ข้าแค่อยากเป็นปลาเค็มทำไมมันยากจัง ทะลุมิติมาป่วนไทย

    บทที่ 113 วงล้อมบนท้องถนน

    บทที่ 113 วงล้อมบนท้องถนน

     

    หยางเย่ ทุบกำปั้นลงบนโต๊ะบัญชาการจนเกิดรอยบุบ สัญญาณเรดาร์บนจอมอนิเตอร์ดับวูบไปต่อหน้าต่อตา เสียงเตือนภัยสีแดงกะพริบถี่ๆ ส่งกลิ่นอายความหายนะอบอวลไปทั่วฐานตีนเขากังก้า

    "ส่งโดรนตรวจจับความร้อนเข้าไปเพิ่ม! ข้าไม่เชื่อว่าคนทั้งทีมจะหายไปเฉยๆ โดยไม่มีร่องรอย!" หยางเย่ตวาดลั่น ทว่าเจ้าหน้าที่เทคนิคกลับส่ายหน้าด้วยสีหน้าซีดเผือด

    "ไม่ได้ผลครับหัวหน้า... ละอองพลังงานปราณวิญญาณสีครามในป่าหนาทึบเกินไป มันรบกวนคลื่นความถี่ทุกชนิด โดรนทุกลำที่บินข้ามแนวเขตป่าสีเงิน... สัญญาณขาดหายและตกทั้งหมดครับ!"

    สถานการณ์ที่เขากังก้าวิกฤตถึงขีดสุด ป่าวิญญาณต้องห้ามกำลังขยายอาณาเขตอย่างเงียบเชียบ สัตว์กลายพันธุ์ภายในนั้นเริ่มส่งเสียงคำรามก้องสะท้อนหลอนประสาท ข่าวใหญ่ฉบับนี้ถูกส่งตรงถึงรัฐบาลกลางในทันที และภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมง มันก็กลายเป็นข่าวเด่นที่สะเทือนไปทั่วทั้งโลก

     

    นินออกจากคลินิกทำฟันอันหรูหราทิ้งความสงบไว้เบื้องหลัง มุ่งหน้าสู่ย่านอุตสาหกรรมในเขตชานเมืองหลวงที่วุ่นวาย เป้าหมายของเขาคือ 'โรงงานของอ้วนจิน' โรงงานผลิตยาลดน้ำหนักสูตรพิเศษของเขา

    การจราจรค่อนข้างติดขัด นินมองออกไปนอกหน้าต่างเห็นแสงแดดยามบ่ายแผดเผา แต่ในใจเขากลับรู้สึกตื่นเต้นและกังวลไปพร้อมๆ กัน เขาหวังว่ายาลดน้ำหนักตัวนี้จะได้รับการตอบรับที่ดี

    เมื่อนินมาถึงโรงงาน อ้วนจินก็ยืนรอรับอยู่ด้านหน้าด้วยใบหน้ายิ้มแย้มและท่าทางที่ดูเป็นมืออาชีพมากขึ้น

    “นิน! นายมาทันเวลาพอดีเลยเพื่อน มานี่เลย... ฉันจะพานายเข้าไปดูไลน์การผลิตด้านใน” อ้วนจินกล่าวพร้อมตบไหล่นินเบาๆ

    อ้วนจินพาแวะเข้าไปที่ห้องควบคุมการผลิตก่อน เพื่อให้นินได้เห็นภาพรวมของเครื่องจักรที่ทันสมัยซึ่งกำลังทำงานอย่างต่อเนื่อง เสียงเครื่องจักรครางกระหึ่มเบาๆ ผสมผสานกับกลิ่นสมุนไพรอ่อนๆ ที่อบอวลไปทั่วบริเวณ

    อ้วนจินผายมือไปยังภาพตรงหน้าพลางยืดอกอย่างภูมิใจ “เป็นอย่างไร... สุดยอดไปเลยใช่ไหมล่ะ?”

