล่มไปเสียก่อนที่คาลจะสามารถใช้มานาในการต่อสู้ได้จริง ๆ ส่วนโจจิก็ไม่ใช่สายการต่อสู้ประชิดตัวที่จะสอนอะไรให้กับคาลได้ชาโดว์กับวิคเตอร์ก็เช่นกัน วิธีการต่อสู้ของทั้งสองคนนั้นก็ไม่ใช่วิธีการที่จะถ่ายทอดให้คาลได้เลยดังนั้นตัวเลือกจึงตกอยู่ที่วลาดิเมียร์และเรย์ทั้งสองน่าจะเป็นโอกาสเดียวที่จะทำให้คาลได้เรียนรู้การต่อสู้ได้รวดเร็วที่สุด อย่างน้อยก็เป็นวิธีการเอาตัวรอดจากการต่อสู้ส่วนนอร่า ความสามารถของนอร่ายิ่งไม่ใช่สิ่งที่จะถ่ายทอดให้ใครได้โดยง่ายเลย แต่นอร่าจะเป็นผู้ช่วยที่ทำให้การฝึกของคาลร่นเวลาได้ไม่มากก็น้อยทั้งสามคือตัวเลือกที่เหมาะสมที่สุด“อาเบล ฉันไม่คิดว่าฉันจะทำงานนี้ได้”เรย์พยายามข่มความรู้สึกลง พยายามพูดด้วยเสียงที่สั่นเครือให้ชัดเจนที่สุดเรย์รู้ดีว่าอาเบลคิดทุกอย่างอย่างถี่ถ้วนเสมอก่อนตัดสินใจจะทำอะไร และตัวเลือกคนที่ควรฝึกสอนคาลก็ควรจะเป็นเธอเองหรือไม่ก็วลาดิเมียร์อย่างที่อาเบลพูดออกมาจริง ๆแต่มันทำใจลำบากเหลือเกินที่ต้องมาอยู่ใกล้ชิดกับสตรัคเกอร์อีกคน คนที่โดนพวกทรินิตี้ล้างสมองจนสูญเสียความทรงจำของโดมินาริไปจนหมดสิ้นถ้าไม่มีพวกสตรัคเกอร์...วิคเตอร์เข้าใจความรู้สึกที่สับสนในใจของเรย์ดี มันไม่ใช่แค่ว่าเรย์เพียงไม่อยากอยู่ใกล้คาลที่เคยลงมือทำร้ายเธอโดยหมายให้ถึงชีวิต แต่เรย์มีประสบการณ์เลวร้ายกับสตรัคเกอร์เป็นปมในใจที่ยิ่งใหญ่อยู่และคงไม่มีใครจะแก้ปมนั้นได้นอกจากตัวของเรย์เองบรรยากาศรอบโต๊ะประชุมมาคุจนคนอื่น ๆ รู้สึกหายใจได้ไม่ทั่วท้อง“เรย์ ถือว่าฉันขอร้องได้มั้ย ภารกิจนี้มันมีเรื่องความเป็นความตายของอาเวนอยู่ด้วย” อาเบลจ้องตาเรย์ด้วยความรู้สึกมากมายแฝงอยู่ แม้ว่าเอาเบลจะเป็นหัวน้าหน่วย และไม่จำเป็นต้องฟังคำโต้แย้งใด ๆ ของลูกน้องในหน่วยก็ได้ เขาอาจจะสั่งเรย์ให้ทำตาม และเรย์ก็ต้องทำตามแต่ครั้งนี้เขากลับร้องขอ เขาขอร้องเรย์เป็นครั้งแรกตั้งแต่รู้จักกันมาวลาดิเมียร์เห็นท่าทีของอาเบลจึงหมดถ้อยคำที่จะโต้เถียง เขารู้มาตลอดว่าเหตุผลของอาเบลไม่เคยเกิดมาจากอารมณ์ แต่เกิดมาจากการใคร่ครวญคิดอย่างหนักหน่วงก่อนจะถูกเอ่ยออกมา ดังนั้นในครั้งนี้แม้จะไม่ได้รู้สึกสบายใจกับคำสั่งนัก แต่วลาดิเมียร์ก็ตัดสินใจยอมช่วยเหลือตามคำขอ“เอ้า ฉันยอมช่วยก็ได้”ทุกคนหันไปมองวลาดิเมียร์ที่ยอมรับคำขอด้วยเสียงดังหนักแน่น“ฉันด้วย