    นินกวาดสายตามองความเรียบร้อยและระบบการผลิตที่ทันสมัยตรงหน้าด้วยความทึ่ง

    “ดี... ไม่น่าเชื่อว่านายจะทำได้ถึงขนาดนี้” นินกล่าวชม

    อ้วนจินได้ยินดังนั้นก็แกล้งทำเป็นกลอกตามองบนทันควัน

    “คิดว่าพี่ชายคนนี้ยังเป็นเหมือนคนตอนนั้นหรือไงบัดนี้ฉันคือประธานจินผู้กว้างขวางแห่งวงการอาหารเสริมแล้วนะเฟ้ย!”

    นินหัวเราะร่าขำในความหลงตัวเองของเพื่อนสนิท

    “เออๆ ยอมรับเลยว่านายเก่งขึ้นเยอะ”

    จากนั้นอ้วนจินก็พานินเดินกลับเข้ามาในห้องทำงานส่วนตัว หยิบแฟ้มบรรจุภัณฑ์ของยาของนินให้ดู นินพอใจมากเพราะมันดูเรียบหรูและน่าเชื่อถือ “เอาตามนี้แหละ ดูเรียบหรูดี”

    อ้วนจินพยักหน้ารับคำอย่างเห็นด้วย ก่อนจะปรับสีหน้าเป็นจริงจังขึ้นเล็กน้อย “โอเค งั้นฉันจะสั่งผลิตจริงพรุ่งนี้เลยนะ อ้อแล้วก็เรื่องสำคัญพรุ่งนี้พวกตัวแทนและพ่อค้าสมุนไพรรายใหญ่ที่เรานัดไว้จะเดินทางมาที่นี่ นายเตรียมตัวมาให้พร้อมนะ เพราะดีลนี้ถ้าเซ็นสัญญาผ่าน นายจะมีวัตถุดิบคุณภาพสูงส่งเข้าโรงงานแบบไม่ขาดสายแน่นอน”

    นินพยักหน้ารับคำ แววตาฉายความมุ่งมั่น “ได้ ไม่มีปัญหา"นินถามต่อ

    “แล้วเรื่องเครื่องจักรของฉันเล่านายว่าไง” อ้วนจินยิ้ม

    “สบายบ้างพ่อฉันติดต่อสั่งซื้อเรียบร้อยแล้วแต่ราคาไม่น้อยเลยนะเพราะเร่งให้นาน” นินพยักหน้า

    “ไม่มีปัญหาเดี๋ยวฉันให้เลขาจัดการโอนเงินให้พ่อนายเอง” อ้วนจินยิ้มออกมา

    “โห…ไม่ธรรมดามีเลขาแล้วหรือ” อ้วนจินหยอก

    อาคารสำนักงานให้เช่าแห่งใหม่ใจกลางย่านธุรกิจ หยางเชอรี่ และ จิ่นหรูอี้ กำลังยืนมองป้ายชื่อบริษัทใหม่ที่เพิ่งติดตั้งเสร็จสิ้นด้วยความภาคภูมิใจ ในที่สุดพวกเขาก็สามารถตั้งไข่เปิดออฟฟิศอย่างเป็นทางการได้สำเร็จ!

    ภายในออฟฟิศใหม่เอี่ยมที่ยังคงมีกลิ่นสีและเฟอร์นิเจอร์ใหม่โชยอ่อนๆ บรรยากาศเต็มไปด้วยความคึกคักและตึงเครียดของการเริ่มต้น กองทัพมดที่พวกเขาไปรีครูตและกวาดต้อนมาจากบริษัทคู่แข่งรวมถึงยอดฝีมือในวงการต่างทยอยรายงานตัว

    โครงสร้างแผนกหลักๆ ของเราตอนนี้ได้คนครบถ้วนแล้วค่ะ ทั้งฝ่ายวิจัย ฝ่ายการตลาด ฝ่ายขนส่ง และฝ่ายกฎหมาย เหลือแค่ว่าบางส่วนที่เป็นระดับหัวหน้ากะทิแถวหน้า ยังติดเงื่อนไขระยะเวลาขั้นตอนการลาออกหลังจากที่ทำงานเก่าประมาณหนึ่งเดือน แต่ส่วนคนที่ไม่มีพันธะและสามารถเริ่มงานได้ทันทีก็มีไม่น้อย ตอนนี้ฉันสั่งให้พวกเขาลงมือลุยงานเต็มสูบ

    จิ่นหรูอี้พยักหน้าเห็นด้วย ใบหน้าสวยเฉียบฉายแววจริงจัง

    “ต้องไปได้สวยแน่ค่ะ”

    หยางเชอรี่ เอ่ยขึ้นพลางจัดแจงเอกสารแผนการตลาดของผลิตภัณฑ์ตระกูล 'ไบโอ' ทั้งสี่ตัวเข้าแฟ้มอย่างเป็นระเบียบ ท่าทางของเธอดูทะมัดทะแมงและสมกับตำแหน่งผู้จัดการใหญ่ที่นินไว้วางใจให้คุมบังเหียนขับเคลื่อนบริษัท

    “ที่เหลือก็แค่รอเครื่องจักรและเครื่องมือต่างๆ ให้ครบเท่านั้น”

    เธอบิดขี้เกียจเล็กน้อยหลังจากนั่งหลังขดหลังแข็งวิเคราะห์จุดเด่นจุดด้อยของคู่แข่งมาครึ่งค่อนวัน ก่อนจะหันไปยิ้มให้หญิงสาวอีกคนที่นั่งอยู่ข้างๆ "ส่วนเรื่องการประสานงานตรงกับท่านประธานนิน และการควบคุมความลับของสูตรสมุนไพร คงต้องฝากเธอแล้วนะ... หรูอี้"

    จิ่นหรูอี้ ในชุดสูททำงานเข้ารูปรับกับตำแหน่งเลขา ส่วนตัวของนิน พยักหน้ารับคำพร้อมรอยยิ้มเฉียบคม แววตาของเธอฉายความเด็ดเดี่ยว

    "ไม่มีปัญหาค่ะ หน้าที่ของเลขาคือแบ่งเบาภาระและทำตามคำสั่งของบอสให้สมบูรณ์แบบที่สุด เรื่องรายงานความคืบหน้าของ ไบโอเฟซ, ไบโอบอดี้, ไบโอวัน และไบโอสการ์ รวมถึงเรื่องออฟฟิศใหม่นี้ ฉันเตรียมสรุปยอดไว้รอรายงานบอสเรียบร้อยแล้ว"หยางเชอรรี่

    "เห็นเธอทำงานคล่องแบบนี้ฉันก็เบาใจ" หยางเชอรี่เอ่ยชม

    "ตอนแรกยังแอบห่วงว่าบริษัทเปิดใหม่แถมผลิตภัณฑ์ทรงพลังขนาดนี้จะหมุนเงินไม่ทัน แต่พอเห็นประสิทธิภาพของครีมลบสิว ไบโอวัน กับครีมลบรอยแผลเป็น ไบโอสการ์ จากผลทดสอบล่าสุด ฉันบอกได้คำเดียวเลยว่า เตรียมเปิดบัญชีธนาคารรอรับเงินจนนับไม่ถ้วนได้เลย"

    จิ่นหรูอี้หัวเราะเบาๆ พลางนึกถึงใบหน้าของนิน

    "บอสของเราน่ะ... มักจะมีอะไรมาให้เราประหลาดใจเสมอแหละ ขนาดครีมทาหน้า ไบโอเฟซ กับครีมทาผิว ไบโอบอดี้ ที่ตอนแรกฉันคิดว่าเป็นแค่ครีมบำรุงทั่วไป พอได้เห็นผลลัพธ์ที่ช่วยผลัดเซลล์ผิวให้ขาวกระจ่างใสราวกับกระเบื้องเคลือบภายในสองวัน ฉันยังแทบไม่เชื่อสายตาตัวเองเลย"