ฉันก็โอเค”นอร่าตอบรับตามวลาดิเมียร์ไปอีกคน แม้ว่าจะไม่มีใครล่วงรู้ว่าจริง ๆ แล้วนอร่าคิดอย่างไรเมื่อทั้งสองในสามคนตอบตกลงไปแล้ว เรย์จึงถูกทิ้งให้เป็นคนเดียวที่ยังติดค้างคำตอบอยู่ แรงกดดันจากการตอบกดลงบนสองบ่าของเรย์จนเธออึดอัด แม้ว่าเรย์รู้ว่าอาเบลอาจจะผิดหวังถ้าเธอตอบปฏิเสธซึ่งเป็นสิทธิของเธอ แต่เขาก็จะไม่โกรธเธออย่างขาดสติ แต่เขาขอร้องนี่จึงเป็นสิ่งที่เธอไม่อาจไม่ยอมรับคำขอร้องนั้นได้ แม้ใจของเธอจะกรีดร้องอยู่ภายใน“อาเบล... ฉันตกลงก็ได้ แต่มีเงื่อนไขข้อนึง”อาเบลได้ยินคำตอบของเรย์ก็รู้สึกสบายใจมากขึ้น แม้ว่าเรย์จะยังไม่อาจปล่อยวางได้ทั้งหมดจริง ๆ“เงื่อนไขอะไรหรือเรย์”“ภายในเวลาสิบวัน ถ้าไอ้สตรัคเกอร์นั่น ...เออ ฉันหมายถึงไอ้คาลนั่น ไม่สามารถลงมือตอบโต้ฉันกลับได้แม้แต่ทีเดียว ฉันจะเลิกให้ความช่วยเหลือทันที” ยังคงเป็นแมวดื้อรั้นเหมือนเดิมอาเบลคิด แต่อาเบลก็ดีใจที่ลูกแมวตัวนั้นเริ่มเปิดใจขึ้นบ้างแล้ว “ตกลง ฉันขอให้เป็นไปตามนั้น”โจมตีเรย์กลับในสิบวัน... มันยากยิ่งกว่าสอนให้ต่อสู้เป็นอีกหลายเท่าเลยนะ วิคเตอร์ถอนใจเบา ๆ ให้กับความเอาแต่ใจของเรย์.............................................................เป็นแค่คนอ่อนแอคนนึงแท้ ๆ ทำไมกลับทำให้ใจของเราสั่นไหวถึงขนาดนี้นะวายานอนเกลือกกลิ้งอยู่บนเตียงขนาดใหญ่โตของเธอ ผ้าปูเตียงสีขาวร่นเป็นรอยยับตามส่วนโค้งเว้าของเธอเธอเปลี่ยนชุดเป็นชุดคล้ายชุดนอนสีขาวครีมที่ดูผ่อนคลายลง เนื้อผ้าเป็นผ้าไหมที่เรียบลื่นและทิ้งตัวไปตามร่างกายของเธอในห้องนอนของเธอคือที่ที่เดียวที่เธอจะเป็นอิสระจากคนอื่น ๆ เป็นอิสระจากอมาร็อคและโทคูลา เป็นอิสระจากการพยายามวางท่าทีเป็นเจ้าหญิงหรือท่านหญิงสูงศักดิ์ของเธอ เป็นที่ที่เธอจะเป็นตัวของตัวเองได้เต็มที่ทั้ง ๆ ที่ตอนแรกดูเป็นคนอ่อนแอและไม่เอาไหนแท้ ๆ แต่เขากลับกล้าพุ่งเข้ามารับระเบิดของอันเดดแทนเรา เงาร่างของคาลซ้อนทับกับร่างของคนผู้หนึ่งในความทรงจำของวายา คนที่คอยปกป้องวายามาตลอด คนที่คอยช่วยเหลือ คนที่คอยปลอบโยนเวลาที่เธอเหงาใจ“ไม่รู้ตอนนี้เป็นยังไงบ้างแล้วนะ”เธอพูดออกมาเบา ๆ พร้อมกับถอนใจ และไม่แน่ใจตัวเองเหมือนกันว่าพูดถึงคนในความทรงจำ หรือว่าพูดถึงคาลวายาย้อนนึกไปถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อวานทั้ง ๆ ที่มันพึ่งผ่านไป แต่ทำไมถึงรู้สึกว่ามันเป็นความทรงจำที่ห่างไกลเสียเหลือเกินทันทีที่เขาตัดบทสนทนากับเธอด้วยการเรียกชื่อของเธอ แล้วพุ่งตัวออกมารับแรงระเบิดทั้งหมดแทน วายารู้ตัวทันทีว่าตัวเองสูญเสียอะไรที่สำคัญมากกว่าเกียรติและศักดิ์ศรีของไลแคนไปแล้ว ตอนที่เสียงระเบิดดังกึกก้องวายาไม่ได้กลัวที่ตัวเองจะได้รับบาดเจ็บ แต่กลัวว่าเขาคนนั้นจะจากไปโดยที่ไม่มีโอกาสได้ทำความรู้จักกัน เพราะนั่นคือระเบิดของอันเดดที่ทำมาจากเดรูเลี่ยนสตีลทันทีที่มานาซึ่งถูกอัดไว้ภายในลูกระเบิดถูกกระตุ้นก็จะปลดปล่อยพลังงานมหาศาลออกมา พลังงานที่เทียบเท่ากับแรงระเบิดหนึ่งเมกะตัน นั่นพอจะทำให้ใจกลางเซกเตอร์สิบเจ็ดกลายเป็นซากปรักหักพังไปได้ในเสี้ยววินาที เผลอ ๆ อาจจะทำให้ผลึกแก้วด้านบนเกิดความเสียหายจนน้ำทะเลทะลักเข้ามา ถ้าเป็นแบบนั้นจริง ๆ วายาไม่อยากคิดถึงความสูญเสียที่จะเกิดขึ้นเลยอีกทั้งสะเก็ดระเบิดที่เป็นเดรูเลี่ยนสตีลี่ทำร้ายโดมินาริได้ถึงชีวิต แต่เขาคนนั้นไม่คิดหน้าคิดหลังพุ่งตัวเข้ามาปกป้องเธอนั่นคือตอนที่วายารู้ว่าอวัยวะที่อยู่ในโพรงอกด้านซ้ายของตัวเองตกไปเป็นของเขาเรียบร้อยแล้วภาตใต้แสงสว่างวาบจากมานาที่ระเบิดตัวออกมา วายาไม่รู้ว่ามีใครเห็นอย่างที่เธอเห็นหรือเปล่า เธอเห็นสิ่งนั้นเพราะเธอน่าจะเป็นคนที่อยู่ใกล้แรงระเบิดที่สุดรอบ ๆ ตัวของเขา... รอบ ๆ ตัวของคาลมีมานาสีทองที่หนาแน่นข้นคลั่กดุจเดียวกับโคลนใต้แม่น้ำพุ่งทะลักออกมา มานานนั้นปกคลุมทั่วร่างของคาลในทันทีภายใต้การปรากฏตัวในชั่วพริบตาของมานาสีทองกลุ่มนั้น แรงระเบิดทั้งหมดถูกดูดกลืนเข้าไปในมานาสีทองนั้นประดุจน้ำที่ซึมลงบ่อทรายในตอนที่ระเบิดดังขึ้น ภาพรอบตัวของวายาคลับคล้ายจะเคลื่อนไหวช้าลง ตอนที่แรงระเบิดกระจายตัวทะลุออกจากลูกระเบิดทรายเพลิงโทสะของวายากระพือลุกโชนจนบรรยากาศโดยรอบมีอุณหภูมิสูงขึ้นอย่างน่ากลัว วายาหันไปทางกองทัพของอันเดดยูนิทเอฟ หรือยูนิทแฟรงเกนสไตน์ ซึ่งประกอบขึ้นโดยการเย็บติดร่างขึ้นจากชิ้นส่วนของอันเดดธรรมดาหลาย ๆ คน กับชิ้นส่วนของเครื่องจักรต่างล้อมรอบกลุ่มของวายาและวลาดิเมียร์อยู่ไม่ห่างวายาตั้งสติเพ่งมองไปยังศัตรูทั้งหมดเพื่อประเมินกำลัง และพบว่ายูนิทเอฟที่ล้อมรอบอยู่ทั่วบริเวณไม่ใช่ตัวที่เกรดดีนัก ยูนิทเอฟยังถูกแบ่งเกรดอีกหลายเกรดตั้งแต่บรอนซ์ ซิลเวอร์ และโกลด์ ฝูงที่ถูกลักลอบนำเข้ามาที่เซกเตอร์สิบเจ็ดเป็นเพียงเกรดบรอนซ์ที่ถูกประกอบขึ้นโดยหยาบ ๆ และใช้อะไหล่กับชิ้นส่วนร่างกายที่ไม่ได้มีคุณภาพดีอะไรมากนัก แน่นอนว่าในภายหลังวายาและคนอื่น ๆ จึงได้เข้าใจว่าที่พวกอันเดดส่งยูนิทเอฟแค่เกรดบรอนซ์พร้อมกับทหารเลวเพียงกลุ่มเดียวก็เพราะว่าภารกิจนี้เป็นภารกิจพลีชีพ เป้าหมายคือการปล่อยระเบิดลูกนั้นเพื่อทำลายเซกเตอร์สิบเจ็ดแต่เป้าหมายของพวกมันกลับถูกคาลทำลายลงอย่างไม่ได้ยากเย็นอย่างไรก็ดีแม้จะเป็นยูนิทเอฟเกรดบรอนซ์ก็ไม่ได้แปลว่ามันไม่น่ากลัว ร่างหมาป่ายักษ์ของวลาดที่หยักร่วมสองร้อยกิโลยังถูกซัดจนปลิวลอยแถมแต่ละตัวยังมีอาวุธเดรูเลี่ยนประกอบอยู่ตามส่วนต่าง ๆ ของร่างกายจนเต็มพรืดไปหมด วายารู้ดีว่าการโดนกระสุนเดรูเลี่ยนยิงใส่มันสร้างความเจ็บปวดได้มากแค่ไหนวายากางกรงเล็บทั้งสองออกพร้อมย่อตัว หลังจากเล็งเป้าหมายได้แล้วเธอก็พุ่งตัวออกไปด้วยความรวดเร็วราวกับลูกศรเพลิงที่พุ่งออกจากคันธนูอันเดดที่ขวางทางธนูเพลิงดอกนั้นกลับกลายเป็นกองเนื้อไหม้ที่ถูกตัดเป็นชิ้นยูนิทเอฟที่อยู่บนเส้นาทงของวายาแม้จะไม่ถูกตัดขาดเป็นชิ้น แต่ก็ปรากฎร่องรอยความเสียหายขึ้นตามร่างกายจนทั่วไปหมดอีกด้านหนึ่งวลาดิเมียร์ที่ตอนนี้ผิวหนังเปลี่ยนเป็นสีน้ำเงินเข้มก็หัวเราะอย่างบ้าคลั่งพร้อม ๆ กับพุ่งกำปั้นเข้าใส่ใบหน้าของยูนิทเอฟตัวหนึ่งจนชิ้นส่วนที่เป็นเครื่องจักรบนใบหน้าของมันแตกกระจาย ยูนิทเอฟตัวนั้นยกปืนกลเดรูเลี่ยนเข้าใส่วลาดิเมียร์ในระยะประชิด กระสุนจำนวนมากพุ่งออกจากรังเพลิงจนเกิดเป็นแสงคล้ายไฟเย็นที่ปลายกระบอกปืน“มันเจ็บนะโว้ย” วลาดพูดพร้อมกับตะปบมือสองข้างเข้ากับหัวที่เหลืออยู่ของยูนิทเอฟตัวนั้น เลือดสีชมพูขุ่น ๆ กระเด็นไปทั่วพร้อม ๆ กับเศษสมองสีเทา ๆบริเวณที่วลาดิเมียร์ถูกยิงนั้นกลับไม่มีเลือดสักหยดเดียว มีเพียงรอยช้ำเป็นปื้น ๆ เหมือนกับรอยถูกหยิกจนช้ำสหายร่วมรบทั้งหกต่างไล่ต้อนฝูงอันเดดจนแตกกระเจิงด้วยอารมณ์โกรธแค้นเมื่อเห็นสภาพความเสียหายโดยรอบ และซากศพของเหยื่อผู้เคราะห์ร้ายยูนิทเอฟสองตัวสุดท้ายก็เริ่มร่อแร่จากการโจมตีอย่างเกรี้ยวกราดจากทั้งหกวายาแยกเขี้ยวพร้อมกับกางกรงเล็บออกสองข้างลำตัวเพื่อเตรียมพุ่งเข้าไปเผด็จศึกก่อนที่วายาจะไปถึงยูนิทเอฟทั้งสองเงาร่างสองร่างก็ลอยมาพร้อมกับสายลมจบตอนที่ 15