    "นั่นสิคะ งานนี้ถือเป็นงานใหญ่และท้าทายมากจริงๆ"

    หยางเชอรี่ยืนขึ้นเต็มความสูง กวาดสายตามองออกไปนอกกระจกห้องทำงาน เห็นพนักงานในแผนกหลักๆ ที่เริ่มเข้ามานั่งประจำโต๊ะทำงานบ้างแล้ว

    "ถึงตอนนี้คนของเราจะยังมาทำงานได้ไม่เต็มร้อยเปอร์เซ็นต์เพราะติดขั้นตอนการลาออกจากที่เก่า แต่คนที่เริ่มงานได้เลยก็กำลังลุยทำแผนโปรโมตอย่างหนัก"

    เลขา สาวพยักหน้าเห็นด้วย

    “ดีค่ะ... พรุ่งนี้บอสมีนัดเซ็นสัญญากับซัพพลายเออร์สมุนไพรรายใหญ่ที่โรงงานของคุณจิน ถ้าทางนั้นเดินเครื่องผลิตล็อตแรกเมื่อไหร่ หลิน โนวา ของเราก็จะพร้อมเปิดตัวสินค้าทันที ถึงเวลานั้น... ตลาดบิวตี้ในโลกนี้ต้องสั่นสะเทือน” จากนั้นเธอก็เห็นข้อความที่นินส่งมาพร้อมเงินทุนจิ่นหรูอี้รีบทำเนินการทันที

     

    ในช่วยบ่ายแก่ๆ นินเหยียบคันเร่งประคองพวงมาลัยรถของสวีหนานเคลื่อนตัวออกจากเขตรั้วโรงงานของอ้วนจิน แสงไฟสีส้มสลัวจากเสาไฟฟ้าข้างทางยามค่ำคืนสาดส่องผ่านกระจกหน้ารถ ชายหนุ่มฮัมเพลงเบาๆ ในลำคอพลางคิดถึงแผนการใหญ่ในวันพรุ่งนี้ที่จะมีการเซ็นสัญญาครั้งสำคัญ ทว่า ความสงบสุขนั้นกลับอยู่กับเขาได้เพียงไม่กี่นาที

    เมื่อรถแล่นเข้าสู่ถนนสายรองที่ค่อนข้างเปลี่ยว ไฟหน้าสูงปรี๊ดจากกระจกมองหลังก็สว่างวาบจนตาพร่า พร้อมกับเสียงเครื่องยนต์ครางกระหึ่มขู่ขวัญ

    เอี๊ยดดดด!

    รถตู้สีดำทมิฬติดฟิล์มมืดสนิทพุ่งทะยานมาจากซอยด้านข้างก่อนจะหักเลี้ยวตัดหน้า ดักขวางเส้นทางรถของนินเอาไว้อย่างกะทันหัน นินสะดุ้งเฮือก กระทืบเบรกจนตัวโก่ง ห่างจากกันชนของมันเพียงไม่กี่นิ้ว ยังไม่ทันที่เขาจะหักพวงมาลัยถอยหนี รถเก๋งดัดแปลงสภาพอีกสองคันก็เร่งเครื่องขึ้นมาประกบขนาบข้างซ้ายขวาในทันที และตามด้วยรถกระบะยกสูงอีกคันที่บดบี้ไล่หลังมาปิดทางถอยโดยสมบูรณ์

    สถานการณ์ในตอนนี้ ทำให้นินถูกตรึงอยู่ตรงกลางอย่างสมบูรณ์แบบ พวกมันบังคับทิศทางและจังหวะความเร็ว บีบให้เขาต้องขับรถเคลื่อนที่ไปตามเส้นทางเปลี่ยวที่พวกมันเป็นผู้กำหนด

    ‘ชิ! พวกไหนกันวะ?’ นินสบถในใจ ดวงตาคมกริบกวาดมองผ่านกระจกส่องหลังและด้านข้างด้วยความตึงเครียด สมองหมุนวนคิดคำนวณอย่างรวดเร็ว ‘กลุ่มของตระกูลตู้ที่เคยมีเรื่องกัน หรือว่าเป็นกลุ่มทุนมืดพวกที่ต้องการยาวิเศษของฉันกันแน่?’

    ด้วยปฏิกิริยาตอบสนองและเทคนิคการขับรถที่เหนือชั้นบวกกับพละกำลังที่เหนือมนุษย์ในปัจจุบัน นินมั่นใจว่าหากเขาหักพวงมาลัยกระแทกเบียดรถคันข้างๆ แล้วเร่งเครื่องดริฟต์หลบหนีออกจากวงล้อมนี้ เขาสามารถทำได้ไม่ยากเย็นเลย ทว่า... ยามที่สายตาของเขากวาดไปเห็นรถบัสรับส่งนักเรียนคันหนึ่งที่แล่นสวนทางมา รวมถึงชาวบ้านร้านตลาดที่กำลังเดินสัญจรและใช้ชีวิตอยู่บนทางเท้าฝั่งตรงข้าม ชายหนุ่มก็ต้องชะงักความคิดนั้นลงทันควัน

    หากเขาเลือกที่จะปะทะและหักดิบแหกวงล้อมตรงนี้ รถของพวกมันอาจเสียหลักพุ่งข้ามเลนไปชนรถโรงเรียน หรือกวาดชนผู้บริสุทธิ์รอบข้างจนเกิดความสูญเสียครั้งใหญ่

    ภาพของเด็กนักเรียนที่นั่งหัวเราะอยู่บนรถบัสแวบเข้ามาในหัว พลันทำให้หัวใจของนินไหววูบ เขาหยุดคิดในมุมของครอบครัวเหล่านั้น... หากเกิดอุบัติเหตุขึ้นมา แล้วมีพ่อแม่ที่ต้องสูญเสียลูกรัก หรือมีเด็กคนหนึ่งต้องกลายมาเป็นเด็กกำพร้า ไร้ที่พึ่งพิงเหมือนอย่างที่เขาเคยเป็นในวัยเด็ก มันคงจะเป็นเรื่องที่เศร้าและเจ็บปวดทรมานมากเกินกว่าจะรับไหว

    ‘เอาเถอะ... จะปล่อยให้คนอื่นมาเดือดร้อนเพราะเรื่องของฉันไม่ได้’ นินผ่อนลมหายใจยาว สลัดความใจร้อนทิ้งไป เขาตัดสินใจกำพวงมาลัยแน่นและยอมขับรถตามแรงบีบของพวกมันไปแต่โดยดี

    ทว่า ใบหน้าของชายหนุ่มไม่ได้มีความหวาดกลัวเลยแม้แต่น้อย มุมปากของเขากลับยกยิ้มเย็นชาขึ้นมา เพราะในหัวของเขามีแผนรองรับเอาไว้แล้วถึงสองทางเมื่อไปถึงจุดหมายปลายทาง

    แผนแรก... หากสถานที่ที่พวกมันพาไปเป็นที่หมายเมื่อรถจอด เขาจะเปิดประตูมิติแล้ววาร์ปหนีหายกลับไปยังมิติโบราณทิ้งให้พวกมันยืนโง่เฝ้ารถเปล่าๆ ไปเลย หรือแผนที่สอง... ถ้าพวกมันต้องการแค่ผลประโยชน์และสูตรยา เขาจะลองเปิดฉากเจรจากับพวกมันดูเพื่อล่อซื้อและสืบหาตัวการใหญ่ที่อยู่เบื้องหลังเขาคิดอยู่นานสุดท้ายก็ได้คำตอบในใจและมันคงตื่นเต้นไม่เบาเลย….

     

     

     

     

    คล้ายกับเรื่องข้าแค่อยากเป็นปลาเค็มทำไมมันยากจัง ทะลุมิติมาป่วนไทย ที่คุณอ่าน